ต้นร้ายปลายเลว(2 จบ)
"ยังหาไม่เจออีกเหรอ" วิโอล่า(เลดี้เกสโต) ตวาดด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด เมื่อได้รับรายงานว่ายังหาสิ่งที่้าไม่พบ "เ้าพวกไม่เอาไหน ขนาดมีพิมพ์เขียวของปราสาท แล้วพวกเ้ายังคง..."
"ใจเย็น ๆ ครับคุณวิโอล่า" มาคัสรีบพูดแทรกเพื่อลดความโกรธของวิโอล่า เพราะเขารู้ดีว่าหล่อนอันตรายแค่ไหน ยามที่ไม่อาจควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ "จากที่เรารู้มาตระกูลเกสโตที่เหลืออยู่ คงยังเดินทางมาไม่ถึงในสัปดาห์นี้ ดังนั้นเรายังคงพอมีเวลา ที่จะค้นหาอีกพักใหญ่"
"เ้าก็ใจดีกับพวกมันมากเกินไปมาคัส" หล่อนเสียงเบาลง
"ผมเชื่อว่า ให้เวลาพวกเขาอีกสองวัน ทั่วทุกซอกทุกมุม ของปราสาทแห่งนี้จะถูกตรวจค้นทั้งหมด และสิ่งที่พวกเราตามหาก็คงไม่พ้นมือเราไปได้หรอกครับ"
"ดี ขอให้เป็อย่างที่เ้าพูดเถอะ" หล่อนเสียงแข็งขึ้น "จำไว้ข้าให้เวลาพวกแกอีกสองวัน" หล่อนมองหน้าลูกน้องในชุดพ่อบ้านทั้งสิบคน "สองวันเท่านั้นนะ" ก่อนจะย้ำคำสั่งอีกครั้ง ด้วยเสียงที่ดูจะไม่เป็มิตรนัก
มาคัสที่เห็นท่าทางตื่นกลัวของลูกน้องทั้งสิบ ก็รีบสั่งให้พวกมันทั้งหมดขอบคุณวิโอล่า ที่ให้โอกาส ก่อนจะไล่พวกมันไปทำงานต่อ โดยกำชับให้วิโอล่าได้ยิน ว่าเขาสั่งพวกมันให้ทำงานกันทั้งวันทั้งคืน หากไม่พบสิ่งที่้าห้ามหยุดพักเด็ดขาด ทั้งหมดจึงรีบแยกย้าย กันออกไปสำรวจบริเวณต่าง ๆ ของปราสาทอีกครั้ง ในห้องโถงกลางจึงเหลือเพียงแค่วิโอล่า และมาคัสที่ยังคงสนทนากันต่อ
"เด็กนั่น..."มาคัสเอ่ยขึ้น ด้วยเสียงอ่อน
"เ้าเด็กเวร กล้าลองดีกับข้า" วิโอล่าเอ่ยพร้อมกับใช้กำปั้นทุบไปที่โต๊ะ "เ้าก็ขี้สงสารไม่เข้าเื่"
มาคัสยิ้มเจื่อน"แล้วคุณวิโอล่าจะจัดการกับเ้าเด็กนั่นยังไงดีครับ"
"ก็คงต้องรอให้เราค้นเจอสิ่งของก่อน หลังจากนั้นก็ฆ่าทิ้งซะ" หล่อนหงายหลังมือขึ้นแบะออก ก่อนจะหยิบยาทาเล็บสีม่วงเข้มขึ้นมาเติมสีเล็บตัวเอง "เมื่อจบเื่ ก็ปล่อยข่าวว่าเราส่งมันออกไปเรียนที่อาณาจักรอื่น กว่าพวกเ้าหน้าที่จะรู้ตัวพวกเราก็คงออกจากอวาเรสไปเรียบร้อยแล้ว"
"แล้วเื่อาหาร กับการกักบริเวณละครับ"
"เ้าก็อย่าใจดีมากนัก เอาเป็ว่าเ้าก็จัดการแบบที่เคยเป็ละแล้วก็กำชับพวกลูกน้องด้วยว่า อย่าทำอะไรกระโตกกระตาก เพราะหากเกิดอะไรผิดพลาดเราอาจต้องใช้งานเ้าเด็กนั่นอีก ตอนนี้ก็เอาตามนี้ไปก่อน"
"ครับ คุณวิโอล่า" มาคัสรับคำก่อนจะขอตัวจากไป
รุ่งอรุณมาถึง แสงแดดอ่อนสาดส่องผ่านหน้าต่างแคบ สาดเข้าตาของจงลั่ว ที่กำลังงัวเงียบิดี้เีบนฟูกเก่า เขาหลับสนิททั้งคืน ทำให้มีสติแจ่มใสขึ้นกว่าวันก่อน เมื่อตื่นขึ้นมาก็นึกถึงบางสิ่งที่มองข้ามไป จงลั่วรีบไปรื้อชุดใหม่ที่เขาใส่ออกไปข้างนอกปราสาทเมื่อวันก่อน ที่กระเป๋าเสื้อด้านใน จงลั่วหยิบบางสิ่งที่ดูคล้ายหลอดแก้วขนาดกว้างเท่านิ้วก้อย ที่ก้นหลอดมีคราบสีแดงเข้มเกาะอยู่
เืของเกสโตที่แท้จริง...
หยดเืของเคาท์เกสโต ที่ถูกใช้เพื่อปลอมแปลงสถานะของจงลั่ว ให้กลายเป็ เกสโต ดี. อูริค จงลั่วไม่รู้ว่าวิโอล่าได้มันมายังไง และไม่ได้้าจะรู้ แต่ที่เขาเก็บมันไว้ในตอนแรก ก็เพื่อใช้เป็หลักฐานในการต่อรอง หากทุกอย่างเกิดข้อผิดพลาด แต่ดูเหมือนการต่อรองนั้น คงไม่มีโอกาสเกิดขึ้น เพราะพลังที่แตกต่างกันเกินไป ที่ครั้งก่อนหล่อนยอมให้จงลั่วไปสมัครเรียนได้ เพราะเขาบีบหล่อนด้วยสถานที่ และหล่อนอาจจะเห็นว่าจงลั่วยังคงมีความสำคัญอยู่บ้าง แต่หากเขาคิดจะต่อรองกับหล่อนอีก ในปราสาทแห่งนี้ นั่นเท่ากับเป็การรนหาที่ตายอย่างแท้จริง
เมื่อพบว่าหยดเืนั้นแห้งกรังไปแล้ว เขาจึงเทน้ำลงเล็กน้อยเมื่อผสมมันเข้าไป จนได้น้ำเืที่เจือจางสีแดงใส จงลั่วไม่รอช้าที่จะเทหยดน้ำเืออกมาเล็กน้อย ก่อนจะมุดตัวลงไปใต้เตียง และใช้นิ้วที่เปียกด้วยน้ำเืแตะเข้าที่รอยบุ๋ม ของตราอักขระวงกลม แสงสีขาวพวยพุ่งจากจุดที่จงลั่วแตะ และแผ่กระจายออกไปยังตัวอักขระรอบ ๆ จนทั้งวงกลมสว่างขึ้น แผ่นหินที่ปิดกั้นทางลับก็อันตรธานหายไปราวกับเล่นกล
จงลั่วทดลองใช้มือแหย่เข้าไป ก่อนก็พบว่ามีลมอ่อน ๆ พวยพุ่งออกมาจากช่องทางลับ ทำให้เขาแน่ใจว่ามันไม่ใช่ทางตันแน่ ๆ แต่เวลานี้คงยังไม่เหมาะที่จะหลบหนี
วันนี้ก็เช่นเดียวกับเมื่อวาน เขาถูกขังอยู่แต่ในห้อง และมีอาหารมาส่งวันละสองมื้อ แต่ต่างจากเมื่อวานตรงที่คนยกอาหารเข้ามาให้จงลั่ว ล้วนมีสีหน้าเคร่งเครียด แถมเมื่อจงลั่วพยายามพูดคุยด้วย ก็ไม่มีใครตอบโต้เขาแม้สักคำเดียว
จงลั่วจึงใช้ทักษะสอดแนมดูโดยรอบ ก็พบว่าแทบจะไม่มีการพูดคุยกันเลย แต่ทุกคนดูจริงจังกับการทำความสะอาดปราสาทอย่างมาก
เมื่อพบว่าไม่สามารถหาข้อมูลอะไรเพิ่มเติมได้ จงลั่วจึงพยายามใช้ทักษะสอดแนม และกูเจอ เพื่อตรวจสอบรอบ ๆ จนกว่าจะหมดพลัง ทำให้เขาพบว่า ตอนนี้เขาสามารถใช้งานทักษะได้ต่อเนื่องราว 30 นาที และมีระยะทำการประมาณ 5- 10 เมตร และหากเขาพักประมาณ 2 ชั่วโมงก็จะสามารถใช้งานทักษะได้อีกครั้ง
ในที่สุดราตรีก็มาเยือนอีกครั้ง จงลั่วรีบขยับเตียงนอนให้เบี่ยงออก เพื่อเปิดช่องให้เขา แทรกตัวลงไปยังทางลับได้สะดวกขึ้น เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย จงลั่วก็โยนเสื้อผ้าของตัวเองลงไปทางหน้าต่าง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนที่จะยัดขนมปังที่ได้มาเมื่อตอนเย็น ใส่ไว้ในอกเสื้อ และลงไปนั่งอยู่ที่ด้านข้างเตียง
จงลั่วใช้ทักษะตรวจสอบเป็ครั้งคราว เพื่อรอจนกระทั่งแน่ใจว่า ไม่มีผู้คนอยู่รอบบริเวณห้องของเขาแล้ว เขาจึงค่อย ๆ หย่อนตัวลงไปยังทางลับ ก่อนจะพยายามดึงเตียงให้กลับมาปิดช่องลับให้เหมือนเดิมมากที่สุด ก่อนที่เขาจะผลุบหายลงไปในช่องลับทั้งตัว เมื่อจงลั่วลงไปยังช่องลับเรียบร้อยแล้ว ทางลับ้าที่เคยเปิดอ้าไว้ ก็ปิดลงกลายเป็แผ่นหินดังเดิม
วิโอล่าดูจะหัวเสียมากเมื่อได้รับรายงานการค้นหา ที่ยังคงไม่คืบหน้า พวกเขาพบเพียงห้องเก็บสมบัติ และคลังอาวุธเก่า แม้จะพบของมีค่าซุกซ่อนอยู่ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่หล่อนตามหา
มาคัสเองก็ดูจะเคร่งเครียดต่างจากวันก่อน เขาเดินตรงเข้ามายังห้องโถงกลาง ในมือของเขาถือจดหมายลับที่ถูกเปิดอ่านเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะตรงเข้าไปกระซิบกับวิโอล่าด้วยท่าทางไม่สู้ดีนัก
"สองวัน!"วิโอล่าตวาดเสียงแข็ง ก่อนจะหลับตานิ่งไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ อีก
"คุณวิโอล่า" มาคัสเอ่ยขึ้น แต่วิโอล่ายกมือขึ้นห้าม
"หากงานนี้คว้าน้ำเหลว และข้อมูลงานวิจัยลับ ตกไปอยู่ในมือของพวกอวาเรสละก็" หน้าตาของวิโอล่า ดูน่ากลัวดวงตาที่เคย กลมโตสีดำ กลับกลายเป็สีแดง ตาขาวก็กลับกลายเป็สีดำสนิท "พวกเ้าทั้งหมดคงรู้นะ ว่าจะมีชะตากรรมเช่นไร" หล่อนพูดจบก็ใช้ฝ่ามือกระแทกเข้ากับโต๊ะหิน
เกิดเสียงดัง เปรี้ยง ! โต๊ะหินแกร่งก็แยกออกเป็สองเสี่ยง
เหล่าลูกสมุนต่างก้ม หน้าก้มตาด้วยความกลัว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับ หรือหายใจดัง
"วันนี้ข้า จะไปค้นหาที่หอคอยทางเหนือ พวกเ้าห้ามหยุดพัก จนกว่าจะหาเจอ หากใครพบอะไรน่าสงสัย ให้รีบมาแจ้งข้าในทันที...เข้าใจไหม!" วิโอล่าพูดจบ ก็หันหลังจากเดินออกไปจากโถงกลาง โดยไม่อยู่รอคำตอบ
""พวกเ้าไม่ได้ยินรึไง" มาคัสเอ่ยเสียงดัง เมื่อเห็นเหล่าสมุนที่ปลอมตัวเป็พ่อบ้าน ต่างนิ่งอยู่กับที่ราวกับสติหลุดลอยออกไป "แยกย้ายกันไปค้นหาได้แล้ว"
"ครับ ท่านมาคัส"
"เฮ้อ..."มาคัสที่กำลังจะเดินออกไปจากโถงกลาง หยุดยืนถอนหายใจเฮือกใหญ่ อยู่ที่หน้าประตู "หากวันพรุ่งนี้ยังคงหาไม่เจอ..."
"ตูม!" ฝาเพดานห้องโถง ถล่มลงมาเกิดเป็ช่องโหว่สี่เหลี่ยมขนาดเท่าตัวคน
มาคัสหันขวับมาตามเสียง ก่อนจะไล่ไปถึงฝ้าเพดานที่อยู่สูงราวหกเมตร เขามองดูร่องรอยของมันอย่างละเอียด และพบว่า นั่นไม่ใช่ช่องที่เกิดจากการถล่ม ของฝ้าเพดานทั่วไป เพราะรอยขอบ และช่องของมันพอดิบพอดี ราวกับว่ามันเป็ช่องทางลับ
"ทางลับ!" มาคัสอุทานขึ้นมาเมื่อคิดขึ้นได้ "แกมานี่เร็ว" เขารีบเรียกสมุนคนหนึ่งที่กำลังก้มลง สำรวจพื้นหินของปราสาท "รีบไปรายงานคุณวิโอล่า...ไม่ ๆ ไม่ต้อง เดี๋ยวข้าไปเอง แกรอฟังคำสั่งอยู่ที่นี่ก่อน"
"อะ..ครับ"
มาคัสรีบวิ่งไปยังทางขึ้นหอคอยเหนือ ด้วยความตื่นเต้น
"เอื๊อก" เสียงน้ำลายเหนียวถูกกลืนลงคออย่างยากลำบาก
เวรกรรม ทำไมทางลับมันมาโผล่ตรงนี้วะ
จงลั่วยังคงระบมเพราะตกลงมาจากฝ้าเพดานของห้องโถงกลางเขา ค่อย ๆ โผล่หน้าขึ้นมาจากซากโต๊ะหิน เพื่อมองสำรวจไปรอบ ๆ แล้วก็ต้องหดกลับลงมาอีกครั้ง เมื่อพบว่าพ่อบ้านคนหนึ่งยืนจ้องมองฝ้าเพดานเขม็ง ราวกับว่าหากกระพริบตาแล้วไอ้รูทางลับที่จงลั่วตกลงมามันจะหายไป...