กำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 บทที่ 38 ศิลาทลายมังกร

            บทที่ 38 ศิลาทลายมังกร

            ภายใต้แสงจันทร์อันหนาวเย็นป่าภูเขาที่เงียบสนิท และประตูสุสานที่เรียบง่ายดูค่อนข้างน่าขนลุก

            “คุณหนูมู่หรง ประตูสุสานของตระกูลเปิดออกโดยไม่ทราบสาเหตุอาจมีอันตรายได้ ข้าอยากเข้าไปดู เจ้ารออยู่ที่นี่เถอะ”ฉู่อวิ๋นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และในที่สุดก็ตัดสินใจเข้าไปในสุสานปราณมังกร

            มู่หรงซินเลิกคิ้วและพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา"หึ! คุณหนูเช่นข้าไม่เกรงสวรรค์...ไม่กลัวนรก ก็แค่สุสานคนตายจะฟื้นคืนชีพหรืออย่างไร? ข้าก็จะเข้าไปเหมือนกัน"

            ฉู่อวิ๋นผู้นี้ต้องการทิ้งนางไว้ตามลำพังในสถานที่อันน่าสะพรึงกลัวนี้หรือ? ไม่มีทางเสียหรอก

            “เฮ้อ เช่นนั้นก็ได้ ถ้าสถานการณ์มีอะไรเปลี่ยนแปลง เจ้าก็ออกไปแล้วกลับไปรายงานต่อเจ้าเมืองทันที”ฉู่อวิ๋นถอนหายใจ จากนั้นเดินหน้าต่อไปและค่อยๆ เปิดประตูสุสาน

            ทั้งสองเดินช้าๆ เข้าไปข้างในมองเห็นโถงใหญ่ของสุสานตระกูลซึ่งครองพื้นที่ไปเยอะมาก มีแสงสีทองสว่างอยู่ภายในมีทางตัดขวาง และสุสานที่ไม่ขึ้นต่อกันจำนวนนับไม่ถ้วนที่นี่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณอันมั่งคั่ง ปกคลุมไปด้วยหมอกเย็นคอยปรามไว้

            ฉู่อวิ๋นเห็นทางเดินและก้าวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวังบางครั้งที่เขาผ่านสุสานบางแห่ง มองเห็นโลงศพทองคำสีดำสลักลวดลายโบราณวางขวางอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขมขื่นอยู่บ้าง

            “สถานที่แห่งนี้มีพลังวิญญาณมากมายจนแทบจะล้นทะลักออกมาสมแล้วที่เป็นสุสานที่บรรพบุรุษของเราเลือกไว้ข้าต้องช่วยให้สมาชิกตระกูลย่อยที่เสียชีวิตไปได้ฝังในที่แห่งนี้”

            กลิ่นอายของสุสานปราณมังกรไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายอบอุ่นและบำรุงร่างกายเท่านั้น แต่ยังกล่าวกันว่าช่วยให้ตระกูลได้รับพรจากเทพเซียนและเพิ่มศักยภาพด้านพลังยุทธ์ของคนรุ่นต่อๆไป

            หลังจากเดินสำรวจอย่างรวดเร็วประมาณห้านาทีฉู่อวิ๋นและมู่หรงซินก็เกือบจะถึงปลายทางของสุสานแล้วพวกเขาผ่านเส้นทางหินโบราณแคบๆ และมาถึงถ้ำที่ค่อนข้างว่างเปล่า

            ผนังถ้ำฝังด้วยหินเรืองแสงสีขาวซึ่งส่องสว่างทำให้มองเห็นสภาพแวดล้อมที่มีแสงมัวสลัว จนหัวใจเกือบหยุดเต้น

            ด้านในสุดของถ้ำมีหินขนาดใหญ่สูงสิบหมี้ปรากฏแสงสีเขียววูบวาบเต็มบริเวณ

            จู่ๆ มู่หรงซินก็หยุดเดินดึงฉู่อวิ๋นแล้วพูดเบาๆ "นี่ ดูสิ เหมือนว่าจะมีคนอยู่ข้างใน!"

            ฉู่อวิ๋นมองไปในทิศทางที่มู่หรงซินชี้และแน่นอนว่าเขาเห็นร่างๆ หนึ่งอยู่ตรงหน้าก้อนหินกำลังประทับฝ่ามือลงบนพื้นผิวหิน พึมพำอะไรบางอย่างในปาก และมีเลือดไหลออกมา

            “เขากำลังทำอะไร? เหมือนเขาจะท่องคำสาปเลยมือก็เต็มไปด้วยเลือด น่ากลัวนัก”มู่หรงซินตัวสั่นและเดินเข้าไปใกล้ฉู่อวิ๋นโดยไม่รู้ตัว

            “คน...คนๆ นี้ต้องการเปิดสุสานของบรรพบุรุษ!”คลื่นลูกใหญ่ถาโถมเข้ามาในหัวใจของฉู่อวิ๋น ดวงตาของเขากะพริบอย่างเชื่องช้าเย็นชาพร้อมที่จะพุ่งออกไปทุกเมื่อ

            เขารู้ว่าหินก้อนใหญ่นี้เรียกว่าศิลาทลายมังกรถูกใช้เพื่อปิดผนึกหลุมศพของบรรพบุรุษในสุสานปราณมังกร

            ภายในหลุมฝังศพของบรรพบุรุษมีกระดูกของบรรพบุรุษสายไป๋หยางของตระกูลฉู่อยู่พร้อมทั้งสมบัติล้ำค่าที่ถูกฝังไว้นับไม่ถ้วนหากไม่มีเหรียญสืบทอดของผู้นำตระกูลหลักและผู้นำตระกูลย่อยแล้วก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเปิดศิลาทลายมังกร

            ยิ่งไปกว่านั้นยังมีค่ายกลต้องห้ามในสุสานบรรพบุรุษมีเพียงสมาชิกของตระกูลฉู่เท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ มิฉะนั้นพวกเขาจะถูกตอบโต้ด้วยพลังของค่ายกลต้องห้าม จนการฝึกฝนก็ไม่อาจก้าวหน้าได้อีก

            “แผ่นหลังของชายคนนี้ดูคุ้นตามาก เขาคือ...ฉู่ป้า? ลูกชายคนโตของผู้อาวุโสหก?” ดวงตาของฉู่อวิ๋นเย็นชา จากนั้น เขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ทันใดนั้นเขาก็เต็มไปด้วยไอสังหาร ปลายนิ้วสั่นระริกด้วยความเกลียดชัง“เขาพยายามจะเปิดประตูใหญ่ หรือว่า...เขามีเหรียญสืบทอดของท่านพ่อข้า!”

            ฉู่ซานเหอหายสาบสูญไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนดังนั้นโดยปกติแล้วแม้แต่เหรียญสืบทอดก็ไม่น่าจะหาเจอ

            ทำไมฉู่ป้าถึงมีเหรียญสืบทอดที่เขาถือติดตัวไปด้วย?

            “การหายตัวไปของท่านพ่อข้าเกี่ยวข้องกับผู้อาวุโสหกด้วยหรือเปล่า?” เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ ฉู่อวิ๋นก็ไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้อีกต่อไปเขาจ้องมองด้วยความโกรธ ที่แท่นทางด้านขวาของศิลาทลายมังกร มีหินหยกสองก้อนวางอยู่

            ชิ้นหนึ่งเป็นหยกเขี้ยวอสูรสีม่วงและอีกชิ้นเป็นสีคราม

            หยกเขี้ยวอสูรสีครามเป็นเหรียญสืบทอดที่ฉู่ซานเหอถือครองไว้ทั้งวันคืน

            ยามนี้ ฉู่อวิ๋นโกรธมากไฟในดวงตาลุกโหม ดูเหมือนว่าฉู่ซานเหอจะถูกผู้อาวุโสหกซุ่มโจมตีจนเกิดเหตุ!

            ขณะที่ฉู่อวิ๋นกำลังประมวลความคิดศิลาทลายมังกรที่หนักหน่วงก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงครึกโครม ทันใดนั้นภายในสุสานของบรรพบุรุษก็ปรากฏในครรลองสายตากลิ่นไอความเรียบง่ายส่องกระทบกับใบหน้าของเขา ทั้งอ้างว้างและเย็นชา

            ฉู่ป้าแบกขวานใหญ่ไว้บนหลังยิ้มอย่างพึงพอใจ แล้วพูดกับตัวเองว่า “ฮ่าๆ สำเร็จ! ขอเพียงแค่เจอเจ้าสิ่งนั้น ข้าก็จะควบคุมลมฝนได้ใช้หนึ่งฝ่ามือปิดนภาได้ ภายในตระกูลฉู่ ข้าก็จะกลายเป็นราชา!”

            “ราชากับผีเจ้าสิ! มอบชีวิตมา!”

            ฉู่อวิ๋นไม่สามารถทนต่อความเกลียดชังที่รุนแรงได้อีกต่อไปชักกระบี่ออกมาแล้วรีบพุ่งออกไป พลังปราณพุ่งสูง ดวงดาวระยับพร่างพราวเต็มท้องฟ้าทั่วทั้งถ้ำสาดส่องแสงสีม่วง เย็นชาและน่าสะพรึงกลัว คมกริบและโดดเด่น

            "ควั่บ!"

            คลื่นกระบี่แสงดาวถูกฟันออกมาหลายระลอกเช่นเดียวกับคลื่นที่โหมกระหน่ำของน้ำท่วมที่ล้นเอ่อ ทรงพลังอย่างน่าประหลาดใจฟันผ่านหลังของฉู่ป้า

            “หึ! เป็นผู้ใด?” ฉู่ป้าหันกลับมาเหวี่ยงขวานยักษ์ของตนเองออกไปด้วยพลังอันดุร้ายและเพื่อป้องกันการโจมตีอย่างกะทันหัน

            จากนั้น เขามองเข้าไปใกล้ๆก็พบว่าเป็นฉู่อวิ๋น เขาจึงพูดเยาะเย้ยว่า "โอ้? เป็นเจ้านี่เอง เจ้าตัวอัปมงคล คิดว่าจะเป็นใครที่ร้ายกาจเสียอีกแต่ในเมื่อเจ้ามาถึงที่นี่ ก็อย่าคิดที่จะเดินออกไปเลย!"

            “เจ้าพูดมา! ทำไมเจ้าถึงมีหยกเขี้ยวอสูรของพ่อข้า? เจ้าทำอะไรกับเขา?” ฉู่อวิ๋นจ้องมองฉู่ป้าด้วยสายตาที่เย็นชาร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังปราณ

            มู่หรงซินที่ตามมาด้านหลังมีสีหน้างุนงงและพูดว่า"เกิดอะไรขึ้น? จู่ๆเจ้าจะพุ่งออกไปทำไม?!"

            เมื่อเห็นมู่หรงซินปรากฎตัวฉู่ป้าก็ยิ้มอีกครั้งและพูดว่า "ฮ่าๆ ไม่คิดว่าพี่อวิ๋นจะเป็นคนมีเสน่ห์มีสาวสวยคอยช่วยเหลือ เจ้าอยากพึ่งแม่นางน้อยผ่านเข้าสู่การประลองรอบสองหรือ? ก็สอดคล้องกับเจ้าที่เป็นตัวอัปมงคลดี ต่ำต้อย สกปรก”

            “หึ! อย่าเปลี่ยนเรื่อง! เจ้าทำอะไรกับพ่อข้ากันแน่?!” ฉู่อวิ๋นก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว ไอสังหารแผ่ออกมาจากคิ้วของเขาบรรยากาศเย็นลงกว่าเดิม

            ฉู่ป้าปิดกั้นทางเข้าสุสานของบรรพบุรุษและพูดอย่างไม่แยแส"โอ้? ไอ้ผู้นำตระกูลย่อยสารเลวนั่นหรือเขาคงถูกฆ่าไปแล้วหรือว่าเขาจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของปรมาจารย์ขั้นมหาสมุทรได้กันนะ? ฮ่าๆ !"

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นบนหน้าผากของฉู่อวิ๋นก็ปรากฏเส้นเลือดเขียวคล้ำ เต็มไปด้วยความเกลียดชังเขาสูดลมหายใจเข้าแรงๆ และไม่อาจสงบสติอารมณ์ได้อยู่นาน

            แม้ว่าเขาจะคาดเดามานานแล้วว่าฉู่ซานเหออาจเสียชีวิตไปแล้วแต่ตอนนี้เมื่อได้ยินข่าวร้ายกับหูตัวเอง ก็ยังคงรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงก้อนความเจ็บปวดกัดกินไม่หยุดหย่อน รู้สึกว่าไม่อาจยอมรับมันได้

            เขาไม่คิดจริงๆว่าคนที่ฆ่าพ่อของเขาจะเป็นญาติทางสายเลือด!

            เขาไม่คาดคิดว่าคนที่ฆ่าพ่อของเขาจะมีสายสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันขนาดนี้!

            “เจ้า...พวกเจ้า! เหตุใดจึงใจเหี้ยมเช่นนี้!” ดวงตาของฉู่อวิ๋นเย็นชาความโกรธของเขาปกปิดความเศร้าไว้จนมิด ยามนี้เขามีเพียงความเกลียดชังอย่างสุดซึ้งและต้องการฆ่าคน! ฆ่าฉู่ป้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า!

            “อย่าหุนหัน คนๆ นี้ไม่ง่ายที่จะรับมือ” มู่หรงซินสับสนแต่ก็เข้าใจสถานการณ์ได้คร่าวๆ จึงเดินไปที่ด้านข้างของฉู่อวิ๋นเพื่อเตือนเขา

            ในการประลองเซี่ยหยางครั้งล่าสุดฉู่ป้าพ่ายแพ้ให้กับฉู่เฟยเท่านั้นและอยู่ในอันดับที่สอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาแข็งแกร่งกว่ามู่หรงซินในเวลานั้นระดับพลังยุทธ์ของฉู่ป้าอยู่ที่จุดสูงสุดของระดับห้าของขอบเขตควบแน่นพลังปราณ

            ตอนนี้เขากลับมาหลังจากออกไปฝึกฝนแล้วมีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะทะลุผ่านมาจนถึงระดับหกของขอบเขตควบแน่นพลังปราณ

            ในเวลานี้ ฉู่ป้าเหลือบมองฉู่อวิ๋นด้วยความดูถูกและหัวเราะ"ในฐานะตัวซวย เจ้าไม่มีคุณสมบัติพอที่จะรู้ความลับในตระกูลของเราแต่เห็นแก่ที่เจ้ากำลังจะตาย ข้าจะบอกให้”

            “ในหลุมศพของบรรพบุรุษ มีสมบัติลับที่สืบทอดมานานร่วมฝังอยู่ด้วยมันทรงพลังเหลือจะคิด ขอเพียงได้มันมา ก็สามารถสั่งการและเป็นผู้นำในตระกูลได้ฉู่เจิ้นหนานเจ้าเฒ่าอมตะนั่นไม่คิดศึกษาส่วนพ่อเจ้าก็ดื้อรั้นยิ่งกว่านั้นเสียอีก”

            “โชคดีที่ท่านพ่อข้าฉลาดพอขโมยหยกเขี้ยวอสูรสีม่วงมาตอนที่ผู้นำตระกูลไม่อยู่และยังได้รับหยกเขี้ยวอสูรสีครามจากฉู่ซานเหอมาด้วย ไม่เช่นนั้นวันนี้ข้าคงไม่มีโอกาสเปิดศิลาทลายมังกร"

            ฉู่อวิ๋นโกรธจนตัวสั่นเขาตะโกนด้วยเสียงทุ้ม "ที่แท้...พวกเจ้าวางแผนกันมานานแล้ว! คืนนี้เจ้าจะต้องตายที่นี่! ชดใช้ให้วิญญาณท่านพ่อของข้าบนสวรรค์!"

            เพื่อที่จะขโมยสมบัติลับของตระกูลผู้อาวุโสหกและฉู่ป้าร่วมมือกับบุคคลภายนอกเพื่อสังหารฉู่ซานเหอและขโมยเหรียญสืบทอดเพื่อมาที่หลุมศพของบรรพบุรุษ

            การกระทำนี้มันเกินไปแล้ว!ใจร้ายเหลือคณา! น่าชังเหลือแสน!

            จู่ๆ ฉู่อวิ๋นก็พุ่งเข้าไปไม่ว่าฉู่ป้าจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ แค้นสังหารบิดาครั้งนี้จะต้องได้รับการแก้แค้น!

            "ควั่บ!"

            ทันใดนั้นฉู่อวิ๋นก็มาถึงหน้าศิลาทลายมังกร วาดกระบี่ไปในอากาศอย่างรวดเร็วจนเห็นเพียงเงาราวกับสายฟ้าราวกับมังกรผู้ถูกกดขี่ที่เป็นอิสระจากทะเลและพุ่งเข้าโจมตีท้องนภาอย่างรวดเร็ว!

            ดวงตาของฉู่ป้าจ้องเขม็งเขาไม่กล้าประมาท จึงเหวี่ยงขวานยักษ์ด้วยพลังมหาศาลเพื่อต่อต้าน

            “ชิ้ง ชิ้ง!”

            เสียงการต่อสู้ไม่สิ้นสุด

            ฉู่ป้าเสียเปรียบครั้งแล้วครั้งเล่าและต้องการรุกกลับแต่การโจมตีด้วยความโกรธของฉู่อวิ๋นนั้นรุนแรงมาก ชั่วขณะหนึ่งฉู่ป้าถูกบังคับให้ล่าถอยอย่างต่อเนื่องและในทันใดนั้นเขาก็ถอยกลับไปที่หลุมศพของบรรพบุรุษ

            “ไอ้สารเลวนี่! เขาแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร? ก่อนที่ข้าจะออกจากเมืองไป่หยางเห็นชัดเจนว่าเขาเป็นเพียงนักรบในระดับแรกของขอบเขตควบแน่นพลังปราณ!”ฉู่ป้าตกใจมาก เขาถูกฉู่อวิ๋นปรามเข้าแล้วจริงๆ !

            “ตายซะ! ข้าจะให้เจ้าตาย!”

            ดวงตาของฉู่อวิ๋นเป็นสีแดงการเคลื่อนไหวของกระบี่ยังคงดำเนินต่อไป ปราณกระบี่สีม่วงของเขาเปล่งประกายสดใสเสียงลมที่พัดโหมเหมือนมังกรตัวยาวคำรามขึ้นไปบนเวหา สั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ

            “ชิ้ง ชิ้ง!”

            ชั่วครู่หนึ่งสุสานอันมืดมิดของบรรพบุรุษก็เต็มไปด้วยแสงกระบี่และมีเสียงโลหะปะทะกันอย่างอึกทึก

            “พวกเขาเริ่มสู้กันแล้วจริงหรือ? เจ้าอันธพาลตัวเหม็นนี่ใจร้อนนัก! นี่!” ในถ้ำมู่หรงซินไม่สนความถูกต้อง กัดฟันด้วยอยากเข้าร่วมการต่อสู้ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในหลุมศพของบรรพบุรุษ

            แต่ทันทีที่นางก้าวเข้ามานางก็รู้สึกว่าพลังและเลือดทั่วร่างกายหยุดนิ่ง จุดตันเถียดของนางแข็งเหมือนก้อนหินไม่สามารถระดมพลังปราณได้ นางถูกสกัดจนล้มลงกับพื้น

            “รู้สึก...แย่มาก...เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?!” มู่หรงซินล้มลง เหงื่อกาฬหยดย้อย และรู้สึกทรมานเป็นอย่างมาก

            ในสุสานของบรรพบุรุษมีค่ายกลต้องห้ามนางไม่ใช่สายเลือดตระกูลฉู่ ย่อมถูกควบคุมและสูญเสียพลังในการต่อสู้ไป

            "ย๊า!"

            ในเวลานี้ ฉู่อวิ๋นตะโกนเสียงดังในสายตาของเขามีเพียงฉู่ป้าเท่านั้น เขาต้องการสังหารคนตรงหน้าด้วยกระบี่เศวตรรุ้งจากนั้นก็ฟันกระบี่อันคมกริบออกไปในอากาศ ปรากฏแสงกระบี่พุ่งผ่านความว่างเปล่าตรงไปทางฉู่ป้าอย่างเร็วยิ่ง

            “หึ! ช่างเป็นทักษะกระจอก!ทุกคนในตระกูลหลักของเราล้วนรู้จักวิชากระบี่ดาวตกเส็งเคร็งนี่แต่เจ้าก็ยังคงใช้มันเป็นวิชากระบี่ติดตัว ขยะก็คือขยะ!”

            ฉู่ป้าตะโกนด้วยเสียงทุ้มระดมพลังปราณเหวี่ยงขวานยักษ์ออกไปอย่างต่อเนื่อง วาดขวานออกไปทั่วทุกมุมในที่สุดก็หยุดการโจมตีที่แข็งแกร่งของฉู่อวิ๋นได้แล้ว

            “ชิ้ง!”

            กระบี่และขวานปะทะกันทำให้ทั้งสองคนเซออกไป โดยกระเด็นแยกออกจากกันไปทางซ้ายและขวาของสุสาน

            ฉู่อวิ๋นใช้กระบี่ปลดปล่อยกระบวนท่าไปทีละครั้งแต่ก็รู้สึกเหนื่อยหอบเล็กน้อย จากนั้นเขาก็มีโอกาสสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบ

            รอบๆ หลุมศพมีกำแพงหินแกะสลักด้วยลวดลายแปลกประหลาด และภายในมีโครงกระดูกเหี่ยวๆนั่งอยู่บนที่นั่งหิน ในมือทั้งสองข้างถือกระบี่โบราณที่เป็นสนิมยันอยู่กับพื้น

            ตรงกลางหลุมศพมีแท่นหินซึ่งมีกระดาษเล่นแสงสีทองเล็กๆวางอยู่ แสงเรืองรองแผ่กระจาย หมอกปกคลุมขมุกขมัว ทำให้ดูลึกลับมาก

            “นี่คือม้วนคัมภีร์โบราณ!”ฉู่ป้าพอเห็นแผ่นกระดาษเล่นแสง แววตาก็ปรากฏความโลภ

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน