ด้วยเงินที่เหลืออยู่ไม่มากแม่จึงซื้อข้าวเปลือก มาหนึ่งกระบอกตวง
กระบอกตวงทำจากไม้ไผ่และจะมีขนาดเท่ากันทุกร้าน
ร้านที่ใช้ตาชั่งก็มี จะเป็ร้านใหญ่ๆซึ่งจะไม่สนใจลูกค้าตัวเล็กเช่น พวกเขา
จะมีก็แต่ร้านเล็กๆ ที่คนจนพอจะเอื้อมถึง
ข้าวเปลือกที่ซื้อมา กินแบบประหยัด พออยู่ได้สามวัน
โดยที่หุงข้าววันละครั้งที่บ้านจะกินข้าวเป็มื้อเย็น
มื้อเช้าจะเป็ซุปผักหรือซุปหน่อไม้ มื้อเที่ยงคืออาหารที่เหลือจากตอนเช้า
“มีแค่ข้าวที่เห็นตอนนี้จะมีพืชเศรษฐกิจตัวอื่นไหม”
หานอี้ยังคง้าเวลาค้นหาอีกสักหน่อยแต่แม่้าเดินทางกลับแล้ว
ใช้ระบบสแกนข้อมูลมาสี่ครั้งแล้วคาดว่า น่าจะได้อีกไม่เกินสองรอบ
ไม่มีเลยขายแต่ของซ้ำๆ
“วันนี้ดูถ้าคงหมดหวังแล้วละเหลือสองสามร้านสุดท้าย”
“ไผ่ดำ หรือ ไผ่ม่วง” เดินผ่านร้านหนึ่งเหมือนจะเอาไม้ไผ่มาวางขาย
“เอ๊ะ....” ไม่น่าใช่ ไม้ไผ่ยุคนี้ไม่มีราคา เข้าไปดูใกล้ๆ
“อ้อย....” นั้นมัน อ้อย มีด้วยหรอ
ั้แ่มาโลกนี้กินแต่น้ำผึ้งหายากนานๆทีจะเจอรัง
Search อ้อย เป็พืชวงศ์ วงศ์เดียวกับ ไผ่ หญ้าและธัญพืช เช่น ข้าวสาลีข้าว ข้าวโพด และ ข้าวบาร์เลย์ มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปเอเชียในลำต้นอ้อยที่นำมาใช้ทำน้ำตาลมีปริมาณซูโครสประมาณ 17-35% ชานอ้อย ที่ถูกบีบเอาน้ำอ้อยออกไปแล้วสามารถนำมาใช้ทำกระดาษ พลาสติก เป็เชื้อเพลิง และอาหารสัตว์ ส่วนกากน้ำตาล ที่แยกออกจากน้ำตาลในระหว่างการผลิตสามารถนำไปหมักเป็เหล้ารัม ได้อีกด้วย
“อ้อยของข้าหวานฉ่ำ เ้าสนใจรับกี่ท่อนดี” พูดด้วยรอยยิ้ม
“อี้เอ๋อร์ เ้าอยากทานน้ำอ้อย รึ แต่เงินเราหมดแล้วนะมาตลาดรอบหน้าเดี่ยวแม่จะพามาซื้อ”
แม่พูดด้วยสีหน้าลำบากใจ
พ่อค้าหุบยิ้มในทันทีและสายหัวหมดอารมณ์
หานอี้ยิ้มให้แม่
“วันนี้ไม่ได้ พรุ่งนี้หรือมะรืน ก็ได้ข้าไม่รีบ”
“ไม่รีบ” เสียงแม่???
“เถ้าแก่ ท่านขายทุกวันไหม”
“ข้าก็ขายทุกวันนั้นละ” ตอบแบบี้เี
“ดีดี ดีมากเลย”
หานอี้ดีใจมาก ก่อนหน้านี้ตนพึ่งได้รับรู้ถึงความรู้สึกของคนจนที่ไม่มีเงินซื้อข้าว
มาตอนนี้ตนได้รับโอกาสเปลี่ยนแปลงชีวิตแล้ว
ช่องทาง รวยของข้ามาถึงแล้ว...อิอิ...อ้อยจ้าคอยพี่ก่อนนะอ้อย พูดในใจ
เดินไปยิ้มไปอารมณ์ดี แม่เดินช้าจัง
“ท่านแม่เรารีบกลับบ้านกันเถอะ”
หานอี้จับมือแม่เตรียมเร่งให้แม่เดินเร็วๆ
แต่ดันไปชนไหล่กับชายผู้หนึ่งทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ หานอี้รีบขอโทษ
“ไอ้ยาจกแก่เดินยังไงถึงได้ชนคุณชาย” ผู้ติดตามด่าเชิงดูถูก
แม่มองหน้าลูกชายส่งสัญญาณด้วยสายตาพร้อมก้มหน้าลง
หานอี๋เข้าใจในทันทีบุคคลผู้นี้ห้ามไปมีเื่ด้วย และห้ามมองหน้าคู่กรณี
“กราบเท้าขอโทษคุณชายโจว ซะ!”
อะไรวะ ต้องทำกันขนาดนี้เลย รึ
คุณชายโจวั้แ่คนรับใช้ด่าก็ไม่ได้มองหานอี้อีก
ยืนกอดอกเงยหน้ามองฟ้าเหมือนรอให้คู่กรณีกราบเท้า
“นั้นคุณชายโจวจินมีเื่อะไรหรือป่าว”
ชาวบ้านที่เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์ต่างก็พูดคุย
แม่เดินเข้าไปอยู่หน้าคุณชายโจวจินเตรียมจะก้มกราบเท้าแทน
หานอี้เข้าไปประคองตัวแม่
“ท่านแม่เื่นี้เกิดขึ้นจากข้าให้ข้าเป็คนรับผิดชอบเถอะ
ท่านปกป้องข้ามานานแล้ว”
ก้าวเท้าขยับเข้าหาอีกฝ่าย แต่ละก้าวที่เดินมันช่างยากเย็นนะ
ด้วยหัวใจที่ไม่ยอมรับในสิ่งที่เกิดแต่ต้องฝืนทำเพราะอับจนในโชคชะตา
ยืนอยู่หน้าอีกฝ่ายแล้วก้มลง วินาทีหน้าผากัักับดิน ตัวเขาสั่นทั้งร่างใบหน้าชาไปหมดั้แ่เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยรับรู้ถึงความอัปยศ
น่าอับอาย ขายหน้าเยี่ยงนี้อยากจะลุกขึ้นไปปั้มหน้าแล้วไปจบที่โรงพัก....
ก็ได้แค่คิด.....ถึงจะเจ็บใจ แค้นใจขนาดไหนก็ต้องยอมรับความจริง
ศักดิ์ศรีคือสิ่งที่ตัวเราสร้างวันนี้ไม่มี ก็ ใช่ ว่า วันหน้าจะไม่มี
ถ้าทำให้มันกราบเท้าเราบ้าง ก็ถือว่าเอาคืนที่เสียไป
(ไอ้โจวจินมึงจำเื่วันนี้ให้ดี..แล้วกัน)
ด้วยแดดที่ร้อนจัดเมื่อเห็นอีกฝ่ายกราบเท้าแล้วก็เดินจากไปพร้อมผู้ติดตาม
แม่รีบเข้าไปประคองให้ลุกขึ้นใช้มือเช็ดปัดเม็ดดินออก พร้อมกอดลูกชาย
ปากก็เอาแต่เอ่ย
“ไม่เป็ไรลูกแม่...ไม่เป็ไรลูก...ไม่เป็ไรแล้ว...ไม่เป็ไรลูกทำดีแล้ว”
“อย่าไปมีเื่กับลูกขุนนางต่อให้เราเป็ฝ่ายถูก เขาก็ทำให้เราผิดได้”
ทั้งสองเดินไปเก็บร้านแล้วพากันออกจากเมือง
มาถึงบ้านแม่ก็ไม่ได้เล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ใครฟัง
หลังอาหารเย็น หานอี้เรียกประชุมวางแผนการและจะมีประชุมทุกสัปดาห์
เพื่อที่จะสรุปความก้าวหน้าของแต่ละสัปดาห์
“รีบนอนดีกว่าจะได้มีแรงแบกไม้ฝืนเรายิ่งแบกได้น้อยกว่าคนอื่นด้วย”
หานอี้พยายามเปลี่ยนคำดูถูกไปเป็แรงผลักดันตัวเอง โดยวางแผนระยะสั้น
ภายในสามวันจะขึ้นเขาทุกวัน เพิ่มปริมาณไม้ฝืนเป็สองเท่าและจะตัดกิ่งไม้สด
มาตากแดด รอทำเป็ถ่านไม้ไม้สดจะตัดแค่กิ่ง จะไม่โค่นต้นไม้เนื่องจาก
ไม้เนื้อแข็งที่จะนำมาทำถ่านนั้นในป่ามีน้อยและเติบโตช้า
ในส่วนของการล่าสัตว์หานอี้ไม่ได้สนใจเท่าไร
ยังคงล่าเพื่อบริโภคภายในครอบครัวเท่านั้นเพราะล่าไปราคาเนื้อสัตว์ป่า
ก็ขายได้ถูกอยู่ดี จับสัตว์ป่ามาเลี้ยงยังดีกว่าเสียอีก