สำหรับสถานที่พักของศิษย์ฝ่ายในนั้นดีกว่าสถานที่พักของศิษย์ฝ่ายนอกอย่างเทียบไม่ติด ภายในห้องพักของหลินเทียนนั้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย นี่คือความเอาใจใส่ของโรงเรียนจอมเวทที่มีต่อศิษย์ฝ่ายใน เพราะสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่รวมตัวของเหล่าอัจฉริยะ และผู้ที่เป็นที่สุดของที่สุดของโรงเรียนจอมเวทนี้นั้นก็คือศิษย์หลักทั้งโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้นั้นจะมีศิษย์หลักเพียงแค่ 20 คนเท่านั้น พวกมันทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีความสามารถที่โดดเด่น การที่จะก้าวข้ามขึ้นไปเป็นศิษย์หลักนั้นมันก็ไม่ยากเย็นอะไรนักเพียงแค่ไปท้าประลองกับศิษย์หลักหากสามารถเอาชนะมันผู้นั้นได้ก็สามารถที่จะขึ้นเป็นศิษย์หลักได้ในทันที การท้าประลองระหว่างศิษย์ฝ่ายในและศิษย์หลักนั้นก็สามารถที่จะพบเห็นได้อยู่บ่อยครั้ง โดยมากศิษย์หลักที่จะถูกท้าประลองจะเป็นเลขสองหลักเสียมากกว่ายิ่งลำดับสูงขึ้นไปเท่าไรพวกมันก็ยิ่งมีแต่ที่จะทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น ราวกับว่าพลังของเจ้าคนพวกนี้นั้นมันอยู่คนละมิติกันเลยในช่วงเวลานี้นั้นตัวของหลินเทียนเอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ภายในห้องพักของตนถึงแม้ว่าสภาพห้องของหลินเทียนในยามนี้นั้นจะดูดีเป็นอย่างมากแต่ตัวของเขานั้นชื่นชอบที่จะจัดแต่งมันเองเสียมากกว่าบรรยากาศภายในห้องพักของหลินเทียนนั้นไม่ต่างอะไรไปจากบ้านของตนเลยมันทำให้ตัวของเขานั้นกลับมาที่บ้านอีกครั้งตั้งแต่ที่ตัวของเขามาใช้ชีวิตอยู่ภายในโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้ก็เป็นระยะเวลาที่ยาวนานแล้วที่ตัวของหลินเทียนไม่ได้เดินทางกลับไปที่บ้านเลยพรึบ พรึบที่หน้าต่างห้องพักของหลินเทียนนั้น ปรากฏแสงอะไรบางอย่างพร้อมทั้งมีจดหมายร่อนเข้ามาภายในห้องของหลินเทียนอย่างช้าๆ หลังจากนั้นไม่นานจอหมายฉบับนี้นั้นค่อยๆเปิดออกเองอย่างช้าๆพร้อมทั้งมีข้อความเสียงดังขึ้นมาผ่านข้อความจดหมาย ไม่เพียงแค่ห้องของหลินเทียนเท่านั้นห้องของศิษย์ฝ่ายในคนอื่นๆก็ได้ข้อความจดหมายฉบับนี้เช่นกัน“ศิษย์ฝ่ายในทุกคนจงรับทราบ 10 วันหลังจากนี้พวกเจ้าทุกคนจะต้องเข้าร่วมงานศึกหอคอยสวรรค์” เจ้าของน้ำเสียงนี้นั้นตัวของหลินเทียนสามารถจดจำมันได้เป็นอย่างดี มันคือเสียงของผู้อำนวยการชิงหลง ถึงแม้ว่าตัวของหลินเทียนจะเข้าร่วมมาเป็นศิษย์ฝ่ายในเพียงระยะเวลาไม่กี่วันแต่ตัวของเขานั้นก็เข้าใจดีว่า ศึกหอคอยสวรรค์นั้นมันคืออะไร มันคือศึกการประลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศิษย์ฝ่ายในและมันไม่ต่างอะไรไปจากงานเทศกาลประจำปีเลยทีเดียว ตัวของหลินเทียนนั้นนับว่าโชคดีเป็นอย่างมากที่ตัวของเขานั้นสามารถเข้าร่วมมาเป็นศิษย์ฝ่ายในได้ทันการพอดีมิเช่นนั้นตัวของเขานั้นอาจจะต้องรอเคยอีกถึงปีหน้า เพื่อที่จะให้ศึกการประลองที่ยิ่งใหญ่นี้เกิดขึ้นอีกครั้ง หอคอยสวรรค์แห่งนี้นั้นอยู่ภายในส่วนลึกของโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้ไม่มีผู้ใดสามารถล่วงรู้ได้ว่าเจ้าหอคอยสวรรค์แห่งนี้นั้นมันเกิดขึ้นมาจากยุคสมัยใด แต่ที่แน่ๆมันมีมาก่อนที่โรงเรียนจอมเวทแห่งนี้จะเกิดขึ้นเสียอีก ประตูของหอคอยสวรรค์จะเปิดขึ้นเพียงแค่ปีล่ะครั้งเท่านั้นภายในสถานที่ลี้ลับแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรมากมายและไม่เพียงแค่นั้นมันยังมีสมบัติจากยุคโบราณเก็บซ่อนเอาไว้อยู่ก่อนที่ประตูหอคอยสวรรค์จะเปิดขึ้นตัวของหลินเทียนนั้นได้รับข้อความเสียงจากผู้อำนวยการชิงหลงเป็นการส่วนตัวดูเหมือนว่าตัวของผู้อำนวยการผู้นี้มีเรื่องอะไรบางอย่างที่อยากจะแนะนำกับหลินเทียน
ณ ห้องทำงานของผู้อำนวยการชิงหลง“ดูเหมือนว่าตัวเจ้าจะมีความแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อยเลยหลังจากผ่านพิธีพันธสัญญาอสูร” ผู้อำนวยการชิงหลงกล่าวกับหลินเทียนด้วยความชื่นชม เพราะตัวของเขาในยามนี้นั้นคาดหวังในตัวหลินเทียนมากพวกศิษย์หลักเสียอีก เพราะตัวของเขานั้นพบเห็นหลินเทียนมาตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งตัวของเขามีความแข็งแกร่งขึ้นมากมายถึงขนาดนี้ทั้งที่ระยะเวลาก่อนหน้านั้นผ่านไปได้ไม่นานมากนัก“เหอๆ แต่ตัวของข้านั้นก็ยังคงที่จะอ่อนแออยู่ดีเมื่อเปรียบเทียบกับศิษย์ฝ่ายในหรือศิษย์หลักคนอื่นๆ” ตัวของหลินเทียนนั้นไม่ได้ตื่นเต้นยินดีอะไรกับคนชมมากมายนักเพราะตัวของเขานั้นรู้ดีว่าภายในโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้นั้นยังมีศิษย์รุ่นเยาว์อีกมากมายนักที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าตน“เจ้าทึ่ม เพียงแค่นี้ตัวของเจ้าก็เกินกว่าความคาดหวังของข้าไปไกลแล้วการที่ศิษย์พี่คนอื่นมีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าเจ้าเพียงแค่พวกเขามาก่อนเท่านั้น การเติบโตของเจ้านั้นเจ้าพวกนั้นล้วนแล้วแต่เทียบไม่ติดสักวันนึงเจ้าจะต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดแน่” ตัวของชิงหลงนั้นไม่ได้พูดเอาใจหลินเทียน แต่ตัวของเขานั้นรู้ถึงการพัฒนาการของศิษย์แต่ละคนเป็นอย่างดี ความสามารถในการพัฒนาตัวเองนั้นไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเทียบชั้นกับหลินเทียนได้เลยสิ่งที่ตัวของเขากลัวมากที่สุดนั้นกลัวว่าเจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้จะอายุสั้นก่อนวันอันควรเท่านั้น“หลินเทียนสิ่งที่หน้ากลัวที่สุดภายในหอคอยสวรรค์แห่งนี้นั้นไม่ใช่สัตว์อสูรหรือค่ายกลอะไรเท่านั้น แต่สิ่งที่หน้ากลัวที่สุดก็คือศิษย์พี่ศิษย์น้องของเจ้าเอง” น้ำเสียงของชิงหลงในยามนี้นั้นเต็มเปรี่ยมไปด้วยความเงียบขรึมและจริงจังเป็นอย่างมากทุกๆปีนั้นมีรุ่นเยาว์เป็นจำนวนไม่น้อยเลยที่ต้องจบชีวิตลง“ท่านหมายความว่าอย่างไร” หลินเทียนกล่าวถามด้วยความไม่เข้าใจ“เหอๆ ภายในหอคอยสวรรค์แห่งนี้นั้นมีทรัพย์สมบัติล้ำค่ามากมาย แน่นอนว่าเจ้าของสิ่งนี้นั้นก็จะต้องกระตุ้นความโลภของผู้คน เจ้าคงรู้ใช่ไหมว่าตัวของข้านั้นหมายความว่ายังไง” ผู้อำนวยการชิงหลงตอบคำถามด้วยคำถามกับหลินเทียน เพียงแค่นี้เด็กหนุ่มก็พอที่จะคาดเดาได้แล้วว่าภายในหอคอยสวรรค์แห่งนี้นั้นมันจะเกิดอะไรขึ้นภายในบ้าง ตัวของเขานั้นจะต้องระวังภัยทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะสัตว์อสูรค่ายกลหรือจะเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องด้วยกันเอง ไม่ว่าจะด้านไหนก็อันตรายถึงชีวิตได้ทั้งนั้นถ้าประมาท“ข้าเข้าใจแล้ว” หลินเทียนเองก็ทำความเข้าใจอะไรได้ไม่นานนักจากคำตอบของผู้อำนวยการชิงหลง หากตนสามารถที่จะผ่านพ้นไปได้ไม่แน่ว่าภายในหอคอยสวรรค์แห่งนี้ตัวของหลินเทียนจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ไม่น้อย“หอคอยสวรรค์แห่งนี้นั้นมีมากกว่า 20 ชั้น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีผู้ที่สามารถไปถึงที่ชั้น 18 เท่านั้น แม้แต่ตัวของข้าเองก็สามารถไปถึงได้เพียงแค่ชั้นที่ 15 เท่านั้น” จากคำบอกเล่าของผู้อำนวยการชิงหลงนั้นผู้ที่สามารถไปถึงที่ชั้น 18 ได้คือผู้ก่อตั้งโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้นั่นเอง