อสูรล้างสวรรค์

    ตอนที่ 57 เจ้าคิดว่าสัตว์อสูรไม่มีสมองรึอย่างไร !


       เมื่อสัตว์อสูรเห็นพลังคลื่นเสียง ไม่สามารถทำร้ายชายชราได้ ทันใดนั้น มันก็หันไปมองชายวัยกลางคน คนหนึ่งด้วยความไร้ปรานีในสายตาของเสือ!



           ทันใดนั้นมันก็กระโดดเข้าหาชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านข้าง 



            ชาววัยกลางคนหน้าซีด เขากลัวจนลืมที่จะใช้ดาบของเขา และเขาก็ล้มลงกับพื้นด้วยความกลัว


    เจ้าสัตว์ชั่วร้าย! เจ้ากล้าเหรอ!”


           ชายชราตะโกนด้วยความโกรธ ดาบสีดำในมือของเขาเปร่งประกายด้วยแสงสีแดงเลือด


    ดาบกลืนโลหิต!


            ดาบถูกควบแน่นด้วยพลังชีวิตสีแดงเลือด และในทันทีชายชรา ก็ฟันออกไปด้วยพลังดาบไปที่หัวด้านซ้ายของสัตว์อสูรเสือ!


        อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงก็คือสัตว์อสูรเสือผู้ดุร้ายนั้นมีไหวพริบอย่างมาก เมื่อพลังงานดาบที่ถูกควบแน่นด้วยพลังชีวิตเข้ามาใกล้ ศีรษะของสัตว์อสูรเสือก็ลดต่ำลง ทำให้พลังงานดาบที่รวดเร็วกวาดผ่านเหนือหัวของมันไป


    ปัง ! 


    พรูด !


             สัตว์อสูรเสือไม่ได้ถูกโจมตี และชายที่หวาดกลัวคนนั้นก็ถูกตบด้วยอุ้งเท้าไปที่หน้าอกของเขา เขาพ่นเลือดออกมาและล้มลงนอนกับพื้น  


    อวี่หลง !


            ชายชราและชายวัยกลางคนอีกห้าคน ตะโกนด้วยความตื่นตระหนก แต่ชายคนนั้นก็ไม่ได้ยินอีกต่อไป


            ความแข็งแกร่งของชายชราคนนี้ อยู่ในระดับที่เก้าของอาณาจักรมหาคุรุยุทธ์ และเขารู้ถึงพลังของสัตว์อสูรระดับที่สามเป็นอย่างดี แต่เขาก็ยังกล้านำกลุ่มคนที่มีความแข็งแกร่งไม่เพียงพอมาล่าสัตว์อสูรเสือที่ดุร้ายซึ่งค่อนข้างน่ากลัว การตายของชาววัยกลางคนเป็นความผิดของชายชราอย่างสิ้นเชิง


           สัตว์อสูรเสือ รู้ว่าไม่สามารถฆ่าชายชราได้ ดังนั้นมันจึงเริ่มสังหารชายวัยกลางคนเหล่านี้ก่อน!


             ในพริบตา ชายวัยกลางคนอีกสามคนก็ตายภายใต้กรงเล็บเสือ!


             หนีไป ! ชายชราคำรามด้วยเสียงสั่นเครือ ในเวลานี้เขาตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก  




             ความเร็วของสัตว์อสูรเสือ นั้นเร็วมาก มันกระพริบจากซ้ายไปขวาเหมือนเงาดำ มันโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า และชายวัยกลางคนอีกสองคนสุดท้ายก็ตายภายใต้กรงเล็บของเสือด้วยเช่นกัน



    ไอ้สารเลว! วันนี้ข้าจะเชือดแกเป็นหมื่นๆชิ้น !


    ดวงตาของชายชราเป็นสีแดงเลือด !


    ดาบแสงแห่งดวงดาว !


              ชายชราตระโกน เขาควบแน่นพลังงานดาบและฟันพลังงานดาบสีขาวที่ควบแน่นออกไปทางเสืออีกครั้ง


            พลังงานดาบที่น่าสยดสยองหนาราวกับไม้ยักษ์ เต็มไปด้วยออร่าดาบอันทรงพลัง พุ่งไปที่สัตว์อสูรเสือ !


            สัตว์อสูรเสือที่ดุร้าย ได้รู้สึกถึงภัยคุกคามของพลังดาบเช่นกัน และมันใช้อุ้งเท้าของมันตบออกไปเพื่อต้านทาน!


    ตูม !


               อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุด มันก็ไม่สามารถต้านทานการโจมตีนี้ได้    


    พลังงานดาบขนาดใหญ่ระเบิดใส่ร่างของสัตว์อสูรเสือ 


                 ด้วยพลังของดาบ บนร่างกายของเสือที่แข็งแกร่ง มีบาดแผลยาวมากกว่าหนึ่งเมตร


          เลือดไหลออกมา และสัตว์อสูรเสือ พยายามดิ้นรนที่จะลุกขึ้นหลายครั้ง แต่มันก็ไม่สามารถลุกขึ้นได้ และในที่สุดมันก็ล้มลง


    พรูดด!"



             ในขณะนี้ ชายชราไม่สามารถควบคุมอาการบาดเจ็บก่อนหน้านี้ได้ และอาเจียนออกมาเป็นเลือด เมื่อเห็นสัตว์อสูรเสือล้มลง ใบหน้าที่ซีดขาวของเขาก็ยิ้มด้วยรอยยิ้มที่ยิ้มแย้ม


              ชายชราก้าวเดินไปด้วยการประคองของดาบ เดินโซเซไปทางสัตว์อสูรเสือ โดยมีเลือดอยู่ที่มุมปากของเขา และพูดด้วยความโกรธ เจ้าสัตว์ชั่วร้าย! ข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้าจะเฉือดเจ้าเป็นหมื่นๆชิ้น!



              มุมปากของโจวเย่ มีรอยยิ้มที่ชั่วร้ายปรากฏขึ้นในขณะนี้ และแอบพูดว่า เจ้าแก่ เจ้าช่างโง่จริงๆ เจ้าคิดว่าสัตว์อสูรไม่มีสมองรึอย่างไร !


             ในที่สุดชายชราก็เดินมาถึงสัตว์อสูรเสือ เขายกดาบยาวในมือของเขาขึ้นอย่างสั่นเทา และฟันไปที่สัตว์อสูรเสือด้วยสีหน้าดุร้าย!


             อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ จู่ๆ เสือจอมดุร้ายก็กระโดดขึ้นมา และหัวเสือก็กระแทกหน้าอกของชายชราอย่างรุนแรง


    ปัง !


    พรูด !


                ชายชราพ่นเลือดออกมาอีกครั้ง เขาจะทนต่อแรงกระแทกอันหนักหน่วงของสัตว์อสูรเสือได้อย่างไร !


    แกร๊ก!


               สัตว์อสูรเสือผู้ดุร้ายกดทับเขาด้วยเท้าหน้าในตอนนี้ และมันได้กัดไปที่คอของชายชราอย่างไรความปราณี จากนั้นพลังชีวิตของชราก็ค่อยๆจางหายไป 


             และในขณะนี้เองเสือก็ล้มลง มันต่อสู้อย่างหนักและในที่สุดมันก็สังหารชายชราได้ 



              โจวเย่ไม่แปลกใจเขายิ้มเบา ๆ และพูดกับตนเองว่า สัตว์อสูรเสือตัวนี้อยู่ในระดับที่สาม และได้มีสติปัญญาเล็กน้อยแล้ว เป็นเรื่องน่าเสียดายที่มนุษย์คิดเสมอว่ามันเป็นเพียงสัตว์อสูรที่ดุร้าย และ ได้เพิกเฉยต่อสติปัญญาของพวกมัน 


    หลังจากพูดเขาก็เดินออกไป 


             โจวเย่เดินไปที่ศพ โดยไม่สนใจสภาพของศพของทั้งเจ็ดคน และถอดแหวนกักเก็บออก



              ตอนนี้สัตว์อสูรเสือที่ดุร้ายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสกำลังเสียชีวิต 


    โจวเย่เดินไปที่เสือ เขานำยาฟื้นฟูอ่อกมาและยัดยาเขาปากของสัตว์อสูรเสือ 



               โจวเย่หัวเราะและพูดว่า ฮ่าๆ ข้าช่างโชคดีจริงๆ มันไม่ง่ายเลย เมื่อข้ารักษามัน บางทีมันอาจจะยอมจำนนต่อข้าเพราะความกตัญญู!



                 โจวเย่ไม่ได้กังวลหากมันไม่ยอมจำนน เพราะสัตว์อสูรเสือตัวนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงแม้มันจะตื่นขึ้นมามันก็ไม่สามารถทำร้ายเขาได้ และหากมันไม่ยอมจำนนจริงๆโจวเย่ก็จะสังหารมันเเละนำแกนสัตว์อสูรไปใช้งาน   


             ตอนนี้โจวเย่เริ่มหิวแล้ว เขาไปหาฟืนแล้วทำอาหารเพื่อสนองความหิวของเรา”


              หลังจากที่เขาก่อไฟและย่างอาหารสุกแล้ว โจวเย่ก็ได้กินเนื่อย่าง อย่างเอร็ดอร่อย 


        สัตว์อสูร นั้นมีความสามารถในการฟื้นฟูตนเองที่ดีมาก ตราบใดที่สัตว์อสูรเสือสามารถตื่นได้ มันก็สามารถฟื้นตัวได้ภายในไม่กี่วัน


             ในขณะที่โจวเย่กำลังกินเนื้อย่าง เปลือกตาของสัตว์อสูรเสือก็ค่อยๆเปิดออก


              โจวเย่ที่รับรู้ได้ ได้หันศีรษะชำเลืองมอง โดยถือเนื้อย่างลุกขึ้นแล้วเดินไปหาสัตว์อสูรเสือ


    สัตว์อสูรเสือ จ้องมองและคำรามอยู่ในคอของมัน


             โจวเย่หัวเราะเบา ๆ "ถ้าข้าไม่ช่วยเจ้า ตอนนี้เจ้าคงเป็นเนื้อเสือที่ถูกย่างบนกองไฟนี้แล้ว"


           สัตว์อสูรเสือ เงยหน้าขึ้นและจ้องมองอย่างระมัดระวัง 


             เอาน่า อ้าปากแล้วกินเนื้อซะ จะได้หายเร็วขึ้น โจวเย่ยิ้ม เขาถือเนื้อย่างจำนวนหนึ่งและป้อนเข้าปากของสัตว์อสูรเสือ 



                สัตว์อสูรเสือ ดูเหมือนจะลังเลอยู่พักหนึ่งจากนั้นก็เปิดปากแล้วกลืนเนื้อย่าง


    และรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่มุมริมฝีปากของโจวเย่ 


             

     วันแล้ววันเล่าผ่านไป และวันนี้เป็นวันที่เจ็ด โจวเย่ไม่ได้ออกหางจากสัตว์อสูรเสือ แต่ยังคงอยู่ในสถานที่เดิมเพื่อฝึกฝน


            ในภูเขาขนาดใหญ่นี้ พลังแห่งสวรรค์และโลกค่อนข้างแข็งแกร่งและระดับพลังยุทธ์ของเขาอยู่ในระดับที่หกของอาณาจักรนักยุทธ์ขั้นปลายแล้ว