การขึ้นเขามาเก็บสมุนไพรของลี่อิงฮวานั้นเป็สิ่งที่นางทำอยู่เป็กิจวัตรทางเดินลาดลงเขาก็เป็เส้นทางที่ตระกูลของนางได้ทำการปรับปรุงเอาไว้เพื่อให้เดินทางได้อย่างสะดวก ลู่อันเป็เมืองชนบทเล็กๆที่ชาวเมืองทุกคนต่างรู้จักมักคุ้นกันและทุกคนให้ความเคารพในวิชาแพทย์ของนางอย่างสูงสุด ไม่มีใครกล้าคิดปองร้ายนาง
ระหว่างที่เดินอยู่นั้นลี่อิงฮวาก็หยิบป้ายหยกที่เพิ่งได้รับมาพิจารณาดู
นางพบว่าเป็หยกมันแพะชั้นดีสลักอักษร ‘เฟิ่ง’ ที่แปลว่าหงส์เอาไว้หนึ่งตัว
“ทำไมคุณหนูถึงรับมาหรือเ้าคะโดยปกติก็ปฏิเสธรับของมีค่าอย่างสุดกำลัง” ป้าหวังเป็ผู้รู้ใจนางทุกเื่แต่กลับผิดคาดกับท่าทีของนางในตอนนั้นเป็อย่างมาก
“ข้ารู้สึกว่าถ้าไม่รับของให้มันสิ้นเื่ไปคนแบบเขาน่าจะต้องทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ประมาณตอบแทนบุญคุณอย่างซาบซึ้งเป็แน่ซึ่งข้าไม่สะดวกใจ หยกชิ้นนี้ก็คงมิได้ราคาแพงอะไรมากมายเมื่อเทียบกับทรัพย์สมบัติในตระกูลเขามิเช่นนั้นจะหยิบออกมาอย่างรวดเร็วถึงเพียงนั้น”
ป้าหวังพยักหน้ารับทราบเห็นด้วยกับความคิดของคุณหนูของนางใน่เวลาต่อจากนั้นสตรีทั้งสองก็มิได้สนทนาอะไรกันต่อ เดินไปตามทางที่คุ้นชินเรื่อยๆ
จิวหรงที่แอบติดตามมาข้างหลังได้ยินนางพูดถึงป้ายหยก ก็อดใจสั่นมิได้ เสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก 'แม่นาง...หากฝ่าาทรงทราบเข้าว่าท่านคิดเช่นนี้ ท่านอาจจะโดนตีตายเชียวนะ'
เอ่อ...แล้วเื่นี้เขาจะกลับไปรายงานพระองค์ทุกประโยคได้ใช่หรือไม่เกรงว่าเขาจะถูกตีตายก่อนนางเสียอีก
ลี่อิงฮวาเดินมาเรื่อย ๆพลันรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดวันนี้ถนนหนทางถึงได้เงียบผิดปกติสายตาทอดยาวไปตามทางที่มุ่งหน้าสู่จวนสกุลลี่ก็ไม่เห็นความครึกครื้นรื่นเริงใดใดช่างแตกต่างกับวันก่อนที่นางจะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรยิ่งนักยิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็ยิ่งรู้สึกวังเวงมากขึ้นเรื่อย ๆ
“คุณหนูเ้าคะ...”ป้าหวังเองก็รับรู้ได้ว่ามีความผิดปกติ โดยมิได้พูดคุยอันใดกันพวกนางสองคนเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น จนมาหยุดอยู่หน้าจวน
ป้าหวังกำลังจะยื่นมือไปเคาะประตูก็พบว่าประตูไม่ได้ปิดสนิท แง้มออกตามแรงลมพอดี 'ลุงเหอนี่ลืมลงกลอนประตูอีกแล้ว ช่างสะเพร่ายิ่งนัก เดี๋ยวจะต้องตำหนิเสียหน่อย' ป้าหวังก่นด่าอยู่ในใจ พร้อมกับเปิดประตู
แต่แล้วภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้ลี่อิงฮวาและป้าหวังแทบหยุดหายใจ
ร่างบ่าวชายสองคนถูกแขวนอยู่บนรั้วกำแพงด้านในเต็มไปด้วยร่องรอยถูกทำร้ายอย่างสาหัสบนร่างกายคราบเืที่ติดตัวพวกเขาแห้งกรังเปลี่ยนสีไปนานแล้วแสดงให้เห็นว่าพวกเขาคงออกมาต่อสู้กับผู้บุกรุกเป็คนแรกๆ
ถัดมาเป็สาวใช้คนงานในจวนทั้งแก่ทั้งเด็ก นอนเรียงรายอยู่บนพื้น อวัยวะบางส่วนขาดออกจากกันดูก็รู้ว่าคนที่มาช่างโเี้ยิ่งนัก สังหารในดาบเดียวโดยไม่ลังเลความเปียกชื้นเริ่มก่อตัวขึ้นบนสองดวงตาของลี่อิงฮวาและป้าหวังสกุลลี่มิเคยทำร้ายใครมาก่อน มิเคยมีศัตรูที่ไหนอาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆห่างไกลแห่งนี้ก็อยู่อย่างสงบตัวนางเองออกไปช่วยรักษาคนเจ็บคนป่วยมิได้ว่างเว้นแล้วเหตุใดกัน...เหตุใดจึงเป็เช่นนี้
ลี่อิงฮวาตั้งสติได้รีบผละออกจากร่างไร้ิญญาตรงหน้า รีบวิ่งไปที่เรือนหลัก ที่นั่น…ท่านพ่อของนาง
เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบว่าบนพื้นมีคราบเืเปรอะเปื้อนอยู่
ในชีวิตนี้นางมิเคยหวังสิ่งใดอย่างสุดขั้วหัวใจมาก่อน
หากแต่ในเวลานี้ขอแค่…แค่ยังมีท่านพ่อของนางก็พอท่านพ่อที่รักนางยิ่งกว่าทุกสิ่ง นางจะไม่ปรารถนาอะไรอีกแล้ว…
ลี่อิงฮวาเดินตามรอยเืที่หยดบนพื้นด้วยความสิ้นหวังรอยเืบางส่วนเริ่มแห้งกรังไปบ้าง
นางมิเคยคิดเลยว่าระยะทางจากประตูไปถึงห้องนอนของท่านพ่อจะรู้สึกยาวไกลหลายพันลี้ดังเช่นในตอนนี้
ในห้องนอนยังคงไม่มีใคร...
รอยเืมาหยุดลงตรงผนังด้านหนึ่งของห้องแสดงว่าท่านพ่อของนางยังพอมีแรงพาตัวเองเข้ามาถึงในนี้นางไม่รอช้าเปิดประตูลับเข้าไปด้านใน
ความหวังริบหรี่ในใจผุดขึ้นมาเล็กน้อย
ในที่สุดเบื้องหน้าก็ปรากฏผู้ที่นางอยากพบมากที่สุด
เขานอนอยู่ตรงนั้น…ท่านพ่อของนาง
นายท่านลี่รับรู้ได้ว่ามีคนมา จึงค่อยๆขยับเปลือกตาขึ้นลี่อิงฮวารีบเข้าไปประคองท่านพ่อเอาไว้ในอ้อมแขน
นางเรียนวิชาแพทย์มาหลายปีนางรู้ดีที่สุดว่าอาการของเขาสาหัสขนาดไหน
นางรู้แต่นางไม่อยากยอมรับ
นางช่วยเหลือผู้คนมามากมาย์กลับไม่ให้นางได้ช่วยคนที่นางรักมากที่สุดในชีวิต แล้วจะมีประโยชน์อันใดกัน
นายท่านลี่เก็บลมหายใจเฮือกสุดท้ายไว้เพื่อรอเจอบุตรสาวเขาหยิบกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆออกมา และใช้แรงทั้งหมดที่มีเพื่อพูดกับนาง
“อิงเอ๋อร์…ปกป้องชีวิตให้ดี…รีบไปซะ”สิ้นเสียงของเขา มือก็พลันร่วงหล่น ไม่มีความเคลื่อนไหวอีกต่อไป
นายท่านลี่กินยายืดลมหายใจไว้ยืดไว้ได้เพียงลมหายใจสุดท้ายเพื่อรอเจอนาง
แม้แต่ประโยคสุดท้ายก็มีเพียงความห่วงใยบุตรสาวอย่างที่สุด
แต่นางไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบอะไรเลย‘ท่านพ่อ…ท่านคงรอข้ามานานแล้วสินะ ข้าอกตัญญูมิอาจช่วยอะไรท่านได้สักนิด’
บนใบหน้าของลี่อิงฮวาบัดนี้ไม่มีพื้นที่ใดไม่เปื้อนน้ำตา
นางร้องไห้จวนเจียนจะขาดใจ
แต่ก็ทำได้เพียงโอบกอดความทรงจำเอาไว้
ภาพวันวานต่างไหลเข้ามาในหัวสมอง