โอตาคุจอมยุทธ์ทะลุมิติ

    บทที่ 48: เปิดม่านประลองใหญ่

    รุ่งอรุณของวันประลองใหญ่มาเยือนพร้อมกับเสียงระฆังโบราณที่ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งภูเขาเมฆาอรุณ มันคือสัญญาณที่ปลุกให้เลือดในกายของศิษย์ทุกคนต้องร้อนระอุขึ้นมา!

    ณ ลานประลองกลางที่ใหญ่ที่สุดของสำนัก...ซึ่งถูกขนานนามว่า "ลานประลองเมฆาสวรรค์"...บัดนี้ได้ถูกตกแต่งอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ ธงสัญลักษณ์ของสำนักที่ปักเป็นรูปมังกรทะยานเมฆโบกสะบัดอย่างสง่างาม อัฒจันทร์ขนาดมหึมาที่ล้อมรอบลานประลองถูกจับจองจนเต็มแน่นขนัดไปด้วยศิษย์จากทั้งเขตชั้นนอกและชั้นใน ทุกสายตาต่างจับจ้องมายังใจกลางลานประลองด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง

    บนแท่นประธานที่สูงที่สุด...ท่านเจ้าสำนักหลงเทียนได้นั่งลงบนบัลลังก์หยกขาว ข้างกายของท่านคือเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักทั้งหมด...รวมถึงท่านผู้เฒ่าซูเหวินเทียน...และท่านผู้อาวุโสฝ่ายลงทัณฑ์ผู้มีใบหน้าเย็นชา...การปรากฏตัวของยอดฝีมือระดับสูงพร้อมกันเช่นนี้ เป็นภาพที่ไม่ได้เห็นกันได้ง่ายๆ และมันก็บ่งบอกถึงความสำคัญของการประลองในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี

    ลานประลองเมฆาสวรรค์นั้นถูกแบ่งออกเป็นเวทีย่อยสิบเวทีสำหรับใช้ในการแข่งขันรอบคัดเลือก และที่ใจกลางนั้น...คือเวทีหลักที่ใหญ่และงดงามที่สุด...เวทีสำหรับผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นที่จะได้ขึ้นไปเหยียบยืน

    "การประลองใหญ่ประจำทศวรรษ...จะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้!"

    เสียงทรงอำนาจของผู้อาวุโสหลี่ดังขึ้น ทำหน้าที่เป็นผู้ประกาศเช่นเคย "กฎกติกานั้นเรียบง่าย! การประลองจะเป็นแบบแพ้คัดออก! ผู้ชนะจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป ผู้แพ้จะต้องออกจากเวที! ห้ามลงมือถึงตายหรือทำให้คู่ต่อสู้พิการโดยเจตนา! ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกลงโทษสถานหนัก!"

    "การแข่งขันในรอบแรก...จะเริ่มต้นขึ้นบนเวทีทั้งสิบแห่งพร้อมกัน! ขอเชิญผู้เข้าแข่งขันตามรายชื่อขึ้นสู่เวที!"

    สิ้นเสียงประกาศ...เหล่าศิษย์อัจฉริยะรุ่นเยาว์กว่าหนึ่งร้อยชีวิตที่ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นมาแล้ว ต่างก็ทะยานร่างขึ้นไปยังเวทีของตนเอง บรรยากาศพลันร้อนระอุขึ้นถึงขีดสุด!

    บนเวทีที่สาม...

    สือเหล่ย (สือจิน) ยืนประจันหน้ากับคู่ต่อสู้ของเขา...ศิษย์พี่คนหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องเพลงทวนที่หนักหน่วงและป้องกันได้อย่างเหนียวแน่น

    "เจ้าคือหนึ่งในสหายของหลินเฟิงสินะ" ศิษย์พี่คนนั้นกล่าว "ข้ายอมรับว่าพวกเจ้ากล้าหาญมาก...แต่เส้นทางของพวกเจ้าคงจะจบลงแค่รอบนี้แหละ!"

    สือเหล่ยไม่ได้ตอบอะไร...เขายังคงเป็นเด็กหนุ่มที่ดูใจร้อนและหุนหันพลันแล่นเหมือนเดิม...แต่แววตาของเขาในตอนนี้กลับนิ่งสงบและคมกริบราวกับปลายกระบี่

    "เริ่มประลองได้!"

    ศิษย์พี่คนนั้นคำรามลั่นแล้วควงทวนพุ่งเข้าใส่ทันที! เพลงทวนของเขาก่อเกิดเป็นเงาทวนนับสิบสายพุ่งเข้าปิดล้อมสือเหล่ยจากทุกทิศทาง! เป็นการโจมตีที่ทั้งรวดเร็วและหนักหน่วง!

    แต่สือเหล่ยกลับยังคงยืนนิ่ง! เขายืนอยู่ในท่าเตรียมพร้อม...รวบรวมสมาธิและพลังปราณทั้งหมดไว้ที่ปลายกระบี่ในมือ...

    เขาไม่ได้สนใจเงาทวนที่พุ่งเข้ามาเลยแม้แต่น้อย...ในสายตาของเขา...เขามองเห็นเพียงแค่ "จุดศูนย์กลาง" ของการโจมตีนั้น...จุดเดียวเท่านั้น!

    ในจังหวะที่ปลายทวนที่แท้จริงกำลังจะพุ่งเข้าถึงตัว...

    "เพลงกระบี่ทะลวงใจ!"

    สือเหล่ยก็เคลื่อนไหว!

    มันไม่ใช่การร่ายรำที่รวดเร็ว...แต่เป็นการแทงกระบี่ออกไปตรงๆ เพียงครั้งเดียว!

    ฟุ่บ!

    ประกายแสงสีเงินวาบขึ้นเพียงชั่วพริบตา! ปลายกระบี่ของเขาไม่ได้ปะทะกับทวน...แต่กลับพุ่งผ่าน "ช่องว่าง" เพียงเล็กน้อยของเงาทวน...แล้วไปหยุดนิ่งอยู่ที่ปลายคางของคู่ต่อสู้...ห่างเพียงแค่ครึ่งนิ้วเท่านั้น!

    เงาทวนทั้งหมดสลายไปในทันที! ศิษย์พี่คนนั้นยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ...เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมออกมาจากหน้าผาก...เขารู้ดีว่าหากกระบี่เล่มนั้นเร็วกว่านี้อีกเพียงนิดเดียว...ลำคอของเขาก็คงจะถูกทะลวงไปแล้ว!

    "ข้า...ข้ายอมแพ้..."

    สือเหล่ยควงกระบี่เก็บเข้าฝัก...แล้วโค้งคำนับให้คู่ต่อสู้...ก่อนจะเดินลงจากเวทีไปอย่างสงบ...ทิ้งไว้เพียงความตกตะลึงของเหล่าผู้ชม! จากเด็กหนุ่มที่เคยใช้แต่เพลงกระบี่ที่ฉาบฉวย...บัดนี้เขากลับสามารถตัดสินผลแพ้ชนะได้ด้วยกระบี่เพียงครั้งเดียว!

    บนเวทีที่เจ็ด...

    จางหู่ (จางเลี่ยง) กำลังเผชิญหน้ากับศิษย์หญิงคนหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องวิชาตัวเบาที่รวดเร็วราวกับภูตพราย

    นางไม่ได้บุกเข้ามาตรงๆ แต่กลับเคลื่อนไหวไปรอบๆ ตัวจางหู่อย่างรวดเร็วราวกับเงา คอยหาจังหวะซัดเข็มพิษเข้าโจมตีจากมุมที่คาดไม่ถึง!

    แต่จางหู่กลับไม่แม้แต่จะขยับตัวตาม! เขายืนปักหลักอยู่กลางเวที...ดาบใหญ่ในมือถูกปักลงบนพื้น...เขายืนนิ่งราวกับขุนเขาที่ไม่อาจสั่นคลอน!

    เคร้ง! เคร้ง!

    เขาไม่ได้ใช้ดาบในการโจมตี...แต่กลับใช้มันเป็น "โล่"! ทุกครั้งที่เข็มพิษพุ่งเข้ามา...เขาจะขยับดาบเพียงเล็กน้อยเพื่อปัดป้องมันออกไปอย่างแม่นยำ!

    "มีดีแค่ตั้งรับรึไง!" ศิษย์หญิงคนนั้นตะโกนอย่างหัวเสีย

    จางหู่ไม่ได้ตอบ...เขากำลังรอ...รอจังหวะที่สมบูรณ์แบบ...

    และโอกาสนั้นก็มาถึง! หลังจากที่โจมตีไปเกือบยี่สิบครั้ง...ศิษย์หญิงคนนั้นก็เริ่มเหนื่อยล้า...และเผยให้เห็น "ช่องว่าง" ในการเคลื่อนไหวเพียงชั่วพริบตา!

    ในวินาทีนั้นเอง! ดวงตาที่เคยสงบนิ่งของจางหู่ก็พลันเบิกกว้าง!

    เขาไม่ได้ใช้ดาบ...แต่กลับกระทืบเท้าขวาลงบนพื้นอย่างแรง!

    ตูม!

    พื้นเวทีสั่นสะเทือน! แรงสั่นนั้นทำให้ศิษย์หญิงที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงถึงกับเสียหลักไปชั่วขณะ!

    และนั่น...คือทั้งหมดที่เขาต้องการ!

    "ดาบผ่าปฐพี!"

    เขายกดาบใหญ่ขึ้นเหนือศีรษะ...แล้วฟันลงมาตรงๆ! มันไม่ใช่กระบวนท่าที่สวยงาม...แต่มันคือการปลดปล่อยพละกำลังทั้งหมดที่เขามี!

    คลื่นพลังดาบที่หนักหน่วงและรุนแรงพุ่งแหวกอากาศออกไป! แม้ศิษย์หญิงคนนั้นจะพยายามหลบอย่างสุดความสามารถ...แต่ก็ยังถูกพลังดาบที่เหลืออยู่ซัดเข้าที่ชายกระโปรงจนขาดวิ่นและกระเด็นตกเวทีไป!

    จางหู่ถอนดาบออกจากพื้น...แล้วเดินลงจากเวทีไปอย่างเงียบขรึม...เขาได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่า...เขาไม่ใช่แค่จอมพลังที่บ้าบิ่นอีกต่อไป...แต่คือขุนเขาที่สุขุมและรอคอยจังหวะที่จะถล่มศัตรูให้แหลกลาญ!

    บนเวทีที่หนึ่ง...เวทีของเจี้ยนอู๋ซวง...

    คู่ต่อสู้ของเขาคือศิษย์พี่คนหนึ่งที่อยู่ในระดับรวมปราณขั้นที่แปด...เป็นยอดฝีมือที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง...

    แต่การต่อสู้กลับจบลง...ก่อนที่มันจะได้เริ่มต้นเสียอีก

    ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศเริ่มประลอง...เจี้ยนอู๋ซวงที่ยืนกอดอกอยู่นั้น...ก็เพียงแค่ลืมตาขึ้น...

    ฟุ่บ!

    ไอเย็นยะเยือกที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าพุ่งออกจากร่างของเขา! มันคือ "ไอ" กระบี่บริสุทธิ์!

    ศิษย์พี่คนนั้นที่กำลังจะทะยานเข้าใส่ถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ! ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งบางๆ ในพริบตา! เขาไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่นิ้วเดียว!

    เจี้ยนอู๋ซวงไม่ได้แม้แต่จะชักกระบี่ออกจากฝัก...

    "ยอมแพ้ซะ" เขากล่าวเสียงเย็นชา

    "ขะ...ข้า...ยอมแพ้..."

    เมื่อสิ้นเสียง...ไอเย็นทั้งหมดก็สลายไป...ศิษย์พี่คนนั้นทรุดลงไปนั่งหอบหายใจอยู่บนพื้นด้วยความหวาดกลาว...

    เจี้ยนอู๋ซวงหันหลังเดินลงจากเวทีไป...ราวกับว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่สุด...เขาได้แสดงให้ทุกคนได้เห็นถึงพลังที่ห่างชั้นกันอย่างสิ้นเชิง...

    และบนเวทีที่สิบ...เวทีของหลินเฟิง...

    คู่ต่อสู้ของเขาคือศิษย์คนหนึ่งที่มาจากตระกูลสาขาที่มั่งคั่ง...และเป็นหนึ่งในลูกไล่ของเจี้ยนอู๋ซวง

    "เจ้าคือหลินเฟิงสินะ" มันกล่าวพลางแสยะยิ้มอย่างดูแคลน "ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่า...คนที่มาจากข้างนอกอย่างเจ้า...ไม่มีวันที่จะเทียบชั้นกับอัจฉริยะที่แท้จริงอย่างศิษย์พี่เจี้ยนได้หรอก!"

    หลินเฟิงเพียงแค่ยิ้มบางๆ

    การประลองเริ่มต้นขึ้น! คู่ต่อสู้ของเขาใช้เพลงดาบที่หรูหราและโอ้อวด...ทุกกระบวนท่าดูงดงามแต่กลับเต็มไปด้วยช่องโหว่

    หลินเฟิงไม่ได้ใช้เคล็ดวิชาที่น่าตกใจอะไรเลย...เขาใช้เพียงแค่ "เพลงหมัดศิลาแกร่ง" ที่ทุกคนเคยเห็น!

    เขาหลบหลีก...ปัดป้อง...และเคลื่อนไหวด้วยกระบวนท่าพื้นฐานที่เรียบง่ายที่สุด...แต่ทุกการเคลื่อนไหวของเขากลับ "พอดี" อย่างน่าประหลาด...

    เมื่อคู่ต่อสู้แทงดาบเข้ามา...หลินเฟิงก็เพียงแค่เอียงตัวหลบไปครึ่งก้าว...ทำให้ปลายดาบเฉียดผ่านเสื้อของเขาไป...และทำให้คู่ต่อสู้เสียหลักไปข้างหน้า...

    เมื่อคู่ต่อสู้ฟันดาบลงมา...หลินเฟิงก็เพียงแค่ยกแขนขึ้นมาป้องกันใน "มุม" ที่สมบูรณ์แบบที่สุด...ทำให้แรงปะทะทั้งหมดถูกเบี่ยงออกไปด้านข้าง...และทำให้คู่ต่อสู้ต้องหมุนตัวไปตามแรงดาบของตนเอง...

    มันดูเหมือนกับว่า...คู่ต่อสู้ของเขากำลัง "พลาด" เองทั้งหมด!

    และในจังหวะสุดท้าย...เมื่อคู่ต่อสู้รวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อโจมตีปิดฉาก...หลินเฟิงก็เพียงแค่ "ก้าวถอยหลัง" ไปหนึ่งก้าว...

    เท้าของคู่ต่อสู้ที่พุ่งเข้ามาอย่างแรง...จึงเหยียบเข้ากับ "ขอบ" ของเวทีที่ยกสูงขึ้นมาเล็กน้อย...แล้วก็...สะดุดล้มหน้าคะมำ...กลิ้งตกลงไปจากเวทีอย่างน่าสมเพช!

    ทั่วทั้งลานประลอง...เงียบกริบไปชั่วขณะ...ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา!

    หลินเฟิงเพียงแค่ส่ายหัวเบาๆ...แล้วเดินลงจากเวทีไป...ทิ้งให้คู่ต่อสู้ของเขานอนอับอายขายขี้หน้าอยู่เบื้องล่าง...

    เขาไม่ได้แสดงพลังที่น่าตกใจ...เขาไม่ได้แสดงเคล็ดวิชาที่น่าทึ่ง...เขาเพียงแค่เอาชนะมาได้อย่าง "เรียบง่าย" และ "น่าฉงน" ที่สุด...

    แต่บนแท่นประธาน...แววตาของท่านเจ้าสำนักและท่านผู้เฒ่าซูกลับทอประกายลึกล้ำ...

    ...เพราะพวกเขารู้ดี...การที่จะทำให้ทุกอย่างดู "ง่ายดาย" และ "เป็นเรื่องบังเอิญ" ได้ถึงขนาดนี้...มันต้องอาศัยการควบคุมและสายตาที่น่าสะพรึงกลัวมากแค่ไหน!

    รอบแรกของการประลองได้สิ้นสุดลงแล้ว...เหล่าตัวเต็งทุกคนต่างก็ผ่านเข้ารอบไปได้อย่างง่ายดาย...

    แต่สงครามที่แท้จริง...เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

    คล้ายกับเรื่องโอตาคุจอมยุทธ์ทะลุมิติ ที่คุณอ่าน