สำหรับผู้เข้าสอบนับพันคนที่ยืนรอผลอยู่กลางลานกว้าง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความกระวนกระวายใจ เสียงพูดคุยจอแจในตอนแรกได้เงียบลง กลายเป็เสียงพึมพำที่เต็มไปด้วยความกังวล หลายคนมีสีหน้าซีดเผือด บางคนกำหมัดแน่นจนสั่นเทา มีเพียงหลินเย่ที่ยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ในมุมหนึ่งของฝูงชน แววตาของเขาสงบราบเรียบราวกับผืนน้ำในบ่อน้ำโบราณ ยากที่จะคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่
"หลินเย่... เ้าไม่ตื่นเต้นเลยรึ?" หวังปังที่ยืนอยู่ข้างๆ กระซิบถาม เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย "ข้าจะหัวใจวายตายอยู่แล้ว ถ้าข้าสอบตก... ท่านพ่อต้องตีข้าขาหักแน่ๆ"
"ตื่นเต้นไปก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้" หลินเย่ตอบเรียบๆ "ผลลัพธ์มันถูกกำหนดั้แ่ตอนที่เราวางพู่กันลงแล้ว"
คำพูดของเขาทำให้หวังปังอ้าปากค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแม้จะยังคงกังวลอยู่ก็ตาม เขามองเพื่อนใหม่คนนี้ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หลินเย่ดูธรรมดาและยากจน แต่กลับมีรัศมีแห่งความสงบนิ่งที่คนในวัยเดียวกันไม่มี
ทันใดนั้น เสียงฮือฮาก็ดังกระหึ่มขึ้นจากเบื้องหน้า!
กำแพงหินขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่หลังแท่นพิธี ซึ่งรู้จักกันในนาม "กำแพงหยกิญญา" พลันส่องสว่างขึ้นด้วยแสงสีทองอ่อนๆ ตัวอักษรและตัวเลขเริ่มปรากฏขึ้นบนพื้นผิวที่ราบเรียบของมันราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังขีดเขียน
ผลการทดสอบรอบแรกได้ถูกประกาศแล้ว!
"มาแล้ว! มาแล้ว!"
ฝูงชนต่างกรูกันไปเบื้องหน้าอย่างบ้าคลั่ง ทุกคนพยายามเบียดเสียดเพื่อที่จะได้เห็นชื่อของตนเองบนกำแพงนั้น เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีและเสียงร้องไห้ด้วยความผิดหวังดังขึ้นระงมจากทั่วทุกสารทิศ
"ข้าผ่าน! ฮ่าๆๆ ข้าผ่านแล้ว!""ไม่... ไม่จริงน่า... ข้าได้แค่ห้าสิบเก้าคะแนน... ขาดไปแค่คะแนนเดียว!"
หลินเย่ไม่ได้รีบร้อนเข้าไปเบียดเสียดกับใคร เขารอจนฝูงชนเริ่มบางตาลงเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้กำแพงหยกิญญาพร้อมกับหวังปัง
รายชื่อถูกเรียงตามลำดับคะแนนจากสูงสุดไปหาต่ำสุด ที่้าสุดของกำแพง ปรากฏชื่อที่คุ้นเคยซึ่งส่องประกายเจิดจ้ากว่าชื่ออื่นๆ ทั้งหมด
อันดับที่ 1: จินฮุย - คะแนนรวม 100
เป็คะแนนเต็มที่สมบูรณ์แบบ! เสียงฮือฮาด้วยความชื่นชมและอิจฉาดังขึ้นอีกครั้ง สมแล้วที่เป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของคนรุ่นใหม่แห่งตระกูลจิน
หวังปังหน้าซีดเผือด "์... คะแนนเต็มเลยรึ น่ากลัวเกินไปแล้ว" เขารีบกวาดสายตาหาชื่อของตัวเองอย่างร้อนรน "เจอแล้ว! ข้าอยู่นี่! อันดับที่ 874 หวังปัง - คะแนนรวม 68! โอ้์ ข้าผ่านแล้ว! ข้าผ่านแล้วจริงๆ!" เด็กหนุ่มร่างท้วมะโโลดเต้นด้วยความดีใจจนไขมันทั่วร่างสั่นกระเพื่อม
"ยินดีด้วย" หลินเย่กล่าวสั้นๆ ก่อนจะเริ่มกวาดสายตาหาชื่อของตนเองบ้าง
เขาไล่สายตาลงมาจากอันดับต้นๆ... ผ่านอันดับหนึ่งร้อย... สองร้อย... ห้าร้อย... แต่ก็ยังไม่พบชื่อของตนเอง หัวใจของเขาเริ่มเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย หรือว่าเราจะประเมินตัวเองสูงเกินไป? คำถามประวัติศาสตร์ข้อนนั้นอาจจะฉุดคะแนนเราลงมากกว่าที่คิด?
"หลินเย่... เ้าอยู่นั่น!" หวังปังร้องะโขึ้นพร้อมกับชี้มือไปยังตำแหน่งที่ค่อนข้างสูงบนกำแพง
หลินเย่หรี่ตามองตามนิ้วของหวังปังไป และในที่สุดเขาก็เห็นชื่อของตนเอง... ในตำแหน่งที่เขาไม่คาดคิดมาก่อน
อันดับที่ 37: หลินเย่ - คะแนนรวม 91
หวังปังเบิกตากว้าง "อันดับที่ 37! พระเ้า! หลินเย่ เ้านี่มันซ่อนรูปจริงๆ! ได้คะแนนสูงขนาดนี้ได้ยังไงกัน!"
แต่หลินเย่กลับไม่ได้รู้สึกดีใจ เขากลับขมวดคิ้วมุ่น เพราะสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจไม่ใช่ลำดับ แต่เป็รายละเอียดคะแนนที่ปรากฏอยู่ข้างชื่อของเขา
หลินเย่ - ความรู้พื้นฐานอสูรและธาตุ: 70/70 | ประวัติศาสตร์และจรรยาบรรณ: 21/30 | คะแนนรวม: 91
คะแนนเต็มในส่วนแรก! แต่คะแนนในส่วนที่สองกลับย่ำแย่จนน่าใ!
นี่เป็ผลคะแนนที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่จะมีคะแนนในแต่ละส่วนค่อนข้างใกล้เคียงกัน แต่คะแนนของเขากลับแตกต่างกันสุดขั้ว ราวกับเป็คนสองคนที่ทำข้อสอบคนละส่วนกัน
ในขณะเดียวกัน บนชั้นสูงสุดของเจดีย์ที่มองเห็นลานสอบทั้งหมด ชายชราสองคนกำลังจิบชาพลางมองดูรายชื่อบนกำแพงหยกิญญาผ่านหน้าต่างบานใหญ่
คนหนึ่งคือผู้าุโหลี่ ผู้คุมสอบที่เคร่งขรึม ส่วนอีกคนหนึ่งคือชายชราผมขาวโพลนในชุดผ้าป่านเรียบง่าย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ใจดี แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววปราชญ์ที่มองทะลุทุกสรรพสิ่ง เขาคือ ผู้าุโเฝิง หนึ่งในผู้าุโที่ลึกลับที่สุดของสถานศึกษา
"ดูเหมือนว่าปีนี้จะมีเด็กที่น่าสนใจอยู่หลายคนทีเดียว" ผู้าุโหลี่กล่าวพลางลูบเครา "จินฮุยคนนั้นได้คะแนนเต็ม สมกับที่เป็ทายาทสายตรงของตระกูลจิน"
"อืม... น่าประทับใจ" ผู้าุโเฝิงตอบรับเบาๆ แต่สายตาของเขากลับไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ชื่อของจินฮุย แต่กลับหยุดอยู่ที่ชื่อของหลินเย่ "แต่ข้ากลับสนใจเด็กคนนี้มากกว่า... หลินเย่... นามสกุลหลินรึ ช่างน่าคิดถึงเสียจริง"
"ข้าก็สังเกตเขาอยู่ขอรับ" ผู้าุโหลี่กล่าว "ผลคะแนนของเขาแปลกประหลาดมาก ความเข้าใจในเื่อสูรและธาตุนั้นลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับเป็นักปราชญ์ที่ศึกษามาทั้งชีวิต แต่ความรู้ด้านประวัติศาสตร์กลับตื้นเขินราวกับเด็กที่เพิ่งเริ่มเรียนหนังสือ"
ผู้าุโเฝิงยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ พลางยิ้มบางๆ "ความรู้ในตำรานั้นท่องจำกันได้ แต่ความเข้าใจในแก่นแท้ของิญญานั้นเป็พร์ที่หาได้ยากยิ่ง... น่าสนใจ... น่าสนใจจริงๆ"
ณ ลานกว้างเบื้องล่าง หลังจากที่ความตื่นเต้นเริ่มจางลง ผู้าุโหลี่ก็ปรากฏตัวขึ้นบนแท่นพิธีอีกครั้ง
"ผู้ที่มีรายชื่ออยู่บนกำแพง ถือว่าผ่านการทดสอบรอบแรก! ส่วนผู้ที่ไม่มีชื่อ ข้าขอแสดงความเสียใจด้วย พวกเ้าสามารถกลับไปได้" เขากล่าวอย่างเฉียบขาด ก่อนจะพูดต่อ "สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือก การทดสอบรอบที่สอง... การทดสอบภาคปฏิบัติ จะเริ่มต้นขึ้นในอีกหนึ่งชั่วยาม!"
"พวกเ้าทั้งหมดจะได้เข้าไปใน สวนอสูรแรกเริ่ม ซึ่งเป็มิติพิเศษที่สถานศึกษาของเราสร้างขึ้น ภายในนั้นเต็มไปด้วยอสูรระดับต่ำที่ยังไม่เคยทำพันธสัญญากับผู้ใด"
"ภารกิจของพวกเ้ามีเพียงหนึ่งเดียว... นั่นคือ สร้างพันธสัญญาิญญา กับอสูรหนึ่งตัวให้สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด!"
"คะแนนของพวกเ้าจะขึ้นอยู่กับระดับความหายาก, ศักยภาพ, และความเข้ากันได้ของอสูรที่พวกเ้าเลือกทำสัญญาด้วย นี่คือการทดสอบที่แท้จริงที่จะตัดสินว่าพวกเ้ามีคุณสมบัติพอที่จะเป็ผู้อัญเชิญหรือไม่!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง การทดสอบที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
ขณะที่หลินเย่กำลังจะเดินตามกลุ่มผู้เข้าสอบที่ผ่านการคัดเลือกไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง เสียงเ็าที่แฝงไว้ด้วยความดูถูกก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"หึ... นึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็เศษเดนจากตระกูลฏหลินนี่เอง ยังมีหน้ากล้ามาที่นี่อีกรึ?"
หลินเย่หันขวับไปทันที ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาคือจินฮุย เขายืนกอดอกมองมาด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง ข้างกายของเขามีเหล่าผู้ติดตามจากตระกูลสาขายืนอยู่หลายคน
"ได้คะแนน 91 จากการท่องจำตำรามาอย่างเอาเป็เอาตายสินะ" จินฮุยแค่นเสียงหัวเราะ "แต่การทดสอบที่แท้จริงมันต่างกัน พลังิญญาอันน้อยนิดและสายเืที่แปดเปื้อนของเ้าไม่มีทางทำพันธสัญญากับอสูรที่ดีได้หรอก"
หลินเย่เพียงแค่มองตอบด้วยสายตาที่เรียบเฉย แต่ภายในใจนั้น เปลวไฟแห่งความแค้นที่สืบทอดมานับร้อยปีกำลังลุกโชน
"นั่นมันก็เื่ของข้า ไม่เกี่ยวกับเ้า" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เ็าไม่แพ้กัน
"ปากดี!" หนึ่งในผู้ติดตามของจินฮุยตะคอก "กล้าดียังไงมาพูดกับนายน้อยจินแบบนี้!"
จินฮุยยกมือขึ้นห้ามผู้ติดตามของตน ก่อนจะยิ้มเยาะ "ปล่อยเขาไปเถอะ อย่าไปเสียเวลากับขยะเลย... ข้าจะรอดูเ้าเลือกทำพันธสัญญากับ 'หยาดวารี' หรือ 'หนอนหยก' ที่มีตำหนิก็แล้วกันนะ... คุณชายหลิน"
เขาจงใจเน้นคำว่า "คุณชาย" เพื่อเยาะเย้ยถึงสถานะในอดีตของตระกูลหลิน ก่อนจะหัวเราะเสียงดังแล้วเดินจากไปอย่างไม่แยแส
หลินเย่มองตามแผ่นหลังที่หยิ่งผยองนั้นไปเงียบๆ เขากำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปน ก่อนจะคลายออกช้าๆ
จินฮุย... เ้าไม่ต้องรอนานหรอก... แล้วเ้าจะได้เห็นเองว่าคนที่เ้าเรียกว่าขยะคนนี้... จะทำให้ตระกูลจินของเ้าต้องสั่นะเืได้อย่างไร!
เขาหันหลังกลับ มุ่งหน้าไปยังประตูมิติที่จะนำไปสู่สวนอสูรแรกเริ่มด้วยแววตาที่มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ