ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 39 ต่อสู้

            หลังจากเสียงตะโกนของซูฉีฉีม่อเวิ่นเฉินก็กำกล่องผ้าในมือของตนไว้แน่นก่อนจะขยับตัวอย่างรวดเร็ว หลบมีดบินสองดอกที่ปามาจากกลางอากาศได้อย่างทันท่วงทีจากนั้นชุดคลุมตัวยาวก็สะบัดครั้งหนึ่งก็ปรากฏกระบี่ยาวเล่มหนึ่งขึ้นในมือของม่อเวิ่นเฉิน

            เขาแทงลงไปบนเหลยอวี๊เฟิงที่นอนอยู่บนพื้นอย่างแรง

            เหลยอวี๊เฟิงที่แต่เดิมเต็มไปด้วยบาดแผลบนร่างกายนั้นกลับขยับตัวหลบอย่างรวดเร็วแล้วเด้งตัวลุกขึ้นยืนอีกครั้งมีดบินกว่าสิบดอกปาออกจากมือเขาพุ่งตรงไปยังม่อเวิ่นเฉินและซูฉีฉี

            ในดวงตามีประกายแห่งความเย้ยหยันและไอสังหารกระจายออกมาเป็นระลอกๆ

            ไอสังหารนั้นพุ่งตรงไปยังซูฉีฉี

            ซูฉีฉีถอยหลังกลับไม่ทันนางจึงทำเพียงแค่ยืนอยู่กับที่ปล่อยให้มีดบินนั้นแทงเข้าไปบนตัวนางนางไม่เป็นวรยุทธ์แม้แต่น้อย นางไม่สามารถเหาะตัวกระโดดหลบได้ อีกทั้งมีมีดบินปาออกมาอย่างพร้อมเพรียงเช่นนี้นางก็ทำได้เพียงแค่รอคอยความตายแล้ว

            ทว่าบนหน้าของนางกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อยในทางกลับกันมันกลับแสดงความไม่ยินยอมออกมา

            แน่นอนว่านางไม่ยินยอมที่จะตายไปทั้งอย่างนี้เพราะว่านางนั้นยังไม่ได้ล้างแค้นให้กับมารดาของตน

            ในขณะที่มีดบินนั้นถูกปามาทางนางนั้นกระบี่ในมือของม่อเวิ่นเฉินก็พลิ้วไหวดั่งงูที่กำลังเลื้อยไหลอยู่บนพื้นดิน ปัดมีดบินพวกนั้นให้ร่วงลงพื้นและขยับมือไปดึงเอาซูฉีฉีมาโอบไว้ในอ้อมกอดในเวลาเดียวกันเขาขยับตัวเพียงแวบหนึ่งกลางอากาศ ชุดคลุมตัวยาวสะบัดอย่างรุนแรงก่อนที่จะทำการปัดเอามีดบินกลุ่มที่สองลงพื้นอีกครั้ง

            ในขณะที่กระบี่และมีดบินกำลังปะทะกันอยู่ในทางนี้คนของทั้งสองฝ่ายก็ได้ออกมาปรากฏตัวแล้วเช่นกัน

            กองทหารโลหิตที่ติดตามข้างกายของม่อเวิ่นเฉินก็ได้จัดกระบวนท่าตั้งรับอย่างเรียบร้อยเป็นระเบียบ

            ไอสังหารแผ่ออกมาจนปุกคลุมทั่วทั้งพื้นที่

            กองทหารโลหิตในตอนนี้จะไม่เสียชื่อของพวกมันอีกอย่างแน่นอน

            ไอสังหารและแรงอาฆาตที่เย็นยะเยือกนั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา

            หนึ่งเดือนที่มีการฝึกซ้อมอย่างโหดร้ายทารุณเกินมนุษย์นั้นดูจะเป็นผล

             อย่างน้อยตอนนี้บนสีหน้าของทุกคนก็ดูมีพลังอันน่าเกรงขามและไฟของการต่อสู้ที่ไม่มีวันดับลง

            เมื่อเทียบกับฝั่งตรงข้ามที่แม้จะมีกำลังทหารกว่าหมื่นคนแต่ว่ากลับดูไม่มีพลังเป็นหนึ่งเดียวมีความหวาดกลัวและหวั่นเกรงอย่างเห็นได้ชัด

            ยังมิต้องเอ่ยถึงกองทหารโลหิตที่อยู่ด้านข้างแค่มีม่อเวิ่นเฉินยืนอยู่ตรงนั้นเพียงผู้เดียวก็ทำให้คนนับหมื่นนั้นต้องขวัญเสีย การมีอยู่ของม่อเวิ่นเฉินนั้นถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์เขาเป็นเทพแห่งสงครามที่ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อสมรภูมิใดซ้ำยังเป็นเทพแห่งความตายอีกด้วย!

            หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายลองประลองฝีมือกันแล้วก็ล้วนหยุดการกระทำของตนเองลง

            ม่อเวิ่นเฉินกอดซูฉีฉีไว้แน่นไม่ปล่อยมือ กระบี่ยาวชูขึ้นขนานอยู่หน้าอกเขาไม่ได้มองไปที่ทหารของฝ่ายตรงข้ามแม้แต่น้อย

            “ดูเหมือนว่าเสด็จพี่จะลงมือได้ใจกว้างดีนี่”มุมปากของเขากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มแห่งความกระหายเลือดและยังแฝงไปด้วยความโหดร้ายและเลือดเย็นอีกด้วย

            มือที่กำด้ามกระบี่อยู่นั้นบีบกระชับขึ้นเบาๆก่อนจะก้มลงมองซูฉีฉีแวบหนึ่ง “วันนี้พวกเราสองสามีภรรยาจะบุกออกไปด้วยกัน”

            ประโยคนี้ทำให้ซูฉีฉีสะดุ้งตัวอย่างตกใจในที่สุดเขาก็ยอมรับในฐานะของนางแล้วคำว่าสามีภรรยานี้ดังก้องสะท้อนอยู่ในหัวสมองของนาง

            นางเองก็ยื่นมือออกไปโอบรอบเอวของม่อเวิ่นเฉินเช่นกันนางพ่นลมออกจากปากเบาๆ ก่อนจะถามตนเอง ช้าไปหรือไม่? บางทีอาจจะไม่ช้าไป

            ตอนนี้นางรู้แล้วว่าเหตุใดวันนั้นม่อเวิ่นเฉินถึงไม่ได้มาช่วยตน

            นางนั้นเฉลียวฉลาดมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

            “อืม” ซูฉีฉีขานรับเบาๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจนางเชื่อว่าม่อเวิ่นเฉินสามารถพานางออกไปจากที่นี่ได้

            “ท่านอ๋องถ้าท่านฉลาดมากพอก็ส่งของออกมา ท่านจะได้ไม่ต้องตายอย่างน่าอนาถนัก” คนที่ปลอมเป็นเหลยอวี๊เฟิงเมื่อครู่ก็ยืนตัวตรงอยู่ตรงนั้นเช่นกัน ข้างหลังเขามีพลทหารกว่าหมื่นนายแม้ว่าสภาพของเขาจะดูอเนจอนาถแต่ก็ยังปกปิดไอสังหารและความน่าเกรงขามบนตัวของเขาไว้ไม่มิด

            ดูเหมือนว่าคนผู้นี้ก็ไม่ใช่คนธรรมดาเช่นกัน

             เขาทำให้ม่อเวิ่นเฉินนั้นรู้สึกตื่นตาตื่นใจมิน้อยนานแล้วที่เขาไม่ได้เจอคนที่จะมาเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสนามรบ

            คนตรงหน้านั้นมีความน่ายำเกรง มีท่วงท่าสง่างามราวกับแม่ทัพใหญ่

            “ขอบคุณที่เตือนแต่ไหนแต่ไรข้าก็ไม่เคยชอบถูกข่มขู่จากผู้อื่น” ม่อเวิ่นเฉินแสดงสีหน้าไม่ใส่ใจมุมปากของเขากระดกขึ้น เขาในสถานการณ์เช่นนี้กลับยิ้มออกมาได้

            สีหน้าของเหลิ่งเหยียนยังคงไม่เปลี่ยนแปลงนึกถึงเมื่อก่อนตอนที่แม่ทัพใช้พลทหารหนึ่งพันนายบุกโจมตีทหารฝ่ายศัตรูกว่าแสนคนจนล่าถอยทำให้เขาได้รับฉายาเทพแห่งสงครามมา ตอนนี้สามารถยืมเอาแรงของคนพวกนี้มาทำให้ฉายาของเขากลับมาดังสนั่นอีกครั้งแล้ว

            เหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมนั้นกลับไม่รู้สึกแปลกใจอะไรเขารู้อยู่แล้วว่าคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคนั้นอย่าคิดว่าจะข่มขู่ม่อเวิ่นเฉินได้

            เขาพยักหน้าและยิ้มบางๆ พลางยกมือขึ้นขยับเบาๆเป็นการออกคำสั่ง

            พลทหารที่อยู่ด้านหลังเขาก็ขยับตัวแล้วการเคลื่อนไหวของพวกเขานั้นไม่เร็วนัก พลธนูยืนขนานออกมาเป็นเส้นตรงลูกธนูล้วนเล็งเป้าไปที่ม่อเวิ่นเฉินและซูฉีฉีอย่างแม่นยำ

            และเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมก็กวาดตาไปมองซูฉีฉีครั้งหนึ่งอย่างไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่แสงแห่งความสนุกตื่นเต้นกระพริบอยู่ในดวงตาของเขาจากนั้นเขาก็ดึงปลายแขนเสื้อของตัวเองขึ้น

            เมื่อครู่หากมิใช่เพราะเสียงตะโกนของซูฉีฉีกล่องผ้าใบนั้นก็คงจะอยู่ในมือแล้ว

            แน่นอนว่าม่อเวิ่นเฉินนั้นไร้เทียมทานทว่าเมื่อเพื่อนที่ดีที่สุดของเขานั้นอยู่ในมือของศัตรูเขาก็จะไม่สงบนิ่งและชาญฉลาดเหมือนเช่นเคย ยังคงเป็นห่วงจนว้าวุ่นใจได้

             ทว่าสตรีผู้นี้กลับไม่ว้าวุ่นแม้ยามเผชิญหน้ากับอันตรายเพียงแวบเดียวก็มองออกทุกสิ่งอย่าง

            ช่างน่านับถือจริงๆ

            สตรีเช่นนี้แม้จะไม่เหมาะที่จะอยู่เคียงหมอนแต่กลับเหมาะที่จะอยู่เป็นคนข้างกาย

            “ยิงลูกธนูเถิด”ม่อเวิ่นเฉินเพียงแค่เบิกตาขึ้นครั้งหนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งและเอ่ยออกมาเสียงดังเขาไม่เห็นฝ่ายตรงข้ามอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย

              หลังจากท่าทางของฝ่ายตรงข้ามเมื่อครู่เหลิ่งเหยียนและกองทหารโลหิตก็เดินออกมาข้างหน้าหลายก้าวบนมือของทุกคนมีโล่อยู่อันหนึ่ง มันสว่างสะท้อนจนทำให้คนต้องแสบตา

             ทว่าม่อเวิ่นเฉินกลับยืนอยู่ด้านหน้ากองทหารพร้อมซูฉีฉีในอ้อมกอดเหมือนต้องการจะตกเป็นเป้าธนูก็มิปาน

            สำหรับการกระทำของม่อเวิ่นเฉินนั้นซูฉีฉีไม่เข้าใจแต่นางก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา นางสงบนิ่งเสมือนเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองแม้แต่น้อย

            “ฉึกๆๆ...”

            เสียงขนนกที่ปลายธนูดังสนั่นอยู่ข้างหู

            และในจังหวะที่ลูกธนูถูกปล่อยออกจากสายธนูนั้นกองทหารโลหิตก็ได้ขยับตัวแล้ว พวกเขาเป็นเสมือนปีกขนาดยาวที่กระพือขึ้นพร้อมกันท่าทางของพวกเขาพร้อมเพรียง โล่ในมือนั้นได้ต้านทานลูกธนูที่ปล่อยออกมาจนหมด

            กลุ่มละสิบคนในขณะที่คนกลุ่มแรกบังลูกธนูอยู่นั้น คนกลุ่มที่สองก็กระโดดข้ามคนกลุ่มแรกไปจากนั้นคนกลุ่มแรกก็กระโดดข้ามไปต่อ เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆทั้งสิบกลุ่มก็ไปยืนอยู่ตรงหน้าพลธนูของฝ่ายตรงข้ามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            หลังจากที่เท้าสัมผัสพื้นมือของพวกเขาก็ปลิดชีวิตของพวกพลธนูให้ซากศพของพวกเขาจมกองอยู่ในทะเลแห่งเลือดนี้

            และในเวลาเดียวกันม่อเวิ่นเฉินก็ได้ขยับตัวแล้วไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาไปอยู่ตรงหน้าเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมตั้งแต่เมื่อไหร่กระบี่ของเขาเคลื่อนไหวดุจเชือกพันธนาการแต่ก็แข็งแกร่งดุจโลหะ มันเอียงตะแคงพุ่งตรงไปที่ลำคอของเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอม

            เหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมเองก็ทำสงครามมาเป็นเวลานานเช่นกันทว่าเขากลับไม่เคยเห็นผู้ใดมีรูปแบบการสู้รบที่แปลกเท่ากองทหารโลหิตมาก่อนเขาได้แต่อึ้งตะลึง วินาทีต่อมาเขาก็รีบตะแคงตัวกลิ้งลงบนพื้นรอบหนึ่ง

            ถึงจะหลบกระบี่ที่แทงมาของม่อเวิ่นเฉินได้อย่างหวุดหวิด

            กระบี่นั้นถ้าหากแทงโดนเขาเมื่อครู่เกรงว่าชีวิตเขาคงต้องจบลงที่นี่เป็นแน่

            หลังจากที่เขากลิ้งบนพื้นรอบหนึ่งเขาก็ขยับขาถีบตัวเองให้ลุกขึ้น จากนั้นก็ออกแรงกระโดด แขนเสื้อสะบัดเบาๆ ก็ปรากฏมีดบินจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งตัวออกมาจากกลางอากาศท่าทางของเขาเสมือนหญิงสาวกำลังโปรยดอกไม้ก็มิปานงดงามยิ่งแต่ก็อันตรายเป็นอย่างมากเช่นกัน

            ซูฉีฉีเงยหน้าขึ้นมองมีดบินที่อยู่เต็มท้องฟ้าราวกับเม็ดฝนก็มิปานแสงสว่างในดวงตาของนางหายไปในทันที นางกอดเอวของม่อเวิ่นเฉินไว้แน่นแต่สีหน้ากลับไม่มีความหวั่นกลัวแม้แต่น้อย

            แม้แต่ความตายนางยังไม่กลัวยังจะมีอันใดให้กลัวอีก

            กระบี่ร่ายรำออกมาเป็นวงแสงรอบหนึ่งม่อเวิ่นเฉินนั้นไม่รีบไม่ร้อน เขาปัดมีดบินเหล่านั้นให้ตกลงพื้นพลางขยับไปข้างหน้าสำหรับฝีมือการต่อสู้ของลูกน้องนั้นเขาไม่รู้สึกกังวลใจเลย

            มีเหลิ่งเหยียนอยู่ เพียงพอแล้ว

            เหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมสะบัดมีดบินออกจากแขนเสื้อพลางค่อยๆก้าวถอย สำหรับการบุกโจมตีของม่อเวิ่นเฉินนั้นทำให้ความสงบนิ่งแต่เดิมของเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมนั้นมลายหายไปแล้วคนผู้นี้เป็นดั่งคำล่ำลือจริงๆ เขามันไม่ใช่คน!

            มีดบินที่ปาออกมาถี่ๆ เช่นนี้ตั้งแต่เขาออกท่องยุทธภพมานั้นก็ไม่เคยมีผู้ใดมีชีวิตรอดผ่านมันไปได้ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการบุกโจมตีเข้ามาเช่นคนเบื้องหน้านี้

            เหงื่อเย็นผุดออกมาบนหน้าผากของเขาแล้วเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมตอนนี้ถึงจะรู้ว่าการจะเอาป้ายคุมทหารนั้นต้องแลกมาด้วยอะไรที่โหดร้ายเช่นนี้

            เกรงว่าครั้งนี้จะต้องเสียทั้งกำลังเสียทั้งอำนาจเสียแล้ว

            เขานั้นไม่มีเวลาไปสนใจการต่อสู้เบื้องล่างอีกแล้วตอนนี้ทำได้เพียงแค่กระหน่ำสะบัดแขนเสื้อของตน

            ผู้คนขนานนามเขาว่าเป็นพระพุทธรูปพันมือ  ตอนนี้เกรงว่าจะได้กลายเป็นพระพุทธรูปจริงๆเสียแล้ว

            “เจ้าสำนักเหลยอยู่ที่ใด?”ม่อเวิ่นเฉินถามออกมาเสียงเย็น ช่องว่างระหว่างพันลี้ของพวกเขามีเพียงมีดบินเท่านั้น

          

    คล้ายกับเรื่องชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668