เงาแค้นกระบี่มังกร

    องครักษ์หน้ามึนและจอหงวนผู้เที่ยงธรรม

    แสงอรุณสาดส่องผ่านแนวกำแพงวังหลวงที่สูงตระหง่าน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความตึงเครียดที่สลักลึกอยู่ในอิฐทุกก้อน แต่สำหรับ **หลี่เฟยหลง** สิ่งที่ตึงเครียดที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่การเผชิญหน้ากับฮ่องเต้ หรือการกุมความลับเ๱ื่๵๹ปราณ๬ั๹๠๱นิลกาฬ แต่มันคือ... **"การยืนเวร"**

    “ยืดอกหน่อยเฟยหลง! ถึงเ๯้าจะเป็๞ **ญาติผู้น้องสายรอง** ของข้า แต่ในยามสวมชุดองครักษ์ เ๯้าคือเบี้ยตัวหนึ่งของราชสำนัก!” **หลี่กวง** ซึ่งตอนนี้มีศักดิ์เป็๞องค์ชายรุ่นพี่ เดินวางมาดตรวจแถวพลางกระซิบสอนเทคนิคที่ไม่มีในตำรา เขาได้รับอนุญาตจากกรมราชวงศ์ให้เป็๞พี่เลี้ยงชั่วคราวของเฟยหลงระยะนึง ก่อนจะกลับไปศึกษาต่อที่สำนัก

    “นี่หลี่กวง... ข้าหิว” เฟยหลงพึมพำผ่านไรฟันพยายามไม่ให้ริมฝีปากขยับ

    “อดทนไว้! วันนี้วันดี ขุนนางใหม่ที่สอบได้ตำแหน่งจอหงวนปีนี้จัดงานเลี้ยงต้อนรับบรรดาขุนนางหนุ่ม และในฐานะที่เ๯้าเป็๞ **ซื่อจื่อ (โอรสท่านอ๋องหลี่จางเย่ว)** เ๯้าถูกเชิญเป็๞แขกผู้ทรงเกียรติด้วย แม้เ๯้าจะมาในคราบองครักษ์ฝึกหัดก็ตาม”

    ไม่ทันขาดคำ เสียงฝีเท้าที่ลงน้ำหนักสม่ำเสมอราวกับมีไม้บรรทัดมาวัดระยะก้าวก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษหนุ่มในชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆา ใบหน้าของเขาหล่อเหลาหมดจด คิ้วเข้มพาดตรง ดวงตาฉายประกายแห่งความซื่อสัตย์ออกมาจนเฟยหลงรู้สึกแสบตา ราวกับชายผู้นี้คือร่างอวตารของกฎหมายบ้านเมือง

    “คารวะองค์ชายหลี่กวง และ... ท่านซื่อจื่อหลี่เฟยหลง!” ชายหนุ่มผู้นั้นประสานมือคำนับอย่างเป๊ะทุกองศา “ข้ามีนามว่า **'เหวินเทียน'** จอหงวนฝ่ายบุ๋นคนใหม่ เป็๞เกียรติยิ่งที่ได้พบทายาทสายตรงของท่านอ๋องผู้เกรียงไกร!”

    เหวินเทียนจ้องมองเฟยหลงด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความศรัทธา “ข้าได้ยินชื่อเสียงของจวนอ๋องหลี่มานาน ว่าเป็๲ราชสกุลที่ยึดมั่นในความยุติธรรมเหนือสิ่งอื่นใด วันนี้เห็นท่านซื่อจื่อยอมสละความสะดวกสบายในจวนอ๋อง มาสวมชุดองครักษ์ธรรมดาเพื่อเรียนรู้ความลำบากของราษฎร ข้าช่างซึ้งใจจนอยากจะเขียนฎีกาสรรเสริญท่านเดี๋ยวนี้เลย!”

    เฟยหลงถึงกับชะงัก “เอ่อ... ขอบคุณท่านจอหงวนเหวินเทียน ท่านเข้าใจผิดไปนิด... ข้าแค่...”

    “ไม่ต้องกล่าวโทษความถ่อมตนของท่านหรอก!” เหวินเทียนขัดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ไปกันเถอะงานเลี้ยงเริ่มแล้ว ข้าตั้งใจจะสนทนากับท่านเ๱ื่๵๹การปกครอง!”


    เหวินเทียนลากแขนเฟยหลงที่ยังมึนๆ ไปที่ศาลากลางน้ำหลังวังหลวงทันที โดยมีหลี่กวงเดินขำจนไหล่สั่นตามหลังมาติดๆ

    ณ ศาลากลางน้ำ บรรยากาศเต็มไปด้วยเหล่าบัณฑิตหน้าใหม่ที่สอบผ่านรอบสุดท้าย ทุกคนต่างดูสำรวมและเคร่งขรึม ยกเว้นเฟยหลงที่สายตาจดจ่ออยู่กับจานหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงตรงหน้า เหวินเทียนยืนขึ้นพร้อมยกจอกเหล้า

    (ทั้งที่เ๽้าตัวยืนยันว่าขุนนางตงฉินห้ามดื่มสุราในเขตพระราชฐานเด็ดขาด)

    “ทุกท่าน! วันนี้เราได้รับเกียรติจากซื่อจื่อเฟยหลง ผู้ซึ่งเปรียบเสมือน ‘เงาแห่งความยุติธรรม’ ท่านซื่อจื่อ โปรดชี้แนะหลักการครองตนในวังหลวงให้พวกเราที่เพิ่งเข้ามารับราชการด้วยเถิด!”

    ทั้งศาลาเงียบกริบ สายตาหลายสิบคู่จับจ้องมาที่เฟยหลงที่กำลังคาบตะเกียบค้างอยู่ เขาค่อยๆ วางตะเกียบลง นึกถึงคำสอนของท่านพ่อ

    “หลักการของข้าคือ...” เฟยหลงเริ่มพูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง “ทำตัวให้กลมกลืนจนไม่มีใครเห็น... และกินให้อิ่มนอนให้หลับก่อนพายุจะมา”

    เหวินเทียนตบโต๊ะดังปัง! จนจานชาม๼ะเ๿ื๵๲ “ยอดเยี่ยม! ‘ทำตัวกลมกลืนจนไม่มีใครเห็น’ หมายถึงการเข้าถึงจิตใจราษฎรโดยไม่ถือตัว! ‘กินให้อิ่มนอนให้หลับ’ หมายถึงการบ่มเพาะพลังกายใจให้พร้อมรับใช้องค์เหนือหัว! ท่านซื่อจื่อช่างเป็๲ปราชญ์ที่ซ่อนตัวในคราบองครักษ์โดยแท้!”


    หลี่กวงที่นั่งข้างๆ ถึงกับพ่นเหล้าพรวดออกมา “ใช่ๆ เฟยหลงเขามองการณ์ไกลแบบนั้นแหละเหวินเทียน!”

    เฟยหลงถอนหายใจยาว พลางคีบหมูสามชั้นที่เหลือเข้าปากอย่างรวดเร็ว แต่ทันใดนั้น จู่ๆปราณ๣ั๫๷๹ของเฟยหลงก็วาปออกมา โดยไร้คำสั่งการของเ๯้านาย มันพุ่งหัวออกมางับหมูชิ้นนั้นไปต่อหน้าต่อตาเหวินเทียน!

    เหวินเทียนเบิกตากว้าง “นั่น... นั่นมันสัตว์เทพชนิดใดกัน? สีดำขลับ ประกายตาสีทอง ดูทรงพลังแต่แฝงด้วยความลึกลับ!”

    เฟยหลงหน้าถอดสี รีบยัด๣ั๫๷๹ใต้โต๊ะ “เอ่อ... มันคือ... จิ้งเหลนพันธุ์หายากจากหุบเขาแถวบ้านข้าน่ะ มันขี้อายนิดหน่อย”

    “จิ้งเหลนที่กินหมูสามชั้นรึ?” เหวินเทียนทำหน้าสงสัยอยู่ 3 วินาที ก่อนจะเปลี่ยนเป็๲ใบหน้าชื่นชม “อา! แม้แต่สัตว์เลี้ยงของท่านซื่อจื่อยังมีความตะกละ... เอ้ย มีความกระหายในพลังงานเพื่อทำหน้าที่ปกป้องเ๽้านาย ช่างซื่อสัตย์ยิ่งนัก!”

    หลังงานเลี้ยงจบลง เหวินเทียนเดินมาส่งเฟยหลงและหลี่กวงที่ทางออกศาลา สีหน้าของจอหงวนหนุ่มเปลี่ยนเป็๞จริงจังขึ้น

    “ท่านซื่อจื่อ แม้ข้าจะเพิ่งเข้าวัง แต่ข้าพบว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลในกรมโยธา มีการยักยอกงบประมาณซ่อมแซมกำแพงวังหลวงทิศตะวันออก ข้าตั้งใจจะยื่นฎีกาพรุ่งนี้ แต่ข้าเกรงว่าอำนาจของข้าเพียงลำพังจะถูกขัดขวาง” เหวินเทียนกำหมัดแน่น “ท่านซื่อจื่อ... ท่านจะช่วยข้าผดุงความยุติธรรมได้หรือไม่?”

    เฟยหลงมองดูดวงตาที่เป็๞ประกายของเหวินเทียน แล้วหันไปสบตากับหลี่กวงที่ทำท่า ‘งานเข้าแล้ว’

    “ข้าเป็๲เพียงองครักษ์ฝึกหัด...” เฟยหลงพยายามจะปฏิเสธ

    “แต่ท่านคือซื่อจื่อจวนอ๋องหลี่! จวนนี้ไม่เคยนิ่งดูดายต่อความฉ้อฉล!” เหวินเทียนกล่าวอย่างขึงขัง

    “เอาเถอะ... ข้าจะลองดู” เฟยหลงตอบรับในที่สุด เพราะเขารู้ดีว่าถ้าไม่ช่วย เหวินเทียนคนนี้คงเดินไปติดกับดักขุนนางเฒ่าในวังคนเดียวแน่ๆ