บทที่ 68 แย่งคน
“นักเรียน! ขอบคุณมาก”
“ใช่แล้ว ขอบคุณนักเรียนมากๆเลย ฉันไม่เคยคิดเลยว่าการสนับสนุนแบบนี้ก็มีด้วย มันทำให้การทำงานของพวกเราราบรื่นมาก แทบจะไม่ต้องระวังหลังเลย”
“ใช่ๆ ตอนที่เห็นว่าแมลงดินหัวเขียวบางตัวหลุดออกไป เวลานั้นใจของฉันตกวูบเพราะรู้เลยว่ามันจะต้องย้อนกลับมาโจมตีด้านหลังฉันแน่ แต่เวลานั้นเองที่ลูกศรของนักเรียนพุ่งเข้ามาทันเวลา ปิดโอกาสของมันได้อย่างหมดจรด”
“เดิมทีคิดว่าการต่อสู้ครั้งนี้ ฉันคงจะต้องเรียกหายารักษาสักสามสี่รอบ คาดไม่ถึงเลยว่าจะไม่มีโอกาสให้ได้ใช้ยารักษาเลยสักครั้ง”
“ฮ่าๆ ก็คิดอยู่แล้วว่าท่านพันเอกไม่น่าจะรับนักเรียนที่ไร้ความสามารถ แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ”
“ฉันนี่สิที่โง่เขลา ก่อนหน้านี้ไม่พอใจท่านพันเอกอยู่เลยว่าใช้สิทธิประโยชน์จากตำแหน่ง พานักเรียนไม่รู้เรื่องรู้ราวเข้ามาปั่นป่วนในกองทัพ แต่เวลานี้ฉันต้องขอโทษเขาแล้วล่ะ ที่แท้...ท่านพันเอกก็พานักเรียนมาเพื่อช่วยพวกเราจริงๆ”
ซูหยวนยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าทหารหาญจำนวนมาก ส่วนใหญ่พวกเขาเป็นผู้ที่อยู่แนวรบชั้นหนึ่งและสอง ซึ่งมีโอกาสที่จะถูกโจมตีมากที่สุดแล้ว หลายคนได้รับความช่วยเหลือจากซูหยวน ดังนั้นพวกเขาจึงมารอบๆเธอเพื่อขอบคุณจากใจจริง
แม้ว่าทางกองทัพจะมียารักษาให้พวกเขา แต่การที่ไม่ต้องเจ็บตัวก็ยังดีกว่าใช่ไหมล่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณอันซูหยวนคนเดียวเท่านั้น
“ฮ่าๆ ให้นักเรียนได้พักก่อนเถอะ ฉันจะขอให้ท่านพันเอกมอบนักเรียนคนนี้อยู่ในผลัดสองของพวกเราสำหรับการต่อสู้ครั้งหน้าด้วย นักเรียนเองก็คงจะเห็นด้วยกับการต่อสู้ร่วมกับพวกเราใช่ไหม?” พันเอกประจำหน่วยโจมตีระยะไกลผลัดสองเอ่ยขึ้น แม้ว่าการพูดเช่นนี้จะเป็นการพูดที่หน้าด้านไปหน่อย ตัวเองไม่ได้พาคนแข็งแกร่งเข้ามาแท้ๆ กลับคิดจะใช้คนของคนอื่น แต่...สถานการณ์นี้ค่อนข้างพิเศษ นักเรียนที่มากฝีมือคนนี้ถูกผู้อื่นดูแคลน ผลัดแรกที่ต้องประจำการไม่ยอมให้ลูกศรกับเธอด้วยซ้ำ นี่ไม่เรียกว่าการดูถูกแล้วจะเรียกว่าอะไรได้ ดังนั้นถ้านักเรียนไม่พอใจแล้วอยากจะอยู่ผลัดสอง ใครจะกล้าตำหนิเธอ
“ขอบคุณที่ชื่นชมฉันนะคะ แต่สำหรับเรื่องการต่อสู้ในกองทัพ ฉันต้องฟังคำของอาจารย์ค่ะ” ซูหยวนคลี่ยิ้มสุภาพ แต่เธอก็แสดงเจตนาของตนเองชัดเจนเช่นกัน
“โอ้ เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปพูดกับอาจารย์ของเธอเอง” ชายผู้มีอำนาจหัวเราะออกมา เขาแสดงท่าทางเข้าใจเธอและเห็นด้วยที่จะทำเช่นนั้น
ไม่นานพวกทหารที่ล้อมรอบซูหยวนก็ผละกันออกไป ปล่อยให้ซูหยวนได้พักผ่อนบ้าง แน่นอนว่าเมื่อซูหยวนกลับไปรวมตัวกับอาจารย์เติ้ง เธอก็ได้เห็นแล้วว่าพวกทหารผลัดหนึ่งมองตามเธอกันด้วยสายตาอย่างไร...
“อาจารย์”
“อืม ขอบคุณที่ทำงานหนัก” อาจารย์เติ้งพยักหน้าให้กับซูหยวน
เดิมที ตอนที่เขาเห็นว่านักเรียนของเขาถูกปฏิบัติอย่างไร เขาตั้งใจว่าจะรายงานเรื่องนี้และเอาเรื่องให้สาสม ทว่า...เมื่อผลัดที่สองต้อนรับซูหยวนอย่างดี อาจารย์เติ้งเองก็ได้เห็นว่านักเรียนของเขาทำผลงานอย่างไรในสนามรบ ดังนั้นจึงไม่ออกหน้าอีก ปล่อยให้พวกสารเลวที่คิดดูแคลนลูกศิษย์ของเขาได้แต่ยืนรับผลกรรมของตนเองต่อไป
ภาระในการต่อสู้ที่หนักอึ้ง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยโจมตีหรือหน่วยสนับสนุน...พวกเขาสมควรที่จะแบกรับเอาไว้แล้ว หน่วยโจมตีที่ไม่มีศรของอันซูหยวนช่วยเหลือก็ได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อยๆ แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาทำใจยอมรับได้อยู่แล้ว ทว่าเมื่อเกิดการเปรียบเทียบกับผลัดสอง...จากที่ยอมรับได้ก็เกิดเป็นความไม่พอใจขึ้นมา
ถึงพวกเขาจะไม่ได้ลำบากจนตกตาย แต่แทนที่จะไม่ต้องเจ็บตัว พวกเขากลับได้รับบาดเจ็บแทนเสียอย่างนั้น ทั้งหมดนี้เป็นเพราะใคร? ก็เพราะหน่วยสนับสนุนทำหน้าที่ของตนเองด้วยอคติอย่างไรล่ะ!!
ใช่แล้ว ตอนนี้พวกเขาได้รู้แล้วว่าช่วงแรกที่การต่อสู้ของพวกเขาราบรื่น ไม่ใช่เพราะแมลงดินหัวเขียวอ่อนแอ แต่เป็นเพราะด้านหลังมีนักเรียนคนหนึ่งช่วยจัดการปัญหาที่พวกเขาแก้ไม่ได้อยู่ ดังนั้นหลังจากที่นักเรียนคนนั้นไม่มีอาวุธในมือจนทำให้สนับสนุนพวกเขาไม่ได้ การต่อสู้จึงตึงมือมากขึ้น สิ่งนี้เป็นเรื่องธรรมดาจริงๆ...
ในขณะที่ผู้โจมตีด่านหน้าไม่พอใจ เหล่าทหารในหน่วยสนับสนุนก็ไม่พอใจเช่นกัน พวกเขาเองก็ไม่ได้สนุกกับผลลัพธ์เช่นนี้ ในขณะที่ผลัดสองทำงานกันสบายๆ บางคนแทบจะเข้าไปหลับในสนามรบเสียด้วยซ้ำ แต่พวกเขากลับต้องวิ่งผลัดกันไปมาหัวซุกหัวซุนราวกับคนบ้า ทั้งนี้ก็เพราะหัวหน้าที่รับผิดชอบการโจมตีในวันนี้ออกคำสั่งผิดๆออกมา
เมื่อมีคนเจ็บมาก พวกเขาก็ทำงานหนักมากเช่นกัน ซึ่งในระหว่างที่พวกทหารด่านหน้าพักผ่อนเพื่อรับยาหรือฟื้นฟูพลัง คนที่จะต้องรับหน้าการโจมตีก็คือพวกเขาเอง ไม่น่าแปลกใจที่หลายคนจะได้รับบาดเจ็บกลับมาด้วย เป็นเช่นนี้แล้วใครจะยอมรับด้วยความยินดีกันล่ะ!
“อาจารย์คะ ในการต่อสู้รอบต่อไป...”
“เธออยู่ผลัดสองเถอะ อย่างน้อยๆหลังการต่อสู้ก็ควรจะได้พักอย่างน้อย 2 ชั่วโมง” อาจารย์เติ้งโบกมือ เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็วเพื่อสั่งสอนไอ้พวกโง่เหล่านั้น
เมื่อทุกคนได้ยินคำของอาจารย์เติ้ง สีหน้าของพวกเขาก็ดูไม่ดีเอาเสียเลย แน่นอนว่าหัวหน้ากองสนับสนุนไม่กล้าที่จะไม่พอใจ เวลานี้เขารับแรงกดดันจากทุกคนจนหายใจไม่ออกแล้ว ทว่าหัวหน้าฝ่ายโจมตีกลับเป็นคนที่เดินเข้ามาหาแทน
“ท่านพันเอก นักเรียนคนนี้อยู่ประจำผลัดแรกมาตั้งแต่ต้น รอบหน้าเธอก็ควรจะได้อยู่ประจำผลัดของเราไม่ใช่หรือ?” ได้ยินหัวหน้าฝ่ายโจมตีด่านแรกเดินเข้ามาทักท้วงด้วยตนเองแบบนี้ พวกทหารในผลัดแรกก็มีความหวังขึ้นมา
“ท่านพันโท ท่านจะรังแกเด็กน้อยเกินไปแล้ว ในขณะที่พวกท่านได้พักผ่อน 2 ชั่วโมง ท่านจะให้นักเรียนตัวน้อยพักผ่อนแค่ 1 ชั่วโมงจะดีหรือ? อีกอย่าง...ไม่ว่านักเรียนจะอยู่ผลัดไหนก็ทำประโยชน์เพื่อกองทัพทั้งนั้น ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้ว...ฉันคิดว่านักเรียนอยู่ผลัดสองก็อยู่ไปเถอะ นอกจากนี้...นักเรียนเองก็น่าจะไม่อึดอัดใจมากด้วย”
อย่างไรก็ตาม หัวหน้ากองโจมตีผลัดสองก็ไม่ใช่คนโง่เช่นกัน เขารู้ว่าลูกน้องของตนเองไม่ถูกโจมตีมาก ทั้งยังสามารถตั้งหน้าตั้งตารับการโจมตีต่อไปโดยไม่ต้องระวังหลัง ทั้งหมดก็เพราะใคร ดังนั้นจะยอมปล่อยเด็กสาวไปง่ายๆได้หรือ?
พวกทหารผลัดส่งรีบส่งเสียงสนับสนุนกันยกใหญ่ พวกเขาดีใจที่หัวหน้าของตนเองรีบออกตัวเช่นนี้ ไม่ควรปล่อยให้เด็กสาวไปอยู่ผลัดอื่นจริงๆ
อาจารย์เติ้งมองทั้งสองผู้นำกองโจมตีแล้วหันไปมองนักเรียนหญิงที่เพิ่งรับเข้ามาได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกทหารระดับสูงกำลังต่อสู้เพื่อแย่งให้นักเรียนของเขาไปอยู่ด้วย ในฐานะอาจารย์แล้ว...เขาย่อมต้องภาคภูมิใจอย่างแน่นอน
“เนื่องจากนักเรียนได้พักน้อยเกินไปจึงไม่สามารถให้อยู่ผลัดหนึ่งได้อีก การต่อสู้หลังจากนี้ก็ให้อยู่ผลัดสองต่อไปนั่นแหละดีกว่า แล้วก็เหมือนกับที่พูด...นักเรียนของฉันได้รับผลกระทบทางจิตใจมาก ก่อนหน้านี้ถูกดูแคลนและทำให้อับอาย ดังนั้นจึงขอให้เธอได้มีประสบการณ์ดีๆกลับไปบ้าง”
เมื่อได้ยินอาจารย์เติ้งยืนยันแบบนั้น หัวหน้ากองโจมตีผลัดหนึ่งก็ถอนหายใจออกมา เขาเข้าใจดีเลยว่าพันเอกหมายถึงสิ่งใด อีกอย่าง...เรื่องนี้จะโทษใครได้ ก่อนหน้านี้ตัวเขาเองก็มีอคติเหมือนกับทุกคนนั่นแหละ ไม่พอใจนักเรียนหญิงที่ดูจะไร้ประโยชน์คนนี้ ทว่าเมื่อได้เป็นฝ่ายยืนดูจึงเข้าใจว่าทำไมพวกผลัดสองจึงมอบโอกาสดีๆนี้ให้นักเรียน แท้จริงแล้วกลายเป็นว่าไม่ใช่พวกเขาที่มอบโอกาส...แต่เป็นนักเรียนหญิงต่างหากที่มอบโอกาสทำผลงานให้พวกเขา
ผู้นำกองทัพเห็นผลงานเช่นนี้ คนที่อยู่ผลัดสองทั้งหมดคงจะได้หน้าไปไม่น้อย การโจมตีของพวกเขารื่นไหลและมีประสิทธิภาพ แถมยังไม่สิ้นเปลืองทรัพยากรอย่างพวกยามากมายเหมือนผลัดหนึ่งและผลัดสามด้วย
แต่ก็นั่นแหละ...เมื่อเรื่องมันเดินมาถึงขนาดนี้แล้วจะทำอะไรได้
แน่นอนว่าพวกเขายอมแพ้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมรับได้ ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้มาจากใคร ทหารทุกคนย่อมต้องเอาเรื่องแน่ ซึ่งไม่มีใครคาดคิดเลยว่าการร้องเรียนพันตรีของฝ่ายสนับสนุนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่ทหารระดับสูงเท่านั้นที่แจ้งเรื่องการทำงานอันไม่ได้เรื่องของเขา พวกลูกน้องหรือแม้แต่ทหารจากฝ่ายโจมตีเองก็ยังรายงานเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน
สุดท้าย ผู้นำกองสนับสนุนผลัดแรกที่เคยเป็นคู่แข่งของพันตรีกองสนับสนุนผลัดสองก็ถูกปัดตกจากตำแหน่งไปเนื่องจากความผิดครั้งนี้ คนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดสมควรจะเป็นเขาแล้ว ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะดูแลอันซูหยวนเป็นอย่างดีในการต่อสู้นี้ เพราะเขารู้อย่างไรล่ะว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร...
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป มันกินเวลากว่า 24 ชั่วโมง พวกทหารทุกคนเริ่มเหนื่อยล้า แม้แต่ซูหยวนก็ยังเหนื่อยล้าไม่น้อยเลย แขนของเธอชาไปหมดแล้วเมื่อได้พักผ่อน ศัตรูนั้นเพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่อง ถ้าไม่ใช่เพราะกองทัพเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี ทรัพยากรในการต่อสู้ของพวกเขาอาจจะหมดก่อนก็ได้
ดีที่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็จัดการแมลงดินหัวเขียวได้เกือบทั้งหมด ที่เหลือเป็นแค่การเก็บงานเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ยังไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไร ตอนนี้แมลงดินหัวเขียวกระจายตัวไปรอบๆ พวกมันรู้แล้วว่าไม่สามารถต่อสู้กับทหารจำนวนมากได้ ดังนั้นทหารทัพใหญ่จึงมีเวลาพักหายใจด้วยเช่นกัน
พวกเขาได้รับเวลาพักผ่อนให้ 6 ชั่วโมง ทุกคนจึงรีบพากันไปนอนพักผ่อน ซูหยวนเองก็ทิ้งร่างกายของตนเองไปกับพื้น นอนพักร่วมกับพวกรุ่นพี่โดยไม่แบ่งแยกชายหญิง
หลังจากการพักผ่อนอย่างเต็มที่ 6 ชั่วโมงเต็ม ทุกคนก็ได้รับมอบหมายงานให้อีก โดยให้จับกลุ่มทหาร 10 คนต่อกลุ่มเพื่อเดินทางไปรอบๆเพื่อล่าแมลงดินหัวเขียวให้ได้มากที่สุด ถ้าพวกเขาปล่อยพวกมันรอดจำนวนมากเกินไป การสร้างรังขนาดใหญ่ของพวกมันก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วย
ซูหยวนได้รับมอบหมายให้อยู่กลุ่มเดียวกับทหารอีก 9 คน ถ้าเป็นปกติ...เธอควรจะได้อยู่กับอาจารย์หรือรุ่นพี่ของตนเองเพื่อให้พวกเขาคอยควบคุม ทว่าเวลานี้ฝีมือของซูหยวนถูกแสดงออกมาให้เห็นแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีใครไม่เชื่อถือเธออีก
หลายคนยังพยายามจะชวนเธอให้อยู่กลุ่มเดียวกันด้วยซ้ำ ทว่าซูหยวนที่ร่วมต่อสู้กับทหารผลัดสองย่อมสนิทและเชื่อใจกันมากกว่า ดังนั้นเธอจึงได้อยู่ร่วมกับพวกเขากลุ่มหนึ่ง แน่นอนว่าอาจารย์เติ้งเพียงเตือนให้เธอต่อสู้อย่างระมัดระวังเท่านั้น ไม่ได้ห้ามปรามหรือยุ่งกับการตัดสินใจใดๆของเธอ
ระหว่างที่พวกทหารกำลังแยกกลุ่มออกไปล่าแมลงดินหัวเขียวที่แตกกระจายไปรอบๆนั้น ฝ่ายผู้สนับสนุนที่ดูเหมือนจะว่างงานก็ไม่ได้ว่างจริงๆ พวกเขาต้องไล่เก็บแกนพลังงานที่กองพะเนินเป็นจำนวนมาก ตลอด 24 ชั่วโมงของการล่านี้แทบจะทำให้แกนพลังงานกว่าแสนชิ้นทำให้พวกเขาต้องแสบตากันเลยทีเดียว
ก็เหมือนกับทุกๆครั้ง การล่าแมลงดินหัวเขียวนี้ทำให้พวกเขาได้ทรัพยากรมหาศาลอีกครั้ง
“นักเรียนอัน ครั้งนี้ก็ฝากด้วยนะ” พวกทหารกล่าวหยอกล้อเมื่อพวกเขาเตรียมพร้อมเสร็จแล้ว ซูหยวนแบกลูกศรไว้บนหลัง 300 ศร เนื่องจากมันไม่ใช่ศรที่มีน้ำหนักมากนัก เธอจึงแบกมันได้อย่างสบายๆ
ส่วนเรื่องจำนวนของลูกศร พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะให้เธอได้โจมตีอยู่แล้ว ทหารเหล่านี้มีประสบการณ์ในการต่อสู้กับพวกกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งในเขต M อยู่บ้าง นอกจากนี้...เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่การล่า แต่เป็นการตามหาพวกแมลงดินหัวเขียวที่อ่อนแอต่างหาก
ดังนั้นย่อมไม่ต้องการปะทะกับพวกสัตว์หรือพืชกลายพันธุ์อื่นๆในเขต M ดังนั้น...หากเป็นไปอย่างราบรื่น ซูหยวนแทบจะไม่ต้องโจมตีออกไปเลย ลำพังพวกเขา 9 คนก็น่าจะจัดการแมลงดินหัวเขียวได้แล้ว
“ฝากตัวด้วยค่ะ” ซูหยวนตอบกลับอย่างสุภาพ พวกเขาจับกลุ่มกันอย่างดี เหมือนกับกลุ่มอื่นๆที่พากันเดินทางไปคนละทิศคนละทาง ทุกคนผ่อนคลายกันมากขึ้นแล้วหลังจากที่ได้พักเต็มที่ ซูหยวนเองก็พร้อมที่จะได้เรียนรู้กับพวกเขาเช่นกัน
“พวกหัวหน้าบอกว่า การล่าหลังจากนี้...แกนพลังงานจะเป็นของพวกเรา ดังนั้นมาตั้งใจกันหน่อยเถอะ สำหรับแกนพลังงานแรกนั้น...พวกเราจะมอบให้นักเรียนอันนะ” คนที่ถูกโหวตให้เป็นหัวหน้ากลุ่มย่อยกล่าวขึ้นมา
เขาและพวกทหารคนอื่นๆคิดเหมือนกันว่าอยากจะตอบแทนให้ซูหยวน ดังนั้นแกนพลังงานระดับสูงจากชั้น M นี้อยากจะมอบให้เธอ ซึ่งถ้านักเรียนอันได้รับไป เธอคงจะเพิ่มพลังงานให้ตัวเองได้สัก 0.01 หน่วย นั่นคงจะทำให้นักเรียนอันมีความสุขมากเป็นแน่
พวกเขารู้ดีว่าตอนที่ตัวเองกำลังเรียนอยู่ การเพิ่มพลังงาน 0.01 หน่วยถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก ขนาดทุกวันนี้...ถ้าได้แกนพลังงานระดับสูงสักอัน พวกเขาก็ยังมีความสุขเลย นับประสาอะไรกับนักเรียนคนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม...พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าซูหยวนไม่ได้ประทับใจกับแกนพลังงานมากนัก ถ้าเทียบกับผลไม้หนึ่งผลในฟาร์มของเธอ พวกมันยังถือว่าเป็นเศษเสี้ยวของพลังงานเท่านั้น
ทว่าซูหยวนไม่ได้ปฏิเสธน้ำใจของพวกเขา แกนพลังงานไม่ได้มีประโยชน์ในการมอบพลังงานให้เธอก็จริง แต่มันเป็นสินค้าที่ขายได้ในราคาสูงมาก ซูหยวนในตอนนี้ไม่ต้องการพลังงานจากที่อื่น แต่เธอต้องการรวบรวมเงินให้ได้มากเท่าที่จะทำได้
ถ้าต้องการจะย้ายครอบครัวมาอยู่ในเขตชั้นกลาง เธอต้องมีเงินอย่างน้อย 100 ล้านเครดิต แต่ถ้าจะเข้ามาอยู่ในเขตชั้นใน...ไม่รู้เลยว่าจะต้องมีกี่หมื่นล้านเครดิตกันแน่ ดังนั้นเมื่อมีโอกาสในการหาเงิน...ซูหยวนย่อมต้องคว้าเอาไว้อยู่แล้ว
……………………………………….