ตอนที่ 86 ต้องชะตา “ข้าไม่อยากเสียเวลา” กาติรัสกล่าวพลางเปรยมองบุคคลทั้งสี่อย่างเงียบเชียบ ในสายตาของเหล่าผู้นำโรงประมูลเบญจราชแล้ว เขาไม่ต่างอันใดไปจากเทพเซียนท่องโลกหล้า ชายหนุ่มทึ่งเล็กน้อย “นี่คืออำนาจของตราเบญจราช” ชื่อ:สยบ แดง(เพศชาย) อายุ:41ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์ อายุขัยโดยธรรมชาติ:80ปี เลเวล:30,201 พลังกาย:10,021,015 พลังเวทย์:200,195 อาชีพ:เล่นแร่แปรธาตุ แม้ค่าสเตตัสของประมุขสยบจะปรากฏขึ้นมา กาติรัสก็ไม่ได้รู้สึกอันใด ต่อให้อาชีพเล่นแร่แปรธาตุนั้นจะหายาก แต่ในสายตาของเขา มันก็แค่อาชีพธรรมดา ทันใดนั้น ชายหนุ่มนำวัตถุบางอย่างออกมาจากห้วงมิติ เขาวางมันบนโต๊ะอย่างเบามือ ประมุขสยบกล่าวสีหน้าฉงน เขาหยิบวัตถุเบื้องหน้าขึ้นมาประเมินค่าดู “ผู้อาวุโสนี่คือ?” วัตถุเบื้องหน้ามีรูปร่างคล้ายคลึงกับก้อนหิน สีของมันดูเหมือนสีม่วงเกือบจะดำ เป็นหินที่สีสันแปลกตา แต่ทว่า ก้อนหินในสายตาของประมุขสยบ เมื่อได้ลองถือมันดูแล้ว มันอาจหนักเพียงหนึ่งกิโลกรัมเท่านั้นเอง “หินสัตชีวะ” กาติรัสกล่าวเสียงเรียบ เพียงพริบตาเดียว ใบหน้าของเหล่าผู้นำต่างซีดขาวดุจกระดาษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประมุขสยบ ชายวัยกลางคนร่างสั่นระริก แววตาเบิกโพลงกว้างจับจ้องก้อนหินในมืออย่างตื่นตะลึง เขากำลังถือหินแกร่งกล้าในตำนาน! ชายวัยกลางคนค่อยๆวางมันลงบนโต๊ะอย่างทะนุถนอมดุจดวงแก้วดวงมณี ถึงกระนั้น เขาไม่เคยเห็นหน้าตาของหินสัตชีวะมาก่อน เขาไม่กล้าจะรับประกันเรื่องนี้ว่าหินเบื้องหน้าเป็นหินสัตชีวะจริงๆ แต่ด้วยฐานะระดับผู้นำของโรงประมูลเบญจราช เขาจำต้องทำตัวเป็นผู้รอบรู้ ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม “ผู้อาวุโสประสงค์สิ่งใด” “ร้อยล้านเหรียญอหังการ” กาติรัสตอบเสียงเรียบ สำหรับหินสัตชีวะ ในเมื่อเขามีดินแดนอนันตกาลอยู่ในมือ การหาหินสัตชีวะมันง่ายดายยิ่งนัก เขาไม่จำเป็นต้องกังวลใดๆ อีกอย่าง ตั้งแต่เข้าโรงประมูลแดนศักดิ์สิทธิ์ พูดได้เต็มปากเลยว่าเขากำลังถังแตก! เงินหมดสิ้นไปกับการประมูล!! สิ้นคำกล่าวของกาติรัส ใบหน้าของผู้นำทั้งสี่ต่างซีดขาวยิ่งกว่าเดิม ซีดขาวราวกับไร้โลหิต ร้อยล้านเหรียญอหังการ!! หนึ่งล้านเหรียญพวกเขายังอยากจะสถบคำออกไป!! ข้อเสนอของผู้อาวุโสกลับเพิ่มขึ้นถึงร้อยเท่าตัว! บิดามันเถอะ!! ร้อยล้านเหรียญอหังการ มันเป็นทรัพย์สินทั้งหมดตลอดหลายพันปีของโรงประมูลเบญจราช! พวกเขาต้องเก็บเงินมามากกว่าพันปีเพื่อให้ได้จำนวนเงินขนาดนั้น!! ประมุขสยบจำต้องตัดใจ เขาไม่อาจหาญพอจะนำเงินของบรรพบุรุษออกมาใช้ หนำซ้ำ เงินร้อยล้านเหรียญมันรวมเงินสำรองเข้าไปด้วย หากเขายอมซื้อหินสัตชีวะมา เท่ากับว่า โรงประมูลเบญจราชขาดรากฐานอันมั่นคง!! อีกเหตุผลหนึ่ง มันเป็นเพราะว่าเขาไม่รู้ว่าก้อนหินเบื้องหน้านั้นใช่หินสัตชีวะจริงหรือไม่ หากโดนหลอกย่อมเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่!! ประมุขไม่อาจยอมรับความเสี่ยงระดับนี้ได้!! “ผู้อาวุโส---ผู้น้อยเกรงว่า เงินขนาดนั้น…” ประมุขสยบกล่าวน้ำเสียงสั่นเครือ เขากล่าวพลางมองหน้ากากทมิฬอย่างหวาดกลัว เขาไม่เห็นใบหน้าของผู้อาวุโส! การปฏิเสธในครั้งนี้ เขากลัวว่าจะทำให้ผู้อาวุโสไม่พอใจ!! แต่ทว่า เสียงสายหนึ่งกลับดังก้องกังวาล “เจ้าโง่เอ๊ย!!! ข้าซื้อมัน! โรงประมูลเบญจราชจะรับซื้อมัน!!” ทันใดนั้นเอง บานประตูกลับเปิดปิดอย่างรวดเร็วก่อนปรากฏเรือนร่างหนึ่งขึ้นใจกลางห้อง เรือนร่างนั้นผอมแห้งติดกระดูก ผิวหนังเหี่ยวย่นบ่งบอกถึงอายุ เผ้าผมสีขาวโพลน ใบหน้าของชายชราเพ่งมองก้อนหินบนโต๊ะอย่างตกตะลึงงัน แววตาที่โดยปกติแล้วจะปิดอยู่ตลอดเวลากลับเบิกโตกว้าง “เป็นของจริง! หินสัตชีวะ!!” ชายชรากล่าวอย่างตื่นเต้น เสียงของหัวใจเต้นไม่เป็นระส่ำ มือบอบบางหยิบหินสัตชีวะขึ้นมาอย่างสั่นระรัว “เป็นหินสัตชีวะในตำนาน!!” ใบหน้าของผู้ชราแย้มยิ้มกว้างราวกับฝันกลายเป็นจริง วัตถุล้ำค่าจากฟ้ากลับมาปรากฏอยู่ต่อหน้าเขาจริงๆ ทันใดนั้นเอง ชายชราที่อยากทดสอบตำนานเล่าขานเมื่อกาลนาน เขาใช้พลังกายทั้งหมดบีบหินในมือสุดแรง ความรู้สึกตกตะลึงวาบผ่าน ผู้ชราจ้องหินสัตชีวะอย่างเงียบงัน เขารู้สึกเหมือนตนกำลังบีบโลกทั้งใบราวกับเด็กน้อยที่หวังว่าตนจะสามารถทำลายปฐพีได้ทั้งโลกา “ยิ่งกว่าตำนานเสียอีก…” ชายชรากล่าวอย่างตกตะลึงงัน พลังกายของเขาไม่ใช่น้อยๆ ถึงกระนั้น เมื่อเขาคลายฝ่ามือ หินสัตชีวะก้อนเล็กนี้กลับไม่มีแม้แต่รอยร้าวสักจุด ประมุขสยบคิ้วเลิกสูงขึ้น เขาอุทานออกมาอย่างอดไม่ได้ “ท่านบรรพบุรุษ!!” ประมุขสยบถึงกับตกไปในภวังค์อยู่ช่วงหนึ่ง ชายชราเบื้องหน้าเป็นบรรพบุรุษรุ่นแรก! ผู้ก่อตั้งโรงประมูลเบญจราช!! หลังจากเขาทิ้งกิจการให้กับลูกหลาน เขาก็ไม่เคยปรากฏตัวสู่โลกภายนอกอีกเลย บางคนในตระกูลแดงถึงกับคิดว่าบรรพบุรุษรุ่นแรกอาจจะตายไปแล้ว แต่ด้วยอำนาจของหินสัตชีวะ มันกลับดึงดูดเขาออกมา! สัตว์ประหลาดเฒ่าอีกคน! ประมุขสยบปาดเหงื่อเย็น เขาคิดไม่ถึงเลยว่าหินสัตชีวะจะเป็นแรงจูงใจให้ยอดฝีมือปรากฏตัวขึ้นมา เพียงพริบตาเดียว บานประตูเปิดปิดอย่างรัวเร็ว เรือนร่างนับสิบปรากฏกายขึ้นมาในห้อง พวกเขาต่างเป็นชายชราแก่หงำเหงือก กาติรัสมองภาพเบื้องหน้าอย่างไร้อารมณ์ การคาดการณ์ของเขาน้อยนักที่มันจะผิดพลาด แท้จริงแล้ว นอกจากเทพสงคราม มันมีสัตว์ประหลาดเฒ่าที่ทรงอำนาจอยู่จริงๆ ชื่อ:ทอง แดง(เพศชาย) อายุ:8,048ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์ อายุขัยโดยธรรมชาติ:80ปี เลเวล:84,327 พลังกาย:74,087,921 พลังเวทย์:70,412,123 อาชีพ:นักเล่นแร่แปรธาตุ ค่าสเตตัสนี้เป็นของประมุขรุ่นหนึ่งแห่งโรงประมูลเบญจราช ค่าพลังของเขาเรียกได้ว่าน่าสะพรึงกลัว!! มันทัดเทียมกับเทพสงครามเลยทีเดียว!! นอกเหนือจากนี้ ตาเฒ่าที่ปรากฏกายขึ้นมาอีกสิบสามคนต่างเป็นผู้ข้ามผ่าน เลเวลสูงสุดมันมากถึงห้าหมื่น! ระดับพลังของเขาทัดเทียมกับปรมาจารย์แห่งสี่แดนเทพมนุษย์เลยทีเดียว!! “ท่านประมุขรุ่นแรก มันเป็นหินสัตชีวะของจริง!” ประมุขรุ่นสองกล่าวอย่างตื่นเต้น หากพวกเขามีวัตถุชิ้นนี้ สมดุลอำนาจที่รักษากันมาเนิ่นนานย่อมทลายลงอย่างช่วยไม่ได้ ด้วยอายุและค่าพลังดุจยอดฝีมือ ประมุขรุ่นแรกเคยพบเห็นหินสัตชีวะของจริง แต่ทว่า ในตอนนั้นเขาได้แต่มองมันจากชั้นล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร ในตอนที่เขาสามารถคุกคามดินแดนรอบข้างได้ เขากลับไม่มีวาสนาจะได้เจอกับหินสัตชีวะอีก กล่าวได้ว่า มีเงินล้นฟ้า แกร่งกล้าล้นฟ้า ต่างมิอาจช่วยท่านได้!! มันต้องมีวาสนาด้วย!! “ฮ่าฮ่าฮ่า ถึงคราวที่ตระกูลแดงจะขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง! ไม่เสียแรงที่ข้าบำเพ็ญตบะนับพันปี!!” ประมุขรุ่นแรกหัวเราะร่า เขาไม่เคยมีความสุขขนาดนี้มาก่อน มันสุขใจมากจริงๆ ในช่วงเวลานั้นเอง พวกเขาต่างลืมตัวตนของกาติรัสไปเสียสนิท ทันทีที่ประมุขรุ่นแรกเคลื่อนสายตามองกาติรัส ผู้เฒ่าเลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ เขามั่นใจว่าตนเป็นสัตว์ประหลาดเฒ่าและเขาก็มาจากยุคเดียวกันกับเทพสงคราม! แต่ทว่า! สเตตัสเบื้องหน้ามันว่างเปล่า!! ชื่อ:? อายุ:? เผ่าพันธุ์:? อายุขัยโดยธรรมชาติ:? เลเวล:? พลังกาย:? พลังเวทย์:? อาชีพ:? “เป็นไปไม่ได้! ต่อให้สวมใส่อุปกรณ์เวทมนตร์ก็ไม่อาจหลีกหนีสายตาอันเฉียบคมของข้า!!” ประมุขรุ่นแรกกล่าวในใจอย่างตื่นตะลึง แววตาสั่นระรัวจ้องมองยอดฝีมือลึกลับไม่ละสายตา ลมหายใจเบาบางลง แม้กระทั่ง การใช้น้ำเสียงดังโวกเวกยังกลับกลายเป็นเบาบางและสุภาพ “ท่านใช่ราชาอัสนีใช่หรือไม่?” ประมุขรุ่นแรกกล่าวเสียงบาง ผู้ครอบครองตราเบญจราช หากมองทั่วทั้งดินแดนมนุษย์แล้ว มันมีอยู่แค่หยิบมือ หนึ่งอยู่กับเทพสงคราม อีกหนึ่งอยู่กับท่านเทพมนุษย์และอันสุดท้าย… อยู่กับราชาอัสนี กาติรัสไม่กล่าวตอบ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าราชาอัสนีคือใคร “ข้าไม่ใช่ราชาอัสนี อย่าริทำให้ข้าเสียเวลา ของข้าพวกเจ้าก็จำต้องแล้ว นำร้อยล้านเหรียญอหังการออกมาได้แล้ว” ชายหนุ่มกล่าวเสียงราบเรียบ น้ำเสียงมันไม่เหมือนเด็กหนุ่มวัยสิบห้าสิบหกปีเลย อันเสียงนุ่มลึกและทุ่มต่ำดุจดั่งสัตว์ประหลาดเฒ่าหมื่นปี ประมุขรุ่นแรกคิ้วขมวดมุ่น ไม่ใช่ราชาอัสนี? มันมีผู้ครอบครองตราเบญจราชคนอื่นด้วยรึ? ประมุขรุ่นแรกปัดความคิดยุ่งยากทิ้ง อย่างไรเสีย เขาถามไปก็คงไม่ได้คำตอบกลับมา ประมุขรุ่นแรกนำบัตรเงินออกมา “บัตรเงินใบนี้บรรจุเงินร้อยล้านเหรียญอหังการไว้ หากท่านไม่ไว้ใจเรา ท่านสามารถตรวจสอบดูได้ทันที” “ดี!” กาติรัสรับบัตรเงินไว้ เพียงพริบตาเดียว ชายหนุ่มก็หายวับไปดุจภูติ เขาหายไปอย่างไร้ร่องลอย… ผู้คนที่อยู่ในห้องต่างตกตะลึงจนตาค้าง! ประมุขสยบและอีกสามสาวต่างอุทานเสียงหลง “ผี!!” คงมีเพียงเหล่าอดีตประมุขเท่านั้นที่รักษาอาการสงบนิ่งไว้ ถึงกระนั้น ในห้วงความคิดของพวกเขาต่างร้อนรนและหวาดกลัว ยอดฝีมือขนานแท้!! ไม่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวได้แม้กระทั่งเงาติดตา!! “ท่านประมุขรุ่นแรก ไม่ใช่ว่า ราชาอัสนีตายไปแล้วรึ?” ประมุขรุ่นที่สิบเอ่ยถาม แม้ว่าเขาจะปลีกตัวออกจาโลกภายนอกมานานแล้ว ถึงกระนั้น ข่าวการตายของราชาอัสนีก็ไม่วายที่จะมาถึงหูพวกเขา ราชาอัสนียิ่งใหญ่เพียงใด พวกเขาย่อมรู้ดี! แต่ทว่า ในช่วงเวลานี้ คงไม่มีใครรู้ดีไปกว่าประมุขรุ่นแรกอีกแล้ว “ฮึ่ม! เจ้าสัตว์ประหลาดเฒ่านั่นรึตาย!! ฆ่าข้าให้ตายข้าก็ไม่เชื่อ!! ราชาอัสนีเป็นอมตะนิรันดร์กาล!! พวกข้ารู้ดีกว่าใคร!! พวกเจ้าคิดว่าฉายาราชาอัสนีมันได้กันมาง่ายๆงั้นรึ!?” ประมุขคนอื่นถึงกับเงียบไป หากให้พูดตามตรง ราชาอัสนีไม่เคยเผยนามตัวเองมาก่อน นามที่แท้จริงของเขาพึ่งจะกลายเป็นที่แพร่หลายเมื่อไม่กี่สิบปีก่อน ประมุขสยบคิ้วขมวดเป็นปมแน่น ชายวัยกลางคนบ่นในใจ “ฮึ่ม! เฮนโรวน่ะรึเป็นอมตะนิรันดร์กาล! น่าขันนัก!!” เขารู้จักราชาอัสนีเป็นอย่างดี ด้วยฐานะระดับประมุขของโรงประมูลเบญจราช เขาเคยพบเจอกับเฮนโรวอยู่บ้าง ถึงกระนั้น เมื่อเทียบกับประมุขรุ่นแรก ความเก่งกาจของเฮนโรวไม่ได้สูงส่งอะไรเลย อย่างน้อยที่สุด เขาเทียบเคียงได้กับปรมาจารย์แห่งสี่แดนเทพมนุษย์เท่านั้น …. กาติรัสที่วาบหายออกไปจากห้อง ในขณะนี้ ชายหนุ่มกำลังเดินทางกลับออกจากโรงประมูลเบญจราช เขาเดินมาสักพักจนกระทั่งถึงห้องโถงหลัก ห้องที่วุ่นวายและโกลาหลมากที่สุด สถานที่ประมูลขนาดยักษ์! บุคคลิกดุจราชากลับทำให้ผู้คนบางส่วนสนใจขึ้นมา บางคนต่างอุทานออกมาอย่างอดไม่ได้ “เทพเซียนอาภรณ์ดำ?!” กาติรัสเมินเฉยต่อวาจาปากของผู้คน ด้วยประสบการณ์ล้นฟ้า ความรู้สึกของเขามันชินชาไปแล้ว ในหมู่วงของผู้เข้าร่วมการประมูล พวกเขากลับเริ่มเล่าปากต่อปากถึงบุคคลที่คล้ายกับเทพเซียน เพียงพริบตาเดียว กาติรัสกลับกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนจำนวนมาก มันมีมากกว่าสองพันคน! และคาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางสายตานับพันคู่ที่จับจ้อง ชายหนุ่มยังคงเมินเฉยและก้าวเดินตรงไปยังทางออกของประตู ด้วยความไม่ได้ตั้งใจของชายหนุ่ม เขากลับทำให้ผู้ดำเนินการน้อยใจขึ้นมา สินค้าที่กำลังจะนำออกมา มันเป็นสินค้าชิ้นสุดท้ายแล้วและยังเป็นสินค้าชิ้นสำคัญอีกด้วย! แม้กระทั่งผู้ดำเนินการยังอยากที่จะนำเสนอมัน! เธอซ้อมอ่านข้อมูลอย่างละเอียดมาเพื่อวันนี้ แต่ทว่า ความสนใจของฝูงชนกลับถูกคนผู้หนึ่งดึงดูดไป… เธอรู้สึกน้อยใจและหงิดหงุดอย่างที่สุด!! “สินค้าต่อไปนี้จะเป็นสินค้าชิ้นสุดท้ายของการประมูลแล้วนะคะ!!” ผู้ดำเนินการกล่าวเสียงแข็ง สายตาคู่งามกวาดมองฝูงชนเบื้องหน้าพลางทำตาปริบๆ “ขอร้องล่ะสนใจข้าทีเถอะ!” ผู้ดำเนินการคิดในใจอย่างคาดหวัง “สินค้าชิ้นต่อไป…” ผู้ดำเนินการกล่าวเสียงเย็น น้ำเสียงของเธอหม่นลงเมื่อฝูงชนกลับทิ้งความสนใจจากการประมูล อาจเป็นเพราะว่ามันคือสินค้าชิ้นสุดท้าย หนำซ้ำ โรงประมูลเบญจราชก็ไม่ได้ออกมาประกาศว่าสินค้าชิ้นสุดท้ายในวันนี้เป็นของดีเลิศ! ด้วยเหตุที่รู้สึกน้อยใจ ผู้ดำเนินการพูดออกไปอย่างลืมตัว “สินค้าชิ้นต่อไปเป็นทาสค่ะ” ทันใดนั้น ฝูงชนที่ต้องตากาติรัสบางส่วนยังเคลื่อนสายตามองผู้ดำเนินการอย่างช่วยไม่ได้ “ทาส!?” โดยปกติแล้ว ทาสจำเป็นต้องไปซื้อที่ตลาดทาสเพราะตลาดเบญจราชยากนักที่จะพบเห็นร้านขายทาสที่นี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโรงประมูลเบญจราช ร้อยวันพันปีไม่เคยพบเห็นโรงประมูลเบญจราชนำทาสเข้าโรงประมูลมาก่อน ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ฝูงชนต่างเพ่งความสนใจเป็นจุดเดียว ผู้ดำเนินการยิ้มกว้างดุจกลีบบุปผาเบ่งบาน ใบหน้าแย้มยิ้มอย่างเปี่ยมสุขยิ่ง ในที่สุด! พวกเขาก็ฟังข้า!! เธอจะได้พูดข้อมูลที่น่าตื่นเต้นเสียที แม้กระทั่ง ผู้ดำเนินการเยี่ยงเธอยังฝึกซ้อมมันมาทั้งวันเพื่อการนี้โดยเฉพาะ!! ไม่ใช่แค่ผู้ดำเนินการที่ตื่นเต้น ฝูงชนต่างตื่นเต้นด้วยเช่นกัน พวกเขาลุ้นแล้วว่าจะเป็นทาสที่วิเศษขนาดไหนถึงได้เข้าโรงประมูลเบญจราช ท่ามกลางความลุ้นระทึกของฝูงชน กาติรัสกลับเฉยชาอย่างที่สุด ชายหนุ่มไม่รู้สึกอยากรู้เกี่ยวกับมันเลยสักนิด เวลานี้ อีกสามก้าวเขาจะก้าวผ่านเข้าสู่ห้องโถงซึ่งเป็นทางเดินไปสู่ทางออก ทันใดนั้นเอง ผู้ดำเนินการที่พร้อมจะกล่าวก็ได้เอ่ยขึ้นอย่างภาคภูมิ “ทาสในวันนี้เป็นเผ่าพันธุ์ฟีนิกซ์เพลิงอมตะค่ะ!!” ผู้ดำเนินการกล่าวเสียงตื่นเต้นอย่างยิ่งยวด หญิงสาวผายมือไปทางหลังผ้าม่านสีทองขนาดมหึมา ทันใดนั้น ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ได้จูงสาวน้อยออกมา เด็กสาวมีสภาพมอมแมมดูสกปรก เมื่อกับว่าได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่ดี เธอรู้ราวกับเด็กสิบขวบ ฝ่าเท้าของจักรพรรดิถึงกับชะงักงัน กาติรัสหันขวับมองไปทางเวทียักษ์เบื้องหน้าด้วยแววตาเบิกโพลงกว้าง หัวใจที่นิ่งสงบอย่างไร้ตัวตนของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่กลับเต้นกระหน่ำขึ้นมา แววตาของจักรพรรดิจ้องมองเด็กสาวบนเวที เธอถูกล่ามไปด้วยโซ่ตรวนอย่างหนาแน่น แม้กระทั่ง แววตาของเด็กน้อยคนหนึ่ง กลับไร้ชีวิตชีวาราวกับปลาตาย ..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:10,435 พลังกาย:60,010,090 พลังเวทย์:60,100,901 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ