ศิลาแห่งทวยเทพ

    บทที่36 กำเนิดศิลาแห่งทวยเทพ

    ภายในปราสาทสีทองมหาเทพได้ฟังเหตุการณ์ต่างๆไปที่เดนได้เผชิญมาตั้งแต่ดวงดาวหายจนได้กลับมาเกิดใหม่

    “มหาเทพ:นี่เจ้าทำลายดาวแห่งเทพไปแล้วรึ”

    “เดน:เหตุสุดวิสัยนะขอรับเจ้าปีศาจนั้นร้ายกาจเกินไป”

    “มหาเทพ:เจ้าได้เกิดมาอีกครั้งเพราะศิลาเทพดึงวิญญาณเจ้าเข้าไปงั้นสินะ ถือว่าตอนนี้ตัวเจ้านั้นก็คือศิลาเทพไปแล้วละนะ เจ้าอยากรู้ไหมละว่าศิลาเทพนั้นมาจากไหน?”

    “เดน:อยากรู้ขอรับ ข้าเคยหาอ่านม้วนบันทึกภายในแดนเทพแทบทั้งหมด แต่ก็ไม่พบความเป็นมาของมันเลย”

    “มหาเทพ:ศิลาเทพเกิดมาจากมหาเทพทั้งสิบสององค์ร่วมกันสร้างขึ้นมา แต่เมื่อศิลาถูกสร้างขึ้นมาพลังของมันนั้นมากมายมหาศาลเกินกว่าที่เหล่ามหาเทพทั้งสิบสองจะควบคุม พวกเขาจึงจำเป็นที่จะต้องผนึกมันเอาไว้ ต่อมาก็เกิดสงครามระหว่างเทพและอสูรขึ้นการสู้รบครานั้นนับว่ารุนแรงอย่างมากผลพวงจากสงครามนั้นได้ทำลายเอกภพไปนับพัน ในขณะที่เผ่าอสูรเข้าตาจนพวกมันได้ใช้มหาเวทย์อัญเชิญ เทพอสูรแห่งการทำลายออกมา เทพอสูรตนนั้นมีพลังอย่างมากมันได้ฆ่ามหาเทพไปได้ถึงสิบองค์ ในตอนนั้นเหล่ากองทัพเทพที่กำลังฮึกเหิมต้องระส่ำระสายเมื่อสิ้นมหาเทพไปถึงสิบองค์ มหาเทพที่เหลืออยู่ทั้งสองจึงจำเป็นต้องเปิดผนึกศิลาเทพขึ้นมาเพื่อต่อกรกับเทพอสูรตนนั้น มหาเทพทั้งสองใช้พลังของศิลาเทพจนได้รับชัยชนะเทพอสูรและขับไล่เหล่าอสูรเข้าไปในห้วงมืดนิรันดร์และได้ปิดผนึกเอาไว้ไม่ให้พวกมันออกมาได้อีก แต่เมื่อมหาเทพทั้งสองจัดการพวกเหล่าอสูรเสร็จสิ้นพวกเขาทั้งสองต่างก็ได้รับผลกระทบจากการที่ฝืนใช้พลังของศิลาเทพทำให้พวกเขาต้องจบชีวิตลงหลังจากทั้งสองผนึกศิลาเอาไว้อีกครั้ง”

    “เดน:แม้แต่ผู้สร้างมันขึ้นมายังต้องตกตายไปเพราะมันเลยงั้นรึเนี้ย”

    “มหาเทพ:อืมถูกต้องแล้วละและที่มันถูกผนึกไว้ก็คือดวงดาวเทพที่พวกเจ้าอาศัยอยู่นั้นละ เจ้าพวกอสูรนั้นก็เช่นกันที่โดนผนึกไว้ที่ดาวนั้นในมิติมืด”

    “เดน:แต่ท่านมหาเทพพวกข้าตั้งแต่อดีตจนถึงรุ่นข้าต่างก็คอยทำสงครามกับเหล่าอสูรจนถึงกับเจ้าพิภพรุ่นแรกปลดผนึกใช้ศิลาเทพกำจัดพวกมันอีกแล้วพวกมันออกมาจากห้วงมืดได้ยังไงกันละ แล้วก็เจ้าพิภพรุ่นแรกทำไมถึงใข้ศิลาเทพได้กันละ”

    “มหาเทพ:สงสัยว่าผนึกคงอ่อนกำลังลงทำให้พวกมันเล็ดรอดออกมาได้บ้างบางส่วน แต่เรื่องเจ้าพิภพคนแรกที่ปลุกศิลาเทพขึ้นมาได้นะก็เพราะมหาเทพทั้งสองที่ก่อนจะสลายหายไปได้ใช้ดวงวิญญาณของตนเข้าครอบคลุมศิลาเทพไว้เลยทำให้ผลกระทบต่อผู้ใช้มันลดน้อยลงแต่นั้นละปัญหา พลังของมันที่ถูกควบคุมทำให้เจ้าพิภพรุ่นแรกนั้นใช้ได้เพียงแค่พลังส่วนนอกเท่านั้นละ ไม่ใช่แค่เจ้าพิภพรุ่นแรกของพวกเจ้าหรอกนะที่ใช้ศิลาได้นะยังเคยมีเทพองค์อื่นก่อนที่จะมีเจ้าพิภพเกิดมาใช้มันมาแล้ว แต่พวกเขาก็ต้องจบชีวิตไปเพราะมันเหมือนกันทุกคนยกเว้นเจ้าพิภพรุ่นแรกและก็เจ้าในตอนนี้นี่ละ และคนที่สามารถใช้ศิลาเทพได้ข้าต่างพาพวกเขามายังที่นี้เพื่อทดสอบทั้งนั้นแต่ก็แค่นั้นละไม่มีใครสักคนที่จะใช้พลังมันได้จริงจังสักคนยกเว้นเจ้าคนแรกในหลายรอบสหัสวรรษที่ดันไปร่วมตัวเข้ากับศิลาเทพทำให้เจ้าอาจใช้พลังที่แท้จริงของมันออกมาได้”

    น้ำเสียงของมหาเทพที่เดนฟังดูคล้ายกับว่าเขาตื่นเต้นยิ่งนักแต่ก็เพียงแค่แว๊บเดียวเท่านั้นน้ำเสียงก็กลับเป็นปกติ

    “เดน:ท่านมหาเทพข้าขอถามได้ไหมท่านสืบเชื้อสายมาจากหนึ่งในสิบสองมหาเทพนั้นใช่รึไม่แล้วทำไมต้องคอยทดสอบคนที่ใช้ศิลาได้ แล้วท่านทำไมไม่ใช้ศิลาเทพเมื่อท่านรู้เรื่องเกี่ยวกับอย่างดี”

    “มหาเทพ:ข้าจะบอกอะไรเจ้าไว้อย่างนะข้านะไม่สามารถใช้ศิลานั้นได้หรอกนะเพราะข้าเป็นเพียงจิตสำนักที่มหาเทพองค์สุดท้ายก่อนจะสิ้นได้ทิ้งเอาไว้เพื่อทดสอบผู้ที่ใช้ศิลาแค่นั้นเอง”

    “เดน:งั้นเป็นท่านสินะที่พาข้ามานะ”

    “มหาเทพ:ป่าวหรอก เจ้ายังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะมาด้วยซ้ำเพราะที่จะมาได้ต้องใช้พลังของศิลาได้สักห้าสิบส่วนก่อนข้าถึงจะสัมผัสและพาเจ้ามาได้ แต่ที่เจ้ามาได้ก็เพราะไข่เทวฑูตของข้าพาเจ้ามาต่างหากละ”

    “เดน:อะไรคือไข่เทวฑูตงั้นรึ”

    “มหาเทพ:เดิมทีไข่เทวฑูตนั้นข้าส่งไปยังแดนเทวะเพื่อจะบอกบางสิ่งให้กับเผ่าสัตว์ศักดิ์สิทธิทั้งหลายได้รับรู้ แต่จู่ๆข้าก็ไม่อาจสัมผัสถึงมันได้จนมันพาเจ้ามาที่นี้นี่แหละ”

    “เดน:เป็นท่านเองสินะที่บอกที่ตั้งดวงดาวสีน้ำเงินนั้นให้กับเผ่าสัตว์ศักดิ์สิทธิแดนเทวะเหล่านั้นนะแล้วดวงดาวนั้นมีอะไรกันแน่ทั้งท่านทั้งเจ้าพิภพคนก่อนและศิลาเทพต่างไปยังที่นั้นนะ”

    “มหาเทพ:เรื่องนี้ยังไม่ถึงเวลาจะบอกเจ้าได้ แต่เจ้ารู้เอาไว้อย่างว่าดาวดวงนั้นมีสิ่งที่ต้องคอยปกป้องเอาไว้จากเหล่าอสูร ตอนนี้คงมีเหล่าอสูรบางส่วนแอบแฝงตัวเข้าไปแล้วละและที่ศิลาเทพเลือกเจ้าคงเพราะเหตุนี้ละนะ”

    “เดน:มันมีอะไรที่นั้นกันแน่แล้วข้าต้องปกป้องอะไรจากเหล่าอสูรพวกนั้นละท่าน”

    “มหาเทพ:รอให้ถึงเวลาข้าจะบอกแก่เจ้าเอง ก่อนอื่นเจ้าต้องปลดพลังของศิลาให้ได้ห้าสิบส่วนและทำให้วิญญาณของมหาเทพทั้งสองที่ครอบคลุมศิลานั้นถูกปลดปล่อยออกจากศิลาให้ได้ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลังข้าจะให้ไข่เทวฑูตกับเจ้าไว้และพอมันฝักตัวออกมามันสามารถช่วยเจ้าได้อย่างมาก ทั้งเรื่องติดต่อกับข้าและพาเจ้าไปยังเอกภพอื่นก็สามารถทำได้ในเพียงพริบตา”

    มหาเทพหงายฝ่ามือไข่สีขาวลอยมาหาเดนและหายเข้าไปในมิติของเขา

    “มหาเทพ:ตอนที่มันเป็นไข่อยู่นี้เจ้าสามารถใช้ความสามารถของมันได้เพียงเล็กน้อยแต่ถึงอย่างนั้นเจ้าก็สามารถเข้าออกพื้นที่ ที่ถูกผนึกไว้อย่างง่ายดายไม่ว่าผนึกนั้นจะทรงพลังขนาดไหนก็ตามและยังสามารถไปที่ใดก็ได้ภายในเอกภพเดียวกันอีกด้วยนะ ตอนนี้เจ้ากลับไปก่อนไป๊ไว้มาหาข้าใหม่เมื่อเจ้าปลุกพลังศิลาได้ถึงห้าสิบส่วนแล้ว”

    “เดน:ขอรับแล้วข้าต้องทำยังไงถึงกลับไปได้ละขอรับ”

    “มหาเทพ:ก็แค่เจ้าเพ่งจิตที่เจ้าต้องการไปส่งไปยังไข่เทวฑูตมันก็จะพาเจ้าไปเองแหละ”

    เดนลองทำตามดูทันทีพอเขาเพ่งจิตส่งไปยังไข่เทวฑูตรอบตัวของเขาก็เกิดภาพหมุนวนพอรู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ภายในห้องของเขาแล้ว

    “เดน:นี้ข้ากลับมาแล้วยังงั้นเหรอ ดีเลยคราวนี้ข้าจะไปไหนมาไหนก็ไม่มีใครรู้อย่างแน่นอน หึหึ”

    “ไอลีน:นั้นเจ้าใช่ไหมเดนเจ้ากลับมาตอนไหนกันทำไมข้าไม่เห็นเจ้า แล้วเจ้าหายหัวไปไหนมาไม่รู้รึไงว่าวันนี้นะพวกเราต้องทำอะไรบ้างนะ”

    เดนหันไปมองไอลีนที่เดินเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าที่บูดบึงกำหมัดแน่นเดินตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขารู้ทันทีว่ากำลังจะโดนไอลีนทุบตีเอาแน่ๆ

    “เดน:ดะ..เดี๋ยวก่อนแม่นางใจเย็นๆฟังข้าอธิบาย กะ..โอ๊ยยยย!”

    ไอลีนซัดหมัดดังปังเข้าใบหน้าเขาเต็มๆทำให้เขากระเด็นไปติดผนังนั่งลงไปบนพื้น เดนยกมือขึ้นลูบแก้มของเขาเมื่อมองไปทางไอลีน นางทำท่าจะเดินเข้ามาหาเขาอีกทำให้เขาวิ่งหนีไปแอบหลังเสาภายในห้อง ผู้คนที่ได้ยินเสียงดังต่างเดินเข้ามาดู

    “ลู:เกิดอะไรขึ้นศัตรูบุกยังงั้นเหรอ”

    เมื่อเดนเห็นลูเดินเข้ามาจึงรีบวิ่งไปหลบข้างหลังเขาทันที

    “เดน:ลูช่วยข้าด้วยยัยไอลีนพยายามจะฆ่าข้า”

    “ไอลีน:ใครจะฆ่าเจ้าข้าแค่สั่งสอนคนไม่รู้เวล่ำเวลาต่างหากเล่าถอยไปลูไม่งั้นเจ้าได้เจ็บตัวไปด้วยอีกคนแน่”

    ลูพยายามจะหนีออกไปแต่โดนเดนเกาะยึดไว้แน่น

    “ลู:เดนปล่อยข้าปัญหาเจ้าสร้างเจ้าจัดการเองสิฟ่ะอย่าเอาข้าต้องมาเจ็บตัวไปกับเจ้าด้วยนะเฟ้ย”

    “ลู:นะ..นี้ไอลีนข้าไม่เกี่ยวนะอย่าเอาข้าไปเกี่ยวด้วยสิ”

    “ไอลีน:ก็หลีกไปสิ ข้าจะนับหนึ่งถึงสามถ้าเจ้าไม่หลีกไปเจ้าโดนด้วย”

    ลูที่พยายามสบัดตัวหนีเดนให้หลุดแต่ก็ไม่สามารถทำได้ แต่ในขณะนั้นเองออโรร่าและไป๋เป่าก็มาดึงตัวไอลีนเอาไว้

    “ออโรร่า:พอเถอะพี่หญิงเขาคงเข็ดแล้วละให้เขาอธิบายสักหน่อยเถอะ”

    “ไป๋เป่า:นั้นนะสิฟังเขาพูดสักหน่อยเถอะ”

    ไอลีนสงบลง หมัดที่กำลังง้างพร้อมชกออกไปก็ปล่อยลง เมื่อลูและเดนเห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมาและทรุดนั่งลงกับพื้นพร้อมกับเช็ดเหงื่อบนใบหน้าของตนเอง เดนยังลูบแก้มตนเองที่โดนไอลีนชกใส่เต็มๆและพึมพำเสียงเบาออกมา

    “เดน:ยัยแรงวัวแรงควายเอ๊ย”

    ลูที่ได้ยินหน้าถอดสีมองไปทางไอลีน

    “ไอลีน:ไหนอธิบายมาสิว่าเจ้าไปไหนมาทำไมถึงไม่รอส่งไอร่าและไปชมสถานที่ในสำนักพร้อมกับพวกข้า”

    “เดน:อัสนีม่วงมาหาข้านะข้าเลยจำเป็นต้องออกไปกับเขาไม่ได้บอกพวกเจ้า”

    “ไอลีน:ท่านอัสนีม่วงมาอย่างนั้นรึทำไมข้าไม่เห็นเขาละ”

    “เดน:เจ้าก็น่าจะรู้นะว่าเขานะบทจะมาก็มาได้โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวหรอก”

    “ไอลีน:แล้วเขามาทำไมละ”

    “เดน:ท่านปู่ให้เขามาพาข้าไปดูชายแดนระหว่างเหมันต์อัคคีและบรรจบพิภพนะเพื่อให้ข้ากลับไปป้อมอัสนีถูกเมื่อข้าต้องการไปเยี่ยมที่นั้นนะ”

    “ไอลีน:ก็แล้วไปคราวหลังจะไปไหนมาไหนก็บอกกันก่อนสิจะได้ไม่ต้องคอยเป็นห่วง”

    “เดน:นี้เจ้าเป็นห่วงข้าจริงๆงั้นรึเมื่อกี้ชัดข้ากะให้ตายเลยนะนั้นนะ”

    “ไอลีน:แล้วใครใช้ให้เจ้าหายไปโดยไม่บอกไม่กล่าวกันละ”

    “เดน:เอาละ เอาละข้าขอโทษวันหลังข้าน้อยจะรายงานแม่นางผู้ทรงพลังทุกฝีก้าวเลยขอรับ”

    เดนลุกขึ้นทำความเคารพนางและทำสีหน้าจริงจัง ทำให้ทุกคนหัวเราะออกมาในท่าทางของเขา ไอลีนเดินหนีออกไปจากห้อง ออโรร่ามาหยุดเบื้องหน้าของเดน นางยิ้มและมองหน้าของเขาและยื่นหน้าไปบรรจงจูบที่แก้มที่โดนไอลีนชก ทำให้เดนสะดุ้งและก้าวถอยหลังไป

    “ออโรร่า:หวังว่าท่านคงหายเจ็บแล้วนะ”

    นางหัวเราะออกมาน้อยๆและเอามือไพล่หลังเดินตามไอลีนไปพร้อมกับไป๋เป่า แคนดิสเอามือปิดปากหัวเราะออกมา เจ้ามังกรผิวปากทำเป็นไม่เห็น ลูส่ายหัวมองไปยังเดน

    คล้ายกับเรื่องศิลาแห่งทวยเทพ ที่คุณอ่าน