PALMER46: เพื่อเธอที่ฉันรัก
ตอนที่3ลูกอม
ในความเงียบสงัดของยามค่ำคืนบนชายหาดปาล์มและฝนยังคงเดินทางต่อไปท่ามกลางลมเย็นที่พัดผ่านค่ำคืนนี้แตกต่างจากทุกคืนที่ผ่านมาเล็กน้อย ฝนเริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าจากการเดินทางอันยาวนานและความท้าทายที่ยังคงรออยู่ข้างหน้าความวิตกกังวลเริ่มฉายออกมาในคำถามที่ถามไปในขณะที่เธอมองไปที่ขอบฟ้าที่มืดสนิท
“เราใกล้ถึงรึยังนะ”เสียงของฝนแผ่วเบาในความมืด
“อีก 2หรือ 3 วันก็น่าจะถึงแล้วละ”ปาล์มตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น แต่ในตาของเขาฝนสามารถเห็นความอ่อนล้าบางอย่างที่ซ่อนอยู่แม้ว่าจะพยายามทำให้ทุกอย่างดูเหมือนปกติที่สุด
ฝนหันไปมองข้าวของที่เหลืออยู่ในกระเป๋าอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าอาหารเริ่มจะหมดลง เธอก็ยิ่งรู้สึกกังวล“อาหารของพวกเราคงจะไม่พอแล้วนะ”
ปาล์มเงยหน้าขึ้นมองฝนพร้อมกับยิ้มให้เล็กน้อย“งั้นที่เหลืออยู่เธอกินนะ” คำพูดของเขาฟังดูไม่แยแสแต่ฝนกลับรู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่ปิดบังอยู่
“เอ๋แล้วนายละ” ฝนถามกลับอย่างไม่เข้าใจ
“ไว้ฉันค่อยหาของป่ากินก็ได้”ปาล์มตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูมั่นใจ
ฝนขมวดคิ้ว“นายรู้เหรออะไรกินได้กินไม่ได้ กินของมีพิษเดี๋ยวก็ตายหรอก”ความกังวลในใจของเธอทำให้คำพูดเหล่านั้นหลุดออกมา
ปาล์มถอนหายใจเบาๆก่อนจะตอบ “ก็เลือกกินแต่ของที่รู้สิ” แม้คำตอบของเขาจะฟังดูมั่นใจแต่ความรู้สึกที่ฝนรู้คือปาล์มพยายามเก็บความกลัวเอาไว้ลึกๆ ในใจ
ฝนยังคงสงสัยและลังเล“มันจะง่ายอย่างที่คิดเหรอ” คำถามที่เต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ
“นี้เธอเป็นห่วงฉันด้วยเหรอ”ปาล์มถามขึ้นด้วยรอยยิ้มบางๆ ความรู้สึกที่เขามีต่อฝนเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
ฝนหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามนั้นรอยยิ้มที่พยายามปิดบังอาการเขินอายก็ปรากฏออกมา “อะไรเล่า ก็ต้องเป็นห่วงสินอกจากนายฉันก็ไม่มีใครแล้วนะ”คำตอบนั้นทำให้ปาล์มรู้สึกประหลาดใจและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
ทั้งคู่หยุดเดินชั่วขณะปาล์มมองไปที่ฝนที่เริ่มเขิน
ฝน “เอาแบบนี้ดีกว่าเราแบ่งอาหารที่มีตามปกติก่อน พอหมดเราค่อยหาของป่ากินกัน”
ปาล์มยิ้มกว้างขึ้นและตอบกลับด้วยเสียงที่อบอุ่น“เธอนี้ก็ น่ารักจริงๆเลยนะ”ความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากคำพูดนี้ทำให้ฝนรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาในทันที
ฝนยิ้มออกมาอย่างเขินๆก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่มีความมั่นใจมากขึ้น “ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วสิ”
ทันใดนั้นชายชุดดำพุ่งเข้ามาถีบปาล์มอย่างรวดเร็วจนเขากระเด็นไปข้างหลัง ความตกใจฉายชัดในใบหน้าของปาล์ม เขารีบลุกขึ้นมาตั้งหลักอย่างรวดเร็วและควักมีดออกมา เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
“ใครนะเร็วมาก” ปาล์มตะโกนถามด้วยเสียงที่ตึงเครียดสายตาของเขาจับจ้องไปยังชายชุดดำที่ยืนอยู่ตรงหน้าขณะที่ความตึงเครียดเริ่มคลี่คลายลงในตัวเขา ทว่า จู่ๆก็มีหญิงชุดดำคนหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านหลังและถีบเขาอีกครั้งจนล้มลงไป
“มีอีกคนเหรอ”ปาล์มพึมพำในขณะที่พยายามตั้งสติให้เร็วที่สุดหญิงชุดดำที่ยืนอยู่ข้างๆ ควักปืนออกมาโดยตรง เล็งไปที่เขาที่ล้มอยู่บนพื้น
ปาล์มไม่รอช้าเขาตวัดทรายใส่ตาของหญิงคนนั้นอย่างรวดเร็ว และในช่วงเวลาเดียวกันก็ปัดมือเธอออกทำให้กระสุนที่ยิงออกไปพลาดเป้าไปทางอื่น ก่อนที่เขาจะรีบแย่งปืนจากเธอมาแล้วเล็งไปที่หัวของเธอ
“ยอมแพ้ซะ”เสียงของปาล์มดังกังวานในความเงียบ
ทันใดนั้นเสียงของผู้หญิงอีกคนดังขึ้น “ไม่ แกต่างหากยอมแพ้ซะ” เมื่อปาล์มหันไปดูก็เห็นหญิงชุดดำอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ กำลังจี้มีดไปที่คอของฝนที่ยังยืนอยู่ข้างๆด้วยสีหน้าที่ตกใจ
“มี 3คนเหรอ” ปาล์มถามเสียงต่ำในขณะที่ความตึงเครียดเริ่มปะทุขึ้นในใจของเขา
“ไง PALMER46ในที่สุดเราก็ได้เจอกัน”เสียงของชายชุดดำที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเขาดังขึ้นชายคนนั้นยิ้มเย็นชาและเดินเข้ามาใกล้ “ฉันคือ โรนัน แบล็คธอร์นและคนที่แกจี้อยู่คือพี่สาวฉัน เมฟ แบล็คธอร์นและอีกคนที่เอามีดจี้ผู้หญิงของแกอยู่คือ น้องสาวฉัน อิสลา แบล็คธอร์น พวกเราอุตส่าห์บินมาจากอีกซีกโลกเพื่อมาหาแกเลยนะ”
ปาล์มมองไปยังผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนจะหรี่ตามอง โรนัน แบล็คธอร์น และพี่น้องของเขาอย่างไม่เชื่อสายตา “แบล็คธอร์นตระกูลนักฆ่าในตำนานเหรอ แถมตั้ง 3 คน”เขาพึมพำออกมา
ท่ามกลางความตึงเครียดที่คุกรุ่นในอากาศเสียงของเมฟ แบล็คธอร์นดังขึ้นพร้อมกับการชี้ไปข้างหลังโรนัน “โรนันด้านหลังนายเหมือนจะมีแขกมานะ” สายตาของทุกคนหันไปที่ด้านหลังในทันทีและไม่กี่วินาทีต่อมาก็เห็นฝูงนักฆ่าประมาณ 20 คนกำลังวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
โรนันแบล็คธอร์นหันไปทางนักฆ่าที่วิ่งเข้ามาและยิ้มเย็นชาด้วยความมั่นใจก่อนจะพูดเสียงหนักแน่นว่า “เหมือนจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมา ขอตัวแปปนะ”แล้วเขาก็หันหลังไปอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งควักมีดคู่ออกมา
ในไม่กี่วินาทีโรนันก็พุ่งเข้าใส่ฝูงนักฆ่าทั้ง 20 คนอย่างไร้ความลังเลเขาขยับตัวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ มีดในมือของเขาฟาดฟันไปทั่วจนไม่นานนักก็มีนักฆ่าล้มลงไปหนึ่งหลังจากอีกคน เขากำจัดพวกมันได้ภายในเวลาแค่ 2นาที
เมื่อการต่อสู้จบลงโรนันกลับมายืนอยู่ตรงหน้าปาล์มด้วยท่าทางที่ไม่เปลี่ยนแปลง “ไหนๆเมื่อกี้ถึงไหนกันแล้ว” เขาพูดพลางยิ้มเยาะเมื่อไม่พบคู่ต่อสู้ที่ทำให้เขาได้ท้าทายฝีมือมากพอ
ปาล์มที่ยังคงระวังตัวอยู่จ้องมองไปที่อิสลา แบล็คธอร์น ที่กำลังจี้มีดไปที่คอของฝนอย่างไม่ปรานี“อย่าทำอะไรเธอนะ” เสียงของปาล์มเต็มไปด้วยความกังวล
โรนันหันไปมองฝนและยิ้มอย่างเย็นชาก่อนจะเดินไปใกล้ๆ และลูบใบหน้าของฝนด้วยท่าทางที่ชั่วร้าย“เป็นห่วงผู้หญิงคนนี้จังเลยนะ เธอคงสำคัญกับแกมากสินะ” เสียงของเขาหยุดไปชั่วขณะก่อนจะพูดต่อ “ที่ฉันมาหาแกครั้งนี้ฉันแค่อยากจะฆ่าแกเพื่อพิสูจน์ฝีมือว่าแกเก่งจริงเหมือนที่เขาพูดกันไหมฉันไม่สนเงินค่าหัวอะไรนั้นหรอก”
ในทันใดนั้นโรนันก็วิ่งพุ่งเข้าหาปาล์มอย่างรวดเร็วและต่อยไปที่ท้องของเขาอย่างแรงปาล์มจุกจนแทบจะหายใจไม่ออกและล้มลงไปกับพื้น
เมื่อปาล์มพยายามลุกขึ้นเมฟ แบล็คธอร์นก็รีบเข้ามาถีบเขาอีกครั้งจนเขาล้มลงไปอีกครั้ง
“PALMER46 ก็ไม่เท่าไหร่นิ” เมฟพูดด้วยรอยยิ้มเยาะหยุดยิ้มเมื่อเห็นว่าปาล์มยังคงพยายามลุกขึ้น
โรนันยืนมองด้วยความเย็นชา“ลุกขึ้นมาสิ” เขาเรียกร้องให้ปาล์มลุกขึ้น
ปาล์มใช้ความอดทนและความแข็งแกร่งที่เหลืออยู่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น เมฟ แบล็คธอร์นก็เตรียมจะถีบเขาอีกครั้งแต่ปาล์มหลบได้อย่างรวดเร็วและในช่วงเวลาเดียวกันเขาก็ใช้ท่าจระเข้ฟาดหางใส่เธอจนเธอล้มลงไปกับพื้น
“หน๊อยแหนะแก”เมฟสบถออกมาอย่างไม่พอใจ เธอลุกขึ้นมาพร้อมกับหันไปหาคนที่กำลังทำให้เธออับอาย
โรนันที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดยิ้มเยาะเบาๆ ก่อนจะหันไปบอกเมฟด้วยเสียงทุ้ม “เมฟ อย่าทำให้ฉันขายหน้าสิ”
การต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและเลือดกำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆโรนันพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วพร้อมมีดในมือ ซึ่งเขากะฟันไปที่ปาล์มแต่ปาล์มหลบได้อย่างรวดเร็วและเตรียมสวนกลับแต่ในขณะที่เขากำลังคิดจะโจมตีโรนันนั้นเอง เมฟก็พุ่งเข้ามาขัดขวางการโจมตีของปาล์ม
โรนันไม่รอช้า รีบพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้งมีดในมือของเขากระทบผ่านอากาศไป ปาล์มหลบอย่างเฉียดฉิวแต่มีดของโรนันก็เฉียดไปที่แขนซ้ายของเขา ทำให้เลือดไหลออกมาอย่างรวดเร็วปาล์มกัดฟันเข้ามา ขณะที่ยังพยายามที่จะตั้งสติ
โรนันเก็บมีดของตัวเองแล้วหันไปให้สัญญาณเมฟพุ่งเข้ามาทันที พร้อมกับโรนันที่สลับการโจมตีอย่างไม่มีหยุดหย่อนการโจมตีของพวกเขาทำให้ปาล์มโดนหมัดและเท้าอย่างรุนแรงจนเขาต้องหายใจแรงและปากเริ่มมีเลือดไหลออกมาร่างกายของปาล์มบอบช้ำไปหมดแล้ว เขากำลังถูกทุบตีอย่างไร้ความปราณี
“อย่าทำอะไรเขาเลยขอร้องละ” เสียงของฝนร้องออกมาจากที่มุมหนึ่งของการต่อสู้ มือของอิสลาแบล็คธอร์นยื่นมีดไปที่คอฝน ใกล้จนเกือบจะทำให้ฝนเลือดไหล
“เงียบไปเลย”อิสลาพูดเสียงเย็นชา ขณะเดียวกันโรนันก็หันมาที่ปาล์มพร้อมกับสบถ “นี้เหรอ PALMER46กระจอกจริงๆ”
ปาล์มลืมตาขึ้นมองไปที่โรนันสายตาของเขายังไม่หมดความพยาบาท "หึ ตระกูลนักฆ่าแบล็คธอร์น ฆ่าในตำนานเอามีดจี้คอผู้หญิงแล้วทำเป็นเก่งนะ พวกแกมันก็ได้แค่นี้แหละ"เขาพูดในขณะที่เลือดยังคงไหลออกจากปาก
เมฟยิ้มเย็นชาก่อนจะยกเท้าขึ้นแตะที่ปากของปาล์มจนเลือดกระเด็นออกมา แล้วเหยียบกดหัวของเขาลงไปกับพื้นด้วยแรงมหาศาล"หุบปากไปเลย" เมฟพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ
ปาล์มที่กำลังรู้สึกถึงความเจ็บปวดและความอ่อนแรงในร่างกายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ถ้าเธอเป็นอะไรฉันจะฆ่าพวกแกให้หมด ฆ่าให้หมด” คำพูดของเขาแม้จะหายใจติดขัดแต่ก็เต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะปกป้องฝน
โรนันหัวเราะเบาๆก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ปาล์มพร้อมกับยิ้มเหี้ยมเกรียม “เหรอสภาพจมตีนแบบนี้ยังจะปากดีอีก” เสียงของเขาเย็นยะเยือกก่อนจะพูดต่อ "ที่ฉันจับเธอไว้แค่ไม่อยากให้เธอเข้ามาขัดนะ ฉันจะบอกอะไรให้นะหลังจากฆ่าแกได้ ฉันจะเอาผู้หญิงคนนี้ไปเป็นรางวัล ฉันจะทำให้เธอท้องลูกของฉันกับเธอคนนั้นจะเป็นรางวัลฉลองที่ฆ่าแกได้"
คำพูดของโรนันทำให้ปาล์มชะงักไปเล็กน้อยมันทำให้ความโกรธในใจของปาล์มพุ่งสูงขึ้น การเผชิญหน้าของปาล์มกับตระกูลแบล็คธอร์นกำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“ถ้าอยากให้ฉันเอาจริงก็ปล่อยเธอสิ แกมาเพื่อพิสูจน์ฝีมือฉันไม่ใช่เหรอ”ปาล์มพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย แม้ว่าเขาจะอยู่ในสภาพที่บอบช้ำและเลือดไหลออกจากบาดแผล
เมฟแบล็คธอร์นยิ้มเยาะ ก่อนจะเดินเข้าไปหยิกผมของฝนอย่างแรงฝนร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวด "นี้แกจะอ้างว่าที่แพ้พวกเราตอนนี้เพราะกลัวพวกเราจะทำร้ายตัวประกันเหรอ"เมฟพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการยั่วยุ
ฝนร้อง"เจ็บนะ" ขณะที่เธอพยายามขืนตัวเพื่อไม่ให้ถูกทำร้ายมากขึ้น
โรนันมองไปที่ปาล์มด้วยรอยยิ้มเย็นชาก่อนจะพูดขึ้นว่า “ลองปล่อยตัวประกันหน่อยสิ ฉันอยากเห็นมันเอาจริงวะ”
อิสลาแบล็คธอร์นที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังสงสัยเล็กน้อย “จะดีเหรอ”
โรนันหันไปมองอิสลาพร้อมกับยิ้มเยาะ“ปล่อยตัวประกัน ฉันอยากรู้มันจะเก่งเหมือนปากไหม”
อิสลาไม่รอช้าค่อยๆ ลดมีดที่จี้ไปที่คอของฝนลงจนปลอดภัยจากการถูกทำร้าย
เมฟไม่ปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปง่ายๆเธอหยิกผมฝนอย่างแรงอีกครั้ง แล้วเหวี่ยงฝนไปจนล้มลงบนพื้น "โอ้ย"เสียงของฝนดังขึ้นขณะที่เธอล้มไป
สามนักฆ่าจากตระกูลแบล็คธอร์น— โรนัน,เมฟ, และอิสลา —ยืนเรียงกันพร้อมกับควักมีดออกมาในมือทุกคนมองไปที่ปาล์มที่ยืนอยู่ท่ามกลางเลือดและความเจ็บปวด
โรนันยิ้มอย่างมั่นใจและพูดเสียงเย็นชา“จะบอกอะไรให้นะ ใครก็ตามที่อยู่ในเป้าหมายในการฆ่าของพวกเรายังไม่เคยมีใครรอดชีวิตไปได้สักคนเลย”
บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและเลือดเริ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเมื่อปาล์มที่เคยเจ็บปวดและตกอยู่ในสภาพที่อ่อนแอ ตอนนี้กลับลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลและเลือดแต่สายตาของเขากลับไร้ความรู้สึกเหมือนเครื่องจักรที่ไม่มีความเมตตา
เขาควักมีดออกมาในท่าทางที่มั่นใจใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความวิตกกังวลตอนนี้กลายเป็นสีหน้าที่ไร้อารมณ์และแฝงไปด้วยความโกรธที่พร้อมจะระเบิดออกมา“ฉันจะให้พวกแกทั้ง 3 ตัวเข้ามาพร้อมกันเลยการที่พวกแกทำคนที่ฉันรักเจ็บ โทษนั้นก็คือประหารแล้วขอต้อนรับเข้าสู่การต่อสู้ที่แท้จริง ตั๋วลงไปสู่นรก ฉันจะฆ่าแก อยากตายมากสินะ”
คำพูดของปาล์มดังก้องไปในอากาศก่อนที่ทั้งสามคน — โรนัน, เมฟ, และอิสลา — จะพุ่งเข้ามาหาเขาในทันทีแต่ปาล์มกลับหลบการโจมตีของพวกเขาได้อย่างชำนาญ เขาไม่เพียงแค่หลบแต่ยังใช้เท้าของเขาเหยียบหน้าเมฟจนติดดินจากนั้นศอกของเขาก็ฟาดไปที่หน้าของอิสลาอย่างแรงก่อนจะใช้มีดฟันไปที่หัวของโรนันจนขาดครึ่ง และเตะหัวของโรนันซ้ำจนมันขาดไปจากร่าง
โรนันล้มลงทันทีเสียงของเขากระตุกไปพร้อมกับเลือดที่ไหลออกจากศีรษะ การตายของเขาเกิดขึ้นในพริบตา
เมฟและอิสลายืนอึ้งมองการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดของปาล์มความกลัวเริ่มทวีขึ้นในใจของทั้งสอง ขณะที่จิตสังหารจากปาล์มที่แผ่ออกมารอบๆตัวทำให้พวกเขากลัวอย่างหนัก ร่างกายของพวกเขาเริ่มสั่นสะท้าน
“เหลืออีก2 ตัว ฉันไม่เคยคิดที่จะฆ่าผู้หญิงเลยแต่ตอนนี้คงเป็นกรณีพิเศษ เพราะพวกแกดันมาทำร้ายคนรักของฉัน”เสียงของปาล์มดังก้องในความมืดทุกคำพูดที่ออกจากปากของเขาดูเหมือนจะทิ่มแทงไปยังจิตใจของเมฟและอิสลา
ความกลัวทำให้เท้าของเมฟขยับไม่ไหวเธอพยายามคลานหนีไป แต่ปาล์มเดินตามเธอไปอย่างช้าๆความมืดของชายหาดกลายเป็นที่กักขังให้กับผู้ที่หวาดกลัวและหนีไม่พ้น
อิสลาที่เห็นพี่สาวของเธอถูกตามล่าก็ไม่รอช้ารีบลุกขึ้นและวิ่งไปเพื่อช่วยพี่สาวของเธอ “อย่าทำอะไรพี่ของฉันนะ” เธอร้องลั่นแต่ปาล์มก็หันไปเตะปากของเธออย่างแรงจนเลือดกระเด็นออกมาจากปากและทำให้เธอล้มลงไปหมดสภาพ
“ไม่ต้องห่วงเธอจะตายตามพี่ๆ ไปแน่นอน” ปาล์มพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนจะหันไปที่เมฟที่ยังคงพยายามคลานหนี
เมฟแบล็คธอร์นยังคงพยายามคลานหนีอย่างหมดหวังในขณะที่ปาล์มเดินไปที่เธออย่างช้าๆ เขาง้างมีดขึ้นเตรียมที่จะปิดชีพของเมฟ
แต่ทันใดนั้นฝนก็เดินเข้ามาจับมือของปาล์มไว้ “พอเถอะ พอได้แล้วละ พวกเขายอมแพ้แล้ว”เสียงของฝนสั่นเครือด้วยความเป็นห่วง ขณะที่เธอพยายามหยุดปาล์ม
ปาล์มชะงักไปชั่วขณะเขายังคงหายใจหนักและร่างกายสั่นสะท้านจากความโกรธและความเกลียดชังที่ท่วมท้นในตัวเขา“แต่พวกมันทำเธอเจ็บนะ” ปาล์มตอบกลับเสียงต่ำ ขณะที่เขายังคงหันไปมองเมฟ
ฝนยกมือขึ้นข้างหนึ่งสัมผัสที่หน้าเขาเบาๆก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “หยุดได้แล้ว นายเป็นอะไรไปนะนายดูไม่เหมือนปาล์มที่ฉันรู้จักเลย ขอร้องละพอเถอะ ปล่อยพวกเขาไป”
คำพูดของฝนเหมือนกับหยุดยั้งทุกอย่างไว้ปาล์มลดมีดลงในที่สุด ท่ามกลางความขัดแย้งในใจของเขาเขาพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธและความอ่อนล้า “ก็ได้พวกแกรีบไสหัวออกไปให้พ้นหน้าฉันซะ ไป ไปเลยเดี๋ยวนี้”
อิสลาที่ยังคงเจ็บปวดรีบไปพยุงพี่สาวของเธอและวิ่งหนีหายไปในความมืดท่ามกลางความเงียบที่ค่อยๆแผ่ไปทั่วชายหาดที่เลือดและความโหดร้ายได้คลี่คลุมไปแล้ว
ความเงียบงันครอบคลุมชายหาดแห่งนั้นปาล์มยืนอยู่อย่างสงบรู้สึกถึงความตึงเครียดในตัวเองที่ยังไม่หายไปจากการต่อสู้ที่เพิ่งผ่านมาเมื่อเขามองไปที่ฝนที่ยืนอยู่ข้างๆ ใจของเขาก็เต็มไปด้วยความกังวล
“เมื่อกี้ฉันเกือบฆ่าผู้หญิงฉันโกรธจัดจนเกือบทำสิ่งนั้นไป” ปาล์มพูดเสียงเบาขณะที่ความรู้สึกผิดและความมืดที่แฝงอยู่ในจิตใจเขายังคงอยู่
ฝนที่ยืนอยู่ข้างๆมองไปที่เขาด้วยสายตาที่อบอุ่น ก่อนจะเข้ากอดปาล์มเบาๆ “โอ้ๆ ขอบคุณมากนะที่โกรธเพื่อฉันได้ขนาดนี้”เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขอบคุณและอ่อนโยน “ไม่เป็นไรแล้วนะฉันปลอดภัยแล้ว เราเดินทางต่อกันเถอะ” ความอบอุ่นที่ฝนมอบให้ก็ทำให้เขารู้สึกสงบ
ทั้งคู่เดินเคียงกันไปในยามค่ำคืนที่ชายหาดความสวยงามของทะเลและแสงดาวที่ส่องประกายบนท้องฟ้าเพิ่มความสงบให้กับจิตใจที่ไม่ค่อยจะสงบของปาล์มเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งอย่างอ่อนโยนดูเหมือนจะเป็นเสียงที่ช่วยบรรเทาความรู้สึกทั้งหมดที่ยังค้างคา
แสงดาวที่ส่องสว่างเหนือทะเลในยามค่ำคืนสร้างบรรยากาศที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความโรแมนติกท่ามกลางความเงียบสงัดของชายหาดเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งเป็นเหมือนกับเสียงที่ช่วยส่งเสริมให้ความรู้สึกที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในหัวใจของปาล์มและฝน
ฝนหันไปมองปาล์มด้วยแววตาที่ซุกซน“นิ เมื่อกี้นายเรียกแทนฉันว่าคนรักเหรอ” เธอถามด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความสงสัย“นายคิดอะไรกับฉันแบบนั้นจริงๆ เหรอ” น้ำเสียงของฝนเต็มไปด้วยความสนุกสนานและดูเหมือนจะชอบที่จะเห็นปาล์มที่มักจะเป็นคนเงียบขรึมอยู่ในตอนนี้กำลังเขินอาย
ปาล์มที่กำลังเดินไปข้างหน้าอยู่หันไปมองฝนทันทีใบหน้าของเขาเริ่มมีสีแดงระเรื่อ “อะ เอ๋ ฉันพูดไปแบบนั้นเหรอ”
ฝนยิ้มกว้างขึ้นและพยักหน้า“อืม ฉันได้ยินเต็มสองหูเลยละ” เธอพูดด้วยท่าทางที่แสนจะมั่นใจทำให้ปาล์มเริ่มรู้สึกตัวว่าคำพูดที่หลุดออกมาอาจจะไม่ใช่แค่คำพูดธรรมดา
ปาล์มพูดไม่ออกเขาหลบสายตาของฝนไปข้างๆ ก่อนจะหันไปพูดด้วยน้ำเสียงที่ติดขัด “เอ่อ คือว่า...”
ฝนมองเขาด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ“พูดมาตรงๆ เลยสิ ว่านายคิดยังไงกับฉัน ไม่เป็นไรน่า พูดมาเถอะ”เสียงของเธออ่อนหวานและอ่อนโยนจนทำให้ปาล์มรู้สึกเหมือนหัวใจของเขาจะหลุดออกจากอก
ในที่สุดปาล์มก็รู้สึกถึงความกล้าหาญที่พอจะพูดออกไปได้ “คือว่า... ฉันชอบเธอนะ”เขาพูดออกมาอย่างรวดเร็ว แม้จะเขินอายจนพูดไม่ค่อยจะคล่อง
ฝนยิ้มขึ้นอีกครั้งก่อนจะถามต่อ“ชอบแบบไหนละ บอกมาสิ” ท่าทางของฝนยังคงไม่ยอมหยุดขุดคำตอบจากปาล์ม
ปาล์มสูดหายใจลึกและพูดออกมาเต็มปาก“ฉันนะ ฉัน ฉันอยากจะเป็นแฟนกับเธอ ฉันชอบเธอ ฉันรักเธอ”คำพูดนั้นออกมาอย่างตรงไปตรงมาถึงแม้จะยังรู้สึกเขินแต่ก็รู้สึกโล่งใจที่ในที่สุดเขาก็สามารถบอกความรู้สึกที่เก็บไว้ได้นานออกไป
ฝนยิ้มกว้างขึ้นและเข้ามาใกล้ปาล์มมากขึ้นเธอยื่นหน้าไปที่เขาและจูบเขาเบาๆ ที่ริมฝีปาก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหวาน “ได้สิ”คำตอบของฝนทำให้ปาล์มรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนเขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินคำตอบแบบนี้จากฝน
ปาล์มยกฝนขึ้นและจูบกันภายใต้แสงจันทร์ที่อบอุ่นฝนสัมผัสใบหน้าของปาล์มอย่างอ่อนโยน และเขาก็ถอดเสื้อออกอย่างเบามือ
แต่เมื่อมือของปาล์มเคลื่อนไปที่กางเกงของเธอฝนก็ยั้งมือเขาไว้ “เดี๋ยวก่อนนะ”ฝนพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ฉันว่าตอนนี้เราทำกันแบบนั้นไม่ได้หรอกไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากหรอกนะ แต่ฉันไม่มีอะไรคุมกำเนิดเลย ฉันอาจท้องได้นะตอนนี้เรายังไม่พร้อมที่จะมีลูกหรอกนะ”
ปาล์มหยุดทันทีเขารู้สึกขอโทษ “ขอโทษนะ ฉันรู้ว่ามันเร็วไป”
ฝนยิ้มบางๆ และจูบเขาที่หน้าผาก “ไม่เป็นไรค่ะ แต่ถ้านายมีอารมณ์ฉันจะช่วยด้วยวิธีที่ไม่เสี่ยงท้องก็ได้นิ”
ปาล์มยิ้มและจูบเธอต่ออย่างอ่อนโยนรู้สึกขอบคุณที่เธอเข้าใจ
วันต่อมา ปาล์มและฝนเดินไปตามชายหาดที่เงียบสงัดท่ามกลางความอ่อนล้าจากการเดินทางที่ยาวนานปาล์มเริ่มมองหาของป่าที่จะช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นความหิวไปได้
ปาล์มพบลูกมะพร้าวที่ลอยอยู่ใกล้ๆบริเวณชายหาด เขายังพบกล้วยที่เติบโตอยู่ใกล้ๆและปลาที่ติดอยู่ในหลุมช่วงน้ำทะเลลงซึ่งเป็นอาหารที่ช่วยให้พวกเขามีชีวิตรอดได้ในชั่วขณะนั้น
ปาล์มและฝนใช้เวลาร่วมกันในการทำอาหารใช้ไฟจากไม้และกิ่งไม้ที่พวกเขาหามา ก่อไฟขึ้นมาอย่างทุลักทุเล พวกเขาร่วมกันแบ่งปันอาหารที่ได้มาโดยฝนยิ้มให้ปาล์มอย่างขอบคุณ
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงดาวปาล์มและฝนโอบกอดกัน แนบแน่นในอ้อมแขนของกันและกันพวกเขานั่งมองไปยังท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงดาว ในขณะที่เสียงคลื่นทะเลที่ซัดสาดมาจากฝั่งทำให้ทุกสิ่งดูเป็นส่วนหนึ่งของความสงบในคืนนี้
จันทร์ที่ขึ้นอยู่บนท้องฟ้าเป็นพยานรักของทั้งสองการเดินทางที่ยากลำบากเริ่มกลายเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความรักและความผูกพัน