ตอนที่ 54 ตรากฏสังหารสามปี
โลกเทวะมีขนาดใหญ่อย่างมาก ถูกตัดแบ่งเป็นทวีปใหญ่ได้ถึงหกทวีปแบ่งเป็นทวีปตระวันออก ทวีปตะวันตก ทวีปใต้ ทวีปเหนือ ทวีปกลาง และทวีปสมุทรในหกทวีปตามที่รับรู้มีเพียงทวีปตระวันออกที่ปรากฏสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากสัตว์อสูรอาศัยอยู่ได้ภายใต้การตั้งหอคอยแสงชำระล้างพื้นผิวโลกแต่ก็ยังบุกเบิกได้เพียงหนึ่งในสิบส่วนของพื้นที่ทวีปทั้งหมดเท่านั้น
หนึ่งในสิบส่วนนี้ถูกครอบครองโดยผู้ยิ่งใหญ่สามคนที่รวบรวมกำลังคนบุกเบิกก่อร่างสร้างอนาจักรของตนจนสามารถก่อตั้งจักรวรรดิที่มั่นคงได้ จากนั้นได้ตั้งตนขึ้นเป็นจักรพรรดิปกครองดินแดนนับแต่นั้นมา หลายร้อยปีผ่านมาจักรวรรดิแห่งฟ้าภายใต้การปกครองของราชวงศ์จางได้หยั่งรากลึกยาวนานจักรพรรดิองค์ปัจจุบันมีพระนามว่า จางฟู่ฉิง มีพระชนย์มายุเพียงสี่สิบสองปี มีภรรยาและอนุอีกสามสิบพระองค์ ให้กำเนิดองค์ชายแปดพระองค์ องค์หญิงสามพระองค์ จักรพรรดิจางฟู่ฉิงแม้ไม่ใช้ยอดฝีมือเด่นล้ำแต่เป็นยอดนักปกครอง องค์ชายทั้งแปดพระองค์องค์โตมาอายุยี่สิบสามปี เป็นยอดยุทธ์ที่มีกายพรสวรรค์สูงล้ำระดับกายชั้นฟ้าขั้นสูงที่ในรอบร้อยปีจะปรากฏสักคนทั้งเคยเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของจักรวรรดิแห่งฟ้าบรรลุพลังระดับราชันย์ขั้นที่สิบอยู่ในระนาบสูงสุดของทวีปตระวันออกแล้ว น่าเสียดายเมื่อสองปีก่อนกลับบาดเจ็บล้มป่วยพลังฝีมือถดถอยไปมาก องค์ชายลำดับที่สอง กับสามต่างมีอายุไล่เรี่ยกันประมาณสิบเจ็ดปีเศษทั้งยังเป็นผู้ฝึกตนที่สูงส่งมองเห็นพี่ใหญ่เป็นเป้าหมายทั้งคู่ต่างมีพลังเยียบเข้าสู่แดนราชันย์ขั้นสองส่วนอีกห้าพระองค์ตอนนี้ยังเยาว์มีอายุระหว่างเจ็ดปีถึงสามขวบ
“คารวะองค์ชายสาม” เหล่าผู้ชมจากเมืองเริ่มต้น และเมืองใกล้เคียงรีบลุกขึ้นย่อกายลงคารวะอย่างนอบน้อมถึงที่สุด
“ไม่ต้องมากมารยาท เราพียงผ่านมาชมดูอย่างสนใจเท่านั้นพวกเจ้าลุกขึ้นเถอะ”องค์ชายสามเห็นว่ามีผู้จำได้จึงปลดหมวกลงมาเผยเห็นใบหน้าหล่อเหลา คมเข้มมีสายตาประดุจเหยี่ยวแหลมคม
เหล่าผู้สูงศักดิ์รีบกล่าวขอบพระทัย ลุกขึ้นยืนอย่างสำรวมไม่ห่างแต่เหล่าชาวเมืองยังคงไม่กล้าลุกขึ้น นั่งมอบกลับฟื้นกระทำตนเป็นเพียงเม็ดทรายไม่กล้าแม้แต่จะระบายลมหายใจแรงๆสักครั้ง
เด็กชายหินเป็นเพียงผู้เดียวที่ยังยืนเสมอองค์ชายสามทั้งไม่ทำความเคารพ ส่วนเหล่าปรมาจารย์ทั้งสามเพียงยืนสงบนิ่งเบื้องหลังราวกับเป็นหุ่นสามตัวก็ไม่ปาน
“องค์ชายสาม ท่านผู้สูงศักด์เช่นท่าน บอกว่า มีข้อข้องใจไม่ทราบว่าเรื่องอันใด”เด็กชายหินกล่าวราวกับองค์ชายสามเป็นคนระดับเดียวกันไม่ตื่นเกร็ง ไม่นอบน้อมไม่แสดงความอ่อนแอออกมา
“ เราองค์ชายชื่นชอบคนอย่างเจ้าจริงๆ มีลักษณะนิสัยสุดโต่งดีแต่น่าเสียดายที่มีความคิดตื้นเขิน ต่อต้านกฏเกณฑ์ หากเป็นชนชั้นพรสวรรค์เด่นล้ำหรือเป็นราชันย์ยอดฝีมือยังพอเข้าใจได้แต่เจ้าเป็นแค่เด็กธรรมดาพรสวรรค์ต่ำต้อยจนน่าหดหู่ พลังฝีมือต่ำเตี้ยเรี่ยดินความเชื่อมั่นอันใดที่ทำให้เจ้ากล้าท้าทายกฏเกณฑ์โลกใบนี้ บอกเราองค์ชายให้หายข้องใจสักหน่อยคงได้กระมัง” องค์ชายสาม สมกับเป็นผู้อยู่ต่ำกว่าคนหนึ่งแต่สูงกว่าคนนับล้านแม้เด็กชายหินจะแสดงท่าทีไม่เคารพนบน้อบแต่ไม่มีท่าทางโกรธกริ้วแต่อย่างใดใบหน้ายังยิ้มแย้มกล่าวออกมา
“อาศัยอะไร?...ข้าพเจ้าจะอาศัยคุณธรรมน้ำมิตรก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกใบนี้ ไม่ว่าจะมีพรสวรรค์หรือพรแสวง พวกเราคือมิตรสหายที่เท่าเทียม”เด็กชายหินผสานสายตากับองค์ชายสามอย่างไม่ยอมสยบ“สิ่งที่ข้าพเจ้าคิดอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องที่สุดแต่อย่างน้อยก็ไม่มีใครต้องถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เช่นแนวคิดผู้เข้มแข็งเป็นจ้าวเหยียบหัวผู้อื่นขึ้นเป็นใหญ่”
“เจ้าโง่ อยากตายมากหรือไง่ต่อหน้าราชันย์เจ้าไม่ต่างจากหนอนแมลงไร้ค่าตัวหนึ่ง”เสียงเทพอสูรตวาดใส่มาในห้วงสำนึกคิด
“เป็นเทพที่ใจเซาะชะมัด หากคิดจะฆ่า คงไม่มาพูดให้เมื่อยปากหรอกปู่”เด็กชายหินส่งเสียงตอบกลับไปในสำนึก
“เรื่องของเจ้า ถึงข้าตายก็แค่เสมอตัว...”เทพอสูรส่งเสียงหงุดหงิดก่อนจะเงียบไป
“เยี่ยม เราก็อยากเห็นว่าภายใต้ตัวผู้เดียว ไม่มีพรรคหนุนหลังไม่มีความช่วยเหลือจากจักรวรรดิ เจ้าจะฝึกฝนเพาะบ่มพลังให้ก้าวหน้าได้อย่างไรหากไม่ช่วงชิงจากผู้ที่อ่อนแอกว่า” องค์ชายสามหัวร่อเบาๆอย่างขบขัน เยื้องย่างก้าวเข้ามาหาเด็กชายหินอย่างไม่ช้าไม่เร็วพริบตามาประชิดตัวสร้างความตื่นตัวแก่เด็กชายจนต้องผนึกพลังโล่สวรรค์ขึ้นมาคุ้มกันสุดกำลังแม้จะรู้ว่าเสียเวลาเปล่าก็ตาม
“ไม่ต้องตกใจไป เราองค์ชายยังไม่ลดตัวไปรังแกซ้ำเติมเด็กอย่างเจ้าหรอกทั้งที่เจ้าสมควรตายนับพันครั้งที่โอหังต่อหน้าเราองค์ชาย สามปี... เราองค์ชายจะให้โอกาสสักครั้งภายในสามปีเจ้าต้องปีนป่ายขึ้นมาอยู่ในระดับปรมาจารย์ หากไม่เช่นนั้น...”องค์ชายสามหันไปมองหนึ่งในสามปรมาจารย์ที่ยืนนิ่งสงบฉับพลันปรมาจารย์กลางคนหนึ่งสามเคลื่อนวาบมาถึงด้านหลังเด็กชายหินนิ้วมือวาดลายข่ายพลังลึกล้ำกดลงที่คอเด็กชายหินโดยที่ไม่อาจแม้แต่จะขัดขืนได้ รอจนรอบคอเด็กชายหินปรากฏลวดลายข่ายพลังลึกลับสายหนึ่งสว่างวาบแล้วหายไปในเนื้อราวกับไม่เคยมีสิ่งใดมาก่อนองค์ชายสามจึงได้กล่าวต่อไปว่า
“เจ้าสมควรหายไปจากโลกใบนี้ ข่ายพลังนี้จะมีเวลาสามปีหากครบสามปีเจ้าไม่อาจบรรลุถึงระดับพลังระดับปรมาจารย์ ข่ายพลังจะตัดคอเจ้าออกมา”
ภายใต้คำกล่าวที่ดูราบง่ายกลับสร้างความสั่นสะท้านให้แก่เหล่าผู้สูงศักดิ์จนต้องสั่นสะท้านด้วยข่ายพลังเป็นตรากฏรูปแบบหนึ่งที่ทรงพลังยิ่ง ขอกำหนดยิ่งน่าตระหนกยิ่งกว่าควรรู้ว่าเด็กชายหินตอนนี้เพิ่งมีพลังระดับกำเนิดพลังขั้นสองเท่านั้นต่อให้เป็นผู้มีกายพรสวรรค์ระดับราชันย์ชั้นสูงอยู่ในพรรคหลักที่มีทรัพยากรชั้นสูงตัวยาโอสถมากมาย ยังยากที่จะบรรลุระดับปรมาจารย์ในสามปีได้ นี่ไม่ต่างอะไรกับพิพากษาความตายไปเรียบร้อยแล้วแต่ที่น่าสะพรึ่งกลัวคือเด็กชายหินจะต้องทนต่อแรงกดดันที่จะต้องตายในเวลาสามปีคนผู้หนึ่งหากรู้เวลาตายแน่นอนยังจะคงสภาพจิตใจสงบได้อยู่อีกหรือ เพียงแต่เด็กชายหินกลับมีปฎิกิริยาเรียบเฉยจนสงบเยือกเย็นยิ่ง
“แค่ข่ายพลังชั้นต่ำ” เสียงเทพอสูรที่เงียบมานานดังขึ้นในสำนึกอีกครั้ง
“ปู่แก้ได้?” เด็กชายส่งเสียงในสำนึกถามกลับไปอย่างยินดี
“ไม่ได้ ตรากฎนี้ต้องใช้พลังของเจ้าคลี่คลาย”
“โถ่...” เด็กชายหินแทบอยากตระโกนด่าออกไป คร้านที่สนใจอีกก่อนหันมากล่าวกับองค์ชายสามว่า
“องค์ชายขอข้องใจมีเพียงเท่านี้หรือ เช่นนั้นข้าพเจ้าสามารถไปได้แล้วกระมัง”
องค์ชายสามถึงกับหรี่ตาลง ในตอนแรกคิดว่าเด็กชายจะตื่นกลัวอ้อนวอนขอความกรุณา แต่กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ประกายตาของเด็กชายกลับไม่ยอมแพ้ แฝงความเชื่อมั่นอย่างประหลาด
“เชิญ... หวังว่าอีกสามปีคงได้พบกันอีก” องค์ชายสามยิ้มอย่างผู้มีชัย
“แน่นอน อีกสามปีข้าพเจ้าจะไปขอคำชี้แนะจากองค์ชายสามแน่นอน”เด็กชายหินกล่าวจบไม่คารวะต่อผู้สูงศักดิ์เพียงเชิดหน้าเดินเข้าประตูกลับออกไปเมืองเริ่มต้นทันที
“เจ้าคนโอหัง...” องค์ชายสามยิ้มเย็นอย่างอำมหิต หันไปส่งเสียงทางลมปราณกับครูฝึกลำดับที่ห้ากล่าวว่า
“ท่านครูฝึก เราได้ยินว่าท่านยังขาดเด็กอีกผู้หนึ่งที่จะพากลับพรรค ท่านคงรู้ว่าต้องทำเช่นไรที่จะตัดมือเท้าของเฮงฉีเทียน”
ครูฝึกลำดับที่ห้ารีบรับคำอย่างรู้งาน จากนั้นองค์ชายสามกับสามปรมาจารย์เดินจากไปทางประตูอีกบานหนึ่ง ปล่อยให้ครูฝึกลำดับที่ห้าจัดการเรื่องงานชุมนุมต่อจนจบ
ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการขององค์ชายสามครูฝึกลำดับที่ห้าเลือกเด็กชายลู่ชาง เป็นตัวเลือกคนที่สามหลังจากนั้นกล่าวปิดการชุมนุมพร้อมบอกกล่าวกับเด็กทั้งสี่ที่ถูกเลือกว่าอีกสองวันออกเดินทางเตรียมตัวให้พร้อม
คลื่นคนจำนวนนับแสนคนต่างทยอยเดินทางออกภายใต้การพูดคุยถึงเรื่องเด็กชายหิน องค์ชายสาม ร่วมถึงเหล่าผู้ถูกเลือก เหล่าผู้สูงศักดิ์ของเมืองเริ่มต้นส่วนหนึ่งแยกจากไปก่อนอีกส่วนเริ่มประชุมกันเรื่องกฏบังคับที่จะมีขึ้นในอีกสิบวันข้างหน้า ซึ่งส่งผลใหญ่หลวงต่อการครอบครองสระฟ้าดินสามพรรคใหญ่พูดคุยกันเรื่องสิทธิสระฟ้าดินระดับกลางภายใต้ข้อเสนอจากยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองประมุขพรรคปีกวายุฮัวชิงหลัน ให้ต่างฝ่ายต่างไม่ก้าวก่ายในสิทธิสระฟ้าดินขั้นกลางแต่สระฟ้าดินขั้นต่ำที่หลุดจากการครอบครองของสำนักทั้งยี่สิบจำนวนยี่สิบสระโดยสำนักที่หนึ่งถึงสำนักที่ห้าได้จับมือกันรวมสำนักเป็นหนึ่งก้าวขยับขึ้นเป็นพรรคที่สี่ของเมืองเริ่มต้นขอสิทธิครอบครองห้าสระฟ้าดินขั้นต่ำ แล้วแบ่งให้พรรคใหญ่ทั้งสาม ห้าสระเท่าๆกันอย่างลงตัว จึงได้ยุติการประชุมโดยไม่รู้ว่า อีกไม่นานเมืองเริ่มต้นจะวุ่นวายเมื่อพรรคสาขาจากดินแดนอื่นได้รุกล้ำเข้ามาก่อตั้งเกิดศึกแย่งชิงสระฟ้าดินอย่างรุนแรงจนต้องอดนึกถึงคำกล่าวของเด็กชายหินเกี่ยวกับสิทธิเสมอภาคไม่ได้
...............