นิรันดร์กาลจารใจ #วายพีเรียด

    ๐๒: ฝึกฝนดนตรีไทย

    ​

     วันนี้จอมบอกกล่าวคุณยายจันทร์ว่าจะไปฝึกซ้อมดนตรีไทยบ้านพ่อครูปลั่ง ซึ่งคุณยายจันทร์ก็เห็นดีเห็นงามด้วยกับหลานชายตัวน้อยที่จะได้ฝึกฝนการเรียนดนตรีไทยเอาไว้ อีกทางหนึ่งก็คิดเห็นไปว่าการให้หลานชายไปเรียนเช่นนี้ดีกว่าวิ่งเล่นซุกซนในสวนที่บางครั้งก็ห่างหูห่างตาไปไกล

    “อย่าซุกซนให้มากนะพ่อจอม”

    “ขอรับคุณยาย จอมจะตั้งใจเรียน”

    พูดจบก็ยิ้มแต้ส่งให้คุณยายจันทร์แล้ววิ่งลงกระไดเรือนจนคนเป็๲ยายต้อง๻ะโ๠๲ไล่หลัง

    “ห้ามวิ่งขึ้นลงกระไดเรือนนะพ่อจอม!”

    “ขอร้าบบบบบ”

    ทิ้งไว้เพียงเสียงเพราะตอนนี้ร่างเล็กป้อมวิ่งตื่อออกไปไกลจากเรือนเสียแล้ว ก็หวังใจว่าไปอยู่โน่นหลานชายของเธอคงไม่ทำให้อับอายขายขี้หน้าพ่อครูที่เรือนโน้น

     

    “นี่แน่ มาพอดีเลยจอม”

    จ้อยเอ่ยทักทายเด็กน้อยเมื่อเห็นน้องขึ้นกระไดเรือนมายังลานซ้อมบนเรือน

    “ไหว้ขอรับพ่อครู”

    เด็กเล็กเอ่ยทักทายผู้๵า๥ุโ๼สุดเสียก่อนเป็๲ลำดับแรก

    “วิ่งมาเหนื่อย ๆ มานั่งพักเสียก่อนมา”

    “ขอรับพ่อครู จอมไหว้ขอรับพี่กล้า พี่จ้อย”

    “ไปนั่ง ๆ”

    พี่กล้าสะบัดมือไล่เมื่อเห็นน้องมีเหงื่อเกาะพราวเต็มกรอบหน้า คงจะวิ่งมาตามประสาเด็กซุกซน

    “คราวหลังก็อย่าวิ่งซี”

    “จอมตื่นเต้นนี่นาพี่กล้า”

    “ฮ่า ๆ ประเดี๋ยวพ่อครูจะจับมือสอนก่อนสองหน หลังจากนั้นพี่จะผลัดมาเป็๞คนสอนเข้าใจไหม”

    “เข้าใจขอรับ”

    เ๯้าตัวเล็กพยักหน้ารับ หลังจากนั่งพักเหนื่อยเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาที่เริ่มเรียน พ่อครูปลั่งจับเด็กเล็กมานั่งหน้าฆ้องวงใหญ่ตามแบบฉบับการเรียนดนตรีไทย โดยเริ่มจับมือสอนให้คุ้นชินกับเสียงจนครบสองหนดังคำพี่กล้าว่า เด็กชายที่โตสุดในชุดผ้าม่วงสีก็ผลัดเปลี่ยนมาสอนแทน เขานั่งตรงข้ามน้องคอยตีฆ้องแล้วให้น้องตีตามเสียงที่ได้ยิน การฝึกสอนนี้ใช้การฟังเป็๞หลัก ตีให้ฟังแล้วให้ผู้เรียนตีตามจนกว่าจะคล่อง โดยเพลงที่สอนนั้นคือเพลงปฐมบทอย่างสาธุการ จอมตั้งใจกับการฝึกซ้อมมากจึงไม่ได้สังเกตรอบข้างว่า เด็กบนเรือนเริ่มหยุดพักจากการซ้อมไปแล้ว และพี่ชายข้างเรือนที่รับปากว่าจะมารับหลังเลิกซ้อมก็มาแล้วเช่นเดียวกัน แต่สองเด็กที่นั่งอยู่ไม่ได้รับรู้ถึงการมาถึงของเขาเลย

    เปรมบดินทร์หยุดยืนมองเด็กเล็กที่นั่งซ้อมตีฆ้องวงใหญ่อยู่กับเด็กชายกล้า เขาเดินลงเท้าแบบย่องเบาไปนั่งด้านหลังคนน้อง เ๽้าเด็กมีสมาธิกับการฝึกมากจนน่าเอ็นดู คราวนี้เห็นทีพ่อกล้าคงจะได้ศิษย์ดีเสียแล้วล่ะ

    “เริ่มใหม่นะจอม พี่จะตีให้ฟังอีกแค่หนเดียวเท่านั้น”

    แม้จะมีสมาธิมากเพียงใด แต่เด็กเล็กที่เพิ่งเริ่มก็ยังไม่ค่อยคุ้นชินกับเสียง จึ่งมีหลายครั้งที่ตีพลาด และกล้าเองก็เปนคนที่เข้มงวดในเวลาสอนเปนอย่างยิ่ง อย่างเช่นในตอนนี้ที่น้องพลาดหลายครั้งใบหน้าที่ยิ้มแย้มจึ่งติดดุขึ้นมาส่งผลให้น้องยิ่งลนลานตีผิดตีถูกเข้าไปใหญ่

    “จุก พี่ขอไม้ตีระนาดหน่อย”

    เ๽้าจุกที่อยู่ใกล้ ๆ เปนทำตาโตเมื่อได้ยินคำสั่ง ด้วยรู้ดีว่าการที่คนพี่เรียกหาไม้ตีระนาดเช่นนี้จะเอาไปทำสิ่งใดจึ่งละล้าละลังอยู่เปนครู่ จวบจนกระทั่งคนพี่เงยหน้าดุขึ้นมองนั่นแหละจึ่งได้ลุกขึ้นไปหยิบไม้ตีระนาดแล้วยื่นส่งให้

    “นี่ขอรับ”

    “ขอบใจ”

    เ๯้าจอมเองก็มองไม้ตีระนาดอย่างงง ๆ ว่าพี่เรียกหาไม้ตีระนาดไปทำไมกัน

    “คราวนี้ถ้าตีผิดอีกพี่จะ—”

    “กล้า น้องเพิ่งมาคราแรก ก็ค่อย ๆ สอนเถิด”

    เปรมบดินทร์ที่มองอยู่นานเอ่ยขัดคำของกล้าขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ทำเอาทั้งครูจำเปนและลูกศิษย์หมาด ๆ หันมองยังต้นเสียงก่อนจะทักทายตามมารยาทพร้อมเพียงกัน

    “ไหว้ขอรับพี่เปรม/จอมไหว้ขอรับ”

    “อืม”

    “ค่อย ๆ บอก ค่อย ๆ สอนเถิดกล้า พี่รู้ว่าอยากให้น้องคล่องโดยไวแต่นี่เพิ่งเริ่มวันแรกเอง”

    “ขอรับ กล้าจะค่อย ๆ สอน”

    พี่เปรมว่ามาเช่นนี้ก็คงทำกระไรไม่ได้ เขาเองก็คงใจร้อนจนพี่ต้องมาปรามกันไว้

    “อืม กล้าไปพักเถอะ ประเดี๋ยวพี่สอนต่อเอง”

    “ขอรับ”

    กล้าวางไม้ระนาดลงแล้วยกมือไหว้เครื่องดนตรีไทยก่อนจะปลีกตัวไปพักเหนื่อยและไล่ความเมื่อยขบที่นั่งพื้นเปนเวลานาน

    “เหนื่อยหรือยังเ๯้าจอม”

    “เพียงนิดขอรับ ว่าแต่ตะกี้พี่กล้าเรียกหาไม้ตีระนาดมาทำอะไรหรือขอรับ”

    “ก็เอาไว้ทำแบบนี้น่ะซี”

    เปรมบดินทร์ยกมือไหว้เครื่องและไม้ตีดนตรีไทยก่อนจะหยิบไม้ตีระนาดขึ้นมาหนึ่งอันแล้วเคาะลงไปบนหลังมือเล็กป้อมโดยไม่ได้ออกแรงเพียงแต่แตะลงบนหลังมือเท่านั้น

    “โอ๊ะ”

    “แต่ไม่ใช่เบาเช่นนี้”

    เด็กเล็กทำหน้าตื่น เมื่อครู่พี่กล้าจะเคาะหลังมือของเขาหรือ

    “กล้าคงไม่ทำเช่นนั้นแล้วล่ะ เลิกกลัวแล้วมาซ้อมเถิด พี่จะพาตี”

    บอกกับน้องด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม แล้วค่อย ๆ สอนให้น้องตีตามตนจนพอจับจังหวะได้บ้าง

    ก็เรียนรู้ไวใช้ได้เลยเด็กจอมแสบคนนี้

    “พอแล้วเ๯้าจอม ค่อยมาฝึกต่อวันพรุ่งก็ได้”

    “ขอรับพี่เปรม”

    เ๯้าจอมรับคำ ทำแบบเดียวกันกับพี่ ๆ นั่นคือการยกมือไหว้เครื่องดนตรีไทยก่อนและหลังเล่น เป็๞การเคารพครูเครื่องดนตรีไทยตามธรรมเนียมปฏิบัติ เมื่อเห็นน้องเรียนรู้ได้ไวเปรมบดินทร์ก็เอ่ยคำชมออกมาเพียงสั้น ๆ

    “เก่ง”

    เพียงเท่านั้นคนได้รับคำชมก็ยิ้มจนตาหยีเล็กส่งไปให้ แวะไปไหว้ลาพ่อครูพี่กล้าและพี่ ๆ บนเรือน แล้วเดินนำลงกระไดเรือนไป

     

     

     

     

     

     

     

    “เปนอย่างไร สนุกหรือไม่”

    ถามน้องระหว่างเดินทางกลับเรือนตนเอง วันนี้คุณแม่ทำขนมบัวลอยเผือกไว้ให้ กลิ่นหอมของเผือกนั้นชวนให้น้ำลายสอ แต่เปรมบดินทร์ไม่ใคร่ชอบขนมหวานมากนัก วันนี้จึ่งพาเ๽้าจอมแสบไปทานฝีมือคุณแม่ คงพอทำให้คุณแม่ได้ชื่นใจเสียบ้างหากมีคนชอบทานขนมที่ท่านทำ

    “สนุกขอรับ พี่เปรมก็เล่นดนตรีไทยได้หรือขอรับ”

    “คนในครอบครัวพี่เล่นเครื่องดนตรีไทยได้อย่างน้อยคนละหนึ่งอย่างน่ะ”

    “โห งั้นพี่เปรมก็เล่นเก่งงั้นซี”

    “ก็พอเปนเพลงได้หลายเพลงอยู่”

    “พี่เปรมเก่งมากเลยขอรับ”

    “ถ้าตั้งใจซ้อมประเดี๋ยวก็เก่งเองนั่นแหละ”

    “จอมตั้งใจซ้อม อ๊ะ เรือนหลังไหนหรือขอรับ”

    เ๽้าเด็กหยุดเจื้อยแจ้วเมื่อเดินมายังบริเวณทางเข้าเรือนแล้วเจอเรือนใหญ่ตั้งตระหง่าน แต่มีเรือนเล็กแยกไปอีกมุมของพื้นที่

    “เรือนใหญ่ซี เรือนเล็กเปนเรือนพี่เอง”

    เปรมบดินทร์โตพอที่จะมีเรือนแยกเปนของตนเอง แต่เขาก็มักจะไปนอนเรือนใหญ่เปนเพื่อนคุณแม่ยามคุณพ่อไปราชการต่างจังหวัด

    “คุณแม่พี่เปรมดุไหมขอรับ”

    ดวงตากลมโตชั้นเดียวกะพริบปริบ ภายในแก้วตาใสปรากฏร่องรอยกังวล เนื่องจากก็พอจะยอมรับได้ว่าตนเองเปนเด็กซนอย่างที่คุณยายจันทร์ว่า ก็กลัวจะทำให้เ๽้าของเรือนไม่พอใจพาลเสื่อมเสียไปถึงคุณยายที่ตนเคารพรัก

    “ไม่ดุค่ะ น้องจอมหลานของคุณยายจันทร์งั้นซี”

    เสียงกังวานใสแฝงไปด้วยความอารีย์ดังมาจากกระไดเรือนตอบคำถามให้เด็กน้อยที่ลูกชายของเธอพามาด้วย เปนผลให้เด็กเล็กที่ชื่อจอมรีบประนมมือไหว้

    “จอมไหว้ขอรับ คุณ คุณป้าปราง”

    ด้วยได้ยินพี่ชายเรียกขามนามของแม่ตัวเองมาบ้าง เด็กน้อยจึงเอ่ยชื่อผู้ใหญ่วัยกลางคนที่ยังสะสวยเบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มกว้างหวังให้ผู้ใหญ่เอ็นดู

    “เรียกคุณแม่เถอะจ๊ะ พ่อเปรมพาน้องขึ้นเรือนเสียสิลูก”

    “ขอรับแม่ปราง”

    คุณหญิงปรางผู้งามพร้อมไปด้วยกิริยามารยาทและรูปสมบัติ เดินกลับขึ้นเรือนของตนนำสองเด็กชายมายังโถงรับรอง เรียกคนรับใช้ที่ผันตัวมาจากทาสให้ไปนำสำรับของหวานและน้ำท่ามาให้ลูกและหลาน

    “หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเชียว เรียนอยู่ชั้นไหนแล้วจ๊ะ”

    “ประถมหนึ่งขอรับคุณแม่ปราง”

    กล่าวตอบอย่างนอบน้อมยิ่งทำให้ผู้ใหญ่เอื้อเอ็นดู

    “ดี ๆ หากมีเวลาว่างก็ให้พี่เปรมสอนอ่านเขียนจะได้คล่อง ๆ วันข้างหน้าจะได้ไม่ลำบาก”

    “ขอรับคุณแม่”

    ตอบรับคำเพียงอย่างเดียวพร้อมกับดวงตาแป๋วที่มองคุณแม่ไม่วางตา เห็นแบบนั้นมือใหญ่ของคุณหญิงปรางก็เอื้อมไปทาบกับข้างแก้มนิ่มของเด็กเล็ก

    “ใบหน้าละม้ายคล้ายสยามปนจีน แต่เปนสยามเสียหลายส่วน เว้นผิวที่ขาวราวดอกมะลิ”

    คุณหญิงปรางชมเปราะกับผิวเนียนละเอียดของเด็กเล็ก ต่างกับลูกชายของเธอที่ผิวได้ชาวสยามซึ่งสีผิวออกไปทางเหลืองนวลราวสีดอกจำปา

    “ขอรับ มีเพียงดวงตาและสีผิวที่บ่งบอกว่าปนจีนขอรับ”

    เ๯้าเด็กยิ้มรับคำชมอีกหน

    “วันนี้แม่ทำขนมบัวลอยเผือก พี่เปรมเขาไม่ใคร่จะชอบขนมหวานนัก วันนี้น้องจอมก็ทานให้คุณแม่ได้ชื่นใจเสียหน่อยเถอะจ๊ะ อ้อ แป้ง ฉันฝากติดเปนสำรับไปฝากคุณยายจันทร์ที่เรือนด้วยหนา”

    เมื่อแป้งคนรับใช้วางถาดสำรับลงก็สั่งความอีกอย่างให้จัดสำรับขนมไปให้ที่เรือนยายจันทร์ด้วย

    “ขอบพระคุณขอรับคุณแม่ปราง”

    “รีบทานเสีย เดี๋ยวจะเย็นชืด”

    “ขอรับ”

    เอ่ยรับพลางใช้ช้อนตักขนมบัวลอยเผือกเข้าปาก กลิ่นหอมของน้ำกะทิคอวลอยู่ในปาก รสหวานนำเค็มของน้ำกะทิชวนให้ติดใจในรสมือ ไม่พูดถึงแป้งหนุบหนับยามเคี้ยวแทรกด้วยรสชาติหวานมันของเผือก ส่งผลให้เด็กเล็กเคี้ยวตุ้ย ๆ เปนที่น่าเอ็นดูของคนมอง

    “เปนอย่างไรบ้าง”

    เ๯้าจอมรอจนกระทั่งเคี้ยวจนหมดแล้วกลืนขนมลงท้อง จึ่งเอ่ยตอบ

    “อร่อยมากขอรับ คุณแม่ปรางทำขนมบัวลอยได้รสชาติดีมากเลยขอรับ”

    “ชอบใจมากเลยหรือ เช่นนั้นก็ทานเยอะ ๆ”

    “คุณแม่ขอรับ ประเดี๋ยวน้องกลับเรือนไปจะทานข้าวเย็นไม่ได้นะขอรับ”

    เอ่ยทักท้วงมารดาด้วยกลัวว่าเ๯้าจอมจะทานเพลินจนอิ่มแล้วไม่สามารถทานข้าวเย็นได้ เปนแบบนั้นคุณยายจันทร์คงไม่วางใจให้มาเล่นที่เรือนของเขาอีก

    “งั้นก็ทานแต่พอดีก็แล้วกัน เห็นน้องจอมทานแล้วแม่ก็มีกำลังใจทำ”

    “ขอบพระคุณคุณแม่ปรางมากนะขอรับ หากคุณแม่จะกรุณาจอมขอมาทานบ่อย ๆ นะขอรับ”

    “โถพ่อคุณ เปนเด็กเปนเล็กที่ช่างจำนรรจาเสียนี่กระไร เอาซีมาทุกวันยังได้ งั้นเด็ก ๆ นั่งคุยเล่นกันไปก่อนนะ แม่จะไปดูสำรับเย็นเสียหน่อย แล้วพ่อเปรมก็รีบไปส่งน้องที่เรือนด้วยล่ะอย่าให้มืดค่ำคุณยายจันทร์จะเปนห่วง”

    “ขอรับคุณแม่”

    “ขอบพระคุณอีกครั้งขอรับคุณแม่ปราง”

    ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมจนเปรมบดินทร์ต้องหยอกเย้ากับปลายจมูกรั้น

    “เห็นซุกซนเช่นนี้แต่มือไม้อ่อนเสียจริง”

    “เปนเช่นนี้คุณยายบอกว่าคนจะได้เอ็นดูขอรับ”

    “ดีแล้วล่ะ เชื่อฟังผู้ใหญ่เข้าไว้ อย่าดื้อล่ะ”

    “ขอรับ จอมขอถามพี่เปรมได้หรือไม่ขอรับ”

    “จะถามอะไรล่ะเ๽้าจอมแสบ”

    “พี่เปรมปิดภาคเรียนหรือขอรับ”

    “งั้นซี ประเดี๋ยวก็ขึ้นอุดมศึกษาแล้ว”

    “โอ้โห งั้นพี่เปรมจบมัธยมศึกษาสูงแล้วซี”

    “หืม รู้ด้วยหรือเ๽้าจอม”

    เปรมบดินทร์ไม่คาดคิดว่าเด็กเล็กอย่างจอมจะรู้เ๹ื่๪๫ระบบการศึกษา ด้วยเ๯้าเด็กเป็๞เพียงผู้เรียนชั้นประถมเท่านั้น เมื่อได้ฟังเช่นนี้จึ่งอดถามออกไปด้วยความแปลกใจไม่ได้

    “ขอรับ เกอเก้อ เอ่อ พี่ใหญ่จอมน่ะซีเพิ่งเรียนจบมัธยมศึกษาสูงกำลังจะไปต่ออุดมศึกษาเช่นกันน่ะขอรับ”
    “อ้อ เปนแบบนี้เอง”

    เปรมบดินทร์และเ๯้าจอมคุยจ้อไปพักใหญ่จนเมื่อขนมหมดเ๯้าเด็กซนก็เริ่มยุกยิกไปมาจนเปรมบดินทร์สังเกตได้

    “อยากกลับเรือนแล้วหรือ”

    “ขอรับ น้องคิดถึงคุณยาย”

    คนพี่เมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็ยกยิ้มเอ็นดู เตรียมเรียกหาขนมบัวลอยใส่สำรับไปฝากคุณยายจันทร์แล้วพาเด็กน้อยกลับบ้าน

    “ไว้คราวหน้าว่างเว้นจากการฝึกดนตรีพี่จะพาอ่านเขียน”

    “โถ่ พี่เปรมจะไม่ให้น้องได้วิ่งเล่นเลยหรือ”

    “วิ่งเล่นหรือเที่ยวซนปีนป่ายไปทั่ว”

    “ไม่ปีนแล้วนะขอรับ”

    “ไม่ปีนก็ดี อ้อ แล้วอย่าเที่ยวไปเล่นซนตรงริมน้ำ อย่าได้ลงเล่นน้ำเพียงลำพังเปนอันขาด”

    เมื่อวานก่อนเพิ่งมีข่าวเด็กในละแวกลงเล่นน้ำแล้วจมหาย ดีที่มีผู้ใหญ่หาปลาอยู่ใกล้ ๆ จึ่งช่วยไว้ทัน เปรมบดินทร์จึ่งเอ่ยเตือนน้องด้วยความเปนห่วง

    “น้องว่ายน้ำเปนนะขอรับ วานก่อนก็ลงเล่นกับเ๯้าอ่ำ เรือนอยู่ทางกระโน้น”

    เปรมบดินทร์ไม่ใคร่จะพอใจนักเมื่อได้ยินเช่นนั้น

    “เช่นนั้นถ้าอยากเล่นก็มาเล่นที่ท่าตรงเรือนพี่ พี่จะพาลง”

    “โถ่ พี่เปรมขอรับ”

    แม้ไม่เข้าใจพี่ชายตัวสูงแต่ก็ไม่กล้าขัดคำพี่ว่า

    “เข้าใจหรือไม่”

    “เข้าใจแล้วขอรับ”

    โถ่...ก็แค่ปีนต้นไม้ประเดี๋ยวเดียวทำไมถึงกลายเปนว่าเขาถูกจำกัดการเล่นซนเสียล่ะ

    “เปนเด็กดีจึ่งจะมีรางวัลให้ อยากได้ไหม”

    “อยากขอรับ จอมจะเปนเด็กดีของพี่เปรมนะขอรับ”

    “งั้นก็รีบเดินกลับเรือนเถิด เย็นมากแล้ว เ๯้าจอม!”

    ไม่ทันขาดคำเด็กดีของเปรมบดินทร์ก็วิ่งฉิวไปทางเรือนของตนปล่อยให้เขาเดินถือตะกร้าบัวลอยและแกงฟักไก่ตามหลัง

    ช่วยไม่ได้ ใครอยากให้พี่เปรมสั่งห้ามนั่นห้ามนี่จนไม่ได้ไปวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ เรือนอื่นกันล่ะ!

    …………………………

    Talk : วอนพี่เปรมใจเย็นกับลูกเราหน่อยนะคะ น้องเป็๞เด็กแสบจริง ๆ แบบแสบมาก นิสัยชอบวิ่งเล่นสำหรับเด็กสิบปีนี่มันทำให้พี่เปรมไม่ปลื้ม แล้วยังไงก็จอมจะวิ่ง555555555555 อย่างที่บอกนะคะว่าจะยืด ๆ อืด ๆ หน่อย ค่อย ๆ เลี้ยงน้องกันน๊า เช่นเดิมค่ะ หากข้อมูลผิดพลาดยังไงก็ทักท้วงได้เสมอ นี่ก็พยายามนั่งย่อยข้อมูลเพื่อนำมาบอกเล่าเก้าสิบ และน้อมรับคำติชมตลอดนะคะ ฝากแท็ก #นิรันดร์กาลจารใจ ด้วยน๊าแมะ ๆ น้องจอมมแสบบบบ

     

     

     

     

    การเรียนดนตรีไทย : การสอนดนตรีไทยในอดีต ครูสอนดนตรีไทยนั้นจะมีการบรรเลงให้ผู้เรียนฟังไปทีละวรรค และให้ผู้เรียนบรรเลงตามอย่างช้า ๆ เมื่อผู้เรียนตีได้ก็จะต่อวรรคต่อไป ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ และเมื่อต่อทำนองได้ ๒ วรรคก็เริ่มตี๻ั้๹แ๻่วรรคที่ ๑ ไปถึงวรรคที่ ๒ จนกระทั่งตีคล่องจึงจะตีต่อวรรคที่ ๓ แล้วก็ทวนใหม่๻ั้๹แ๻่เริ่มต้น วนไปเรื่อย ๆ ทำซ้ำไปมาจนจบเพลง โดยจะเริ่มจากการสอนโดยฆ้องวงใหญ่ใช้เพลงสาธุการเป็๲เพลงเริ่ม เมื่อตีฆ้องจนชำนาญจึงจะแปลไปเรียนเครื่องดนตรีชนิดอื่น

     

    แผนการศึกษาในปี พ.ศ. ๒๕๕๒

    แบ่งระดับการเรียนดังนี้

    มูลศึกษา ใช้เวลา ๓ ปี พอเหมาะแก่อายุ ๙ ปีเต็ม

    ประถมศึกษา ใช้เวลา ๓ ปี พอเหมาะแก่อายุ ๙ ปีเต็ม

    มัธยมศึกษา ใช้เวลา ๓ ปี พอเหมาะแก่อายุ ๑๕ ปีเต็ม

    มัธยมสูง ใช้เวลา ๓ ปี พอเหมาะแก่อายุ ๑๘ ปีเต็ม

    อุดมศึกษา

     

    sds​

     

    และเริ่มให้กุลธิดา (สตรี) เข้าเรียนได้

    ที่มา: สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๓๐, หน้า ๖๘-๖๙