ซึ่งคาตันต้องคอยพยุงแคเซียร์ไปด้วย ทำให้ทั้งสองเดินไปอย่างทุลักทุเลซึี่งทำให้ไปกันได้อย่างช้าๆ โดยทั้งสองใช้ต้นไม้ในการพรางตัวเพื่อหลบหนี
ตอนนี้เป็่เย็น พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ทั้งสองเดินกันมาได้สักพักใหญ่ๆก็ได้นั่งพักที่โคนต้นไม้ต้นหนึ่ง เนื่องจากแคเซียร์ที่ตอนนี้เหงื่อออกเต็มใบหน้าและหน้าก็ซีดมาก ดูเหมือนจะล้มลงได้ตลอดเวลา คงเดินต่อไม่ไหวเป็แน่
คาตันรีบใช้โอกาสนี้ในการใช้อุปกรณ์สื่อสารหาอาเพน
"อาเพนๆ คุณได้ยินผมไหม"
"คาตัน! นายอยู่ที่ใหนนะ"
"ตอนนี้ผมอยู่ในป่าทางทิศตะวันตกของคฤหาสห์ครับ"
"อืม เดี๋ยวฉันจะรีบไปหา นายอย่าไปไหนนะ นายออกห่างจากคฤหาสห์หรือยัง"
"ผมเดินออกมาพอสมควรโดยใช้ผงที่คุณให้มาโรยไว้ตามทางแล้วครับ"
"งั้น ดีเลยฉันจะรีบไปหานะ"
ผงที่คาตันหมายถึง จะเป็ผงเรืองแสงสีทองประกาย ปกติจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่หากใช้อุปกรณ์ฉายแสงที่โซเซนคิดค้นขึ้นจะสามารถมองเห็นได้ ผงนี้จึงเหมาะแก่การใช้นำทางได้โดยที่ผู้อื่นจะมองไม่เห็นมัน
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังรอความช่วยเหลือจากพวกอาเพนอยู่ แคเซียร์ที่กำลังหายใจหอบด้วยความเหนื่อยล้าได้พูดขึ้นมา
"คาตัน นายทิ้งฉันไว้เถอะ แฮกๆ"
"ไม่ครับ ผมเจอพี่แล้ว ผมจะไม่ปล่อยพี่ไปอีก"
คาตันพูดด้วยสายตาที่เหมือนจะร้องไห้ สายตาบ่งบอกว่ากลัว กลัวที่จะคิดถึง่เวลานั้นอีกครั้ง เวลาที่โดดเดี่ยวและโหยหา
"ผมตามหาพี่มาตลอด ขอร้องละ พี่อย่าไปจากผมอีกเลยนะ"
สายตาเว้าวอนที่คาตันมองแคเซียร์ มันทำให้เธอปวดใจ เจ็บอก เป็อย่างมาก
เธอนำมือที่เย็นเฉียบด้วยอุณหภูมิในตอนเย็นที่เริ่มลดลงไปจับแก้มของผู้เป็น้องชายด้วยท่าทางที่อบอุ่น และมองเขาด้วยดวงตาที่อ่อนโยนซึ่งแฝงไปด้วยความเ็ปที่รู้สึกได้เพียงสบตา
"พี่ขอโทษ ที่พี่ทิ้งนายไป ต่อไปนี้พี่จะอยู่ข้างนาย"
คาตันจับมือของแคเซียร์ที่อยู่ที่แก้มของตนและหลับตาลง น้ำตาอาบแก้มอย่างน่าสงสาร
"พี่รู้ไหมครับ ผมคิดถึงพี่มาก วันที่ไม่มีพี่มันชังโดดเดี่ยวเหลือเกิน"
"อืม พี่ขอโทษ ต่อไปนี้จะไม่มีแล้วละ"
แคเซียร์พูดด้วยรอยยิ้มที่อ่อนแรงแสงแดดยามเย็นกระทบใบหน้า และน้ำเสียงที่ชวนให้คนฟังอุ่นใจ
ไม่นานหลังจากนั้นพระอาทิตย์ก็ตกดินจนลับขอบฟ้า ทั้งสองยังคงนั่งรอความช่วยเหลือจากอาเพน ก็เห็นดวงไฟลอยอยู่ไกลๆ ทามกลางความมืดมิด ฟังจากเสียงเท้ามีมากกว่าหนึ่งคน
ทั้งสองจึงตัดสินใจซ้อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ เพื่อดูสถานการณ์
ดวงไฟนั้นค่อยๆ เข้ามาใกล้ทั้งสองมากขึ้น มากขึ้น เสียงฝีเท้าก็ใกล้มากขึ้นและมากขึ้นเช่นกัน
ทั้งสองเกร็งไปทั้งตัว ตอนนี้แคเซียร์ก็พอจะขยับตัวได้แล้ว แต่เวทมนตร์ยังใช้ไม่ได้เนื่องจากปลอกคอเวทมนตร์ที่อยู่ที่คอ ถ้าหากเธอใช้เวทมนตร์ได้ ทหารหรือสัตว์อสูรก็สู้เธอไม่ได้ทันนั้น แต่ตอนนี้สภาพไม่พร้อมสู้ ส่วนคาตันเองพลังเวทก็พอจะเอาตัวรอดได้ แต่หากจะปกป้องผู้เป็พี่สาวไปด้วยคงจะลำบากเป็แน่
กลุ่มไฟนั้นเข้ามาใกล้จนอยู่ในระยะที่มองเห็นได้ด้วยไฟจากคบเพลิง ดวงไฟเ่าั้คือเหล่าทหาร ดูจากชุดเกราะที่สวมใส่ก็หน้าจะเป็ทหารตระกูลคาแปที่อเล็กส่งมา
ตอนนี้ทั้งสองอยู่ในระยะที่มองเห็นทหารเ่าั้ได้ ก็หมายความว่าฝ่ายนั้นก็อาจจะมองเห็นพวกเขาแล้วเช่นกัน
ทันใดนั้นก็มีดาบปริศนาพุ้งไปยังพุ้มไม้ที่ทั้งสองซ้อนตัว
คาตันใรีบใช้บาเรียเพื่อป้องกัน กันไว้ได้ทันหวุดหวิด ทำให้ทั้งสองถูกเปิดเผยที่ซ้อน
"เ้า! รู้ได้ไงว่าพวกเราอยู่ที่นี้"
คาตันสังเกตุโดยรอบอย่างระมัดระวัง จากที่ดูรอบๆ ทหารมากันเพียงสามคน ไม่มีนักเวท ทหารที่มาดูเป็ผู้มีประสบการณ์สูง ดูจากชุดเกราะที่ผ่านการรบมาอย่างโชกโชน และการที่หาเราเจอได้ในเวลาไม่นานก็เช่นกัน
"แก เป็ใคร เราแค่ได้รับคำสั่งมาให้จับผู้หญิงที่อยู่ข้างหลังแกเท่านั้น ไม่อยากเจ็บตัวก็ถอยไป"
"ถ้าพวกแกจะจับเธอต้องผ่านฉันไปก่อน"
คาตันตั้งท่าที่จะต่อสู้เต็มที่ จ้องตาเขม็งไปที่ศัตรูอย่างไม่ละสายตา
"อย่าหาว่าไม่เตือนแล้วกัน"
ทหารที่ดูจะเป็หัวหน้าสั่งทหารทั้งสองให้ล้อมพวกคาตันเอาไว้ ทำให้ตอนนี้พวกคาตันไม่สามารถหนีไปใหนได้ต้องสู้อย่างเดียวเท่านั้น
ทหารที่ล้อมทางด้านขวาพุ่งเข้ามาเพื่อที่จะใช้ดาบฟันแคเซียร์ที่ตอนนี้ดูอ่อนแอที่สุดก่อน
คาตันเห็นแคเซียร์ที่ตกอยู๋ในอันตราย จึงรีบใช้เวทควบคุมพื้นดินที่อยู่ที่พื้นของทหารคนนั้นให้มุบลงไป ทำให้ทหารผู้นั้นล้มลง จังหวะนั้นตอนที่คาตันกำลังเพลอ ทหารที่ล้อมทางด้านซ้ายจึงรีบพุ่งเข้ามา เพื่อหวังจะใช้ดาบฟันคาตันในดาบเดียวที่จุดตาย โดยไม่ให้ทันตั้งตัว
จบ บทที่ 12 ในป่าอันมืดมิด
โปรดติดตามตอนต่อไป