“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะลูกกลับบ้านจะได้ไม่หนาว” ญาดาบอกกับพี่เลี้ยงของหลานชายที่ยืนตัวเปียกอย่างห่วงใย
“รบกวนด้วยนะคะ” รับอกไปอย่างเกรงใจ
“เดี๋ยวป้าเอาผ้ามาให้นะลูก ตาลมนี้ไม่รู้พาลูกคู่อาบน้ำกันยังไงเสียงดังไปหมด” เธอว่าแล้วรีบเดินจากไป ไม่นานญาดาก็นำเสื้อผ้ามาให้กับรัก เมื่อได้เสื้อผ้ามาเอไม่รอช้าจัดการชำระร่างกายทันทีสายน้ำอุ่นๆ ทำให้รู้สึกสบายจนไม่อยากหยุดแต่ถ้าหากเธอยังไม่หยุดมีหวังได้เป็หวัดกันแน่ๆ ล้างตัวอีกนิดหน่อยก็ปิดฝักบัวก็จะจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย
“อ๊ะ!” เสียงร้องใเพราะพอเปิดประตูสายตาก็สะดุดเข้ากับร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างหน้า
“อืม แปลกจริงๆ” ลมเลพูดกับตนเองเบาๆ เขารู้สึกแปลกอยู่ไม่ยามได้มองหน้าพี่เลี้ยงสาว
“ฮะ! คุณว่าอะไรนะคะ” ถามไปเพราะเสียงอีกคนค่อนข้างเบา ใจก็นึกหวั่นกับสายตาของลมเลที่มองมันทำให้เธอรู้สึกเขินอาย
“เอะ! เปล่าๆ ไม่มีอะไร” ว่าทั้งรีบเบนสายตาไปทางอื่นแต่ใบหน้าขาวๆ นั้นก็เรียกให้ต้องหันมอง ลมเลนึกแปลกใจตัวเองต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่เอาแต่จะจ้องมองใบหน้าขาวๆ และปากสีชมพูนั้นราวกับมันมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่าง
“เอ่อ นั้นฉันขอตัวนะคะ” รักบอกและรีบปลีกตัวออกมาพยายามหลบซ่อนใบหน้าที่แดงเพราะเขินอาย ก็รู้สึกมาได้สักระยะแล้วว่าความรู้สึกที่มีต่อลมเลต่างไปจากเดิม
“หึหึ ก็น่ารักดี” พูดขึ้นเองก็ใเองมองว่าพี่เลี้ยงจองลูกน่ารักได้ยังไงกันแต่รักก็น่ารักจริงๆ เออเอาเข้าไปเขาว่าเขาคงบ้าไปแล้วแน่ๆ มือใหญ่ยกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิดแต่ปากหนากลับยกยิ้มอย่างห้ามไม่ได้ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเป็บ้าอะไร เหลือบมองแผ่นหลังของคนที่เดินจากไปแล้วต้องถอดหายใหญ่เฮือกใหญ่ให้กับตัวเองก่อนจะเดินเกาหัวออกมาอย่างเซ็งๆ เพราะคิดไม่ตก
“เป็อะไรลมคันหัวหรือไงเกาใหญ่เลย แม่บอกกี่ครั้งว่าให้สระผมบ่อยๆ โตจนมีลูกแล้วยังซกมกไม่เลิก” ญาดาบ่นลูกชายที่พึ่งเดินออกมาขณะที่มือเล็กยังคงใช่ผ้าขนหนูเช็ดผมให้ขุนจันทร์อยู่ตรงข้ามกันก็มีพายุกำลังหวีผมให้ขุนอินทร์
“อะไรละแม่ผมสระแล้วเถอะ” เถียงคนเป็แม่กลับไปคิดว่าเขายังเด็กหรือยังไงกัน มาดุต่อหน้าไอ้แสบอีก
“พ่อซกมกๆ” ขุนอินทร์ ขุนจันทร์รีบล้อพ่อตนเองทันที
“เงียบไปเลยไอ้แสบ” ดุทั้งยังชี้หน้าเป็การคาดโทษ แต่สองแสบก็ไม่ได้นึกกลัวกลับยิ้มหัวเราะเสียงดังก็พ่อนะดุไปงั้นแหละปากยังยิ้มอยู่เลย
“รักมาแล้วหรือลูก อยู่กินข้าวเย็นกันที่นี้เลยนะเดี๋ยวป้าไปทำกับข้าวแปบหนึ่ง” ญาดาร้องบอกเมื่อเห็นหญิงสาวเดินมา
“ค่ะ เดี๋ยวหนูไปช่วยด้วยคนนะคะ” เสนอตัวช่วยไปยังไงเื่ทำอาหารก็ไม่ใช่เื่ยากสำหรับเธอ
“ไม่เป็ไรลูกพักเถอะ”
“ให้หนูช่วยเถอะค่ะคุณป้าจะได้เสร็จเร็วๆ ไงค่ะ”
“อย่างนั้นก็ตามใจเรา” เธอบอกไปก่อนจะเดินเข้ามาในครัวโดยมีรักเดินตามมาติดๆ
“คุณป้าจะทำอะไรหรือค่ะ” รักษ์ถามขึ้นเมื่อเห็นญาดาหยิบข้าวของออกจากตู้เย็นมาหลายอย่าง ญาดายิ้มรับก่อนจะตอบออกไป
“ต้มจืดเต้าหู้ไข่ ผัดผักรวมมิตร คั่วกลิ้ง แล้วก็น้ำพริกนะลูก”
“มีแต่เมนูน่าอร่อยทั้งนั้นเลย คุณป้าจะให้ช่วยอะไรบอกมาได้เลยค่ะ”
“อย่างนั้นเอาผักพวกนี้ไปล้างแล้วหั่นให้ป้าทีนะ เดี๋ยวป้าขอสับหมูก่อน” ว่าทั้งยื่นตะกร้าที่มีผักอยู่หลายชนิดให้ รักรับมาไปจัดการทันไม่นานผักทุกอย่างก็ถูกทำความสะอาดละหั่นเป็ชิ้นใส่จานไว้อย่างเรียบร้อย
“เรียบร้อยแล้วค่ะ” บอกทั้งเบี่ยงตัวหลบให้ญาดาดูผลงาน
“เร็วดีจังเลย” เธอเอ่ยชมทั้งรอยยิ้ม “รักผัดให้ป้าหน่อยได้ไหมป้ายังสับหมูไม่เสร็จเลย หมึกกับกุ้งป้าทำไว้แล้วรักเอาไปทำได้เลยจ๊ะ” รักทำเพียงยิ้มและพยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนจะหันไปเอากระทะตั้งเตาเพื่อทำอาหาร
ทั้งสองวุ่นกับการทำอาหารอยู่นานและแล้วเมนูสุดท้ายก็ถูกยกลงจากเตา ญาดายอมรับเลยว่ารักทำอาหารเก่งมากจริงๆ จากที่พาอีกคนมาเป็ลูกมือเธอกลับมาเป็ลูกมือให้รักเสียเอง ทางรักด้วยความเกรงใจก็อาสาทำเองทุกอย่างและที่ทำให้รักไม่มั่นใจที่สุดก็คือคั่วกลิ้งเพราะไม่เคยทำมาก่อนถ้าไม่ได้ญาดาช่วยบอกก็คงทำออกมาไม่ได้วันนี้รักเลยได้เรียนรู้เมนูใหม่เพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง
“รักทำอาหารเก่งจังเลยลูก” เธอว่าชมตามที่เธอเห็น
“ก็ไม่เท่าไรหรอกค่ะแค่ทำบ่อยเลยชินนะคะ คุณป้าต่างหากที่เก่งวันหลังหนูขอมาเป็ลูกมืออีกนะคะ” รักบอกไปตามใจคิด อยากให้ญาดาสอนทำอาหารที่เธอไม่เคยทำยิ่งอาหารใต้เธอทำแทบไม่เป็ถ้าได้ลองทำก็คงจะดีเพราะลมเลชอบทานอาหารใต้ โดยเฉพาะคั่วกลิ้ง กับน้ำพริก แต่แล้วก็ต้องสะดุดกับความคิดของตัวเอง นี้เธอเป็เอามากขนาดนี้เลยหรือ
“ได้จ๊ะมาได้ตลอดเลยลูกมีคนช่วยก็ดีเหมือนกัน” เสียงของญาดาเรียกให้รักดึงตัวเองออกจากความคิดหลังต้องตบตีกับมันอย่างวุ่นวายใจ
“หนูว่าเรายกออกไปเลยดีกว่าค่ะคงหิวกันแล้ว”
อาหารถูกนำมาวางที่โต๊ะกินข้าวกลิ่นหอมๆ เรียกให้สองแสบที่กำลังเล่นมานั่งที่โต๊ะอยากไม่ต้องเอ่ยเรียกคงเพราะความหิวก็วันนี้เล่นกันน้อยเสียที่ไหน
“ว้าววววววว เต้าหู้ๆๆๆ” ขุนอินทร์ ขุนจันทร์ร้องขึ้นอย่างแข่งขันเมื่อเห็นเต้าหู้สีเหลืองอ่อนนุ่มในถ้วย จนอยากจะกินเสียเดี๋ยวนั้นแต่ก็ไม่ได้เพราะต้องรอคนอื่นๆ ก่อน
“หิวกันแล้วละสิสองแสบ” รักที่พึ่งเดินเข้ามาจากไปยกหม้อข้าวเอ่ยแซ่วสองแฝด
“พี่อินทร์หิ๊วหิว กินอารักได้ทั้งตัวเลยน่า” รักถึงกับสะดุดเมื่อได้ยินขุนอินทร์ ดูพูดเข้า
“อะไรไอ้แสบพูดมาก” ลมเลที่พึ่งเดินเข้ามาว่าขึ้น
“ก็พี่อินทร์หิวจริงๆ หรือพ่อไม่หิว” ขุนอินทร์เถียง ผิดกับขุนจันทร์ที่นั่งมองมือรักที่ตักข้าวอย่างไม่ลดละน้ำลายแถบจะไหลออกมารอรับจานข้าวอย่างเต็มที่ แต่แล้วจานข้าวที่หมายปองกลับถูกยื่นส่งไปให้คนเป็พ่อแทนราวกับฝันสลายแตกลงต่อหน้าพ่อคงหิวเหมือนขุนอินทร์สินะเมื่อคิดได้อย่างนั้นปากเล็กก็เอ่ยขึ้นทันที
“พ่อก็หิ๊วหิวจนกินอารักได้ทั้งตัวเลยหรือ” มือที่กำลังรับจานข้าวหยุดชะงักลงอย่างทันที รักเองก็ตาโตเพราะใ พูดอะไรออกมานะน้องจันทร์
“พูดมากไอ้แสบ” ว่าอย่างปัดๆ ตาคมช้อนขึ้นมองคู่กรณีอย่างดูท่าที ทางรักก็รีบก้มสบสายตาด้วยความอาย ลมเลยกยิ้มเมื่อเห็นแก้มใสนั้นขึ้นสีแดง
“ทำไรกันลูกคู่” ญาดาที่เดินมาพร้อมกับพายุเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นสองแสบนั่งมองพ่อและพี่เลี้ยงตาแป๋ว
“พ่อจะกินอารัก” ขุนอินทร์รีบตอบขึ้นทันทีและคำตอบนั้นทำเอาทุกคนหยุดนิ่ง ญาดาหันมองลูกชายอย่าง้าคำตอบมันหมายความว่ายังไง
“ไม่มีอะไรแม่ไอ้แสบมันพูดเรื่อยเปื่อย” ลมเลตอบทั้งหลบสายตาคนเป็แม่ ญาดายกยิ้มเมื่อเห็นอาการลูกชาย
“เอ่อ ใช่ค่ะเข้าใจผิดนิดหน่อยนะคะ” รักรีบตอบขึ้นมาเพราะกลัวญาดากับพายุจะเข้าใจผิด
“จ๊ะ ป้าก็ไม่ได้ว่าอะไร” เธอพูดทั้งรอยยิ้มแต่สายตามองลูกชายอย่างจับผิด กับรักนี้ไม่ต้องสงสัยดูออกง่ายเหลือเกินแต่เ้าตัวรู้ตัวบ้างหรือเปล่านะ
“ปู่ว่าเรามากินข้าวกันดีกว่าสองแสบ” เสียงของพายุเรียกให้ทุกคนต้องมองก่อนจะละทิ้งประเด็นเมื่อกี้แล้วหันมามุ่งกับการกินข้าวแทน
เสียงช้อนที่กระทบจานเบาๆ กับเสียงสองแสบที่โม้เื่ต่างๆ ชวนให้บรรยากาศที่โต๊ะอาหารดูครึกครื้น และอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความรักที่มีให้กันภายในครอบครัว
............................................................................................................................
มาแล้วววววว เอาลูกคู่มาประเคนให้แล้วค่ะ
รักนะงับ ^___^