สวัสดีคะฉันมีชื่อว่า "นาข้าว" เป็นักศึกษาปี 1 สูง 158 ซม. ตาสีน้ำตาล ผมสั้นปะบ่า ผิวขาว เธอเป็คนร่าเริงและมีจินตนาการสูง ชอบเก็บตัวและมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อ "ตุ๊กตา"
บ่ายวันหนึ่ง ตุ๊กตาโทรมาชวนนาข้าว “นาข้าวเราไปเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์ภาพวาดกันมั้ย”
“ไปสิฉันรอที่หน้าหอนะ” นาข้าวตอบกลับ
“ได้อีก15นาทีเจอกัน” ตุ๊กตาตอบพร้อมวางสาย
ตุ๊กตาจึงขับรถมอเตอร์ไซค์มารับ พอมาถึงที่พิพิธภัณฑ์ทั้งสองได้เดินดูภาพวาดด้วยกันไปเรื่อย ๆ นาข้าวได้ไปสะดุดตาเข้ากับภาพวาดภาพหนึ่ง ภาพวาดนั้นมีลักษณะที่สวยงามและแปลกตาไปในเวลาเดียวกัน นาข้าวเลยชวนตุ๊กตาไปดูภาพวาดนั้นด้วยกัน
“นี่ตุ๊กตา แกว่าภาพวาดนี้มันดูแปลก ๆ มั้ย เหมือนจะมีชีวิตเลย” นาข้าวเอ่ยถามตุ๊กตาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
ตุ๊กตาหันมาดูภาพวาดนั้นครู่หนึ่งก่อนตอบกลับ “ฉันว่ามันก็ดูปกตินะ แกนั่นแหละที่จินตนาการไปเอง” จากนั้นตุ๊กตาก็เดินไปดูภาพวาดอื่นต่อ
ส่วนนาข้าวยังคงยืนจ้องมองภาพวาดนั้นด้วยความสงสัย ภาพวาดนั้นเป็ภาพของผู้ชายสองคนที่กำลังเดินทางไปยังปราสาทบนยอดเขา บรรยากาศรอบ ๆ ปราสาทดูน่ากลัวและน่าพิศวงในเวลาเดียวกัน นาข้าวรู้สึกว่าภาพนี้มีอะไรบางอย่างที่ดึงดูดเธอ เธอยืนนิ่งมองภาพนั้นจนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกดึงเข้าสู่โลกในภาพวาดนั้น
ทันใดนั้น นาข้าวรู้สึกว่าโลกหมุนวนและภาพรอบตัวเธอก็เปลี่ยนไป เธอพบว่าตัวเองยืนอยู่ในป่าลึก มีลำธารไหลผ่าน และเธอก็ได้ยินเสียงผู้ชายสองคนพูดคุยกัน อยู่ข้างหน้าเธอไม่ไกลมากนัก
“นี่!!!! นายสองคนกำลังจะไปไหนกันเหรอ?” นาข้าวะโถามด้วยความอยากรู้
ผู้ชายสองคนนั้นหันมามองทางนาข้าว แต่ยังไม่ได้ตอบอะไร
นาข้าวก็ถามต่อ “หรือพวกนายจะเข้าไปในปราสาทที่ดูน่ากลัวนั้น?”
ผู้ชายสองคนนั้นยังคงมองนาข้าวด้วยความแปลกใจ แต่ยังคงไม่ตอบอะไรเหมือนเคย แล้วพวกเขาก็หายไป นาข้าวรู้สึกงงและสับสน เธอพยายามคิดว่าเกิดอะไรขึ้นและเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
เธอเดินตามลำธารไปเรื่อย ๆ จนเจอกับผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังทำความสะอาดดาบที่เต็มไปด้วยเือยู่ข้างลำธาร นาข้าวกลัวและไม่กล้าเข้าไปหา จึงซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ใกล้ ๆ แต่ด้วยความซวย กิ่งไม้ได้หักใส่หัวเธอทำให้เธออุทาน “อ๊ะ!”นาข้าวรีบเอามือปิดปาก “ซิ้ด!!! เจ็บๆๆๆ” (เสียงอยู่ในลำคอ)
ผู้ชายคนนั้นยืนขึ้นและหันมามองทางที่นาข้าวซ่อนอยู่ นาข้าวได้เห็นหน้าชายคนนั้นอย่างชัดเจน เขาหล่อเหลาจนเธออดที่จะคิดในใจไม่ได้ “อุ้ย! คนอะไรจะหล่อเบอร์นั้น หล่อกว่าพระ..............”
แต่ก่อนที่นาข้าวจะได้คิดอะไรต่อ มีมีดดาบลอยมาปักลงตรงหน้าของเธอ นาข้าวใและ “กรี๊ด!!!!!!!!!!” ออกมาด้วยเสียงที่ดังมาก
จนผู้คนรอบข้างหันมามอง ตุ๊กตาเดินมาสะกิดและได้ถามว่า “นาข้าวเป็อะไรหรือป่าว!!!”นาข้าวยังคงยืนตัวสั่นอยู่ “ปะ!!!ป่าว เรากลับกันเถอะ” นาข้าวตอบตุ๊กตา “อือ เดี๋ยวฉันไปส่ง” หลังจากนั้นตุ๊กตาก็ขับรถมอเตอร์ไซค์มาส่งนาข้าวที่หอพักและได้ถามนาข้าวอีกครั้งด้วยความเป็ห่วง “ นาข้าวแกแน่ใจนะว่าไม่เป็อะไรจริงๆน่ะ ”
“ อือ ฉันไม่ได้เป็อะไรจริงๆ” นาข้าวตอบพร้อมกลับเดินขึ้นหอพัก ด้วยความเพลียเธอได้ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง คิดทบทวนเื่ราวที่เกิดขึ้นที่ พิพิธภัณฑ์ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แล้วก็หลับไป.........................
“เ้าเป็ใคร!!!” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับชี้ดาบมาตรงหน้าของเธอ
นาข้าวตอบด้วยสีหน้าซีดเสียงสั่นกลัว “เอ่อ ฉันน่าจะหลงทางมา แล้วก็ไม่รู้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
ชายคนนั้นลดดาบลงแล้วถามเธอว่า “แล้วเ้าหลงทางมาจากไหน ถึงได้มาอยู่กลางป่าแบบนี้?”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” นาข้าวตอบเสียงสั่น “เมื่อกี้ฉันยังนอนอยู่ที่ห้องอยู่เลย! แล้วฉันก็มาโผล่อยู่ตรงนี้”
ชายคนนั้นมองนาข้าวด้วยความสงสัย “แปลกดีนะ แล้วเ้าชื่ออะไร?”
“ฉันชื่อนาข้าว นายช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าที่นี่ที่ไหน?” นาข้าวถามด้วยความอยากรู้
“ที่นี่คือ ป่าสายรุ้ง เป็ส่วนหนึ่งของอาณาจักร SKY LAND” ชายหนุ่มตอบ
นาข้าวครุ่นคิดในใจ (ป๊าดดด! ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง) ชายหนุ่มมองนาข้าวและเอ่ยถาม “แล้วเ้าจะเอายังไงต่อไป?”
นาข้าวยังไม่ทันตอบ ชายหนุ่มก็พูดต่อ “ข้ากำลังจะกลับปราสาท เ้าจะไปกับข้าด้วยไหม?”
นาข้าวทำตาโตอ้าปากค้างด้วยความสงสัย “นายจะไม่พาฉันไปฆ่าใช่มั้ย?”
ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ “ถ้าข้าจะฆ่าเ้า คงทำไปนานแล้ว ข้าไม่พาเ้ากลับไปด้วยหรอก หรือว่าเ้าจะอยู่ที่นี่รอให้สัตว์ป่ามากิน?”
“ไปสิ ฉันยังไม่อยากตาย!” นาข้าวตอบอย่างรวดเร็ว แล้วเดินตามชายหนุ่มไป
ทั้งสองเดินผ่านป่าลึกที่เต็มไปด้วยเสียงของสัตว์ป่า นาข้าวรู้สึกเหนื่อย ชายหนุ่มเดินนำไปด้วยความมั่นใจเหมือนรู้จักเส้นทางเป็อย่างดี เขาพาเดินลัดเลาะไปตามลำธาร
“เมื่อไหร่เราจะไปถึงปราสาทซักที!” นาข้าวถามด้วยเสียงหอบเหนื่อย
“อีกไม่นานหรอก” ชายหนุ่มตอบโดยไม่หันกลับมามอง
“ฉันเดินไม่ไหวแล้ว ตอนนี้หิวมากเลย” นาข้าวบ่น ชายหนุ่มหันกลับมามองแล้วพูดว่า “งั้นเ้าเดินตามข้ามาอีกหน่อย ข้างหน้าจะมีที่พัก” นาข้าวพยักหน้า ทั้งสองเดินต่อไปจนถึงจุดพัก
“เ้าพักตรงนี้ก่อน เดี๋ยวข้าหาผลไม้มาให้กิน” ชายหนุ่มพูดแล้วเดินออกไปจากจุดพัก
ผ่านไปได้สักพักหนึ่ง ชายหนุ่มกลับมาพร้อมกับผลไม้ เขานั่งลงข้างๆ นาข้าวและยื่นผลไม้ให้เธอ นาข้าวรู้สึกขอบคุณและอยากรู้จักชายใจดีคนนี้ จึงเอ่ยถามชื่อออกไป
“นี่! นายชื่ออะไรเหรอ? ฉันยังไม่รู้จักชื่อนายเลย?”
ชายหนุ่มหันมามองนาข้าวและตอบ “นี่ข้ายังไม่ได้แนะนำตัวกับเ้าหรือ...”
“ยังเลยสินี่ก็เดินกันมาตั้งครึ่งโลกแล้ว” นาข้าวตอบพร้อมรอยยิ้ม
“งั้นเ้าเรียกข้าว่า กริฟฟิน แล้วกัน” ชายหนุ่มตอบ นาข้าวยิ้มเมื่อได้ยินชื่อที่แปลกและไม่คุ้นเคย
กริฟฟินหัวเราะเบาๆ “นี่เ้า! ยิ้มอะไร แสดงว่าหายเหนื่อยแล้วสิ งั้นก็เดินทางกันต่อได้แล้ว เดี๋ยวมืดแล้วเราจะลำบาก”
ทั้งสองคนจึงเดินทางต่อจนมาถึงบริเวณปราสาท เวลานั้นดึกพอสมควร ปราสาทมืดมาก มีแค่แสงไฟจากคบเพลิงที่ปักไว้ตามกำแพง
“ทุกคนน่าจะหลับกันหมดแล้ว” กริฟฟินกล่าว นาข้าวหันมองหน้ากริฟฟินด้วยความสงสัย
“งั้นเ้าไปนอนที่พักของข้าก่อน ตามข้ามาทางนี้” กริฟฟินนำทาง นาข้าวคิดในใจ (ฉันจะได้นอนห้องเดียวกันกับผู้ชายเหรอเนี่ย) ความคิดมากมายผุดขึ้นในหัวเธอ
กริฟฟินพูดขึ้น “เ้าจะตามข้ามาได้หรือยัง จะได้พัก”
นาข้าวเดินตามไปที่พักของกริฟฟิน เมื่อถึงที่พัก กริฟฟินกล่าว “เ้าพักที่นี่นะ เดี๋ยวข้าไปพักอีกที่หนึ่ง”
“แล้วนายจะไปพักที่ไหน ไม่ได้พักด้วยกันเหรอ” นาข้าวถามด้วยความโล่งใจ
“ข้ามีที่พักหลายที่ เ้าก็พักที่นี่แหละ และห้ามออกไปไหนล่ะ พรุ่งนี้ข้าจะพาไปพบเ้าชาย” กริฟฟินตอบ
นาข้าวตาโตอ้าปากค้าง และจินตนาการถึงเ้าชายในใจ
**ติดตามต่อในตอนที่ 2**
แก้ไข