ต้วนจื่อได้ส่งลูกเตะที่อัดแน่นด้วยอานุภาพขั้นเนื้อหนังระดับหกถึงเจ็ดเคล็ดวิชา เตะสั่งสอน!
"ผัวะ พรวด..."
พร้อมกับกลุ่มโลหิตที่สาดกระจายศพิญญามรณะที่ถูกเตะจนกะโหลกแตกดิ้นพล่านก่อนจะสิ้นใจ
คราวนี้ศีรษะที่ถูกทำลายของศพิญญามรณะไม่สามารถฟื้นคืนสภาพได้อีกต่อไป
ตราบใดที่ศีรษะถูกทำลายอย่างรุนแรงก็จะไม่อาจคืนสภาพได้นี่คือจุดอ่อนของมัน!
【ติ๊ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่สังหารศพิญญามรณะที่มีพลังเทียบเท่าขั้นเนื้อหนังระดับหกสำเร็จสำเร็จการใช้งานท่าเตะสังหาร + แสดงการใช้เคล็ดวิชาการต่อสู้อย่างแม่นยำ +แสดงการต่อสู้ข้ามระดับ ปลดล็อกสามการแสดงรวด ค่าเทียนซิ่ว +1,100!】
"เฮ้อ..." ต้วนจื่อนั่งลงกับพื้น ถอนหายใจโล่งอก
ไม่คิดเลยว่าศพิญญามรณะจะมีพลังถึงขั้นเนื้อหนังระดับหกสมแล้วที่สังหารยากเย็นเพียงนี้ โชคดีที่มีทักษะ "อ่อนแอ" ช่วยลดทอนพลังของมันมิเช่นนั้นเขาอาจไม่มีโอกาสได้โต้กลับเลยด้วยซ้ำ
คิดว่าเมื่อเลื่อนถึงขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับห้าแล้วจะสามารถเดินดุ่มๆในเขตตอนกลางได้อย่างสบายใจที่ไหนได้กลับมีสัตว์อสูรขั้นเนื้อหนังระดับหกปะปนอยู่ด้วยเกือบเอาชีวิตไม่รอดเสียแล้ว
ดูเหมือนว่าการท่องยุทธภพยังคงต้องเป็ไปอย่างระมัดระวังอย่าได้ประมาทหรือหวังพึ่งโชค มิฉะนั้นเขาอาจต้อง "ซ้อมตาย" แล้วจริงๆ!
หลังจากนั่งพักไปสิบกว่านาทีต้วนจื่อจึงหยิบกระบี่เทียนซิ่วขึ้นมาไล่ล่าสังหารสัตว์อสูรในเขตตอนกลางต่อไป
เมื่อเทียบกับศพิญญามรณะอันแข็งแกร่งตัวนั้นแล้วสัตว์อสูรอื่นๆ กลับดูอ่อนแอลงถนัดตาโดยส่วนใหญ่แล้วเขาจะสามารถสังหารพวกมันได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวทำให้ไม่ต้องเสียพลังงานมากนัก
หลังจากการทำงานอย่างหนักหน่วงเขาเก็บเกี่ยวค่าเทียนซิ่วได้เกือบ 4,000 แต้ม
"ยังขาดอีก 1,000 แต้มก็จะเลื่อนไปถึงขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับหกและสำเร็จภารกิจเทียนซิ่วได้ทว่าสัตว์อสูรในเขตตอนกลางก็ถูกข้าสังหารไปเกือบหมดแล้ว..." ต้วนจื่อใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจเดินทางไปยังเขตตอนบนของเทือกเขาจื่อหราน
แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะอันตรายมีสัตว์อสูรระดับสูงอยู่มากมาย ทว่าในความเสี่ยงก็ย่อมมีโอกาสหากสังหารสัตว์อสูรขั้นเนื้อหนังระดับห้าได้หนึ่งตัวก็ย่อมคุ้มค่ากว่าการสังหารสัตว์อสูรขั้นเนื้อหนังระดับสี่สองตัว
เมื่อเดินทางมาถึงเขตตอนบนเวลาล่วงเลยไปถึงตีห้าครึ่งของรุ่งเช้า เหลือเวลาอีกเพียงครึ่งชั่วโมงตามที่ภารกิจกำหนดนับว่ายังมีเวลาพอสมควร
ต้วนจื่อมองสำรวจรอบด้านก็พลันพบกับเสือลมกรดขั้นเนื้อหนังระดับห้า
ขณะที่เขากำลังเตรียมลงมือในความเงียบสงัดกลับได้ยินเสียงผู้คนแว่วมาราวกับว่าแหล่งกำเนิดเสียงไม่ได้อยู่ไกลนัก
ต้วนจื่อเงี่ยหูฟังก็พบว่าในพุ่มไม้แห่งหนึ่งทางด้านหน้ามีเงาของคนสองคนซ่อนตัวอยู่อย่างเลือนราง
เป็ศัตรู?
หรือคู่รักที่มา"เปิดป่า"?
"ไปดูกันหน่อยดีกว่า" ต้วนจื่อหรี่ตาลงก่อนจะย่องไปด้านข้างอย่างเงียบเชียบ
อีกด้านหนึ่งในพุ่มไม้สตรีโฉมสะคราญในชุดสีเขียวอ่อนกำลังนอนอยู่บนพื้น ขยับเขยื้อนไม่ได้
เบื้องหน้าของนางปรากฏบุรุษผู้มีรอยยิ้มร้ายกาจประดับที่มุมปากดวงตาฉายแววหื่นกระหายจ้องมองนางอย่างไม่ละสายตาบุรุษผู้นั้นเลียริมฝีปากอยู่เป็ระยะแสดงออกถึงความเลวทรามอย่างเต็มเปี่ยม
"สาวน้อยของข้าช่างไร้เดียงสาเสียจริงข่าวลือเื่หญ้าิญญาทมิฬในเขตตอนบนของเทือกเขาจื่อหรานข้าจงใจปล่อยมันออกไปเพื่อล่อลวงให้เ้ามาติดกับต่างหาก!"
"ข้ารู้ว่าเ้าได้รับการยกย่องว่าเป็อัจฉริยะแห่งการฝึกยุทธ์แม้จะยังไม่บรรลุนิติภาวะก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตขั้นเนื้อหนังระดับเก้าแล้วพร์ล้ำเลิศยิ่งนัก ข้าจึงเตรียมผงมฤตยูวิปริตไว้ให้เ้าโดยเฉพาะสิ่งนี้สามารถทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ที่ต่ำกว่าขอบเขตนักรบกำเนิดเป็อัมพาตทั้งร่างไม่สามารถโคจรพลังได้..."
"ท่านทำเช่นนี้ทำไมกัน?!"สตรีโฉมสะคราญทั้งโกรธทั้งขุ่นเคืองนางไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
นางมีนามว่าเยี่ยนชุยเสวี่ยเป็ธิดาแห่งสมาคมการค้าเยี่ยนในเมืองจื่อหราน ขณะนี้บิดาของนางต้องพิษจำเป็ต้องใช้หญ้าิญญาทมิฬเพื่อถอนพิษ
หญ้าชนิดนี้ทั้งหายากและเ้าเล่ห์มันจะปรากฏขึ้นในยามราตรี แล้วเวลากลางวันก็จะหลบซ่อน ยากจะค้นหา
หลังจากสืบเสาะดูสักพักนางก็ได้ยินมาว่าเคยมีผู้พบเห็นหญ้าิญญาทมิฬในเขตตอนบนของเทือกเขาจื่อหรานด้วยความร้อนใจอยากจะช่วยบิดา นางจึงมิได้ใส่ใจสิ่งอื่นใดแล้วรีบเร่งเดินทางมายังเขตตอนบนในคืนนั้น หวังจะลองเสี่ยงโชคดูสักตั้ง
ทว่านางหารู้ไม่ว่าทุกสิ่งล้วนเป็แผนการที่เยี่ยนชุยเฟิง พี่ชายที่นางเคารพเป็ผู้สร้างขึ้น
"ทำไมงั้นหรือ?" เยี่ยนชุยเฟิงหัวเราะเยาะพลางบีบคอของเยี่ยนชุยเสวี่ยเผยให้เห็นแววตาที่ดุร้าย "ก็เพื่อสมาคมการค้าเยี่ยนทั้งหมดน่ะสิ!"
"แค่กๆ ..." เยี่ยนชุยเสวี่ยถูกบีบคอจนหายใจไม่ออก ใบหน้าแดงก่ำ สำลักไออย่างรุนแรง
"ปล่อย... ปล่อยข้า..."
"ขออภัยข้าไม่ควรหยาบคายกับอัจฉริยะแห่งเมืองจื่อหรานเช่นท่าน" เยี่ยนชุยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดทว่ามือที่บีบคอเยี่ยนชุยเสวี่ยกลับยิ่งออกแรงมากขึ้น
"ข้าทำงานเพื่อสมาคมการค้าเยี่ยนมาั้แ่ยังเล็กตรากตรำทั้งวันทั้งคืน สร้างคุณูปการไว้มากมาย หากไม่มีข้าสักคนล่ะก็สมาคมการค้าเยี่ยนของพวกเ้าจะสามารถกลายเป็สมาคมการค้าอันดับหนึ่งของเมืองจื่อหรานได้หรือ?!"
"หากพูดถึงความสามารถข้าย่อมแข็งแกร่งกว่าผู้ใดในเมืองจื่อหราน ทว่าผลลัพธ์คืออะไร? ตาแก่ใกล้ลงโลงอย่างท่านพ่อกลับจะมอบสิทธิ์การสมาคมการค้าเยี่ยนทั้งหมดให้แก่เ้าไม่เหลืออำนาจให้ข้าแม้แต่น้อย!"
"ก็เพราะข้าเป็เพียงบุตรบุญธรรม!!!"
"ก็เพราะข้าไม่มีสายเืของตระกูลเยี่ยน!!!"
สองประโยคสุดท้ายเยี่ยนชุยเฟิงแทบจะะโออกมาราวกับระบายอารมณ์ที่เก็บกดไว้ในใจมานาน
"พวกเ้าคิดว่าข้าไม่ได้เตรียมการไว้หรือ?ข้าได้ซื้อตัวนายหอระดับสูงของสมาคมการค้าเยี่ยนทั้งหมดั้แ่หนึ่งปีก่อนแล้วตอนนี้พวกเขาทั้งหมดคือคนของข้า ตราบใดที่เ้าตายสมาคมการค้าเยี่ยนทั้งหมดก็จะเป็ของข้า ไอ้แก่นั่นก็ไม่อาจขัดขวาง!"
"อัจฉริยะแห่งการฝึกยุทธ์แล้วอย่างไร?สาวงามแห่งเมืองจื่อหรานแล้วอย่างไร? วันนี้ข้าจะทำให้ดอกไม้งามที่ได้รับการทะนุถนอมมาอย่างดีนี้ยอมจำนนภายใต้หว่างขาของข้า!"
ขณะที่กล่าวเยี่ยนชุยเฟิงก็ฉีกเสื้อผ้าของเยี่ยนชุยเสวี่ยออกอย่างแรง
"ช่างเป็ผิวที่เนียนนุ่มเสียนี่กระไรไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดคนหนุ่มสาวในเมืองจื่อหรานถึงคลั่งไคล้เ้านัก..."
นิ้วมือของเขาไล้ไปตามผิวเนียนของเยี่ยนชุยเสวี่ยดวงตาฉายแววคลั่งไคล้เป็ประกาย
"มาสิ บอกว่าเ้ารักข้า... เร็วเข้า!"
"เยี่ยนชุยเฟิง เ้ามันสารเลวเ้ามันเดรัจฉาน!" เยี่ยนชุยเสวี่ยกัดฟันเอ่ยด้วยความอับอายทั้งน้ำตา"ข้าไม่มีวันรักสัตว์เดรัจฉานอย่างเ้าแน่!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของเยี่ยนชุยเฟิงก็เปลี่ยนเป็สีเขียวคล้ำทันทีดวงตาเผยประกายโกรธเกรี้ยวที่ไม่อาจควบคุม ราวกับสิงโตที่ถูกยั่วยุ
"ใกล้ตายแล้วยังกล้าขัดคำสั่งข้าข้าจะให้โอกาสเ้าอีกครั้ง พูดออกมาซะ!"
เขากำลังบีบคอเยี่ยนชุยเสวี่ยอย่างแรงพลางออกคำสั่งด้วยความโกรธเกรี้ยวเสียงดังราวกับฟ้าร้อง กึกก้องไปไกลแสนไกล
"ข้า... ข้ารัก..."
เมื่อได้ยินสองคำแรกเยี่ยนชุยเฟิงก็คลายมือออกเล็กน้อย แล้วแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม"พูด! พูดต่อไป!"
"ข้ารักคนที่อยู่ข้างหลังท่าน!"น้ำเสียงที่เยี่ยนชุยเสวี่ยเปล่งออกมาทั้งไพเราะและเด็ดขาด
เสียงของนางราวกับธารน้ำในฤดูใบไม้ผลิที่ไหลรินดุจไข่มุกที่กลิ้งบนจานหยก
ทว่าเมื่อเข้าสู่โสตประสาทของเยี่ยนชุยเฟิงนี่กลับทำให้ร่างของเขาชะงักงัน
คนที่อยู่ข้างหลัง?
หรือว่า...
เยี่ยนชุยเฟิงหันขวับไปมองก็พบกับคมกระบี่ที่ฟาดฟันผ่านหน้า
"ฉึก..."
โดยไม่มีโอกาสให้ได้ตอบสนองกระบี่เล่มนั้นก็ตัดศีรษะของเยี่ยนชุยเฟิงออกราวกับตัดเต้าหู้
ร่างไร้ิญญาล้มลงกับพื้น มีเพียงเืสดๆที่ไหลนอง
【ติ๊ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่สังหารชายสารเลวหนึ่งคน ลอบโจมตีสำเร็จ +สังหารด้วยกระบี่สำเร็จ + กำจัดภัยให้ประชา + เป็วีรบุรุษผู้กอบกู้โฉมงามปลดล็อกสี่การแสดงรวด ค่าเทียนซิ่ว +666!】
"อย่าโทษข้าที่สังหารเ้าจงโทษแต่์ที่ไม่ปรานีเ้า" ต้วนจื่อมองไปยังเยี่ยนชุยเฟิงที่สิ้นชีพก่อนจะเก็บกระบี่เทียนซิ่ว และส่ายหน้าเบาๆ
เขาเกลียดการยุ่งเื่ชาวบ้านก็จริงแต่เขาเกลียดที่ต้องเห็นคนสารเลวอาละวาดต่อหน้าต่อตามากกว่า
ยิ่งไปกว่านั้นเยี่ยนชุยเฟิงมีชื่อสีแดงปรากฏในระบบ จัดว่าเป็คนประเภทที่สามารถสังหารได้
สังหารปีศาจก็ยังได้รับค่าเทียนซิ่วคุ้มค่ากว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
หลังจากเก็บกวาดทรัพย์สินมีค่าบนร่างของเยี่ยนชุยเฟิงเสร็จต้วนจื่อจึงหันมาให้ความสนใจกับเยี่ยนชุยเสวี่ย
ต้องยอมรับว่าสตรีผู้นี้เป็แม่แบบแห่งความงามอย่างแท้จริงแม้เสื้อผ้าจะขาดวิ่นสภาพน่าเวทนา ก็ไม่อาจซ่อนเร้นความงดงามที่โดดเด่นของนางได้
"ขอบ... ขอบคุณที่ช่วยข้า..."เมื่อถูกต้วนจื่อจ้องมองเช่นนั้นเยี่ยนชุยเสวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดง และกล่าวขอบคุณด้วยเสียงแ่เบา
ช่างน่าอับอายยิ่งนักดูเหมือนว่านางจะถูก... มองสำรวจไปทั้งตัวแล้ว!
"ช่วยเหลือผู้อื่นเป็เื่ที่ควรทำเ้าไม่ต้องใส่ใจ" ต้วนจื่อละสายตาก่อนจะหันหลังเดินไปยังทิศทางหนึ่ง
เยี่ยนชุยเสวี่ยรู้สึกงุนงง
คนผู้นี้จะ... ไปแล้วจริงๆ หรือ?
ไม่จริงใช่ไหม?
เขาไม่เห็นหรือว่านางเปลือยเปล่าขยับไปไหนก็ไม่ได้?
"เดี๋ยว เ้าจะไปไหนหรือ?"
"ไปล่าสัตว์อสูร" ต้วนจื่อตอบโดยไม่หันกลับมา
เยี่ยนชุยเสวี่ยกล่าวด้วยความอับอาย"เ้าไม่คิดว่ายังมีเื่ที่ต้องทำอีกหรือ?"
ต้วนจื่อหยุดฝีเท้าเขาหันหน้ามาพร้อมเผยให้เห็นดวงตาที่ซื่อตรง
"ขอโทษที ข้ามันคนใจซื่อเื่แบบนั้นข้าทำไม่ได้ แต่เ้าสามารถช่วยเหลือตัวเองได้นะ"
【ติ๊ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่แสดงความคิดเห็นแบบขวานผ่าซาก ค่าเทียนซิ่ว +66!】
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเยี่ยนชุยเสวี่ยก็หน้าแดงก่ำ รู้สึกทั้งอับอายทั้งโกรธอยากจะฆ่าต้วนจื่อให้ตายคามือ
"เ้า... เ้าคิดอะไรไร้สาระกันข้าหมายความว่าให้เ้าช่วยข้าให้พ้นจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้ต่างหาก"
ต้วนจื่ออึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะเข้าใจว่าตนเองนั้นเข้าใจผิดไป
ด้วยความกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อยเขารีบถอดเสื้อผ้าของเยี่ยนชุยเฟิงที่ตายไปอย่างรวดเร็วแล้วเดินไปหาเยี่ยนชุยเสวี่ย และคลุมเสื้อผ้าเ่าั้บนร่างของนาง
"เอาล่ะคราวนี้เ้าคงไม่อึดอัดแล้วใช่ไหม?"
"......"
【ติ๊ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่แสดงความตรงไปตรงมา ค่าเทียนซิ่ว +66!】
เยี่ยนชุยเสวี่ยแทบจะถูกต้วนจื่อทำให้โกรธจนตาย
"ที่ข้าพูดถึงสถานการณ์ที่น่าอึดอัดก็คือการโดนผงมฤตยูวิปริตเล่นงานจนขยับเขยื้อนไม่ได้ เ้าไม่เข้าใจหรือไร?"
"ไม่เข้าใจ!"
เยี่ยนชุยเสวี่ย"......"
ฆ่าทิ้งซะดีไหม?
เอาให้ถึงตายเลย!
"เ้าช่วยขับผงมฤตยูวิปริตออกจากร่างข้าเพื่อให้ข้าสามารถควบคุมร่างกายได้อีกครั้ง และหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้เ้าเข้าใจแล้วหรือไม่?"
"ข้าเข้าใจแล้ว!" ต้วนจื่อพยักหน้าก่อนถามกลับ "แล้วข้าจะได้อะไร?"
"สิ่งนี้จะพิสูจน์ว่าเ้าเป็คนดี!"
"โอ้ งั้นข้าคงต้องขอตัวลา!"
เยี่ยนชุยเสวี่ยรีบร้อนกล่าว"เดี๋ยว อย่าไปนะ หากเ้าช่วยข้าข้าจะให้เ้าหนึ่งพันเหรียญทอง!"
"หึนี่เ้าคิดว่าข้าเป็คนที่ขาดแคลนเงินทองหรือ?" ต้วนจื่อเหลือบมองหญิงสาวก่อนจะชูนิ้วขึ้นมาห้านิ้ว"อย่างน้อยห้าพัน!"
"......."
【ติ๊ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่พูดจากลับกลอกสำเร็จ ค่าเทียนซิ่ว +66!】
เยี่ยนชุยเสวี่ยไม่เคยพบเจอคนหน้าด้านเช่นนี้มาก่อนหากไม่ติดว่าตนยังขยับเขยื้อนไม่ได้ นางคงซัดต้วนจื่อไปสองหมัดแล้ว
"ห้าพันเหรียญทองมากเกินไปอย่างมากก็สามพันเหรียญทอง"
"งั้นก็ลาก่อน!"
"อย่า อย่าเพิ่งไป ข้าตกลงข้าตกลงแล้ว ช่วยข้าได้หรือไม่?"
"ค่อยยังชั่ว" เมื่อเห็นว่าเยี่ยนชุยเสวี่ยยอมจำนน ต้วนจื่อก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"บอกมาซิว่าจะให้ข้าช่วยขับผงมฤตยูวิปริตออกอย่างไร?"
เยี่ยนชุยเสวี่ยหน้าแดงก่ำ"จูบ... จูบข้า!"
"???" ใบหน้าของต้วนจื่อเต็มไปด้วยความสงสัย
"คุณหนู ข้าก็เป็หนุ่มที่มีเหตุผลได้รับการศึกษามาอย่างดี อย่าคิดว่าข้าจะเป็คนใสซื่อไร้เดียงสาแล้วจะมาล่อลวงข้าให้ทำเื่ผิดศีลธรรม ข้าบอกให้รู้ไว้เลยนะว่า... ข้ายินดี!"
ขณะที่กล่าวเขาก็ตรงเข้าไปจูบริมฝีปากของเยี่ยนชุยเสวี่ย
ราวกับสายน้ำที่ซึมลึกเข้าไปในโพรงราวกับสายฝนพรำที่หล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง
อืม...ริมฝีปากของเด็กสาวนั้นนุ่มนวลดุจปุยนุ่น หวานฉ่ำชื่นใจดีแท้!
หลังจากจูบหญิงสาวนานถึงหนึ่งนาทีต้วนจื่อจึงผละออกอย่างเสียดาย
"จูบแล้ว ยังไงต่อ?"
"นี่...นี่เ้าเป็หมูโรคจิตหรืออย่างไร ทำไมไม่รอให้ข้าบอกวิธีการช่วยเหลือทั้งหมดก่อนแล้วค่อยลงมือเล่า?" เยี่ยนชุยเสวี่ยหน้าแดงก่ำจนแทบจะหมดสติ
"อ้าว ก็เ้าไม่อธิบายให้ชัดเจนเองแล้วมาต่อว่าข้าเนี่ยนะ?" ต้วนจื่อแสร้งทำเป็ไม่พอใจและกล่าวด้วยความขุ่นเคือง "ชายหญิงไม่สมควรแตะต้องกันเ้ารู้หรือไม่ว่าข้าต้องใช้ความกล้าหาญและความอดทนมากเพียงใดในการจูบกับเ้าเมื่อครู่นี้?"
"......" หน้าผากของเยี่ยนชุยเสวี่ยในยามนี้เต็มไปด้วยเส้นเืสีดำที่ผุดขึ้นมา
นี่มันคนประเภทไหนกัน?
คนที่เสียจูบแรกเป็ข้าผู้นี้ไม่ใช่หรือไร!
แต่ชายตรงหน้ากลับกำลังโวยวายว่าเขาเป็ฝ่ายเสียเปรียบอย่างนั้นหรือ?
ช่างหน้าไม่อายเสียจริง!
"มองข้าทำไม? รู้สึกผิดที่ทำให้ข้าเสียความบริสุทธิ์ไปเ้าเลยอยากจะขอโทษข้าหรือ?" ต้วนจื่อเชิดหน้าขึ้นกล่าวอย่างไร้ยางอาย
"แต่ช่างมันเถอะข้าไม่อยากเป็คนใจแคบเหมือนเ้า แต่ถ้าเ้าแสดงความสำนึกผิดอย่างจริงใจข้าจะไม่ถือสาก็ได้"
เยี่ยนชุยเสวี่ย"......"
กระบี่ข้าอยู่ไหน?
เอากระบี่มา!
"เอาล่ะ รีบบอกวิธีการช่วยเหลือมาข้าคงต้องช่วยเ้าเป็หนที่สองอย่างไม่มีทางเลือกสินะ"
เยี่ยนชุยเสวี่ยข่มอารมณ์และพยายามประคองสติก่อนกล่าวอย่างช้าๆ "ขณะที่จูบข้าให้เ้าเป่าลมปราณจากตันเถียนเข้ามาในปากของข้าจากนั้นก็ช่วยข้าใช้พลังขับผงมฤตยูวิปริตออกมา"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นต้วนจื่อก็ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเผยสีหน้าแปลกประหลาด
"นี่มัน... คือการผายปอดไม่ใช่รึ?"