ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่ 195 คนทรยศ

            “เผิงชิวเจ้าทำได้ดีมากข้าจะทูลท่านข่านให้ตบรางวัลเจ้าอย่างงาม” บุรุษผิวสีแทนเปลือยท่อนบนเปิดเผยกล้ามเนื้อที่ล่ำสันร่างกายสูงใหญ่ราวหนึ่งจั้ง จ้องมองมาที่เผิงชิวด้วยรอยยิ้มแววตาเต็มไปด้วยความชั่วร้าย ก็จะละสายตามองตรงไปยังทางใต้ทันใดนั้นนัยน์ตาของเขาก็ราวกับลุกโชนด้วยเปลวอัคคี

             

            “สั่งการลงไปเคลื่อนพลเข้าล้อมเขาจ้าวอู่ พวกมันจะต้องถอยไปที่นั่นแน่ก่อนที่ท่านข่านจะเคลื่อนพลมาถึง ห้ามเกิดข้อผิดพลาดเป็นอันขาด !”

             

            “รับคำสั่ง !” ทหารคนเถื่อนรวมพลเคลื่อนทัพต่อหลังจากที่กองทหารขนาดใหญ่พ้นผ่านไปแล้วก็เห็นเพียงซากศพของทหารเว่ยที่นอนตายและหนึ่งในนั้นก็มีม้าเร็วที่ส่งข่าวออกไปด้วย พวกเขาไม่ทันจะได้ออกไปแจ้งข่าวก็ต้องถูกลากกลับมาสังหารด้วยฝีมือของคนที่ตนเชื่อใจ...เผิงชิว

             

            ...

             

            เชิงเขาจ้าวอู่หนิงเฟยหลง และทหารสามร้อยเศษตั้งค่ายพักอยู่ที่นั่นด้วยเสบียงที่สะสมมาทำให้พวกเขาสามารถดำรงชีพอยู่ในป่าเขาต่อได้อีกหลายเดือนจำนวนคนที่ลดลงไปมีผลให้เสบียงไม่ขาดแคลนอีกต่อไป

             

            “เหวินเหลียงคนเถื่อนคงไม่ยอมปล่อยเราไปแน่ อย่างไรเผิงชิวก็เป็นพวกของมันคงมีความคิดอย่างพวกเราอยู่บ้างคนผู้นี้เจ้าเล่ห์มากแผนการนักจำต้องระวังไว้ทหารที่เรามีก็เพียงสามร้อยจะต้านจะถอยก็จงขบคิดให้ถี่ถ้วน”โต่วเยี่ยนฉวี่เอ่ยเตือน นอกจากสภาพการณ์ของกองทัพจะน่าเป็นห่วงแล้วตัวของคนทั้งสามก็น่าเป็นห่วงเช่นกัน

             

            “ใช่แล้วสหายข้าว่าเราน่าจะถอยไปรวมกับค่ายทางใต้ดีกว่าอย่างน้อยก็ไม่เสี่ยงเกินไป”เฟิงเหลยกล่าวเสริมขึ้นมาอีกที

             

            หนิงเฟยหลงครุ่นคิดเรื่องนี้มาแล้ว เขาไม่ได้ปฏิเสธหรือตอบรับเลยทีเดียวนี่เกี่ยวข้องกับหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความเป็นความตาย ไม่ใช่แค่เพียงสามร้อยคนเท่านั้นหากเขาหนีไปพร้อมกับทหารทั้งสามร้อย แล้วพวกชาวบ้านจะอยู่อย่างไร ? อย่างน้อย ๆก็ต้องให้เวลาชาวบ้านอพยพไปเสียก่อน หากเขายังตั้งมั่นอยู่ที่นี่อย่างน้อย ๆก็สามารถช่วยเหลืออะไรบางอย่างได้บ้าง คนเถื่อนก็จะเห็นพวกเขาเป็นจุดสำคัญ

             

            “ไม่ เราจะไม่ถอย เราจะตั้งหลักอยู่ที่นี่รอการมาของพพวกมันอีกทางแม่นางโต่วข้าต้องรบกวนท่านพาทหารร้อยนายไปช่วยอพยพชาวบ้านอย่าช้าทีข้าและสหายเฟิงจะอยู่รอรับศึกที่นี่หากไม่ไหว พวกข้าจะถอยหนีเอง”

             

            “ไม่ได้ ! ข้าจะอยู่ที่นี่กับพวกเจ้า”โต่วเยี่ยนฉวี่โพล่งเสียงออกมาดูเหมือนว่านางจะมีโทสะเล็กน้อย

             

            “แม่นางโต่วได้โปรดเข้าใจด้วย ชาวบ้านไม่อาจหนีรอดได้หากเราไม่ส่งคนไปช่วยและข้าก็เชื่อมั่นในตัวของท่านข้าเชื่อว่าท่านจะสามารถนำพาพวกเขารอดพ้นจากภัยสงครามนี้ได้” หนิงเฟยหลงประสานกับนางนัยน์ตาสะท้อนความลึกซึ้งบางประการอยู่ครู่หนึ่ง

             

            “อะแฮ่ม...คือว่าข้าก็เห็นด้วยกับสหายเหวินเช่นกันพวกข้าต้องปลอดภัยแน่นอนจริงไหมสหาย” เฟิงเหลยขยิบตาส่งสัญญาณให้หนิงเฟยหลงหนิงเฟยหลงรีบตอบรับทันที “ใช่แล้วพวกข้าต้องไม่เป็นไรแน่ เรื่องอพยพรบกวนท่านแล้ว”ทั้งสองประสานมือคารวะไปทางโต่วเยี่ยนฉวี่ทว่านางยังคงมีสีหน้าไม่พอใจแต่ก็เลือกจะไม่กล่าวสิ่งใดอีกในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็คงได้แต่ต้องทำตาม

             

            ทหารร้อยนางถูกแบ่งออกไปกองกำลังของเขาก็ยิ่งน้อยลงการปักหลักต่อสู้ไม่ใช่วิธีที่ดีอีกต่อไป พวกเขาจึงทำการแปลงโฉมกองทัพเสียใหม่หนิงเฟยหลงคัดสรรนายทหารที่มีร่างกายเข้าเกณฑ์ได้จำนวนสามสิบคนส่วนที่เหลือนั้นล้วนแต่อ่อนแรงเนื่องมาจากการขาดเสบียงยาวนานพวกเขายังไม่ได้พักฟื้น

             

            หนิงเฟยหลงจึงจัดแยกผู้ที่ยังมีความสามารถกับไร้สามารถในยามนี้ออกจากกัน คนที่มีความสามารถจะเข้าร่วมภารกิจในครั้งนี้ส่วนที่เหลือนั้นถูกส่งตัวเข้าไปยังส่วนในของเขาจ้าวอู่ ให้พักอาศัยอยู่ภายในถ้ำและจัดการเสบียงให้เป็นอย่างดี เพื่อให้พวกเขาฟื้นตัวโดยเร็ววัน

             

            ไม่ต้องรอนานเลยกองทัพคนเถื่อนเคลื่อนพลมาปิดล้อมเขาจ้าวอู่ไว้ แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้นพวกมันยังมีแผนการที่ยิ่งใหญ่อยู่อีก

             

            “โจชิข้าจะให้เจ้าห้าร้อยนายไปฆ่าพวกมันให้หมด”

             

            “ขอรับท่านขุนพล ข้ารับรองได้ว่าพวกมันจะต้องตายกันทั้งหมด”โจชิรับคำสั่งด้วยความหนักแน่น สำหรับเขาแล้วเหล่าทหารเว่ยที่หนีไปก็ประหนึ่งฝูงแกะที่รอให้หมาป่าอย่างเขาไปจับกิน

             

            โจชิเดินออกจากกระโจมพร้อมกับหยิบขวานเล่มโตขึ้นมาพาดบ่านั่นทำให้เขายิ่งน่าเกรงขาม ทหารคนเถื่อนที่ผ่านไปมาก็หยุดเคารพอย่างนบนอบ “พวกเจ้ารวมพลทหารร้อยนายให้ข้าข้าจะออกไปเก็บกวาดเสียหน่อย”

             

            โจชิลดจำนวนทหารลงในสายตาของเขาแล้วทหารเว่ยที่แตกพ่ายต่อให้มีถึงห้าร้อยคน คนเถื่อนอย่างพวกเขาก็สามารถกำจัดได้อย่างไม่ยากเย็น

             

            ...

             

            “พวกมันเข้ามาถึงส่วนนอกแล้ว”เฟิงเหลยกวาดจิตสำรวจเห็นคนเถื่อนกำลังมุ่งหน้าเข้ามาก็รีบรายงานทันที“พวกมันมีร้อยคนดูเหมือนจะดูถูกเราไม่เบาเลย”

             

            “แต่นั่นมันก็ดีแล้วมิใช่รึ ?ข้าเพียงสงสัยว่ากองทัพใหญ่ของพวกมันจะมุ่งไปที่ใดต่อ ?”หนิงเฟยหลงส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบลง “ส่งสัญญาณให้หน่วยล่อสัตว์”เฟิงเหลยรับหน้าที่ส่งสัญญาณเขาเป็นเพียงคนเดียวในกลุ่มที่มีพลังจิตหากไม่นับรวมหนิงเฟยหลงที่ปกปิดไว้ เขาคือคนที่เหมาะที่สุดสำหรับหน้าที่นี้

             

            พลังจิตสามารถสื่อสารระยะไกลกว่าลมปราณมากเขาเพียงส่งข้อความให้หน่วยที่รอปฏิบัติการ หน่วยนั้นก็จะลงมือทันที

             

            เสียงฝีเท้าดังอึกทึกตามมาด้วยฝูงสัตว์อสูรจำนวนหลายสิบตัว กองกำลังคนเถื่อนกำลังจะพบกับหายนะจากพวกมัน

             

            จากนั้นไม่นานเสียงกรีดร้องของสัตว์ร้ายและเสียงโหยหวนของคนเถื่อนก็ดังขึ้นเป็นระยะ ๆไม่นานก็มีเสียงกัมปนาทดังกึกก้องฝูงสัตว์อสูรถูกสังหารเกลี้ยงและคนเถื่อนกำลังเข้ามาใกล้ด้วยความโกรธ

             

            “แย่แล้วคนเถื่อนมันมีผู้เยี่ยมยุทธมาด้วยสหายเหวินเราคงสู้มันไม่ได้พวกเราต้องซ่อนตัวแล้ว”

             

            “ได้” หนิงเฟยหลงตอบรับความคิดนั้นเขาสัมผัสได้ถึงผู้ทรงพลังที่กำลังย่างกรายเข้ามาผู้ที่เพียงแค่ระเบิดพลังรบก็ทำให้สัตว์อสูรหลายสิบตัวตายไปได้ย่อมไม่ใช่บุคคลธรรมดา “ถอย !”

             

            ทหารทุกนายถอยหนีกระจายตัวหลบซ่อน

             

            กำลังรบของฝ่ายเขามีน้อยกว่าหนิงเฟยหลงไม่มีทางเลือกนอกจากใช้วิธีการซุ่มโจมตีไม่อาจเผชิญหน้าได้โดยตรงเขาจ้าวอู่นี้กว้างใหญ่ไม่มีทางที่คนเถื่อนเพียงร้อยจะหาพวกเขาได้ในเร็ววัน

             

            วันเวลาผ่านไปเกือบสิบวันหนิงเฟยหลงก็ยังคงเล่นซ่อนแอบกับพวกคนเถื่อนอยู่กำลังทหารคนเถื่อนลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ จากร้อยเหลือไม่ถึงห้าสิบคนต่างจากฝ่ายของเขาที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการฟื้นตัวของเหล่าทหารจากสามสิบเพิ่มเป็นห้าสิบ จากห้าสิบเพิ่มเป็นร้อย เวลานี้พวกเขามีทหารมากกกว่าคนเถื่อนถึงสองเท่าแต่นั่นก็ไม่ได้หามยความว่าพวกเขาได้เปรียบ

             

            อย่าลืมว่ากลุ่มคนเถื่อนเกือบห้าสิบคนนี้มียอดมือขอบเขตแดนพิภพนำมาทั้งปกติแล้วคนเถื่อนหนึ่งคนสามารถต่อกรกับมนุษย์ปกติได้ถึงสิบคนจำนวนทหารที่มากกว่าสองเท่าก็จะดูเล็กน้อยไปเลยเมื่อเทียบกันด้านคุณภาพนี่ยังไม่รวมว่าทหารคนเถื่อนเหล่านี้เป็นพวกเจนศึกมากเพียงใด

             

            แต่ก็เพราะทหารที่มากกว่าทำให้แผนการที่มีก็มากขึ้นไปด้วย การวางกับดักการซุ่มโจมตี สามารถทำให้ซับซ้อน และสร้างความเสียหายให้กับศัตรูได้มากยิ่งขึ้นแต่ทว่า...

             

            “รายงาน ! พวกคนเถื่อนทำการเผาป่าแล้วขอรับ”

             

            “!!!!!” หนิงเฟยหลง และเฟิงเหลยลุกพรวดเขาตกใจกับการแก้ปัญหาของคนเถื่อนพวกนี้จริง ๆ

             

            “จิตใจโหดเหี้ยมมาก เราคงไม่อาจหลบซ่อนในเขาจ้าวอู่ได้อีกต่อไปไม่เช่นนั้นพวกมันคงได้เผาทั้งเขาแน่ สหายเหวินท่านคิดว่าเราควรทำอย่างไรกันดี ?”

             

            หนิงเฟยหลงกุมขมับ คิดไม่ถึงว่าคนเถื่อนจะใช้วิธีชั่วร้ายเช่นนี้แต่หากฟ้าฝนตกต้องลงมาได้ความกังวลนี้ก็จะหายไป “ให้ทหารทุกคนถอยกลับไปที่ถ้ำเราจะไม่ออกไปไหน และจะไม่ก่อกวนพวกมันสักพัก หากมันอยากจะเผาป่าก็ให้มันเผาซะ”

             

            ทหารทุกนายเคลื่อนย้ายกลับไปยังถ้ำ เขาเห็นสภาพทหารแล้วก็ทำให้นึกถึงกองทัพโลหิตทมิฬของเขาเองเลยทั้งยังนึกถึงจงฉีกับจั้วหย่งอีกหากไม่ใช่เพราะมีสองคนนั้นกองทัพของเขาคงไม่อาจเกรียงไกรได้ถึงขนาดนั้นและคงไม่อาจเป็นกองทัพอันดับหนึ่งได้

             

            แต่สภาพทหารของเขาตอนนี้มันน่าทอดถอนหายใจนัก

             

            หนิงเฟยหลงกับเฟิงเหลยนำทหารถอยกลับมาที่ถ้ำแต่ใครจะคิดว่าพวกเขาถูกแผนของโจชิเล่นงาน !

             

            “ฮ่าฮ่า เจ้าพวกเศษเดนในที่สุดข้าก็พบรังของพวกเจ้า ทำข้าไว้เจ็บแสบนักนะกล้าที่จะลอบทำร้ายพวกข้า สังหารคนของข้าวันนี้พวกเจ้าทุกคนจะต้องตายเพื่อชดใช้ให้กับพี่น้องของข้า ฆ่ามันให้หมด !!!!”

             

            หนิงเฟยหลงกระโดดถอยหลังไปหลายสิบก้าว คราวนี้แย่จริง ๆแล้วพวกคนเถื่อนพบเจอที่มั่นของเขา “เป็นไปได้ยังไง ? มีคนทรยศ ?”

             

            การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือดทหารเว่ยล้มตายลงอย่างรวดเร็วและคนทรยศก็เผยตัวแล้ว มันคือบรรดาลูกน้องของเผิงชิวที่ติดตามเข้ามาอยู่สังกัดของหนิงเฟยหลง

             

            “ไอ้พวกสารเลว !” หนิงเฟยหลงโกรธจัด เขาคว้าหอกปาตรงไปยังคนทรยศที่กำลังวิ่งไปรวมกลุ่มกับคนเถื่อนหน้าอกทะลวงเป็นรูขาดใจตายมืออีกข้างถือกระบี่กวัดแกว่งไล่ฆ่าคนเถื่อน คนเถื่อนพวกนี้มีฝีมือพอ ๆกับชาวจิ่นเลย แต่ระดับพลังนั้นมีสูงมีต่ำคละกันเกินไปพวกที่มีพลังสูงก็สูงเหลือเกินอย่างโจชิผู้นำของพวกมัน

             

            “ตาย !”หนิงเฟยหลงไม่หยุดมือกระบี่เขาสังหารคนเถื่อนไปหลายศพกระบวนท่ากระบี่สายลมถูกนำออกมาใช้จนหมดแต่ก็เพราะอีกฝ่ายมีฝีมือไม่ธรรมดาเช่นกันในบรรดาคนกลุ่มนี้ก็มีเข้าสู่พิภพขั้นสามด้วยกันถึงสี่คนและไหนจะยังขั้นห้าอีกสองคน เขาต้องรับกับบุคคลพวกนี้เปิดโอกาสให้ทหารคนเถื่อนไล่ฆ่าทหารเว่ยที่มีฝีมือธรรมดาไปเรื่อย ๆ

             

            แม้ว่าเฟิงเหลยจะพยายามใช้พลังจิตกู้สถานการณ์มากเพียงใดแต่ก็เพราะว่าทหารเว่ยอ่อนแอมากเกินไป ทั้งกำลังใจก็ถดถอย

     

            เมื่อเห็นว่าตนสู้ไม่ได้ก็เริ่มหวาดกลัวพากันวิ่งหนีหลีกหนีความตายเหลือไม่ถึงยี่สิบคนที่ใจสู้หยิบอาวุธมาสู้ต่อเนื้อตัวชโลมด้วยโลหิต

             

            “พวกเจ้าไปตามฆ่าพวกมันให้หมด ส่วนที่นี่ข้าจัดการเอง”เมื่อโจชิออกคำสั่งก็ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืน ยอดฝีมือคนเถื่อนที่ล้อมหนิงเฟยหลงอยู่ก็กระจายตัวออกไปไล่ตามทหารหนีทัพ

             

            “ได้เวลาส่งพวกเจ้าไปลงนรกแล้ว !” โจชิหันมาแสยะยิ้มให้กับเฟิงเหลย และหนิงเฟยหลงดวงตาของมันจดจ้องมาที่ชายหนุ่มผู้นี้ตั้งแต่การขว้างหอกครั้งแรกแล้ว“ดูเหมือนว่าในบรรดาเศษเดนทั้งหลายนี่ก็ยังมีคนที่ข้าประมาทไม่ได้อยู่แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะรอดชีวิตไปได้ !”

             

            หนิงเฟยหลงสะบัดกระบี่ขั้นสูงในมือออกปักลงที่พื้นแววตาเขาเต็มไปด้วยเจตนาต่อสู้เปลวเพลิงสีชาดก็พลันลุกโชน “งั้นก็ลองดู.....”


    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน