Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่107 กระบี่ชี่สัมบูรณ์!

    นอกจากจะเป็นหัวหน้าแห่งหน่วยลับแล้วเสี่ยวหลินยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในขั้นโฮวเทียนหรือถูกเรียกว่าจอมยุทธ์อาจบอกได้ว่าความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้เกินกว่าที่คนธรรมดาจะสามารถเทียบได้ไปไกลแล้ว

     

    “จริงด้วยฉันได้ยินมาว่านายถูกใครบางคนช่วยเอาไว้นี่?’’เป็นอีกครั้งที่ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบ เสี่ยวหลินได้ถามออกไปอย่างสนอกสนใจเขาสนใจเป็นอย่างมากในเหตุการณ์เที่ยวบินมรณะคนอื่นอาจจะไม่รู้แต่เขารู้ดีว่าน้องชายของเขาขับเครื่องบินไม่เป็นยิ่งเมื่อรวมเข้ากับสายที่เพิ่งโทรมาได้ไม่นานนี้ของน้องสาวเขาเขาก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าคนๆนี้จะต้องเป็นยอดฝีมือมันจึงไม่แปลกที่เขาจะอยากรู้ว่าคนๆนี้เป็นใครจะได้ผูกมิตรเอาไว้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

     

    “ใช่แล้วความจริงผมก็จะบอกพี่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะ เพียงแต่ยังไม่มีเวลาว่างเลย’’ถูกถามถึงเรื่องนี้ เสี่ยวเย่ก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เล่า เขาจึงหัวเราะเบาๆก่อนเอ่ย“คนๆนั้นน่ะเท่าที่ผมดูเขาอาจจะแข็งแกร่งเท่าพี่ไม่ก็เหนือกว่าอย่างแน่นอนเพราะอย่างนั้นถ้าพี่ไปเจอเขาเข้า ระวังอย่าไปทําอะไรไม่สุภาพเข้าล่ะ!’’

     

    ไม่อย่างนั้นคงได้กลายเป็นเหมือนกับหัวหน้าผู้ก่อการร้าย!

     

    “หืม?’’ได้ยิน เสี่ยวหลินก็ประหลาดใจ เขาไม่เคยได้ยินน้องชายของเขาชมใครมาก่อนนั่นย่อมแสดงให้เห็นแล้วว่าคนๆนี้ไม่ธรรมดา

     

    “เอาล่ะถ้ามีโอกาสพี่และเขาคงได้ปะมือกันเพราะอย่างนั้นนายอย่าลืมเรื่องที่พี่บอกไปล่ะ!’’ เสี่ยวหลินเน้นอีกครั้ง

     

    “รู้แล้วน่า…’’เสี่ยวเย่ตอบอย่างหงุดหงิดก่อนอธิบายถึงข้อมูลที่ไปสืบมา

     

    …

    เวลาเดียวกันหลังจากที่โยวเก้อเห็นว่าชายหนุ่มเตรียมจะกลับจริงๆ เขาก็อดลังเลไม่ได้เพราะจากที่เขาตรวจดูหญิงสาววัยกลางคนแล้วนอกจากเธอจะไม่มีมะเร็งเธอยังมีร่างกายที่ดีเยี่ยมกว่าคนทั่วไปอีกด้วยดังนั้นเขาจึงดีรู้เลยว่าวิชาแพทย์ของอีกฝ่ายนั้นไม่ธรรมดา

     

    “ทําไมนายไม่ลองแสดงรูปแบบพลังชี่ล่ะ?’’เห็นว่าปู่ของเธอลังเล โยวมี่ก็เอ่ยขึ้นอย่างน้อยการจะตัดสินว่าวิชาแพทย์ไหนดีแม้คนธรรมดาจะดูยากแต่ถ้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ปลุกพลังชีวิตแล้วพวกเขาสามารถที่จะสําแดงเข็มพลังชี่ในรูปแบบต่างๆได้ ดังนั้นถ้าวิชาแพทย์ของชายหนุ่มดีจริงรูปแบบพลังชี่ของเขาก็ต้องดีตามไปด้วย

     

    ท่ามกลางสองสายตาจับจ้องชายหนุ่มที่ได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วยวิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีที่ไม่เลวและได้ผลตรงตัว ดังนั้นโดยไม่รอช้าเพียงเขาเค้นพลังชี่ในร่าง ฉับพลันที่กลางอากาศก็ปรากฏแสงสว่างสีเขียวก่อนจะค่อยแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่เล่มหนึ่งที่เต็มไปด้วยพลังงานแห่งชีวิต

     

    มองไปยังกระบี่สีเขียวสว่างที่ถูกสร้างขึ้นโดยพลังชี่ที่เปล่งประกายตรงหน้าโยวเก้อและโยวมี่ก็ต้องตัวแข็งค้างไป

     

    นี่มัน…

     

    เป็นไปได้อย่างไร?

     

    ทั้งสองคนรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเพราะจากสัมผัสของพวกเขาพวกเขาสามารถบอกได้เลยว่ารูปแบบพลังชี่ตรงหน้านี้...ซับซ้อนยากเกินจะหยั่งถึงอาจบอกได้ว่ามันเป็นราวกับเขาวงกตทับซ้อนที่ไม่อาจมองผ่านแท้จริงแล้วสิ่งนี้คืออะไรกันแน่?

     

    แล้วทําไมมันถึงได้ลึกลํ้าเช่นนี้!

     

    เห็นอย่างนั้นมู่หลินก็หัวเราะหึๆสิ่งนี้เป็นรูปแบบทั้งหมดของวิชาแพทย์เทวะ มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่ใครจะไม่ตกใจ

     

    กระบี่ชี่สัมบูรณ์!

     

    จุดสูงสุดของวิชาแพทย์!

     

    ไม่เพียงมันจะเป็นจุดสูงสุดของวิชาแพทย์มันยังเป็นรูปแบบพลังชี่ที่ทรงพลังมากที่สุดอีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นอะไรเพียงแค่ถูกมันเคลื่อนผ่าน ทุกอย่างจะถูกฟื้นฟูด้วยพลังอันน่าอัศจรรย์แน่นอนว่านี่เป็นความสามารถที่พลิกฟ้าพลิกสวรรค์เป็นอย่างมากซึ่งด้วยเหตุนี้กาลก่อนมันจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทําให้มู่หลินถูกขนานนามว่าแพทย์เทวะ!

     

    อาจบอกได้ว่าเขาคือหนึ่งเดียวแห่งแพทย์ที่ไม่มีใครเทียบเคียง!

     

    “สิ่งนี้คือ…’’สุดท้ายโยวเก้อและโยวมี่ที่ได้สติก็อดถามไม่ได้ พวกเขาไม่อยากเชื่อเป็นอย่างมากว่าจะมีรูปแบบพลังชี่ลึกลํ้าขนาดนี้อยู่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งนี้เหนือกว่าวิชาแพทย์ของพวกเขาอย่างแน่นอน

     

    “กระบี่ชี่สัมบูรณ์!มันคือจุดสูงสุดของวิชาแพทย์เทวะ!’’ ถูกถาม มู่หลินก็ตอบอย่างไม่ปิดบังถึงเขาจะมีความต้องการขายมันในราคาสูงลิ่วแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่ซื้อไปจะสามารถเรียนรู้และขึ้นมาสู่จุดสูงสุดของมันได้

     

    เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริงความพยายามกว่าหนึ่งแสนปีของเขาคงไร้ค่าน่าดู!

     

    วิชาแพทย์เทวะนั้นไม่ใช่อะไรทั่วไปที่จะเรียนรู้ได้ง่ายๆมันเปรียบเสมือนเคล็ดวิชาที่ถูกขัดเกลาลองแล้วลองเล่ามาหลายครั้งจนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครเข้าใจมันและไม่อาจไปถึงจุดสูงสุดของมันได้ ครั้งนั้นมู่หลินที่พบเจอมันจึงเป็นเพียงคนเดียวที่ลองพยายามดูและด้วยพรสวรรค์ของเขา แม้มันจะช้าไปบ้างแต่ในที่สุดเขาก็สามารถเข้าถึงจุดสูงสุดของมันได้ในเวลาหนึ่งแสนปีอาจบอกได้ว่าถ้าโยวเก้อผู้ถูกขนานว่าเซียนหมอต้องการที่จะศึกษามันให้ถึงจุดนั้น

     

    บอกได้เลยว่าเป็นไปไม่ได้!

     

    “วิชาแพทย์เทวะ!’’ได้ยิน โยวเก้อก็อดอุทานออกมาไม่ได้ ตอนนี้เขาพอจะตะหนักได้แล้วว่าทําไมชายหนุ่มถึงได้เรียกขานตัวเองว่าแพทย์เทวะ

     

    ด้านโยวมี่ก็เช่นกันเธอในเวลานี้รู้สึกอัศจรรย์ใจเป็นอย่างมากเพราะแม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจรูปแบบพลังชี่ตรงหน้าเลยซักนิดแต่อย่างน้อยเธอก็รู้ดีว่านอกจากมันจะเป็นวิชาแพทย์ที่น่าทึ่งแล้ว ชายหนุ่มคงต้องเก่งกาจด้วยไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถทําอะไรอย่างนี้ได้

     

    แท้จริงแล้วชายหนุ่มคนนี้เป็นใครกันแน่?

     

    “เธอจะขายให้ฉันเท่าไหร่?’’แม้จะไม่รู้ว่ามันทรงพลังขนาดไหนแต่ด้วยความลึกลํ้าของมันย่อมแน่ชัดแล้วว่าไม่ธรรมดาโยวเก้อจึงถามออกไปด้วยท่าทีจริงจัง เขาในตอนนี้ตื่นเต้นเป็นอย่างมากเป็นไปได้ว่าถ้าเขาได้มันมา ความเชี่ยวชาญของเขาจะต้องเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

     

    โยวมี่มองเพื่อรอคําตอบเช่นกันอย่างน้อยมันจะต้องแพงอย่างมาก

     

    “คุณมีเงินเท่าไหร่ดีกว่า!’’มู่หลินไม่ตอบ เขาเลือกที่จะถามแทน เพราะอย่างไรซะถ้าเขาบอกราคาแพงๆไปแล้วอีกฝ่ายไม่มีเงินจ่ายล่ะ?

     

    เสียเวลาเปล่าๆ!

     

    “ห้าหมื่นล้านหยวน!’’โยวเก้อตอบอย่างไม่ปิงบัง เงินสําหรับเขามันก็แค่ของภายนอกเพราะงั้นแล้ววิชาแพทย์ย่อมดีกว่าเห็นๆ

     

    มู่หลินที่ได้ยินก็ประหลาดใจไปเพียงแต่เขาไม่ได้แสดงมันออกมา

     

    ห้าหมื่นล้านหยวน?

     

    ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชายชราคนนี้เป็นคนรํ่ารวยที่โครตจะรวยคนหนึ่ง!

     

    ดังนั้นในวินาทีต่อมาเมื่อตัดสินใจถึงราคาได้มู่หลินก็ยื่นมือออกไปแล้วกลางห้านิ้ว เป็นอันบ่งบอกถึงเลขห้า“ถ้าคุณพร้อมคุณก็โอนมาได้เลย!’’

     

    “ห้าพันล้านหยวน?’’โยวเก้อผงะไป ไอ้ตอนแรกเขาก็นึกว่าจะแพงกว่านี้แต่ก็ดีแล้วที่มันถูกเขาจะได้ไม่ต้องจ่ายเยอะ ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าเห็นด้วย“ไม่มีปัญหา!’’

     

    “ถูกมาก!’’โยวมี่ก็อดกลอกตาไม่ได้ ทําไมวิชาแพทย์ที่น่าทึ่งขนาดนั้นถึงถูกขนาดนี้กัน?

     

    หรือว่าจะมีอะไรบางอย่าง…

     

    ยังไม่ทันไรทั้งสองคนที่สงสัยก็ได้รับคําตอบ

     

    “ห้าพันล้านหยวน?ไม่ใช่! ที่ผมบอกน่ะครึ่งต่อครึ่งของเงินคุณต่างหากล่ะ!’’ มู่หลินส่ายหัววิชาแพทย์เทวะของเขานั้นมีค่าเป็นอย่างมากดังนั้นถึงแม้จะมีคนเสนอซื้อด้วยราคานับไม่ถ้วนตราบใดที่เขาไม่ยินยอมพวกนั้นก็ไม่สามารถทําอะไรได้

     

    แล้วนี่คิดได้ยังไงถึงได้คิดว่าเขาจะขายมันในราคาถูกๆอย่างห้าพันล้านหยวน?

     

    ครึ่งต่อครึ่งต่างหาก!