บรรยากาศรอบตัวเฟลิกซ์พลันเปลี่ยนไปชั่วพริบตาจังหวะหายใจของร่างกำยำเริ่มเข้าออกรุนแรงจนอกหนากระเพื่อมวูบไหวขึ้นลงสองมือแกร่งกำหมัดแน่นจนเห็นทุกเส้นมัดกล้ามเนื้อแขนเขากัดฟันกรอดจนสันกรามนูนเด่นชัดลามไปถึงเส้นลำคอที่เครียดเกร็งอย่างหนักประกายแห่งไฟโทสะปะทุขึ้นมาในดวงตา เขาสบถคำรามออกมาอย่างเสียสติก่อนจะพุ่งไปคว้าคอเสื้อของคริสเหวี่ยงร่างผอมแห้งกระแทกเข้ากับผนังดัง พลั่ก!เฟลิกซ์ไม่เปิดโอกาสให้ชายคนนี้ได้ตั้งหลักใหม่แม้เพียงเสี้ยววินาทีร่างกำยำตามไปคร่อมแล้วรัวหมัดใส่ใบหน้าซูบผอมนั้นไม่ยั้ง จนใบหน้าของคริสปูดบวมและอาบไปด้วยเลือด
“ฮึก! ฮือ!” เสียงสะอื้นไห้ขาดสติจากชายใต้ร่างช่วยหยุดยั้งมือแกร่งเอาไว้ทันก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายไปมากกว่านี้เฟลิกซ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในขณะที่ดวงตายังคงจับจ้องคนตรงหน้านิ่งจังหวะการหายใจของร่างกำยำเริ่มผ่อนช้าลง
คริสนอนหมดสภาพอยู่บนพื้นร่างผอมแห้งสั่นเทา ดวงตาลึกโหลเหม่อลอยไร้จุดหมาย น้ำตาไหลอาบแก้มเป็นทางเสียงสะอึกสะอื้นยังคงดังออกมาไม่ขาดสายเสียงแหบแห้งจากเขาคอยพร่ำเพ้ออยู่ประโยคเดียว
“สุดท้ายแล้ว...ฉันก็เป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ใช่ไหม?!”
*****
ยี่โถกำลังยืนอยู่ท่ามกลางสถานที่อันน่าพิศวงแห่งหนึ่งรอบกายเธอมีเพียงความมืดมิด เงียบสงัดและว่างเปล่า จิตใต้สำนึกกำลังบอกเธอว่านี่ไม่ใช่เวลากลางคืน แล้วที่แห่งนี้ก็ไม่ใช่ห้องมืดเช่นกัน เธอก้มลงมองกลับพบว่ายังสามารถเห็นร่างกายของตนเองแยกออกจากความมืดสนิทนั้นได้อย่างชัดเจนที่นี่คือที่ไหนกัน?
สองเท้าก้าวเดินตรงไปยังข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายแต่ไม่ว่าจะเดินไปนานเท่าใด รอบกายเธอยังคงดำมืดเช่นเดิม ยี่โถตัดสินใจหยุดเท้าลงเมื่อความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาสั่งให้เธอทำอะไรบางอย่างมือเรียวยกขึ้นมาทาบไว้กลางหน้าอกของตนเอง หญิงสาวยืนนิ่งอย่างนั้นอยู่สักพัก
...เธอไม่รับรู้ถึงการเต้นของหัวใจ
เมื่อหญิงสาวได้ทราบถึงความจริงนี้...ไม่มีน้ำตาแห่งความเสียใจ...แต่ก็ไม่มีรอยยิ้มแห่งความยินดี...กลับมีเพียงสีหน้าอันเรียบเฉยสงบนิ่งจากความเข้าอกเข้าใจตอนนี้เธอคงเหลือแต่เพียงจิตวิญญาณ
แต่แล้วสถานที่พิศวงตรงหน้านี้ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปเมื่อจอภาพเหตุการณ์หนึ่งฉายขึ้นมาต่อหน้าเธอ เป็นเหตุการณ์ในอดีตที่ยี่โถจำได้ดี
‘หุบปาก!!’ ยี่โถที่อยู่ในภาพเคลื่อนไหวนั้นได้ตะโกนออกมาพร้อมกับสีหน้าถมึงทึงฉุนเฉียวและสิ่งที่น่ารังเกียจไปกว่านั้นคือ เธอเสียสติจนขว้างเก้าอี้ใส่ลุงของตนเอง
‘อีจองหอง! กูขอให้ชีวิตมึงเจอแต่ความฉิบหาย!’ ภาพนั้นดับไปแทนที่ด้วยเสียงของป้าแช่มที่ดังกึกก้องอยู่รอบกายเธอยี่โถกวาดสายตามองไปรอบๆ กลับไม่พบเจอสิ่งใด
แล้วภาพก็ปรากฏขึ้นมาอีกรอบคราวนี้เป็นภาพที่เธอตามรังควานเฟลิกซ์สารพัด ภาพของเหล่าเพื่อนร่วมงานที่มองมายังเธอและหลายสิ่งหลายอย่างอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นบาดแผลลึกในอดีตของเธอทั้งสิ้น
ความเจ็บแปลบในอกเข้ามาโจมตียี่โถทันใดหญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น หัวใของเธอหยุดเต้นไปแล้วไม่ใช่เหรอ?ทำไมยังมีความรู้สึกเหล่านี้อยู่อีก
‘กรรมที่ต้องชดใช้’ อยู่ดีๆ ความคิดนี้ก็ผุดขึ้นมาเป็นคำตอบ ยี่โถพยักหน้าน้อยๆ กับตนเองแล้วทันใดนั้นแสงนวลสว่างจากบางสิ่งบางอย่างได้สาดส่องเข้ามาผสมผสานเข้ากับความดำมืดกลายเป็นแสงสลัวรอบกายของเธอเริ่มเห็นเป็นเค้าลางมากขึ้นแต่ก็ยังไม่สามารถบอกลักษณะสถานที่แห่งนี้ได้อยู่ดี
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองที่มาของแสงนั้น…ดวงจันทร์
แล้วภาพเหตุการณ์ในอดีตก็ได้ฉายขึ้นมาตรงหน้าเธออีกครั้งคราวนี้ไม่ใช่ภาพแห่งความเจ็บช้ำแต่อย่างใด ทว่านี่คือภาพตัวตนใหม่ของเธอที่เต็มไปด้วยความสว่างไสว รวมไปถึงภาพของพ่อและแม่ที่กำลังส่งยิ้มอบอุ่นมาให้เธอลมเอื่อยเฉื่อยเย็นสบายพัดผ่านมาโอบล้อมกอดเธอเอาไว้ ความเจ็บแปลบในหัวใจค่อยๆเลือนจางลง
รอยยิ้มแห่งความปิติแต่งแต้มบนใบหน้าของยี่โถแม้ว่าตอนนี้รอบกายจะยังคงมืดสลัว แต่เธอตั้งปณิธานกับตนเองไว้แล้วว่าจะทำให้แสงจันทร์สว่างไสวแรงกล้ายิ่งกว่าเดิม...เมื่อได้กลับมายังที่แห่งนี้อีกครั้ง
สถานที่มืดมิดพิศวงแห่งนั้นได้ดับวูบหายไปในบันดลแทนที่ด้วยสถานที่แห่งใหม่เสียงเล็กแหลมแปลกประหลาดไม่เป็นธรรมชาติดังขึ้นเป็นจังหวะข้างหูจนน่ารำคาญลมเย็นพวยพุ่งเข้ามาในจมูกเธอแผ่วเบาผสมกับกลิ่นแสบฉุนของที่แห่งใหม่นี้รอบกายเธอมีแต่ความหนาวเย็นจนรู้สึกได้ถึงไรขนที่กำลังลุกชูชันทั่วร่าง
ยี่โถค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นแสงสว่างจากเพดานทำให้เธอต้องหรี่ตาลง ภาพเลือนรางตรงหน้าค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นหญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบกาย เธอกำลังนอนอยู่บนเตียงกลางห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆอุปกรณ์แปลกตาที่มีสายระโยงระยางค์เชื่อมมาถึงตัวเธอจนดูรกรุงรังไปหมด ยี่โถขมวดคิ้วมุ่นพร้อมกระพริบตาถี่ๆสมองของเธอยังคงว่างเปล่าเกินที่จะประมวลผลได้ ร่างบางยันตัวเองลุกขึ้นนั่งแต่ก็ต้องนิ่วหน้าขึ้นมาทันใดเมื่อความรู้สึกเจ็บแปลบกลางท้องแล่นเข้ามาจู่โจมจนน้ำตารินไหล
“...ยี่โถ”เสียงทุ้มนุ่มเจือสั่นเครือของใครบางคนดังขึ้นมายี่โถกัดฟันข่มความเจ็บปวดนั้นเอาไว้ก่อนจะหันไปมองที่มาของเสียงเรียกนั้น
ดวงตาสีฟ้าลึกล้ำแลดูอิดโรยริมฝีปากหนากระชับดูซีดเซียวไร้สีสัน ใบหน้าคมคายมีหนวดเคราเขียวครึ้มแต่ยังคงความหล่อเหลาเอาไว้เป็นอย่างดีแม้สมองของยี่โถจะยังขาวโพลนจนไม่สามารถนึกออกได้ว่าชายคนนี้คือใครทว่าริมฝีปากบางของเธอกลับส่งยิ้มอบอุ่นให้คนตรงหน้าไปก่อนแล้วเธอรู้แต่เพียงว่าส่วนลึกในจิตใจของตนเองนั้นอยากมอบความอ่อนโยนนี้ให้เขา
รอยยิ้มจากร่างบางส่งผลให้ชายร่างกำยำตรงหน้าก้าวเท้าเข้ามาสวมกอดเธอเอาไว้แน่นหญิงสาวรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากเขาที่ค่อยๆ แผ่ซ่านเข้ามาหายี่โถเลื่อนแขนขึ้นมาโอบกอดตอบเช่นกัน
“ขอบคุณนะ”สิ้นเสียงทุ้มลึกของชายหนุ่ม ดวงตาของเธอพลันร้อนผ่าวน้ำตารื้นรินไหลออกมาไม่ขาดสาย
“...เฟลิกซ์”ยี่โถเอ่ยออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง เมื่อความทรงจำเริ่มกลับมาแจ่มชัดขึ้นตอนนี้ร่างหนากำลังสั่นเทาจนเธอรู้สึกได้และดูเหมือนว่าอ้อมกอดจากชายหนุ่มจะโอบรัดแน่นยิ่งกว่าเดิมขอบคุณเหมือนกันนะ
*****
วันที่ยี่โถรอคอยก็ได้มาถึงเสียทีเมื่อคุณหมออนุญาตให้เธอกลับบ้านและตอนนี้หญิงสาวก็กำลังเดินไปยังประตูทางเข้าโรงพยาบาลโดยที่มีเฟลิกซ์คอยพยุงเธอไว้ทุกย่างก้าวตั้งแต่ลงจากเตียงและมีพี่ธัญญ่าคอยช่วยยกของเดินตามหลังมา
“รอผมอยู่ตรงนี้นะ”เฟลิกซ์เอ่ยกับเธอสั้นๆ เขาพยุงพาร่างบางค่อยๆ นั่งลงอยู่บนเก้าอี้ด้านหน้าก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินออกไปยังลานจอดรถ
“อิจฉาน้องยี่จริงจริ๊ง! แฟนหล่อหุ่นแซ่บไม่พอยังดูแลอย่างดีแทบทุกฝีก้าว” พี่ธัญญ่าพูดไปอมยิ้มไปพาให้ใบหน้ายี่โถร้อนผ่าวขึ้นมา หญิงสาวรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน
“แฟนเฟินอะไรไม่มีหรอกค่ะคนเคยรู้จักกันเฉยๆ”
“ถึงตอนนี้จะยังไม่ใช่แต่พี่ว่ายังไงก็เสร็จน้องยี่โถแน่นอนค่ะ! วันนั้นที่น้องยี่โถเจ็บหนักเขาดูเสียสติไปเลย คอยนั่งเฝ้าน้องยี่โถทั้งคืน พี่บอกให้กลับไปพักผ่อนก็ไม่ยอม”น้ำเสียงของพี่ธัญญ่าจริงจังขึ้นมาทันใด
“เขาคงนึกโทษตัวเองอยู่หนูคิดว่านะ” ต้องเป็นเพราะสาเหตุนี้แน่ๆ เฟลิกซ์ดูแลเธอเพราะรู้สึกผิดต่างหากแม้เธอจะเลือกทำแบบนั้นเองก็ตาม
“จ้า! นู่น! รถมาพอดี”พี่ธัญญ่าช่วยพยุงเธอลุกขึ้นยืน ในขณะที่เฟลิกซ์เป็นคนเปิดประตูรถให้แล้วเดินไปขนข้าวของเก็บไว้บนรถ
“บายจ้า! เดี๋ยวพี่ไปเยี่ยมอีกนะ”พี่ธัญญ่าส่งยิ้มอบอุ่น พลางโบกมือลาให้เธอและเฟลิกซ์
“ขอบคุณพี่ธัญญ่ามากเลยนะคะ”ยี่โถยกมือไหว้รุ่นพี่ชาวไทย ก่อนจะโบกมือร่ำลากัน
รถสปอร์ตคันหรูเคลื่อนตัวออกมาจากโรงพยาบาลได้สักพักเวลานี้มีเพียงบรรยากาศแห่งความเงียบงันเกิดขึ้นภายในรถยี่โถกวาดสายตามองไปยังทิวทัศน์ข้างทาง แล้วคิ้วของเธอก็ขมวดมุ่นเล็กน้อยเธอหันหน้าไปหาเฟลิกซ์
“คุณขับเลยซอยอะพาร์ตเมนต์ฉันไปแล้วน่ะ”ยี่โถรีบบอกเขาก่อนที่จะเลยไปไกลกว่านี้ สงสัยเขาจะลืม
“ผมไม่ได้บอกว่าจะไปอะพาร์ตเมนต์คุณ”เฟลิกซ์ยังคงมองไปยังทางข้างหน้า สีหน้าของชายหนุ่มดูเรียบเฉย
“...?”ยี่โถขมวดคิ้วแน่นเข้าไปอีก แล้วเขาจะพาไปที่ไหน? คำถามเกิดขึ้นในใจของหญิงสาวและดูเหมือนว่าเฟลิกซ์จะเดาความคิดของเธอออก
“อยู่ที่บ้านผมดีกว่า”