“คุณซึงฮยอน ผมพักอึนแทจากทีมวิจัยฯ”
“เอ่อ...ครับ”
“รายงานเป็ไงบ้าง...คิดว่าวันนี้จะเสร็จไหม”
“เอ่อ...ผู้จัดการส่วนบอกให้ผมหยุดทำก่อนยังไม่ได้เริ่มอะไรเลยครับ”
“หะ...หัวหน้าส่วน? หมายถึงหัวหน้าส่วนคิมเหรอ”
“ครับ เขาบอกว่าขอกินข้าวให้เสร็จก่อนแล้วจะติดต่อไป”
เ้าคนหัวหมอทีมวิจัยฯพูดด้วยน้ำเสียงเบาโหวงว่า “รับทราบ” แล้วตัดสายทำเอาซึงฮยอนรู้สึกยินดีปรีดายิ่งนัก ผู้จัดการส่วนผลักงานไร้สาระคืนพวกที่โยนมาแถมยังคอยดูแลเขาในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาอีก ถึงยังลบภาพจำอ่อนแอและหัวอ่อนในสายตาผู้บังคับบัญชาไม่ออก แต่ซึงฮยอนกลับรู้สึกว่าตัวเองเริ่มได้รับการยอมรับให้อยู่ในทีมเดียวกันแล้ว
ฮิๆๆ ต้องโม้เื่เหลือเชื่อนี้ซะหน่อย
ซึงฮยอนคลิกโปรแกรมแมสเซนเจอร์เพื่อทักทายจียอน
[จียอน! ฉันมีเื่เหลือเชื่อมาเล่า!]
[อะไร]
[ผู้จัดการส่วนช่วยฉันเอาไว้!]
[โอ้โห! สุดยอดไปเลย ฉันก็มีเื่เหลือเชื่อเหมือนกัน!นี่เป็ข่าวที่นายต้องชอบยิ่งกว่าฉัน!]
[ข่าวอะไร]
[นายจำยูราได้ไหม]
[เพื่อนของแฟนเธอน่ะเหรอ]
[อื้อๆ ยายนั่นบอกว่าบริษัทของเรามีเกย์ด้วย!]
[ฮะ?...ก็เป็ไปได้แหละ บริษัทเรามีพนักงานตั้งเท่าไร]
[เห็นว่าเป็ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเราด้วย]
[จริงเหรอ อย่าบอกว่าเป็คนในชมรมต็อกสีรุ้ง]
[ไม่ใช่ๆ ตอนนี้ยูราอยู่อเมริกา เธอบอกว่าเคยรู้จักผู้ชายเกาหลีอยู่หนึ่งคน เขาเป็นักเรียนแลกเปลี่ยนจากมหาวิทยาลัย S ดูทรงแล้วยายนั่นคงตกหลุมรักและตามตื๊อผู้ชายคนนั้นหนักแน่ๆ]
[จริงเหรอ ใครกันเนี่ย]
“คุณซึงฮยอน อ่ะนี่ นายูซองซื้อมาฝาก”
“เอ่อ...ขอบคุณครับ”
จงชานยื่นโยเกิร์ตสมูตตีที่ละลายไปแล้วเล็กน้อยให้เขา ราวกับเพิ่งแยกกับยูซองมาหมาดๆขณะกำลังเช็ดหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ตามแก้วออกซึงฮยอนที่หันไปมองจอมอนิเตอร์อีกครั้งเกิดนึกได้ว่าเมื่อกี้พักอึนแทโทรศัพท์มา
“ผู้จัดการส่วนครับ เมื่อกี้ทีมวิจัยฯ เพิ่งโทรมา”
“อ๋อ...”
รังสีอำมหิตที่จ้องทำลายเ้าคนเหลือขอให้สิ้นซากแวบผ่านใบหน้าของจงชานไป
“เข้าใจแล้ว”
จากนั้นชายหนุ่มก็เริ่มลงมือเคาะแป้นคีย์บอร์ดอย่างน่ากลัวทันที
ว้าว! ดูเหมือนพวกเขากำลังทำาผ่านโปรแกรมแมสเซนเจอร์เลย
ซึงฮยอนพยักหน้าให้จงชานอีกครั้งราวกับ้าขอบคุณชายหนุ่มจึงโบกมือให้เบาๆในทำนองว่าพอแล้วเขารู้สึกว่าอีกฝ่ายมีมุมคล้ายเพื่อนเก่าของตัวเองเพราะการกระทำดังกล่าวดูคล้ายยูซองหน่อยๆ
ซึงฮยอนเขี่ยหลอดเล่นและหันกลับไปมองหน้าจอมอนิเตอร์อีกรอบดูเหมือนจียอนกำลังรอคำตอบอยู่พร้อมกับถามว่ายุ่งอยู่หรือเปล่า
[มัวแต่คุยกับหัวหน้าส่วนอยู่น่ะ แล้วสรุปว่าเป็ใคร]
[เอ่อ...ยังไม่รู้ชื่อเลย แต่ได้ยินอะไรที่น่าใกว่านั้นเห็นบอกว่าหนุ่มมหาวิทยาลัย S คนนั้นมีฉายาว่าสถานีวิจัยคิงเซจง[1]]
[หืม? มีหนุ่มจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ทำงานอยู่ในบริษัทเราเหรอ]
[เอ๊ะ? ทำไมถึงเป็คณะวิศวกรรมศาสตร์ล่ะ]
[ฉายาคือสถานีวิจัยคิงเซจง...ก็แสดงว่าจบจากคณะนั้นน่ะสิ]
[โอ๊ย! ไอ้คนไร้จินตนาการถามหน่อยว่าสถานีวิจัยคิงเซจงนั่นอยู่ที่ไหน]
[ขั้วโลกใต้เหรอ]
[ที่แน่ๆคือ อยู่บนเกาะคิงจอร์จที่ขั้วโลกใต้ เกาะคิงจอร์จ!! คิงจอร์จ!!!!]
อะไรเนี่ย...
[รอแป๊บนะเพื่อน! ฉันจะหานายคิงจอร์จนั่นให้เจอแล้วแนะนำให้นายรู้จัก!ปีหน้านายก็อายุสามสิบแล้ว ควรบอกลาความซิงสักที]
ให้ตายเถอะ...
[ซึง? ซึง? โดนใช้งานอยู่เหรออูซึงฮยอนตอบหน่อย อูซึงฮยอน!]
ดูทรงแล้วจียอนคงจะพูดถึงเกาะคิงจอร์จตลอดการฝึกงานของเขาแน่ๆ ไม่สิ!ไม่ใช่แค่ “คงจะ” แต่ยายนั่นต้องพล่ามไม่หยุดแน่ทำเอาซึงฮยอนเริ่มปวดหัวตุบๆ
[จียอนเพื่อนรัก...ขอร้องเถอะ เธอเลิกอคติคิดว่า ‘ถ้าใหญ่อะไรๆก็ดีไปหมด’ ได้ไหม]
[ทำไมล่ะ นายก็เป็ผู้ชายเกาหลีเหมือนกันจะเลิกได้หรือยังไอ้ที่คิดว่าเทคนิคสำคัญกว่าขนาด ถ้าขนาดเล็กจิ๋วแค่นิ้วมันจะไปรู้สึกหวือหวาอะไรได้ไม่ลองชิมดูหน่อยล่ะ ไม่งั้นจะถือว่าเสียชาติเกิดนะยะ]
ที่ผ่านมาซึงฮยอนเคยได้ยินมุกตลกใต้สะดือของจียอนมาก็บ่อยไม่ใช่แค่ปีสองปี แต่เ้าหล่อนกล้าพูดในออฟฟิศได้ไงเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อเลย...
ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองยังขาดทักษะในการรับมือกับคำพูดสองแง่สองง่ามของจียอนที่หาเลี้ยงตัวเองด้วยคำพูดและการเขียนบทความระหว่างครุ่นคิดอยู่ว่าจะตอบอะไรกลับไปดีจียอนก็ยังเพ้ออย่างบ้าคลั่งผ่านแมสเซนเจอร์ไม่หยุด
ในหัวของจียอนคงกำลังวาดฝันถึงเื่ราวความรักสุดเร่าร้อนระหว่างซึงฮยอนกับพ่อหนุ่มสถานีวิจัยคิงเซจงที่พบกันราวกับพรหมลิขิตตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในห้องประชุม ห้องน้ำ หรือบนดาดฟ้าจบที่ครองรักกันอย่างมีความสุขตราบจนชีวิตจะหาไม่
[จียอน ขอร้องเถอะ...ไม่คิดจะรักษาภาพลักษณ์บ้างหรือไง]
[ทำไมล่ะ ชอบไม่ใช่เหรอ]
[เอ่อ...จะพ่อหนุ่มสถานีวิจัยคิงเซจงหรืออะไรก็ช่างไม่คิดบ้างเหรอว่าความรักในที่ทำงานอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้น่ะ!]
อีกหน่อยเขาก็ไม่ได้เป็พนักงานฝึกหัดของที่นี่แล้วเกิดคบกับคนในออฟฟิศคงตลกน่าดู...เขาไม่อยากมอบหัวใจให้คนใกล้ตัวอีกกลัวว่าหากผิดหวังขึ้นมาต่อไปคงใช้ชีวิตลำบากเมื่อต้องมาเห็นหรือได้ยินทุกอย่างจากปากคนสนิทของฝ่ายนั้นสุดท้ายคนที่จมอยู่กับความชอกช้ำก็เป็ตัวเขาเอง
เหนือสิ่งอื่นใดแล้วซึงฮยอนไม่ชอบเวลาที่แม้จะผ่านมาเนิ่นนานแต่ยังมีคนนั้นหลงเหลืออยู่ในทุกห้วงความทรงจำพอคิดถึง่เรียนมหาวิทยาลัยที่ไม่มีวันหวนคืน ก็มีเพียงเื่ของยูซองเท่านั้นที่นึกออก
ช่างว่างเปล่าเหลือเกิน
ซึงฮยอนไม่เคยคบคนในมหาวิทยาลัยเดียวกันมาก่อนแต่กลับเข้าใจดีว่าทำไมอดีตคู่รักมหาวิทยาลัยถึงเตือนนักหนาว่าอย่าคบกับคนในคณะเดียวกัน เขาขอเจอประสบการณ์ชอกช้ำแบบนั้นแค่ครั้งเดียวก็เกินพอชายหนุ่มไม่อยากเ็ปจากการชอบใครสักคนอีกแล้ว
********************
[1]มาจากชื่อ King Sejong Station (세종기지)สถานีวิจัยวิทยาศาสตร์ของเกาหลีใต้ อยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอนตาร์กติกาตั้งชื่อตามพระนามของพระเซจงมหาราช กษัตริย์องค์ที่สี่แห่งราชวงศ์โชซอน