วรยุทธอสูรทะยานฟ้าผ่าปฐพี!!

    บทที่ 55 ประมือกับคนพาล

             หนิงอวี้ที่เห็นเช่นนั้นก็รับรู้ได้ถึงจิตสังหารอย่างรุนแรงที่มุ่งมาทางห่าวหราน นางจึงพลันยื่นแขนไปคว้ากระบี่ทว่า...ความเจ็บปวดจากพิษที่ได้รับก่อนหน้าก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างจนหนิงอวี้หยุดชะงัก “ห่าวหรานหลบเร็ว...!” กายเจ็บแต่ปากไม่ หนิงอวี้ร้องเสียงดังลั่น ขณะที่มีปราณสายฟ้าเส้นหนึ่งพุ่งแหวกอากาศตรงมายังห่าวหราน ซึ่งมันก็คือ วิชาดัชนีเทพสายฟ้า ของอิงฉานอินนั้นเอง

            

             วิชาชุดนี้รวดเร็ว และรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง มีไม่กี่คนที่จะฝึกได้ คงเพราะนักสู้ธาตุสายฟ้ามีน้อยกระมัง และดูเหมือนห่าวหรานจะโชคไม่ดีที่หนึ่งในคนเหล่านั้นดันเป็น เจ้าอิงฉานอินผู้นี้ อานุภาพของดัชนีนับว่ารุนแรงมาก ผู้ที่จะหลบได้อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีขั้นฝึกอยู่ในชั้นนภาระดับปลาย หากต่ำกว่านั้นคงยากจะหลบ และไม่พ้นต้องโดนปราณอัสนีเล่นงานจนบาดเจ็บถึงตายเป็นแน่ ซึ่งหนิงอวี้ทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี นางจึงได้พยายามที่จะช่วยห่าวหราน ทว่า...ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะสายไปแล้ว

            

             “ขอบใจคุณหนูยิ่งนักที่เตือนข้า แต่ก็อย่างที่บอก ขนาดสายฟ้าของเจ้าหมูป่าเขี้ยวอัสนียังทำอะไรข้าไม่ได้ แล้วมีหรือ ที่สายของเจ้าหมูตัวนี้จะทำได้” ห่าวหรายเผยรอยยิ้ม กับแววตาที่มั่นใจออกมา ก่อนจะใช้มือหยิบกระบี่ศิลาฟ้าดินออกมาปักไว้ตรงหน้า และในเวลานั้นก็พลันเกิดเสียงเปรี้ยงปร้างขึ้นชั่วขณะก่อนทุกอย่างจะเงียบสงบลง ทุกคนต่างตกตะลึงเป็นอย่างมากโดยเฉพาะกับเจ้าอิงฉานอินใบหน้า กับรอยยิ้มชั่วร้ายก่อนหน้าพลันหายไปในพริบตา เพราะภาพเกิดขึ้นก็คือ กระบี่ศิลาเล่มใหญ่เล่มนั้นไร้รอยขีดข่วน ไม่มีแม้แต่รอยไหม้ด้วยซ้ำ

            

             “อันใดกัน! ทำไมดัชนีเทพสายฟ้าของข้าถึง...”

            

             “เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ ข้าเหมือนเห็นเด็กน้อยมาเล่นดอกไม้ไฟแถวนี้ ไปไหนเสียแล้ว” ห่าวหรานมุ่นคิ้วก่อนจะเอ่ยลอย ๆ ทว่า...วาจาที่มันเปล่งออกมานั้นบ่งบอกถึง การดูแคลนสายฟ้าของอิงฉานอินชัดเจน

            

             “หน็อย ไอ้เศษสวะต่ำต้อย กล้ามาดูถูกข้ารึ เช่นนั้นก็จงตายอย่างทรมานซะ! เพลงทวนสวรรค์พิโรธ” อิงฉานอินนัยน์ตาสาดประกายสีทองวูบไหว พร้อมคำรามลั่น จากนั้นมันก็คว้าทวนคู่กาย และพุ่งตรงเข้ามาหาห่าวหรานอย่างว่องไวราวกับเป็นสายฟาด กระบวนท่านี้สามารถสังหาร และเผาผลาญเป้าหมายได้ในพริบตา ชนิดที่ว่าคนผู้นั้นไม่ทันได้รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ เดิมทีอิงฉานอินก็ฝึกมันได้ชำนาญอยู่แล้ว ยามนี้ได้จิตปราณของเนื้อหมูป่าเขี้ยวอัสนีเสริมไปด้วย ความน่ากลัว และรุนแรงจึงเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน

            

             “ตายซะ! ไอ้สวะ!” อิงฉานอินคำรามลั่นขณะที่ทวนในมือกำลังจะพุ่งเข้าปะทะกับกระบี่ศิลาฟ้าดินตรงหน้า มันคิดว่าจะพุ่งทะลุผ่านไปในทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกระบี่หรือคนที่นั่งอยู่ด้านหลัง ทว่า...ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่อิงฉานอินคิด เกิดเสียงดังโครมใหญ่ขึ้นก่อนที่ร่างของมันจะหยุดนิ่งไม่ขยับเคลื่อนไหวอยู่ตรงนั้น ปลายทวนชนกับกระบี่ศิลา และค้างอยู่แบบนั้น

            

             “หือ? เมื่อครู่เกิดอันใดขึ้น ข้าว่าข้าเห็นเด็กน้อยมาเล่นดอกไม้ไฟแถวนี้อีกแล้ว เด็กที่ไหนกันนะซุกซนยิ่งนัก แถมดอกไม้ไฟที่ใช้ก็คงเป็นของปลอมราคาถูก มีดีแค่แสงสว่าง แต่หาได้มีความรุนแรงน่ากลัวเลย” ห่าวหรานเอ่ยพึมพำด้วยสีหน้านิ่งเฉย คล้ายไม่สนใจอิงฉานอินที่ยืนอยู่ตรงข้ามแม้แต่น้อย นั้นทำให้คนผู้นี้ยิ่งโกรธจัดจนใบหน้าแดงก่ำ

            

             “อย่ามาอวดดีต่อหน้าข้านะไอ้เศษสวะ คนอย่างเจ้านะรึ ที่ข้าจะไม่สามารถจัดการได้” อิงฉานอินตวาดลั่นด้วยความเดือดดาล ก่อนจะควงทวนขึ้นเหนือหัว แล้วจู่โจมใส่เป้าหมายตรงหน้า ห่าวหรานไม่รอช้ารีบคว้ากระบี่ศิลาขึ้นมาป้องกัน จนเกิดแรงปะทะกระจายไปทั่วบริเวณ อิงฉานอิงนั้นลงมือรวดเร็ว และรุนแรงประดุจสายฟ้าจริง ๆ หากเป็นผู้อื่นคงรับได้ไม่ถึงครึ่งกระบวนท่าก็พ่ายแพ้ไปแล้ว แต่ไม่ใช่กับห่าวหราน แม้นกระบี่ศิลาจะดูใหญ่โตเทอะทะ แต่ผู้ใช้กลับไม่ได้มีความเร็วลดลงเลย

            

             อิงฉานอินตกตะลึงพรึงเพริด “เรื่องบ้าบอเช่นนี้เป็นไปไม่ได้”

            

             “เป็นไปได้หรือไม่ เจ้าก็เห็นแล้วมิใช่หรือ” ห่าวหรานเอ่ยถ้อยคำ พร้อมแสยะยิ้มที่มุมปากออกมา

            

             “หน็อย...! ไอ้เด็กอวดดี วันนี้ข้าฆ่าเจ้าไม่ได้ ข้าไม่กลับสำนักอีกต่อไป” อิงฉานอิงเดือดดาลสุดขีด เพราะมั่นใจในตนเองมาตลอดว่า หากเป็นศิษย์ในสำนักด้วยกัน มันคืออันดับหนึ่ง มิมีผู้ใดจะต่อกรด้วยได้ แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าเด็กฝ่ายงานรับใช้คนนี้ถึงสามารถรับมือกับมันได้อย่างสบาย ๆ ฟ้าดินกลับตาลปัตรไปแล้วงั้นรึ!

            

             “เพลงทวนสวรรค์พิโรธ กระบวนท่าที่แปด ทัณฑ์อัสนีเทวะทลายปฐพี!” อิงฉานอินลากเสียงยาว ก่อนจะร่ายรำทวนไปมา

            

             ก่อนที่ผืนฟ้าจะคำรามครั่นคร้าม ผืนดินสั่นสะเทือนเลือนลั่น ซึ่งกระบวนท่าที่อินฉานอิงคิดจะใช้ ทำให้หนิงอวี้ และศิษย์ฝ่ายต่อสู้คนอื่น ๆ ตื่นตกใจเป็นอย่างมาก

            

             “ศิษย์พี่อิงโปรดใจเย็นก่อน! อย่าใช้กระบวนท่านั้น ท่านยังฝึกไม่สำเร็จ หากใช้พวกข้าจะโดนลูกหลงไปด้วย” ศิษย์คนหนึ่งร้องเสียงดัง แต่ดูเหมือนอิงฉานอินจะโกรธจนหูดับไม่ฟังใครอีกแล้ว

            

             “กระบวนท่านี้รุนแรง จนทำให้ผู้พลอยโดนไปด้วยหรือ? เช่นนั้นคงไม่ดีแน่” ห่าวหรานที่ได้ยินก็เห็นท่าไม่ดี จึงกระชับกระบี่ศิลาฟ้าดินในมือแน่น จากนั้นก็พลันฟาดใส่อิงฉานอิงฉานอินอย่างรวดเร็ว มันเองก็โจมตีสวนกลับมาพอดีเช่นกัน สองศาสตราวุธปะทะกัน ก่อนจะเกิดแสงสว่างจ้า พร้อมกับเสียงดังกึกก้องไปทั่วผืนป่า ทว่า...ผลที่ตามมานั้นคือ

            

             ปราณสายฟ้าจำนวนมหาศาลถูกกระบี่ศิลาฟ้าดินกลืนกินจนหมดสิ้น ส่วนร่างของอินฉานอินก็กระเด็นลอยขึ้นฟ้าก่อนจะร่วงตกลงมากระแทกพื้น และแน่นิ่งไป แต่ก็ใช่ว่าห่าวหรานจะมีชัยชนะขาดลอย เพราะยามที่กระบี่ศิลาดูดกลืนสายฟ้าเข้ามา มือของมันเจ็บปวด และเกิดอาการชาอย่างรุนแรง ห่าวหรานถึงกับต้องพลันปล่อยมือจากกระบี่ ก่อนจะโคจรจิตปราณข่มความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น คงเป็นเพราะปราณสายฟ้าของอิงฉานอินรุนแรงมาก

            

             ห่าวหรานไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าไม่มีกระบี่ศิลาฟ้าดิน ตัวมันกับคนอื่น ๆ จะมีสภาพเป็นไร...

            

             จบบท

    คล้ายกับเรื่องวรยุทธอสูรทะยานฟ้าผ่าปฐพี!! ที่คุณอ่าน