ตอนที่110 รีเซ็ต
เสิ่นอี้และอินทรีดำเดินทางกลับมาถึงโลกแล้วเลือกสถานที่เปลี่ยวและปลอดสายตาผู้คน โดยเป็นพื้นที่ป่ารกร้างแห่งหนึ่งนอกชานเมืองเขานำยานฟาสต์ทูลงจอด แล้วเก็บเข้าไว้ในกล่องล่องหนตามเดิม
ส่วนแมวน้อยกลายร่างเป็นอินทรีดำเหมือนเดิมเพราะชื่นชอบร่างสัตว์ปีกมากกว่าเนื่องจากสามารถโผบินไปได้ไกลและทั่วถึงมากกว่าร่างแมวน้อยดังเดิม
ชายหนุ่มไม่ยอมเสียเวลาในการเสี่ยงโชคอีกเขานั่งขัดสมาธิบนพื้นหญ้านุ่ม โดยรอบตัวมีแต่หญ้าและต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์พลางยกมือประสานหน้าอกเพื่อภาวนาขอพร จากนั้นทำการสั่งกดปุ่มเสี่ยงโชคผ่านทางความคิดแล้วจ้องมองอากาศตรงหน้าที่มีภาพฮอโลแกรมแสดงให้ตนเห็นเพียงคนเดียว
“หยุด! หยุดสิ!เอ๊ะ! นั่นมันอะไร ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
เสิ่นอี้ลุ้นจนตัวโก่งให้วงล้อหยุดหมุนในตำแหน่งรางวัลที่ตนชื่นชอบพลันเหลือบมองห็นสัญลักษณ์รางวัลในวงล้อเพิ่มขึ้นมาใหม่ซึ่งก่อนหน้าไม่เคยเห็นมาก่อน จึงเอ่ยขึ้นมาด้วยความสงสัยใคร่รู้
เขาเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นอย่างถึงขีดสุดเพราะวงล้อเคลื่อนตัวช้าลงมากทุกขณะพลางลุ้นให้หยุดนิ่งในตำแหน่งรางวัลที่ตนต้องการ กระนั้นรางวัลที่ดีและถูกใจได้ลอยผ่านหน้าไปหลายรางวัลเขาลุ้นจนมีเหงื่อไหลชโลมกายคล้ายเพิ่งออกกำลังกายหนักมา
ฉับพลันวงล้อเสี่ยงโชคหยุดหมุนในตำแหน่งของสัญลักษณ์ใหม่ซึ่งเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนพลางส่งเสียงร้องตะโกนด้วยความตื่นตกใจว่า
“เฮ้ย! นี่มันอะไรกัน จะให้ลูกกุญแจฉันเหรอรางวัลพิเศษเนี่ยนะ”
เสิ่นอี้ไม่คาดคิดว่าระบบโกลาหลจะมอบรางวัลเป็นเพียงลูกกุญแจดอกเดียวให้กับตนพลางบ่นออกมาอย่างไม่เกรงกลัวว่าจะถูกระบบโกลาหลลงโทษเข้าให้
อย่างไรก็ตามวินาทีถัดมาชายหนุ่มพลันตกตะลึงเมื่อได้ยินเสียงราบเรียบอันคุ้นหูของระบบโกลาหลดังขึ้นซึ่งทำให้เขาตัดสินใจได้ไม่ยากนักว่า
“ระบบโกลาหลกำลังรอการรีเซ็ตระบบใหม่จากโอนเนอร์หากโอนเนอร์ยืนยันรับรางวัลนี้แล้ว ชีวิตของโอนเนอร์นับจากนี้ไป จะกลับสู่จุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้งรางวัลที่เคยได้และทรัพย์สินจะยังคงอยู่เหมือนเดิม โอนเนอร์สามารถกำหนดชะตาชีวิตด้วยตนเองได้ระบบโกลาหลได้มอบภารกิจมาหลายอย่าง จนสามารถประเมินพัฒนาการของโอนเนอร์ได้ชัดเจนระบบจึงทำการวิวัฒน์ตัวเองเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ โอนเนอร์สามารถที่จะตัดสินใจเลือกทำภารกิจต่อให้ครบทั้งยี่สิบเก้าภารกิจแล้วเข้าสู่สงครามแห่งจักรวาล หรือจะรีเซ็ตเพื่อกลับไปสู่จุดเริ่มต้นโดยไม่เข้าร่วมสงครามหรือแม้แต่ก้าวข้ามภารกิจที่เหลือ เพื่อเข้าสู่สมรภูมิรบแห่งจักรวาลได้ตามความต้องการระบบโกลาหลไม่มีเวลากำหนดสำหรับโอนเนอร์แล้ว ขอให้โชคดีและลาก่อน”
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนพลางทอดสายตามองไกลอย่างตัดสินใจได้เด็ดขาดแล้ว เขายิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจที่สามารถกำหนดชีวิตด้วยตนเองได้โดยไม่ต้องฟังคำสั่งหรือภารกิจจากระบบอีกต่อไป
“ต้องให้ได้แบบนี้สิอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตมาหลายภารกิจแล้ว จะต้องรอฟังภารกิจจากระบบแล้วย่ำอยู่กับที่ได้ไงในเมื่อหาเงินมาได้เยอะขนาดนี้แล้ว ขอใช้ชีวิตคนรวยให้คุ้มก่อนเถอะแล้วค่อยทำอย่างที่ใจอยากก็ยังไม่สาย เสิ่นอี้!แกควรใช้ชีวิตให้เต็มที่ได้แล้ว ลุย!”
ชายหนุ่มชูกำปั้นสองข้างขึ้นเหนือหัวแล้วตะโกนเสียงดังด้วยความพึงพอใจจนนกทั้งหลายตื่นตกใจแล้วบินหนีออกจากต้นไม้รอบตัวดั่งฝูงผึ้งแตกรังเขาโห่ร้องอย่างมีความสุข โดยตั้งใจใช้เงินมหาศาลที่มีอยู่เพื่อสร้างความสุขให้แก่ตัวเอง
ต่อจากนั้นเขาสั่งกดปุ่มเลือกรับรางวัลจากระบบโกลาหลทันทีส่วนอีกสามเงื่อนไขที่เหลือ เขาจะพิจารณาเลือกข้อใดข้อหนึ่งอีกครั้งซึ่งเขาแน่ใจเป็นอย่างยิ่งว่ามีความพร้อมในการเลือกอนาคตของตน
เสิ่นอี้วิ่งออกจากป่าพร้อมโห่ร้องอย่างมีความสุขเป็นระยะเพื่อออกไปหาตำแหน่งอันมีสัญญาณโทรศัพท์เขาต้องการเรียกรถยนต์ให้มารับเพื่อกลับไปเขียนวิทยานิพนธ์ให้แล้วเสร็จ โดยยังต้องการสอบจบเพราะไม่ต้องการทิ้งความรู้จากไปแต่ต้องการมอบความรู้อันมีค่าของตนให้แก่โลกนี้
..........
เสิ่นอี้กลับมาถึงคอนโดมิเนียมเขาขลุกตัวเองอยู่กับหน้าจอแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์งานวิทยานิพนธ์อย่างเคร่งเครียดโดยมีเวลาพักผ่อนเฉพาะช่วงต้องการระบายความตึงเครียด ด้วยการหลับนอนกับแฟนสาวอย่างมีความสุขแทน
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาชายหนุ่มจัดพิมพ์วิทยานิพนธ์ออกมาเป็นรูปเล่มเสร็จสมบูรณ์เขาทำวิทยานิพนธ์ได้ล่าช้าเพราะใช้เวลานอนพักผ่อนตอนกลางคืนหลังร่วมรักกับแฟนสาวเสร็จสิ้นเนื่องด้วยเธอไม่ยอมให้เขาลุกขึ้นมาทำงานอีก
เมื่อพิมพ์วิทยานิพนธ์เสร็จเรียบร้อยดีแล้วเขาเหลือบมองเห็นแฟนสาวเดินออกมาจากห้องนอนด้วยชุดเดรสรัดรูปสวยงามราคาแพงซึ่งเขาโอนเงินให้เธอใช้อย่างสบายใจเพียงสิบล้านเหรียญสหรัฐ
“ชุดนี้เป็นไงบ้างคะสวยถูกใจคุณไหม” โซเฟียยิ้มหวานก่อนเดินนวยนาดเข้ามาจุมพิตแฟนหนุ่ม
เธอไม่คาดคิดว่าแฟนหนุ่มรุ่นน้องซึ่งภายนอกเป็นเพียงนักศึกษาธรรมดาจะกลับกลายเป็นมหาเศรษฐีร่ำรวยมหาศาล จนเธอสามารถใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อได้ตามใจชอบกระนั้นเธอยังไม่ลืมว่าตัวเองเป็นใครหรือมาจากที่ไหน จึงไม่หลงระเริงไปกับความหรูหราร่ำรวยดังกล่าวแต่ให้ความสำคัญต่อแฟนหนุ่มผู้หยิบยื่นเงินทองและโอกาสให้ตนมากกว่า
“สวยมากครับว่าแต่คุณลางานได้กี่วัน ผมว่าจะพาไปเที่ยวรอบโลกสักเดือน แต่คงไปกันหลายคนหน่อยนะผมอยากให้รางวัลลูกน้องที่จีนบ้าง แล้วไหนจะมีภรรยาอีกคนของผมอีก”
เสิ่นอี้กอดรัดร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นด้วยความพึงพอใจพลางเอ่ยถามถึงการลางานของแฟนสาวโดยไม่ลืมที่จะเอ่ยถึงผู้คนทางฝั่งจีนให้เธอรับรู้ด้วยเขาไม่ต้องการทำตัวลับล่อหรือมีความลับกับผู้เป็นภรรยาตนทั้งสองฝั่งพลางคาดหวังว่าหญิงสาวทั้งสองคนจะเข้ากันได้ดี
“ลาเดือนหนึ่งได้สบายมากค่ะแต่ก็ขึ้นอยู่กับวิทยานิพนธ์ของคุณด้วย ถ้าทำให้ศาสตราจารย์ทั้งหลายพอใจละก็ฉันอาจลาได้นานกว่านั้นอีก ว่าแต่หลิงหลิงจะเข้าใจเราไหมคะ”
โซเฟียกล่าวตอบแฟนหนุ่มตามจริงพลางเอ่ยถึงภรรยาอีกคนของเขาอย่างกังวลใจเพราะไม่แน่ใจว่าหญิงสาวอีกคนจะยอมรับตนได้หรือไม่
“ผมจะลองคุยดูแต่คิดว่าหลิงหลิงไม่น่ามีปัญหาอะไรหรอก ไว้พวกเราค่อยไปเที่ยวรอบโลกด้วยกันจะได้เข้าใจกันมากขึ้น”
เสิ่นอี้ขมวดคิ้วพลางตอบกลับอย่างไม่แน่ใจถึงแม้เขาจะมั่นใจมากกว่าครึ่งว่าแฟนสาวไม่น่าจะมีปัญหาทว่าเขาต้องการได้รับคำยืนยันจากตัวกู้หลิงหลิงให้ชัดเจนมากกว่า
ประการสำคัญเขาคิดว่าการได้ไปท่องเที่ยวรอบโลกด้วยกันอาจทำให้ภรรยาทั้งสองคนปรับทัศนคติเข้าหากันและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้
ต่อจากนั้นเสิ่นอี้และโซเฟียเดินทางไปยังสถาบันเอ็มไอทีด้วยรถยนต์หรูของชายหนุ่มโดยเขาสั่งการให้อินทรีดำพร้อมทำการโจมตีหากว่าโอลิเวอร์ยังคงตั้งใจมาหาเรื่องตนอยู่
..........
เสิ่นอี้แปลกใจเป็นอย่างมากเมื่อได้พบเห็นอาจารย์หลายคนในห้องทำงานของศาสตราจารย์ลูคัสผู้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของตน โดยส่วนใหญ่เป็นคนคุ้นเคย มีเพียงไม่กี่คนที่เป็นคนแปลกหน้าสำหรับตน
“เสิ่นอี้พอดีพวกเขารู้ข่าวว่าคุณจะมายื่นวิทยานิพนธ์พวกเขาก็เลยอยากมาตรวจสอบวิทยานิพนธ์และขอเข้าร่วมรับฟังการนำเสนอด้วย คุณคงไม่ว่าอะไรนะ”
ศาสตราจารย์ลูคัสเอ่ยกับลูกศิษย์คนเก่งด้วยน้ำเสียงแสดงความภาคภูมิใจแทนอย่างปิดไม่มิดเขาไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มจากจีนจะสามารถสร้างนวัตกรรมอันทรงคุณค่าขึ้นมาได้ โดยมีเพื่อนอาจารย์ได้ทดลองสวมใส่ชุดอเนกประสงค์จนสัมผัสได้ถึงประสิทธิภาพอย่างชัดเจนมาแล้ว
“ไม่ว่าอะไรครับแล้วผมจะนำเสนอวิทยานิพนธ์ได้วันไหนครับ”
เสิ่นอี้กล่าวตอบอย่างผ่อนคลายเขาไม่มีปัญหาหากมีนักวิชาการหรือนักวิทยาศาสตร์สนใจต่อผลงานอันเป็นที่ประจักษ์อย่างชุดอเนกประสงค์พลางคิดว่าเป็นการดีที่ผู้คนบนโลกได้มีโอกาสเรียนรู้จากสิ่งประดิษฐ์ที่มีอยู่จริงและสัมผัสจับต้องได้
“พรุ่งนี้มาสอบได้เลยอาจารย์เชื่อว่าวิทยานิพนธ์ของคุณสมบูรณ์แล้วเดี๋ยวพวกอาจารย์จะช่วยกันตรวจสอบอีกที แต่ยังไงพรุ่งนี้ก็ให้มาสอบที่ห้องบรรยายสองได้เลยนะ”
ศาสตราจารย์ลูคัสกล่าวตอบเสิ่นอี้ด้วยความมั่นใจเขาเชื่อมั่นว่าจะได้เห็นวิทยาการอันน่าอัศจรรย์ใจในวิทยานิพนธ์เล่มหนาของชายหนุ่มพลางต้องการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ร่วมกับเพื่อนอาจารย์คนอื่นอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณครับ”เสิ่นอี้กล่าวตอบอาจารย์ด้วยความสบายใจ
เขายื่นวิทยานิพนธ์เล่มหนาให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจสอบก่อนแล้วออกจากห้องทำงานของอาจารย์โดยไม่สนใจท่าทางยินดีของผู้คนในห้องที่ต้องการอ่านวิทยานิพนธ์ของตนเท่าใดนักเพราะสามารถอ่านจิตใจและความคิดของพวกเขาได้ชัดเจนแล้ว
ชายหนุ่มตัดสินใจโทรนัดหมายเรียกเพื่อนร่วมหอพักเพื่อเลี้ยงฉลองร่วมกันเป็นการส่งท้ายก่อนที่เขาจะเดินทางออกจากสหรัฐอเมริกาในวันพรุ่งนี้ หลังจากเสร็จสิ้นการนำเสนอวิทยานิพนธ์โดยต้องการใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการกลับไปจีนเพื่อค้นหาคำตอบเกี่ยวกับพ่อแม่แท้จริงของตนเอง
อนึ่งชายหนุ่มตั้งใจที่จะให้ระบบโกลาหลปลดล็อกความลับเกี่ยวกับพ่อแม่แท้จริงของตนด้วยเพื่อพิสูจน์เรื่องราวบางอย่างของร่างเก่า ก่อนที่ตนจะตัดสินใจในการเลือกเงื่อนไขขั้นตอนสุดท้ายของการรีเซ็ตระบบโกลาหลใหม่
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่เข้ามาอ่านและสนับสนุนไรต์สัปดาห์หน้าจะเป็นตอนยาวตอนเตียว(ติดเหรียญ)และเป็นตอนจบของเรื่องนี้แล้ว รบกวนฝากติดตามอ่านและให้กำลังใจขอบคุณล่วงหน้าเป็นอย่างสูงจ้า