ตอนที่ 08. ฐานทัพใหม่และการเตรียมพร้อม
เวลาเป็สิ่งที่ผ่านไปเร็วยิ่งกว่าการดีดนิ้ว โดยเฉพาะเมื่อชีวิตต้องวิ่งวุ่นอยู่กับภารกิจสองด้าน
สองเดือนกว่าผ่านไป... ชีวิตของ "วิน" หมุนวนเป็วัฏจักรที่คนทั่วไปคงมองว่าบ้าคลั่ง
ตื่นเช้าไปเรียนวิชาบังคับในฐานะนักศึกษาปี 1 แอบงีบหลับหลังห้องเลคเชอร์บ้างเป็ครั้งคราว ตกเย็นก็รีบไปแจมกีตาร์แบ็คอัพให้กับวง Paper Plane ตามงานอีเวนต์ต่างๆ และจบลงที่การเล่นดนตรีที่ร้าน Blue Moon จนถึงดึกดื่น
แม้ร่างกายจะประท้วงด้วยความอ่อนล้า แต่จิติญญาของวินกลับกระชุ่มกระชวยยิ่งกว่าครั้งไหนๆ อีก เพราะทุกหยาดเหงื่อที่เสียไป มันแลกมาด้วยตัวเลขในบัญชีธนาคารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วันศุกร์สิ้นเดือน สิงหาคม 2548
วินเดินออกจากธนาคารสาขาหน้ามหาวิทยาลัย เขาเหลือบมองสมุดบัญชีในมือ ตัวเลข 6 หลักที่ปรากฏอยู่ทำให้มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ
"หนึ่งแสนสองหมื่นบาท..."
นี่คือผลจากการทำงานหนักแบบไม่มีวันหยุดตลอดสองเดือน บวกกับทิปหนักๆ จากลูกค้าที่ติดใจฝีมือการเล่นกีตาร์ของเขา เงินจำนวนนี้ในยุคปี 2548 ถือว่ามหาศาลสำหรับเด็กอายุ 19 ปี และมันก็มากพอที่จะเริ่มเนรมิตสตูดิโอในฝันได้แล้ว
วินรีบกลับมาที่หอพัก "รังหนู" ของเขาด้วยใจที่พองโต เขาหยิบกระดาษรายการอุปกรณ์ที่จดไว้ออกมากางดู
เป็เื่ที่น่าแปลกใจอยู่เหมือนกัน เพราะถึงแม้ว่าบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Google หรือ Apple จะหายสาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้
แต่พวกแบรนด์เครื่องดนตรีและอุปกรณ์เสียงระดับตำนานที่มีประวัติยาวนานกลับยังคงอยู่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็ Gibson, Fender, Shure, Neumann หรือ Yamaha
ราวกับว่าจุดบิดเบี้ยวของมิติเวลาจะส่งผลกระทบแค่กับแค่สิ่งใหม่ๆ ในยุคดิจิทัลหรือวัฒนธรรมป๊อปยุคหลังปี 2000 เท่านั้น
แต่อารยธรรมดนตรีดั้งเดิมยังคงรากฐานเดิมไว้ ทำให้วินไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับการเรียนรู้อุปกรณ์ยี่ห้อประหลาดๆ ใหม่อีกครั้ง
เขาไล่สายตาดูรายการ "อาวุธ" ที่คุ้นเคย ซึ่งเขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องสอยมาให้ได้
1. Audio Interface คุณภาพสูง
2. ไมโครโฟน Condenser (Neumann หรือ Rode)
3. ลำโพง Monitor (Yamaha HS Series)
4. คอมพิวเตอร์สเปคเทพสำหรับการตัดต่อ
แต่วินาทีที่เขาเงยหน้าขึ้นมองสภาพห้อง... ความฝันก็เหมือนจะสะดุดกึก
ห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ ขนาด 3x4 เมตร ที่เตียงนอนก็กินพื้นที่ไปแล้วครึ่งห้อง ตู้เสื้อผ้าเบียดเสียดกับโต๊ะญี่ปุ่น ผนังห้องบางเฉียบชนิดที่ว่าข้างห้องจาม เขายังได้ยินเสียง "ฮัดชิ้ว" ชัดแจ๋วเลย
"จะบ้าตาย..." วินยกมือกุมขมับ
"ขืนเอาลำโพง Monitor มาตั้งในห้องนี้ แค่เปิด Sound Check ป้าหอพักคงพังประตูเข้ามาด่าแน่ๆ แล้วเื่เก็บเสียงไม่ต้องพูดถึง เสียงรถขายกับข้าวคงเข้าไปอยู่ในเพลงหมด"
การซื้ออุปกรณ์ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป แต่ "พื้นที่" ต่างหากที่เป็ปัญหาใหญ่
วินตัดสินใจพับโปรเจกต์การสั่งของเอาไว้ชั่วคราว เขาตระหนักได้ว่า ก่อนจะสร้างงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ เขาต้องมี "ผืนผ้าใบ" ที่ดีพอเสียก่อน
……
หลังจากนั้นตลอดทั้งสัปดาห์ถัดมา วินใช้เวลาที่ว่างเว้นจากการเรียนและการทำงาน ขี่มอเตอร์ไซค์มือสองสภาพเก่าเก็บที่เขาเพิ่งซื้อต่อจากรุ่นพี่มาในราคาถูกๆ ตระเวนไปตามซอยต่างๆ รอบมหาวิทยาลัย
เขาไม่้าหอพักนักศึกษาที่พลุกพล่าน เสียงดัง และผนังบาง เขา้าความเงียบ พื้นที่กว้าง และความเป็ส่วนตัว
จนกระทั่งเขาไปเจอเข้ากับอพาร์ตเมนต์เก่าแก่แห่งหนึ่งชื่อว่า "แมนชั่นบ้านสวน" ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในซอยตัน ห่างจากย่านสถานบันเทิงพอสมควร ตัวตึกดูเก่าแต่โครงสร้างแข็งแรง เป็ตึกยุค 90 ที่สร้างด้วยอิฐมอญแดง ซึ่งเก็บเสียงได้ดีกว่าผนังพรีคาสท์สมัยใหม่
"ห้องว่างเหลือห้องสุดท้ายพอดีเลยพ่อหนุ่ม เป็ห้องมุมชั้นบนสุด ขนาดใหญ่กว่าห้องปกติเท่าตัว เพราะเมื่อก่อนลูกเ้าของตึกเคยอยู่ห้องนี้" ป้าคนดูแลตึกไขกุญแจพาเขาเข้าไปดู
ทันทีที่ประตูเปิดออก
วินก็รู้เลยว่า "นี่แหละ... ใช่เลย"
ห้องโถงกว้างขวางปูด้วยปาร์เก้ไม้สัก พื้นที่กว้างขวางพอจะแบ่งโซนเตียงนอน โซนนั่งเล่น และโซนทำงานได้สบายๆ ผนังห้องหนาปึ้ก แถมเป็ห้องมุมที่ไม่ติดกับใครด้านหนึ่ง นอกหน้าต่างห้องก็มองออกไปเห็นต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น
"ค่าเช่าเดือนละ 4,500 บาท ไม่รวมน้ำไฟ" ป้าบอกราคา
แพงกว่าหอเดิมเกือบ 3 เท่า แต่วินตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล "ผมเอาครับป้า ผมขอย้ายเข้าอาทิตย์นี้เลย"
……
"โอ้โห! เชี่ย... มึงถูกหวยมาเหรอวะวิน? ห้องใหญ่อย่างกับสนามฟุตซอล!"
เสียงไอ้จอมดังลั่นห้อง ขณะที่มันช่วยแบกกล่องเสื้อผ้าใบสุดท้ายเข้ามาวาง ไอ้แว่นเดินตามหลังมาพร้อมพัดลมตั้งโต๊ะ มองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ
"มึงจะย้ายมาเตะบอลในห้องเหรอวะ ทำไมต้องเช่าใหญ่ขนาดนี้?" แว่นถามอย่างสงสัย
วินยิ้มบางๆ ขณะปาดเหงื่อ "กูอยากได้ที่เงียบๆ ไว้อ่านหนังสือ แล้วก็... เอาไว้ฝึกซ้อมดนตรีด้วย ห้องเก่ามันแคบ กีตาร์กระแทกตู้เป็รอยหมดแล้ว"
ข้ออ้างเื่ดนตรีฟังดูสมเหตุสมผลสำหรับเพื่อนๆ เพราะทุกคนรู้ว่าวินทำงานเป็นักดนตรี แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่า พื้นที่ว่างเปล่าตรงมุมห้องที่วินยืนจ้องอยู่นั้น กำลังจะกลายเป็โรงงานผลิตความฝันของเขา
หลังจากส่งเพื่อนๆ กลับไปและยืนมองรถมอเตอร์ไซค์ของพวกมันลับสายตาไปแล้ว วินก็เดินกลับขึ้นมาบนห้องพักชั้น 4 อีกครั้ง เขาล็อกประตูห้องอย่างแ่า ความเงียบสงบของห้องใหม่ทำให้เขารู้สึกถึงพลังสมาธิที่กลับคืนมา
เขาทิ้งตัวลงนั่งกลางห้องที่ยังโล่งกว้าง พื้นปาร์เก้เย็นเฉียบทำให้เขารู้สึกตื่นตัว วินมองไปรอบๆ จินตนาการถึงตำแหน่งที่จะวางโต๊ะทำงาน วางลำโพง Monitor และมุมที่จะบุฟองน้ำซับเสียง ในหัวของเขามีรายการอุปกรณ์ที่ต้องซื้อครบหมดแล้ว เงินในบัญชีก็พร้อมแล้ว
"แต่เอาเถอะ... คืนนี้พักผ่อนก่อน"
วินบิดี้เีจนกระดูกลั่นกร๊อบ เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ใช้งานพวกไอ้จอมกับไอ้แว่นหนักมาทั้งบ่าย แถมยังสัญญาว่าจะเลี้ยงพวกมันอีก ขืนผิดคำพูดเดี๋ยวจะโดนพวกมันล้อไปจนเรียนจบ
วินหยิบโทรศัพท์มือถือ Nebula ขึ้นมา แล้วกดโทรออกหาไอ้จอมทันที
"ฮัลโหล ไอ้จอม... พวกมึงอยู่ไหนกันวะ? ...เออ ไม่ต้องถามมาก เดี๋ยววันนี้ป๋าเลี้ยงเองตามสัญญา เจอกันร้าน 'เฮียอ้วน หมูกระทะ' หน้าปากซอย... เรียกไอ้แว่นมาด้วยนะ"
……
ร้าน "เฮียอ้วน หมูกระทะ & เบียร์วุ้น"
เวลา 20:00 น. บรรยากาศของร้านหมูกระทะบุฟเฟต์หัวละ 99 บาท ราคายอดฮิตในปี 2548
คลุ้งไปด้วยควันโขมงจากเตาถ่าน กลิ่นมันหมูไหม้เกรียมผสมกับกลิ่นน้ำซุปหอมฉุย ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ เสียงตะเกียบกระทบกับกระทะทองเหลืองและเสียงคุยจอแจของผู้คนดังเซ็งแซ่
วินนั่งอยู่กับจอมและแว่น บนโต๊ะเต็มไปด้วยถาดคอนโดใส่หมูหมัก สามชั้น กุ้งตัวเล็กๆ และขวดเบียร์สีน้ำตาลขนาดใหญ่ที่เริ่มพร่องไปหลายขวด
"เชรดดด... ป๋าวินเลี้ยงจริงว่ะ สงสัยร้านเฮียเอกจ่ายหนักจริง" จอมแซวพลางคีบหมูสามชั้นย่างเกรียมๆ จิ้มน้ำจิ้มสุกี้เข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ
"กูนึกว่ามึงจะเก็บเงินไว้ขอสาวแต่งงานซะอีก เห็นงกฉิบหาย่ก่อน"
"เออ... กินๆ ไปเหอะน่า กูแค่อยากขอบคุณที่พวกมึงมาช่วยขนของวันนี้" วินตอบยิ้มๆ พลางยกแก้วเบียร์วุ้นขึ้นจิบ
"สาธุ... ขอให้รวยๆ นะครับเพื่อนวิน เดี๋ยวหลวงพี่แว่นจะสวดมนต์อวยพรให้"
แว่นยกมือไหว้ปลกๆ ก่อนจะรีบแย่งกุ้งตัวสุดท้ายลงหม้อ
ในขณะที่พวกเขากำลังคุยเื่สัพเพเหระตามประสาผู้ชาย ั้แ่เื่อาจารย์สาวสวยไปจนถึงเื่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก วินก็นั่งฟังบ้าง ตอบบ้าง แต่สายตาก็คอยสังเกตการณ์รอบๆ ร้านด้วยความเคยชิน
ทันใดนั้น เสียงดนตรีสดจากเวทีเล็กๆ มุมร้านก็ดังขึ้น เป็เสียงคีย์บอร์ดตัวเดียวเล่นอินโทรเพลงง่ายๆ ปกติแล้ววินมักจะไม่ได้ใส่ใจกับวงดนตรีร้านหมูกระทะเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่คุณภาพเสียงจะตามราคา จ้างมาเล่นแค่พอไม่ให้ร้านเงียบ
แต่ทว่า... ทันทีที่เสียงร้องท่อนแรกดังขึ้น วินถึงกับชะงักมือที่กำลังจะคีบผักบุ้ง
"...อยากให้รู้ว่าฉันรัก เธอมากเท่าไหร่... แต่ก็รู้ว่าฉันคง ทำไม่ได้..."
เสียงร้องของผู้หญิงคนหนึ่งใสกังวานและมีพลังอย่างน่าประหลาด มันไม่ใช่เสียงแหลมปรี๊ดที่แสบแก้วหูเหมือนนักร้องประกวดทั่วไป แต่เป็เสียงที่มีเนื้อเสียงหนานุ่ม (Thickness) ในย่านต่ำ และพุ่งกังวาน (Resonance) ในย่านสูง
ที่สำคัญที่สุดคือ... เธอร้องตรงคีย์เป๊ะทุกเม็ด และมีการใช้เทคนิคการหายใจที่ยอดเยี่ยม ท่ามกลางเสียงรบกวนของร้านหมูกระทะและการแย่งชิงกุ้ง
วินวางตะเกียบลงช้าๆ แล้วหันขวับไปมองที่เวทีทันที
หญิงสาวรูปร่างสมส่วน ผิวขาวจัด ตัดกับชุดเดรสสีดำเรียบง่าย เธอยืนร้องเพลงอยู่หน้าขาตั้งไมค์ด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ได้เต้นแร้งเต้นกา หรือพยายามเอนเตอร์เทนลูกค้ามากนัก แต่ดวงตาของเธอสื่ออารมณ์เพลงออกมาได้อย่างลึกซึ้ง ผมยาวประบ่าสีน้ำตาลเข้มพลิ้วไหวเล็กน้อยตามจังหวะการโยกตัว
"เฮ้ย... ของดีว่ะ" วินพึมพำกับตัวเองด้วยสัญชาตญาณโปรดิวเซอร์ที่ตื่นตัวเต็มที่ เสียงแบบนี้แหละที่เขาเรียกว่า 'เสียงนางเอก' ที่หาตัวจับยาก
วินหันไปสะกิดแขนไอ้จอมที่กำลังแทะน่องไก่อยู่
"เฮ้ยจอม... นักร้องคนนั้นใครวะ? ร้องโคตรดีเลย"
จอมเงยหน้าขึ้นมองตามสายตาวิน เคี้ยวไก่แก้มตุ่ย ก่อนจะทำหน้าตาตื่นเต้นเหมือนเจอผู้รู้จริง
"อ๋อออ... มึงตาถึงนี่หว่า นั่นน่ะตัวท็อปของมหาลัยเราเลยนะเว้ย ชื่อ 'พี่เมย์' เรียนอยู่คณะศิลปกรรม สาขาการแสดง ปี 3"
"พี่เมย์... การแสดง ปี 3?" วินทวนข้อมูล พลางหันกลับไปมองหญิงสาวบนเวทีอีกครั้ง
"ใช่ๆ พี่แกดังจะตายในมอ สวย ร้องเพลงเพราะ แสดงละครเวทีเก่ง แต่ได้ข่าวว่าแกติสท์ๆ หน่อยนะ เข้าถึงยาก ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เห็นว่าที่มาร้องเพลงนี่ก็เพราะหารายได้พิเศษส่งตัวเองเรียนล้วนๆ ไม่ได้รับงานมั่วซั่ว"
แว่นเสริมข้อมูลแน่นปึกสมเป็หน่วยข่าวกรองประจำกลุ่ม
วินมองดู 'เมย์' ที่กำลังเอื้อนเสียงท่อนฮุกสุดท้ายของเพลง "รักไม่ช่วยอะไร" อย่างมีพลัง พลังเสียงของเธอสะกดคนกินหมูกระทะโต๊ะใกล้ๆ ให้เงียบเสียงคุยลงได้ชั่วขณะ
ในหัวของวิน แผนการบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้น...
เขาเขียนเพลงได้ ทำดนตรีได้ แต่เสียงร้องของเขาเหมาะกับเพลงร็อกหรือป๊อปผู้ชายเท่านั้น ถ้าเขาอยากจะขยายอาณาจักร Future ให้ครอบคลุมเพลงทุกแนว... เขา้า 'เสียง' ที่จะมาถ่ายทอดเพลงเ่าั้
และเสียง์ที่เขากำลังตามหา... อาจจะกำลังยืนร้องเพลงแลกเงินไม่กี่ร้อยบาทอยู่ตรงหน้าท่ามกลางควันหมูกระทะนี่เอง
"คณะการแสดง ปี 3 สินะ..."
วินยิ้มมุมปาก หยิบแก้วเบียร์ขึ้นมาหมุนเล่น พลางมองไปยังรุ่นพี่สาวสวยบนเวทีด้วยสายตาที่ไม่ใช่แค่ผู้ชายมองผู้หญิงสวย แต่เป็สายตาของ 'นักเจียระไน' ที่เพิ่งค้นพบเพชรเม็ดงามในกองถ่าน
"น่าสนใจ... น่าสนใจจริงๆ”