ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่681 อุดปากเงียบ

      เจียวหยาง อาเม่ยพวกเขา ต่างก็เข้าไปแสดงความยินดี กับสงครามน้อย ที่ชนะการต่อสู้ ทว่าสงครามน้อย เขาสูญเสียพลังกาย ไปกับการต่อสู้ ไม่ใช่น้อยๆ เช่นกัน แม้แต่ริมฝีปากยังซีดเผือด ออกมาอย่างเห็นได้ชัด
 


      ภาพของเหล่าศิษย์ หมู่ชนเองก็จับจ้องไปยังน้ำเสียง ของเจ้าสำนักมังกร ที่กำลังจะสืบฝีเท้าออกมาหน้าสำนักมังกร ด้วยความเดือดดาล มองว่าอี้เฉินกับพวกที่มาก่อเรื่อง หน้าสำนักมังกร ยามนี้พวกเขา เดือดร้อนแน่

 


      ปราณพลังขั้นเทพสวรรค์แท้จริง สืบฝีเท้าปลดปล่อยแผ่ซ่านปราณพลัง ส่งริ้วคลื่น รัศมีที่น่าคร้ามเกรง ออกมาสู่ครรลองสายตาหมู่ชน อย่างไม่มีเก็บออม ของเจ้าสำนักหญิงชรา

 


      แล้วยิ่งเจ้าสำนักมังกร กวนซี เห็นใบหน้าของอี้เฉิน พร้อมกับหลินเฟย ในกรอบสายตา นางยังจดจำยามที่ถูกอี้เฉินตบใบหน้า นางให้อับอายในยามอดีตได้ดี อายสังหารจึงเล็ดลอด ออกมาหาอี้เฉิน อย่างไม่มีปิดบัง

 


      แม้แต่เหล่าศิษย์ยังรับรู้ได้ว่า พวกเขาทั้งสอง มีความบาดหมาง กันมาก่อน จากอายสังหาร ที่ปลดปล่อยออกมา ราวกับมีหมื่นกระบี่ พุ่งเสียดแทงกายา

 


      อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมากว้าง ไม่คิดว่า หญิงชรากวนซี ที่เขาเคยตบสั่งสอน ในยามอดีตบัดนี้ จะเป็นเจ้าสำนักมังกร แม้แต่หลินเฟย นางยังประสานฝ่ามือ โค้งคำนับหญิงชรากวนซี ด้วยความนอบน้อม แต่เหมือนว่า จะไม่เป็นผล ให้หญิงชรา ผ่อนโทสะลงแม้แต่น้อย

 


       เจ้าสำนักมังกร กวนซี เอ่ยเสียงเหี้ยมออกมาดังก้อง “อี้เฉินเจ้ายังไม่ไสหัวไป จากสำนักมังกร ของข้าอีกเช่นนั้นหรือ เมื่อเห็นใบหน้าของข้าแล้ว” ทันใดเหล่าเทพสวรรค์แท้จริง ต่างก็พุ่งปราดเข้าปิดล้อม ตัวของอี้เฉินไว้ ทำให้เหล่าเด็กน้อย ไม่เว้นแม้กระทั่ง หลินเฟย มีสีหน้าที่ตื่นตระหนกออกมา

 


      ภาพนั้นต่างก็พาให้เหล่าศิษย์หน้าสำนักมังกร ต่างก็ยืนตัวแข็งค้าง ว่าบัดนี้มันเกิดอะไรขึ้น ครั้นรับรู้ถึงความโกรธเกรี้ยว ของเหล่าเทพสวรรค์ กำลังจะปะทุขึ้นมา ราวกับภูเขาไฟ ที่ใกล้จะระเบิดเต็มทน “ชายหนุ่มผู้นั้นเขาเป็นใครกันแน่ ถึงกับทำให้เจ้าสำนัก กวนซี ของเราโกรธแค้น ได้มากถึงเพียงนี้”

 


        ทว่าทันใด ที่พวกเขาเหล่าเทพสวรรค์ แท้จริง คิดจะลงมือกับอี้เฉิน มองว่าอี้เฉิน ไม่คณามือของพวกเขา เหล่าเทพสวรรค์หรอก หากพวกเขาร่วมมือกันละก็

 


       จู่ๆ ในชั่วขณะ ชายหนุ่มร่างเล็กผู้หนึ่ง ปรากฏกายออกมา สู่ครรลองหมู่ชน บนท้องฟ้าพร้อมวงแหวน วัฏจักร ที่หมุนขับเคลื่อน อยู่ด้านหลัง ส่งแรงกดข่มของขั้นครึ่งก้าว เซียนสวรรค์ แผ่ซ่านออกมา มันก็ทำให้เหล่าเทพสวรรค์ ต่างก็พากันหัวใจสั่นสะท้าน หยุดชะงักฝีเท้าในทันใด

 


       เสียง “คารวะท่านทูต!!” พร้อมฝ่ามือ ที่ประสานออกมา อย่างนอบน้อม ด้วยความหวาดกลัว แม้แต่เจ้าสำนักหญิงชรา ยังไม่มีข้อยกเว้น อี้เฉินที่เงยหน้ามอง โม่กวาง เขาสัมผัสได้ตั้งแต่ยามแรกแล้ว ว่าแขกคนสำคัญ ของสำนักมังกรคือผู้ใด

 


       ก่อนโม่กวางจะลอบถอนลมหายใจออกมายาว ครั้นเห็น อี้เฉิน หลินเฟย เจ้าสงครามน้อย อยู่ในกรอบสายตา อี้เฉินก็คงจะรับรู้ได้ถึงตัวเขาเช่นกัน แม้ว่าเขาจะแอบดูการต่อสู้ ของเจ้าสงครามน้อย อยู่ตลอดเวลาก็ตาม ใจจริงโม่กวางไม่คิด อยากจะเข้ามาสอดมือ แต่เมื่อเห็นเรื่องยุ่งวุ่นวาย วิ่งเข้าหาอี้เฉิน เขาจึงอดไม่ได้ ที่จะปรากฏตัวออกมา “นี่สินะที่เขาเรียกว่า ตัวปัญหา”

 


       คำพูดนั้นของโม่กวาง ถึงกับทำให้เจ้าสำนักมังกร คลี่ยิ้มออกมากว้าง เอ่ยพูดเสียงเรียบออกมาทันใด “ท่านทูต โปรดท่านจัดการเขา ให้ความเป็นธรรม สำนักมังกรของเราด้วย”

 


เหล่าศิษย์ที่ไม่กล้าเงยหน้า มองทูตสันถวไมตรี ตรงๆ พวกเขาต่างก็ไม่อยากเชื่อ คนระดับสูงของดินแดนเทพ จะสอดมือเข้ามายุ่งเช่นนี้

 


        ทว่าฉับพลันใบหน้าหญิงชรา กวนซี ก็พลันแข็งค้าง ครั้นเห็นประกายตา ที่พวกเขาทั้งสองจ้องมองกัน พร้อมรอยยิ้มกว้าง แม้แต่ สงครามน้อย ยังโดดโลดเต้น ออกมาด้วยความดีใจ ครั้นเห็นท่านอาโม่กวาง ในกรอบสายตาของเด็กน้อย

 


       ภาพนั้นต่างก็พาให้หมู่ชน ไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อท่านทูตที่พวกเขาโค้งคำนับ ด้วยความนับถือ จู่ๆ เขาจะคำนับออกมาให้อี้เฉิน กับหลินเฟย ด้วยความนอบน้อม เสียงพูดคุยของเหล่าศิษย์ ดังขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ “ชายหนุ่มผมสีขาวปลิวสยาย สวมใส่ผ้าป่านเก่าผู้นั้น เขาเป็นใครกันแน่”

 


       เหล่าเทพสวรรค์ พวกเขาที่ได้ยินคำพูดที่แผ่วเบา ในคราสุดท้ายของท่านทูต ว่าอี้เฉินเป็นจักรพรรดิ มีเพียงคนระดับเทพแท้จริงได้ยิน ต่างก็พาให้พวกเขาแทบลมจับ เจ้าสำนักมังกร กวนซี ถึงกับล้มก้นจ้ำเบ้า

 


ครั้นโม่กวาง สืบฝีเท้ามาทักทาย สงครามน้อย มันก็ยิ่งทำให้เหล่าศิษย์หน้าสำนักมังกร ต่างก็พากันตะลึงงัน นั้นมันหมายความว่าอย่างไร

 


       ก่อนโม่กวางจะบอกกล่าวอี้เฉิน ถึงเรื่อง 4สำนักใหญ่ “บัดนี้พวกเขากำลังเคลื่อนไหวแล้วอี้เฉิน การรับสมัครศิษย์ ของพวกเขาต้องเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับเราแน่”

 


อี้เฉินตบไหล่โม่กวาง เอ่ยพูดออกมาด้วยความเชื่อมั่น “ลำบากเจ้าแล้วโม่กวาง”

 


       “แล้วเจ้าจะขึ้นไป ยังดินแดนเบื้องบนเมื่อใดอี้เฉิน” ก่อนโม่กวาง จะหันปรายตาไปมองพวกเด็กๆ ทั้งสามมีศักยภาพที่ไม่เลว หากได้ไปเติบโตยังดินแดนเบื้องบน เร็วๆ คงจะดีไม่น้อย

 


อี้เฉินเองก็พอจะเข้าใจความคิดของ โม่กวาง “ข้าว่าจะมาขอเข้าใช้หอคอย15ชั้น ของสำนักมังกร ฝึกปรือพวกเด็กๆ เสียหน่อย”

 


       “เช่นนั้นอีก2เดือน ข้าจะมารับพวกเขา ไปพร้อมกับศิษย์สำนักมังกร ดีไม่เล่าอี้เฉิน บางทีเด็กพวกนี้ อาจเติบโตทันงานประลอง ในทุกๆ 10ปี ก็เป็นได้”

 


       อี้เฉินเขามีสีหน้า ครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย ก่อนพยักหน้ารับคำ “เกรงว่าคงจะถึงเวลา ที่พวกเขา จะขึ้นไปเติบโต ยังดินแดนเทพแล้ว เช่นนั้นต้องรบกวนเจ้าแล้วโม่กวาง”

 


        ด้านโม่กวาง ลูบหัวเด็กทั้งสามอย่างเบามือ “พวกเจ้าช่วงนี้อยู่สำนักมังกร ฝึกปรือไปก่อน โดยเฉพาะเจ้า สงครามน้อย เดี๋ยวอีกสองเดือน อา จะมารับเจ้า ไปพร้อมกับคนของสำนักมังกร”

 


“ท่านอาโม่กวางจะไปแล้วหรือ?”สงครามน้อย กล่าวไต่ถามด้วยดวงตา ที่แฝงไว้ด้วยความเศร้าเล็กๆ

 


ครั้นชายหนุ่มพยักหน้า ร่างของเขาก็ทำการเคลื่อนย้าย ออกไปในทันใด

 


       ผู้คนเองก็เริ่มมองพวกอี้เฉิน ด้วยสายตาแปลกๆ เช่นกัน ก่อนเจ้าสำนักมังกร กวนซี จะเอ่ยบอกกล่าวอี้เฉิน ด้วยน้ำเสียงที่สั่นน้อยๆ “เจ้าอยากจะเข้าใช้หอคอย15ชั้น เช่นนั้นเชิญ”

 


       แม้แต่เหล่าเทพสวรรค์ที่แท้จริง พวกเขาต่างก็อุดปากเงียบ ไม่กล่าวค้านออกมาอีกต่อไป จึงทำให้หน้าสำนักมังกร คลี่คลายความวุ่นวาย ลงไปได้ ระดับหนึ่ง

 


       ...ทว่าเหล่าศิษย์ก็ยังมีคนจับจ้องไปมองอี้เฉิน ที่นั่งปิดขั้นพลังท่ามกลางท้องฟ้า ข้างๆ สตรีงดงาม กันอย่างไม่วางตา อยากจะรู้ชายผู้นั้นเขาเป็นใครกันแน่ เหตุใด จู่ๆ เจ้าสำนักมังกรของพวกเขา ก็มีท่าที อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

 


เสียงพูดคุยจึงดังเล็ดลอด ออกมาภายในสำนักมังกรไม่ขาด ทว่าเหล่าเทพสวรรค์ พวกเขาอุดปากกันไว้เงียบ ไม่กล้าพูดถึงสิ่งที่ได้ยินมา

 


       ใครเล่าจะไปคิด คนไม่มีหัวนอนปลายเท้า สวมใส่ผ้าป่านเก่าๆ จะกลายมาเป็นจักรพรรดิเสียได้ แม้ภายในใจอยากจะกล่าวค้าน ทว่าด้วยรัศมีบางอย่าง ที่ปลดปล่อยออกมา จากชายสวมใส่เสื้อผ้าธรรมดา กลับให้ความรู้สึกที่น่าหวาดกลัวแปลกๆ ตั้งแต่แรกเห็น มันจึงทำให้พวกเขาเชื่อสนิทใจ

 


...ระหว่างนั้นอี้เฉินจึงปรับเปลี่ยน ระดับความยาก ของหอคอย15 ชั้น ทำให้เหล่าศิษย์ภายในสำนักคนอื่นๆ ที่เข้าไปฝึกฝนต่างก็พากันประหลาดใจ

 


       แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสยังรับรู้ว่าอี้เฉิน เข้าแทรกแซงหอคอย15ชั้น ถึงจะส่งเรื่อง รายงานไปที่ เจ้าสำนักมังกร กวนซี หญิงชราก็ไม่อาจทำอะไรได้ ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมายาว ปล่อยให้เหล่าศิษย์ร้องโอดครวญ จากความยาก อยู่เช่นนั้น

 


      ทว่าก็มีศิษย์รุ่นหนุ่มสาวหลายคน ที่ชอบความท้าทาย มองว่าความยาก ระดับนี้ ถึงจะเหมาะให้พวกเขาฝึกปรือ มีแม้บางคนมองพวกสงครามน้อยใหม่ เข้าไปพูดคุยทักทาย ราวกับพวกเขาเป็นมิตรสหาย

 


      หงอันไข่มุกเม็ดงาม นางอดไม่ได้ ที่จะสืบฝีเท้า บินทะยานขึ้นมาคำนับ อี้เฉินอย่างนอบน้อม ก่อนนางจะไต่ถามอี้เฉินออกมา “ข้าอยากแข็งแกร่ง เฉกเช่นเด็กพวกนั้น ท่านผู้อาวุโสโปรดแนะนำ พวกเราหน่อยได้หรือไม่” ศิษย์หลายคนเองก็ประสานฝ่ามือ คำนับออกมาหาอี้เฉินเช่นกัน

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน