หวงเยี่ยยังคงถือคัมภีร์วิชาโลหิตมนุษย์แปรสภาพหมื่นขั้นไว้แน่นในมือ
อักขระบนหน้าปกสะท้อนแสงไฟจนดูคล้ายกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกับชีพจรของเขา
ความเข้าใจเกี่ยวกับสี่ขั้นแรกยังคงหมุนวนอยู่ในห้วงคิด ราวกับเมล็ดพันธุ์ที่เพิ่งถูกหว่านลงในผืนดินแห่งจิตวิญญาณ
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นภายในส่วนลึกของสำนึก
【ตรวจพบวิชาโลหิตมนุษย์แปรสภาพหมื่นขั้น ใช้ 1,000,000 แต้มวิญญาณในการเปิดใช้งาน โฮสต์จะร่ำเรียนมันเลยหรือไม่?】
คำประกาศนั้นดังกังวานชัดเจน ไม่มีความลังเล ไม่มีความคลุมเครือ
ในที่สุดสิ่งที่ชายหนุ่มคาดเอาไว้ก็กลายเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นวิชาในรูปแบบใด จะเป็นวิชาขับเคลื่อนพลัง วิชาการต่อสู้ หรือแนวทางพิเศษใดก็ตาม เพียงแค่ได้สัมผัสกับมันโดยตรง ระบบก็จะตอบสนองอย่างแม่นยำ
ตอนนี้ข้ามีแต้มวิญญาณเท่าไหร่แล้วคนสวย?
เสียงตอบกลับดังขึ้นแทบจะในเสี้ยววินาที
【แต้มวิญญาณ 9,056,900 ค่ะโฮสต์ สามารถใช้แต้มวิญญาณส่วนนึงเพื่อเปิดการทำงานของวิชานี้ในระดับแรกได้ทันที】
ตัวเลขที่ปรากฏขึ้นในจิตสำนึกส่องประกายราวกับขุมทรัพย์มหาศาล
หัวใจของเขาเต้นระรัวดังกลองศึก เลือดในกายเหมือนกำลังรอคำสั่ง
เข้าใจแล้ว งั้นใช้แต้มวิญญาณส่วนนึงฝึกฝนวิชาโลหิตมนุษย์แปรสภาพหมื่นขั้นในทันที!
คำตอบสั้นกระชับดังขึ้น
【รับทราบ เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงโลหิต】
แล้วทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว พลังอันลึกลับจากระบบผุดขึ้นจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ
มันไม่ได้เป็นเพียงกระแสพลังธรรมดา หากเป็นแรงกระตุ้นที่แทรกซึมเข้าสู่โครงสร้างระดับแก่นแท้ของร่างกาย
ในชั่วพริบตา โลหิตภายในกายของหวงเยี่ยก็เดือดพล่าน เส้นเลือดทั่วร่างปูดนูนขึ้นอย่างชัดเจน กระแสสีแดงเข้มไหลย้อนกลับสวนทิศทางเดิม ราวกับแม่น้ำที่กำลังไหลกลับสู่ต้นกำเนิด พลังวิญญาณที่เคยหมุนเวียนผ่านเส้นชีพจรกโลหิต กลับถูกดึงเข้าสู่กระแสเลือดอย่างฉับพลัน
ทุกหยดโลหิตเริ่มสั่นสะเทือน เสียงดังกึกก้องระเบิดออกจากภายในอกของเขา
ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกเริ่มขยับตัวออกอย่างฉับพลัน กล้ามเนื้อกระตุกเป็นระลอก ผิวหนังแดงฉานราวกับถูกหลอมด้วยไฟ
“อึ่ก..”
เสียงครวญครางหลุดออกมาจากลำคอ ทว่าเฉินอี้หานที่กำลังยกน้ำเต้าขึ้นจิบเหล้าได้พลันสำลักอย่างแรง
“แค่ก!แค่ก!แค่ก!”
เขารีบลุกพรวดพราดขึ้นทันที ดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติ
“นะ.. นะ.. นี่เจ้า..”
เสียงสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว
“บ้าน่า.. นี่มันกระบวนการฝึกฝนวิชาโลหิตมนุษย์แปรสภาพหมื่นขั้นในขั้นแรก ระดับโลหิตหยาบกำเนิด?!”
สายตาของชายชราจับจ้องไปยังร่างของหวงเยี่ยอย่างไม่กะพริบ ความตกตะลึงโหมซัดเข้าใส่สติของผู้เป็นอาจารย์ราวกับพายุ
มันสัมผัสได้อย่างชัดเจน โลหิตภายในกายกำลังเปลี่ยนแปลง จากเลือดธรรมดาที่มีหน้าที่หล่อเลี้ยง กลายเป็นตัวนำพลัง กระแสพลังเริ่มฝังตัวอยู่ในทุกหยด เสียงเต้นของหัวใจหวงเยี่ยดังสนั่นในโสตประสาทของเฉินอี้หาน คล้ายเสียงกลองศึกกลางสนามรบ
“นะ.. นี่เจ้าทำได้ยังไง?!”
“เจ้ากำลังปรับเปลี่ยนโลหิตมนุษย์ให้กลายเป็นขั้นแรกในระดับโลหิตหยาบกำเนิดแล้วเรอะ?!”
คำถามต่อเนื่องกันอย่างรวดเร็ว ชายชราก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว มือที่เคยมั่นคงสั่นเล็กน้อย
เพราะรู้ดีว่าขั้นแรกนี้คืออะไร มันคือการตระหนักว่าเลือดคือภาชนะของพลังชีวิต มันคือการเปลี่ยนสถานะของโลหิตจากสิ่งหล่อเลี้ยงเป็นตัวนำพลัง และมันคือจุดเริ่มต้นที่ยากลำบากที่สุด
“รู้ไหมว่ากว่าอาจารย์คนนี้จะสามารถฝึกฝนขั้นระดับโลหิตหยาบกำเนิดได้สำเร็จ จะต้องใช้เวลานับสิบปี!”
“สิบปีเต็มๆที่ต้องเผชิญความเจ็บปวดไม่รู้จบ แต่เจ้ากลับ..”
น้ำเสียงของเฉินอี้หานค้างอยู่กลางอากาศ ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร และไม่รู้จะใช้ถ้อยคำใดให้สมกับสิ่งที่เห็น
กระบวนการทั้งหมดกำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
โลหิตของหวงเยี่ยหมุนวนอย่างเป็นจังหวะใหม่ กระแสพลังที่เคยกระจัดกระจายถูกรวบรวมเข้าสู่กระแสเลือด
เฉินอี้หานยืนนิ่ง ร่างกายแข็งค้าง มองเห็นชัดเจนว่าโลหิตในกายของหวงเยี่ยกำลังผ่านการเปลี่ยนแปลงจริง
...
จนกระทั่งผ่านไปกว่าหลายชั่วโมง คลื่นพลังที่เคยปั่นป่วนอยู่ภายในร่างของหวงเยี่ยก็ค่อยๆสงบลงอย่างชัดเจน
กระแสโลหิตที่เดือดพล่านดั่งเตาหลอมเริ่มไหลเวียนเข้าจังหวะมั่นคง
เส้นชีพจรที่สั่นสะท้านก่อนหน้านั้น กลับกลายเป็นหนักแน่นและลึกแน่น เหมือนแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่านภูผาโดยไม่อาจหยุดยั้ง
ในที่สุด การฝึกฝนวิชาโลหิตมนุษย์แปรสภาพหมื่นขั้นในขั้นแรกอย่างโลหิตหยาบกำเนิดก็เสร็จสิ้นลงโดยสมบูรณ์
“แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก!”
หวงเยี่ยหอบหายใจอย่างหนัก หน้าอกยกขึ้นลงถี่กระชั้น เหมือนเพิ่งผ่านศึกที่กินเวลายาวนาน
ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุภายในห้อง ร่างของเขากลับร้อนแรงยิ่งกว่าสภาพแวดล้อมภายนอกเสียอีก ผิวหนังทั่วทั้งกายก่อเกิดไอหมอกสีขาวบางๆลอยฟุ้งขึ้นสู่เพดานหิน ราวกับสายเลือดในร่างได้แปรเปลี่ยนเป็นลาวาไหลเวียนอยู่ใต้ผิวเนื้อ
ไอความร้อนนั้นไม่ได้เป็นเพียงภาพลวงตา หากส่งผลกระทบต่ออากาศรอบตัวจนเกิดการบิดเบี้ยวเล็กน้อย คล้ายภาพที่สั่นไหวเหนือผืนทรายในยามแดดจัด ความร้อนแผ่กระจายเป็นวงกว้าง ทำให้แผ่นหินใต้ฝ่าเท้าอุ่นขึ้นอย่างชัดเจน
เขาค่อยๆยืดตัวขึ้นจากท่าคุกเข่า กล้ามเนื้อทั่วร่างขยับประสานกันอย่างลื่นไหล ความรู้สึกหนักแน่นและทรงพลังแทรกซึมไปทุกอณู
หวงเยี่ยกำหมัดแน่น เสียงกระดูกลั่นดังสะท้อนในโสตประสาท สัมผัสได้ถึงพละกำลังที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล ราวกับเส้นใยกล้ามเนื้อทุกเส้นถูกถักทอใหม่ให้แข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า
“นี่มันสุดยอดมาก! รู้สึกว่าพละกำลังจะเพิ่มขึ้นมาสองเท่าตัว พลังวิญญาณเองก็ด้วย แถมร่างกายเองก็จะทนทานขึ้นเป็นสองเท่า!”
“ความเร็ว ประสาทสัมผัส หรือกระทั่งการตอบสนอง ทั้งหมดพัฒนาขึ้นอย่างมาก!”
จากนั้นหวงเยี่ยก็ลองขยับแขนเล็กน้อย เพียงการเคลื่อนไหวธรรมดาก็รวดเร็ว ร่างทั้งร่างเหมือนได้กำเนิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง โลหิตทุกหยดตอบสนองต่อเจตจำนงอย่างเฉียบไว ราวกับมันมีชีวิตและพร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งในเสี้ยววินาที
เขาทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ภาพโครงสร้างร่างกายปรากฏในจิตใจอย่างชัดเจน เส้นเลือดหลักแข็งแรงขึ้น โลหิตหนาแน่นและบริสุทธิ์กว่าเดิม ความสามารถในการผสานกับพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
วิชาโลหิตมนุษย์แปรสภาพหมื่นขั้น ถือเป็นวิชาแห่งสวรรค์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์โดยแท้จริง มันคือกระบวนการปรับเปลี่ยนเลือดภายในร่างกายให้ตอบสนองต่อพลังวิญญาณและเจตจำนงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด กระตุ้นศักยภาพที่ซ่อนเร้นในสายเลือดให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มที่
หวงเยี่ยรับรู้ได้ว่าการก้าวสู่ระดับโลหิตหยาบกำเนิดนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น หากฝึกฝนลึกลงไปอีกขั้น สายเลือดจะยิ่งแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจ
หากถึงระดับที่สูงกว่า บางทีร่างกายของเผ่าพันธุ์มนุษย์อาจแข็งแกร่งไม่แพ้มังกรที่กำเนิดมาพร้อมสภาพร่างเหนือธรรมชาติเลยก็เป็นได้!
ภาพของเผ่าพันธุ์ที่เคยด้อยกว่ากลับลุกขึ้นทัดเทียมสิ่งมีชีวิตอันทรงอำนาจปรากฏชัดในจินตนาการของเขา
ขณะนั้นเอง เฉินอี้หานก็พรวดเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ชายชรามองสำรวจร่างของศิษย์ด้วยสายตาเปี่ยมความตื่นตระหนกและพิศวง
“จะ.. เจ้าฝึกฝนวิชาโลหิตมนุษย์แปรสภาพหมื่นขั้นสำเร็จในขั้นแรกแล้วใช่ไหม?!”
น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ
“เจ้าทำได้ยังไงกัน!”
“รีบอธิบายต่ออาจารย์คนนี้เลยนะ!”
น้ำเสียงนั้นทั้งตื่นเต้นและหวาดสะพรึงในคราเดียวกัน
หวงเยี่ยเงยหน้ามองอาจารย์ และรู้ดีว่าไม่อาจเปิดเผยความลับของระบบกลืนกินมังกรออกไปได้
เขาจึงเผยรอยยิ้มขึ้นที่มุมปาก ก่อนตอบกลับอย่างเรียบง่าย
“พอดีศิษย์แค่ทำตามการฝึกฝนภายในคัมภีร์วิชาน่ะ”
“พอทำตามมันข้าก็สามารถเข้าใจและฝึกฝนได้ในทันที”
“อาจเป็นเพราะว่าข้ามีพรสวรรค์ละมั้ง?”
คำตอบนั้นฟังดูธรรมดาเกินไปเสียจนแทบไม่น่าเชื่อ
เฉินอี้หานฟังแล้วถึงกับสำลักน้ำลายอีกครา ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อาจควบคุม
ต่อให้มีพรสวรรค์เพียงใด ลูกศิษย์ของเขาก็มีสายเลือดเผ่าพันธุ์มนุษย์ระดับกลางเท่านั้น และมันก็เป็นระดับเดียวกับที่เขามี ทว่าเขากลับต้องใช้เวลานับสิบปีในการฝึกฝนกว่าจะก้าวสู่โลหิตหยาบกำเนิดได้สำเร็จ แต่ชายหนุ่มตรงหน้ากลับทำมันได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ
ชายชรายืนนิ่งอยู่นาน ริมฝีปากขยับเล็กน้อยคล้ายจะพูดอะไรอีกครั้ง แต่สุดท้ายกลับได้เพียงถอนหายใจยาวออกมา
“เฮ้อออออ นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เรียกกันว่าลูกรักของโชคชะตาก็ได้นะ?”
..
ไม่ใช่โชคชะตา แต่ลูกรักคนเขียนตังหาก 55+