[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    86 ล่า

    “ ยังไม่มีใครกล้าลงมือล่าเลยสินะ ”


    เฉินห่าวหลบอยู่บนต้นไม้ต้นหนึ่ง ด้านหน้าของเขาห่างไปราว 200 เมตรคือดอกเห็ดขนาดใหญ่ ไอพลังงานหลายพันจุดที่เขามองเห็นรอบๆต้นเห็ดเต็มไปด้วยกลิ่นไอฆ่าฟันมากมายของเหล่ามอนสเตอร์ที่พร้อมจะสังหารสิ่งที่รุกล้ำเข้าไปในอาณาเขตของพวกมัน


    จำนวนมอนสเตอร์ตรงหน้าไม่มากเท่าสงคราม เลเวลของพวกมันกลับน่ากลัวยิ่งกว่าเพราะมีเลเวล 70 และ 80 กระจายตัวกันอยู่รอบๆ มีแม้กระทั่งเลเวล 100 ไปจนถึง 120 นอนอยู่ภายในรัง


    เฉินห่าวไม่พบฮันเตอร์ออกล่าเลย ระหว่างทางไม่เจอใครเช่นเดียวกัน กลุ่มฮันเตอร์ที่มาถึงพื้นที่ล่าแห่งนี้ส่วนใหญ่หลบอยู่ใกล้ๆทางออกของซากโบราณสถานหมายเลข 1


    เขาไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ฮันเตอร์ยังไม่ล่า แต่หากเป็นไปตามที่เขาคิด ใครก็ตามที่เริ่มออกล่าก่อนคงมีจุดจบที่ไม่สวยงามเพราะอีกไม่กี่วันพื้นที่ล่าแห่งนี้จะเต็มไปด้วยฮันเตอร์มากมาย


    การปรากฎตัวของเหล่าฮันเตอร์จะต้องมีการแก่งแย่งเกิดขึ้นแน่นอน ไม่ใช่แค่การแย่งมอนสเตอร์แต่จะเป็นการแย่งสิ่งที่ได้จากมอนสเตอร์จากมือของฮันเตอร์ที่ล่าในพื้นที่แห่งนี้ก่อน


    หลังจากประเมินสถานการณ์พบว่าที่นี่ยังปลอดภัยอยู่ เขาจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกครั้งหนึ่งให้กลายเป็นสีขาว หน้ากากสวมทับใบหน้าเปลี่ยนให้กลายเป็นหน้ากากพลาสติก ไม่ใช่หน้ากากไม้เหมือนที่สวมใส่เข้ามาตั้งแต่แรก


    การเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกเป็นเพราะว่าเขาต้องการให้คนที่จะเดินทางมาจับตาดูที่นี่ว่าเกิดอะไรขึ้น ตามหาตัวของเขาไม่เจอ


    เมื่อเปลี่ยนเครื่องสวมใส่เสร็จสิ้นแล้วเฉินห่าวก็ได้นำดาบออกมาถือในมือหนึ่งเล่ม มันเป็นดาบใหญ่ที่ให้กลุ่มของอ้ายเสินหามาให้ก่อนจะเข้าสู่พื้นที่แห่งนี้


    เขาเลือกใช้งานดาบใหญ่ก็เพราะว่าต้องการทิ้งตัวตนนี้ไป ทันทีที่สะพายดาบบนบ่าวรยุทธ์ของเขาก็เปลี่ยนไป  แสงสีทองอันศักดิ์สิทธิ์ถูกแทนที่ด้วยแสงสีแดงราวกับโลหิต  นับตั้งแต่มีสกิลปรับแก้ข้อผิดพลาด วรยุทธ์ทุกอย่างที่เขารู้จักล้วนแล้วเป็นวรยุทธ์ที่สามารถงัดออกมาใช้ทั้งหมดต่อให้จะเป็นวรยุทธ์ของเหล่ามารก็ตาม


    “ เริ่มเลยก็แล้วกัน ”


    ภายในพื้นที่แห่งนี้ไม่มีอาณาเขตปลอดภัยคลุมทับ เขาสามารถตายได้ทุกเมื่อ มานาภายในร่างไม่ได้ไร้ขีดจำกัด ทุกการเคลื่อนไหวจะต้องผ่านการคิดและการไตร่ตรองให้มากเพื่อไม่ให้เขาต้องจบชีวิตที่นี่


    วิธีต่อสู้ที่เคยใช้กับองค์กรนทีสดับแสงจำเป็นต้องโยนออกจากสมองก่อนเพราะเขาไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองบาดเจ็บได้


    เมื่อเปลี่ยนความคิดให้เขากลับกลายเป็นฮันเตอร์ธรรมดาคนหนึ่ง ร่างในชุดสีขาวก็ได้กระโจนออกไปจากเงาของต้นไม้มุ่งหน้าเข้าหามอนสเตอร์ฝูงใหญ่จำนวน 23 ตัว


    ตลอดเส้นทางที่ก้าววิ่งเฉินห่าวสัมผัสได้ว่าพื้นดินมีการยุบตัวผิดปกติ เขาจึงใช้เนตรเซียนหมื่นวิถีตรวจสอบพบว่าใต้ดินมีบางสิ่งชอนไชจนทำให้พื้นดินร่วนซุยจำเป็นต้องระวังตัวให้มากด้วยเพราะมอนสเตอร์ที่เห็นไม่ได้มีเพียงบนพื้น


    ทันทีที่วิ่งเข้าสู่พื้นที่ที่เต็มไปด้วยละอองเห็ดที่ลอยเข้ามาสัมผัสผิวหนังจนร่างของเขาเรืองแสงสว่างไม่ต่างจากพืชพรรณต่างๆภายในที่แห่งนี้ มอนสเตอร์ทั้ง 23  ที่ตกเป็นเป้าสายตาต่างก็หันมองมาที่เขาอย่างพร้อมเพรียงกัน


    จิตสังหารจำนวนมากปลดปล่อยออกมากระทันหันหลังจากมีใครสักคนบุกเข้ามาในอาณาเขต


    มอนสเตอร์จ่าฝูงรูปร่างเหมือนหมาป่าแหงนหน้าเห่าหอนในทันที เสียงของมันไม่ได้ปลุกเพียงแค่ฝูงตนเองให้ตื่นตัว มอนสเตอร์แต่ละตัวที่อาศัยอยู่รอบๆต้นเห็ดต่างก็ลืมตาตื่นแล้วหันมองไปยังจุดที่มีเสียงส่งออกมา


    เพียงพริบตาที่มอนสเตอร์ทั้งหมดถูกปลุกขึ้นมานี้  พวกมันเริ่มได้ยินเสียงเห่าหอนของหมาป่าราวกับว่ากำลังต่อสู้กับบางสิ่งที่อันตราย


    แต่ละตนเริ่มส่งเสียงขู่คำรามราวกับความตายย่างกายเข้ามาใกล้พวกมัน ทันใดนั้นจิตสังหารทางฝั่งกลุ่มของหมาป่าก็สลายหายไปราวกับว่าไม่เคยมีตัวตนอยู่


    “ เหมือนที่เจ้าหน้าที่หยางพูดเอาไว้เลยแฮะ ”


    เฉินห่าวใช้ด้ายมานาหยิบผลึกมานาออกมาจากร่างมอนสเตอร์ทั้ง 23 ที่พึ่งสังหารลงไป พวกมันเป็นเพียงเลเวล 45 ไม่ได้น่ากลัวพอจะรับมือกับเขา


    ดาบที่วางพาดอยู่บนบ่ายังไม่ได้กวัดแกว่งเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่เขาส่งด้ายเล็กๆออกจากฝ่าเท้าเข้าหาร่างของพวกมันแต่ละตัวก็ถูกตัดขาดแล้ว


    เขาเอ่ยถึงเจ้าหน้าที่หยางเป็นเพราะว่าไอเทมดรอปจากมอนสเตอร์ในพื้นที่แห่งนี้มีโอกาสสูงที่จะดรอปมากกว่ามอนสเตอร์ในสงคราม เขาได้ผลึกมานามาจากร่างหมาป่ามากกว่า 15 ก้อน แล้วยังมีไอเทมดรอปอย่างอื่นเช่นการ์ดนิ้วเทียมที่ทำให้เขากลับมาใช้นิ้วได้อีกครั้งผ่านนิ้วเทียมที่ติดตั้งเข้าไป


    แต่สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่ไอเทมดรอปเหล่านี้ เขาเดินทางเข้าสู่พื้นที่ล่าทางตอนใต้เขต X เพราะกระดูกธาตุ


    จากการสังหารมอนสเตอร์ทั้ง 23 เขาได้กระดูกธาตุมา 1 ชิ้นเพียงเท่านี้ก็ยืนยันได้ว่าโอกาสดรอปมีสูงมาก ถึงแม้กระดูกธาตุเลเวล 45 ที่ได้มาจะใช้ในการสร้างอุปกรณ์เลเวล 2 ไม่ได้เฉินห่าวกลับเก็บมันเอาไว้เพราะทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองทั้งหมด


    ศพของหมาป่าถูกทิ้งเพราะมันไร้ค่า เขาจึงมุ่งหน้าเดินทางไปหามอนสเตอร์กลุ่มต่อไป เป้าหมายของเขาคือล่ามอนสเตอร์เลเวล 50 ไปจนถึง 70 หากจำนวนมอนสเตอร์ในช่วงนี้ไม่เพียงพอเขาจึงจะขยับไปยังเลเวลที่สูงยิ่งกว่า


    “ หือ..แรงกดดันนี้มัน ”


    เฉินห่าวมองไปยังต้นเห็ด เมื่อครู่เขารู้สึกราวกับว่ามีสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งมากๆจ้องมองมา แม้จะเป็นเพียงแค่ครู่ก็ทำให้เขารู้ว่าตนเองจะต้องล่าที่นี่ให้เร็วแล้วหนีออกไปไม่อย่างนั้นจะถูกเลเวลที่สูงกว่าร้อยเล่นงาน


    หลังจากตัดสินใจว่าจะล่าให้เร็วขึ้นเขาจึงใช้ออกด้วยท่าเท้าพุ่งเข้าหามอนสเตอร์กลุ่มที่จับสัมผัสได้ว่าเป็นเลเวลที่อยู่ในช่วงเป้าหมาย ทว่าตามเส้นทางที่เขาวิ่งผ่านไปเฉินห่าวไม่คิดปล่อยมอนสเตอร์ให้เหลียวมอง เขาได้ส่งด้ายมานาเข้าตัดเฉือนร่างพวกมันก่อนจะดึงผลึกมานาและทุกสิ่งทุกอย่างที่ดรอปออกมาจากร่างแล้วจากไป ทุกอย่างในที่แห่งนี้คือสมบัติเขาสามารถขายมันให้กับสมาชิกที่เข้ามาใช้งานฟิตเนส


    “ เกิดอะไรขึ้นทางฝั่งเห็ดเรืองแสง ”


    ฮันเตอร์จากตระกูลเหยาหันมองหน้ากัน พวกเขาทั้ง 5 ถูกส่งเข้ามาเฝ้าพื้นที่ล่าเพื่อดูว่าใครบ้างเดินทางมาถึงที่นี่บ้าง


    เมื่อครู่พวกเขาได้ยินเสียงร้องคำรามมาจากทางฝั่งของต้นเห็ดยักษ์ หนึ่งในสถานที่น่ากลัวของพื้นที่แห่งนี้ 


    หลังจากใช้กล้องตรวจสอบไอพลังส่องไปดูบริเวณต้นเห็ด ไอพลังงานรอบๆกลับลดลงอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจราวกับว่ามีบางอย่างที่อันตรายกำลังไล่ล่ามอนสเตอร์รอบๆต้นไม้แห่งนั้น


    “ เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ที่เข้ามาหรือเปล่า ”


    “ ไม่น่าเป็นไปได้ ฉันตรวจสอบพวกเขาแล้ว เลเวลสูงสุดก็แค่ 70 ไม่มีทางที่พวกเขาจะล่ามอนสเตอร์ในพื้นที่แห่งนั้นแน่นอน ”


    “ แกสองคนไปดูหน่อย ”


    สมาชิกตระกูลเหยาทั้งสองเดินหายเข้าไปในเงา พวกเขาต้องการไปดูให้เห็นกับตาว่าใครกันที่ล่าภายในพื้นที่ต้นเห็ด มันอาจจะเป็นปรากฎการณ์ที่มอนสเตอร์ออกล่าเหยื่อ ถ้าเป็นการล่าของมอนสเตอร์พวกเขาจะทำเพียงมองดูเฉยๆรอเก็บเกี่ยวจากพวกมันแทน



    “ เห็ดต้นนี้ปลดปล่อยมานาออกมาด้วย มันคงไม่ใช่เห็ดพิษหรอกนะ ”


    เฉินห่าวสลัดเลือดออกจากร่างกายพลางมองไปยังเห็ดทรงกลมแทรกตัวอยู่ท่ามกลางเห็ดรูปทรงเหมือนหน่อไม้ไผ่ พลังมานาอันท่วมท้นที่ปลดปล่อยออกมาจากมันเท่าที่เขาสัมผัสได้เทียบเท่ามอนสเตอร์เลเวล 70


    เฉินห่าวยังไม่เคยเห็นต้นจริงของสมุนไพรโลกใบนี้ เขาเคยเห็นแค่ในร้านค้าออนไลน์เท่านั้น เห็ดตรงหน้าที่ปลดปล่อยมานาออกมามหาศาลคงเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่ใช้ทำบางอย่าง ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยวก็ตาม เฉินห่าวไม่สนใจเขาทำการใช้ด้ายตัดไปที่โคนต้นแล้วเก็บมันในช่องเก็บของระบบจากนั้นจึงรีบเดินทางออกจากที่นี่เหลือไว้เพียงแค่มอนสเตอร์เลเวลร้อยที่ยังไม่จัดการ



    “ เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับที่นี่กัน ”


    หน่วยสำรวจของตระกูลเหยาแสดงสีหน้าตื่นตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า รอบๆต้นเห็ดยักษ์เต็มไปด้วยศพนอนเกลื่อนกลาด สภาพแต่ละตัวที่ถูกปล่อยทิ้งเหมือนกันทั้งหมด พวกมันถูกฟันตั้งแต่หัวลากยาวลงไปถึงช่วงก้นทำให้ร่างถูกแบ่งออกจากกันเป็นสองส่วนเกือบจะเท่ากัน


    ไอเทมดรอปรวมไปถึงผลึกมานาภายในร่างถูกควักออกไปทั้งหมด  หากนับรวมเวลาตั้งแต่ที่พวกเขาสัมผัสได้ว่ามีเรื่องเกิดขึ้นที่นี่ รวมแล้วไม่ถึง 60 นาทีเลยด้วยซ้ำ


    “ ฝีมือของใครกัน ”


    ร่องรอยการตัดที่เกิดขึ้นไม่ต่างจากเลเวลร้อยลงมือ การจะกวาดล้างที่นี่ได้ด้วยตัวคนเดียวจะต้องเป็นเลเวลร้อยอย่างแน่นอน


    พวกเขากลับยังไม่เจอเลเวลร้อยที่เข้ามาเลย หมายความว่าจะต้องมีบางสิ่งที่อันตรายล่ามอนสเตอร์เหล่านี้และสิ่งๆนั้นจะต้องไม่ใช่มอนสเตอร์ 


    “ ได้ยินไหม ” ไอเทมสื่อสารติดต่อไปยังกลุ่มที่ดักรอที่ซากโบราณสถานหมายเลข 1 ภาพทั้งหมดที่เห็นถูกเล่าเป็นฉากๆ


    มอนสเตอร์แต่ละตัวที่เหมือนไซบอร์กถูกสังหารตายในสภาพเดียวกัน ของทุกอย่างถูกเก็บไปหมดเหลือไว้เพียงแค่ร่าง


    กา!


    เสียงร้องของมอนสเตอร์ดังมาจาก 9 นาฬิกา เสียงที่ส่งออกมาทำให้รู้ว่ามีการต่อสู้กับมอนสเตอร์ฝูงใหญ่เกิดขึ้น เสียงมอนสเตอร์ร้องส่งเข้ามาในไอเทมสื่อสารทำให้คนที่อยู่ซากโบราณสถานรู้ว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้นใกล้ๆ


    “ พวกนายสองคนกล้าตามไปไหม ”


    “ งั้นเราจะไปดู อย่างน้อยก็ขอให้รู้หน่อยว่ามันเป็นตัวอะไร ”


    บนโลกที่เปลี่ยนไปมนุษย์ไม่ใช่สิ่งเดียวที่อาศัยอยู่บนโลก มอนสเตอร์คือสิ่งที่โผล่เข้ามานอกจากนั้นแล้วยังมีเผ่าพันธุ์ก่อนหน้าที่โลกของพวกเขาผสานเข้ากับโลกมอนสเตอร์ติดตามมาด้วย


    แม้จะไม่สามารถพบเห็นได้บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งที่เจอเผ่าต่างดาวมักจะลงเอยกันที่การต่อสู้ ส่วนใหญ่มนุษย์เป็นฝ่ายแพ้เพราะสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่รอดล้วนแล้วแข็งแกร่งกันทั้งสิ้นเนื่องจากพวกมันล่ามอนสเตอร์ก่อนที่มนุษย์จะเจอมอนสเตอร์เสียอีก


    “ เรามาช้าไป ”


    ฝูงนกขนาดเท่าลูกไก่นอนตายเกลื่อน บริเวณศีรษะที่เป็นโลหะถูกผ่าราวกับว่าเป็นเนยแข็ง นอกจากร่างมอนสเตอร์ถูกทิ้งเอาไว้แล้ว ไอเทมดรอปและผลึกมานาถูกเก็บไปทั้งหมดเช่นเดิม หน่วยสำรวจของตระกูลเหยาจึงเริ่มไล่ตามคนที่ลงมือต่อไปอีกครั้งหนึ่งเพื่อไปดูให้ได้ว่าสิ่งๆนี้คืออะไร








     



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน