ขณะที่ชวีหนานอีแสร้งทำเป็นช่วยรีบดับไฟ ซูเยว่หยิ่งก็เดินออกมาจากห้องโดยการดูแลของสาวใช้ นางยืนห่างจากห้องอื่น ๆ ไม่ถึงสิบเมตร เฝ้าดูฉากที่ทุกคนกำลังดับไฟ
ด้วยไฟที่โหมหนักขนาดนี้ นางกลับยังอยู่ในห้องไม่ยอมออกมา อธิบายได้ว่า ในห้องของนางต้องมีบางอย่างที่นางจำเป็นต้องดูแลเองจึงจะวางใจ
ถังโยวเมื่อเห็นลวี่เยาตรงเข้าไปยังห้องส่วนตัวของซูเยว่หยิ่งอย่างไม่รีบร้อน ภายใต้ขอบเขตการมองเห็นของซูเยว่หยิ่ง ถังโยวรู้สึกประหม่า ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ นางกลั้นจนหน้าแดงก่ำ ถังโยวอยากตามเข้าไปดู แต่กลัวว่าร่างใหญ่ของตนเองอาจดึงความสนใจของซูเยว่หยิ่ง ชั่วขณะหนึ่ง นางจึงรีบกระโจนเข้าไป!
ทันใดนั้นซูเยว่หยิ่งมองไปทางถังโยว!
ถังโยวสูดลมหายใจเย็นยะเยือก นางรีบปิดหน้า พลางแทรกกายเข้าไปในกลุ่มหยาอี พยายามซ่อนตัว แสร้งทำเป็นช่วยดับไฟ และยุ่งอยู่กับเหล่าหยาอี
ซูเยว่หยิ่งอยากขมวดคิ้ว แต่สำหรับนางในตอนนี้ การขมวดคิ้วเป็นการกระทำที่ยากมาก นางสงสัยว่าเหตุใดถังโยวจึงอยู่ที่นี่?! หากถังโยวอยู่ที่นี่ เช่นนั้น...หรือว่าลวี่เยาก็อยู่ที่นี่ด้วย?!
ความรู้สึกที่ถูกจ้องมองโดยเทพแห่งความตายทำให้ซูเยว่หยิ่งเสียวสันหลังวาบ นางตัวสั่นก่อนจะรีบหันกลับไปมองห้องของตัวเอง ดูเหมือนจะมีสัตว์ประหลาดกินคนอยู่ในนั้น! ซูเยว่หยิ่งอยากสงบจิตสงบใจ แต่มิอาจทำได้ นางจ้องประตูห้องอย่างอกสั่นขวัญแขวน
ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายจากการดับไฟ ดูเหมือนจะมีเสียงทารกร้อง!
ใบหน้าของซูเยว่หยิ่งซีดเผือด ดวงตาคู่งามหดเล็กลง นางคว้าตัวสาวใช้เสี่ยวยวี่ไว้แน่น พลางเดินตรงไปยังห้องของตัวเองทีละก้าว
แม้ถังโยวจะไม่รู้ว่าลวี่เยาวิ่งเข้าไปในห้องซูเยว่หยิ่งด้วยเหตุใด แต่นางรู้ว่า หากลวี่เยาถูกซูเยว่หยิ่งจับได้ อาจส่งผลร้ายต่อการกระทำของลวี่เยา นางจึงคิดจะไปขวางซูเยว่หยิ่ง แต่ไม่รู้จะทำเช่นไร นางกระทืบเท้าอย่างลุกลน พลางสงบอารมณ์ ก่อนจะโยนถังไม้ในมือทิ้ง และคิดจะเข้าไปขวางซูเยว่หยิ่ง
ชวีหนานอีแสร้งทำเป็นช่วยดับไฟ เมื่อมีเวลา ก็คอยมองถังโยวและลวี่เยาว่าทำอะไรอยู่ เขากลัวว่าทั้งคู่จะก่อความวุ่นวายขึ้นอีก
และมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ
จะอย่างไรคืนนี้ก็วุ่นวายถึงขั้นนี้แล้ว หากจะทำให้วุ่นวายกว่านี้อีกสักหน่อยเพื่อให้ใครบางคนเผยธาตุแท้ ก็เป็นความคิดที่ไม่เลว
เมื่อชวีหนานอีเห็นถังโยวรีบวิ่งเข้าไปในห้องซูเยว่หยิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เขาก็ตกตะลึงในใจ พลางเดาว่าลวี่เยาคงจะเข้าไปในห้องของซูเยว่หยิ่งแล้ว เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของลวี่เยา จึงกระซิบกับหลี่ต้าจ้วง หลี่ต้าจ้วงเรียกรวมตัวหยาอีที่อยู่ใกล้ ๆ และพุ่งตรงไปยังห้องของซูเยว่หยิ่ง
ซูเหลาเหย่แอบสังเกตพฤติกรรมของชวีหนานอีอยู่ตลอด เมื่อเห็นอีกฝ่ายจะเข้าไปในห้องซูเยว่หยิ่ง ซูเหลาเหย่จึงรีบกระโดดข้ามเหล่าหยาอีที่กีดขวาง พุ่งตรงไปด้านหน้าชวีหนานอี ก่อนกล่าวด้วยเสียงแหบแห้งราวกับฆ้องแตก “ใต้เท้าชวีคิดจะทำอะไร? ห้องของซูเยว่หยิ่งถูกตรวจสอบไปแล้วนี่!”
ชวีหนานอีคว้าข้อมือซูเหลาเหย่ และตะโกนด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล “เมื่อครู่มีชายชุดดำอาศัยความชุลมุนแอบเข้าไปในห้องคุณหนูซู เกรงว่านางจะเป็นอันตราย! รีบเข้าไปพร้อมข้า!” พูดจบ เขาดึงตัวซูเหลาเหย่วิ่งเข้าไปด้วยกัน
ซูเหลาเหย่เมื่อได้ยินว่ามีคนปองร้ายซูเยว่หยิ่ง ก็วิ่งตามชวีหนานอีไปโดยไม่รู้ตัว
ในเวลาเดียวกัน ซูเยว่หยิ่งเพิ่งเข้ามาในห้องของตัวเอง และได้ยินเสียงทารกร้องเบา ๆ นางรู้สึกใจสั่นพลางมองไปรอบ ๆ พยายามหาคนที่แสร้งทำเป็นภูตผี
คาดไม่ถึงสาวใช้เสี่ยวยวี่จะตื่นตระหนกมาก นางกระโดดขึ้นไปบนกล่องไม้ขนาดใหญ่สำหรับบรรจุเสื้อผ้า ก่อนจะแนบหูฟัง!
ซูเยว่หยิ่งคิด แย่แล้ว! แผนแตกแล้ว! หากรู้ว่าเป็นเช่นนี้ น่าจะฆ่าสาวใช้โง่เขลานี้ไปเสียตั้งแต่แรก!
ซูเยว่หยิ่งหันกลับมา คิดจะวิ่งออกไป ทว่าตรงประตูปรากฏร่างหนึ่งขวางไว้อย่างไม่รีบร้อน คนผู้นั้นทาปากสีแดงสด ตาข้างหนึ่งโตข้างหนึ่งเล็ก ใบหน้าฝั่งที่ตาโตบวมเป็นก้อนกลม ดูเหมือนภูตผีปีศาจ น่าตกใจไม่น้อย
ผ่านแสงจันทร์ ซูเยว่หยิ่งมองเห็นชัดเจนว่า คนที่ดวงตาเต็มไปด้วยการดูถูกผู้นั้นก็คือลวี่เยา!
ซูเยว่หยิ่งเห็นลวี่เยาแสยะยิ้มให้ พลางค่อย ๆ เหยียดนิ้วออกมา เผยให้เห็นเล็บที่เปรอะเปื้อนของนาง สีเล็บเหล่านั้นเกิดแสงประหลาดภายใต้แสงจันทร์ ทั้งดูมอมแมม และน่าขันในเวลาเดียวกัน ลวี่เยาเอาเล็บชี้ไปที่คอ พลางทำท่าคล้ายกับตอนกรีดมุมปากของซูเยว่หยิ่งในครั้งนั้น โดยกรีดลงบนใบหน้าตนเองสองครั้ง
ซูเยว่หยิ่งสูดลมหายใจเข้าอย่างแรง! รูม่านตาของนางหดเล็กลง ใบหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเล็กน้อยเนื่องจากความเครียด
เสี่ยวยวี่ไม่รู้ถึงความน่ากลัวของลวี่เยา และสงสัยว่าเหตุใดคนผู้นี้จึงมาเยี่ยมกลางดึก? นางรู้สึกกังวลเล็กน้อยเพราะรู้ความลับของซูเยว่หยิ่ง แต่สุดท้ายนางไม่ระแวงอะไรมาก คิดเพียงว่าห้องนอนของคุณหนู ไม่ใช่ใครก็สามารถบุกเข้ามา นางจึงตะคอก “กล้าดีอย่างไรถึงได้บุ...”
ซูเยว่หยิ่งคว้ากรรไกรเล่มหนึ่งบนโต๊ะเครื่องแป้ง แทงไปที่คอของเสี่ยวยวี่โดยตรง เมื่อดึงกรรไกร เลือดก็ทะลัก เสี่ยวยวี่จับคอตัวเองด้วยความหวาดกลัว ร่างของนางทรุดลงกับพื้น ชักกระตุกสองครั้ง ก่อนสิ้นใจขณะที่ดวงตาเบิกโพลง!
ซูเยว่หยิ่งพูดไม่ได้ ทว่ามันก็มิได้ทำให้นางฉลาดน้อยลง ชวีหนานอีและคนอื่น ๆ อยู่ด้านนอก นางสามารถสร้างเสียงดังเรียกความสนใจทุกคน ถึงตอนนั้น นางจะใส่ร้ายว่าลวี่เยาเป็นคนฆ่าเสี่ยวยวี่ คนอื่น ๆ จะเชื่อหรือไม่ นางค่อนข้างมั่นใจ เรื่องแค่นี้ลองทดสอบการต่อสู้ของลวี่เยาก็รู้แล้ว นอกจากนี้ เล็บของลวี่เยาก็คืออาวุธ เป็นอาวุธที่กรีดมุมปากของนาง หลักฐานชัดเจนเช่นนี้ นางต้องขอบคุณลวี่เยาที่บอกให้นางทราบ
ซูเยว่หยิ่งนึกแผนการออกอย่างรวดเร็ว นางคิดถึงสิ่งที่จะเชื่อมโยงมาถึงตัวเองและหนทางหลบหนีก่อนจะลงมือ เมื่อทำสำเร็จ นางจะรีบไปกวาดน้ำมันตะเกียง และพยายามจุดไฟเผาห้อง เพื่อดึงความสนใจของชวีหนานอี
แผนการของนางไม่เลว ทว่านางลืมไปว่าลวี่เยาเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิต และไม่เคยปล่อยให้ใครมีโอกาสเล่นตุกติก
ในขณะที่เสี่ยวยวี่ล้มลงกับพื้น ลวี่เยาก็ได้ลงมือ นิ้วทั้งห้าของนางกลายเป็นใบมีด ปาดผ่านคอของซูเยว่หยิ่ง! ท่าทางแบบนั้นเป็นการฆ่าปิดปากชัด ๆ!
ในการเผชิญหน้ากับกลอุบายชั่วร้าย ควรคำนึงถึงการรักษาชีวิตเป็นอันดับแรก
ซูเยว่หยิ่งก้าวถอยหลังด้วยความตกใจ ทว่าลวี่เยากลับขยับเข้าไป แต่ละก้าวล้วนแต่เอาชีวิต ในขณะที่ซูเยว่หยิ่งถอยจนไปถึงขอบโต๊ะ ลวี่เยาใช้นิ้วแทนใบมีดปัดไปมา ก่อนจะกรีดผ่านหน้าอกของซูเยว่หยิ่ง เลือดไหลซึมออกมาจากชุดกระโปรงสีชมพู
ซูเยว่หยิ่งตกใจจนหน้าซีด ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตรอดไปทำตามแผนดึงความสนใจชวีหนานอีดังที่คิดไว้หรือไม่? นางไม่กล้าชักช้าเสียเวลา เตะกล่องไม้ขนาดใหญ่ แผ่นกระดานที่พื้นเปิดออก ก่อนจะกระโดดลงไปและหายวับไปกับตา
ลวี่เยายิ้มพลางกล่าวในใจ ‘คิดจะเล่นแผนที่เตรียมไว้กับข้า เจ้ายังอ่อนหัดนัก’ นางเตะกล่องไม้พลางกระโดดลงจากกล่องไม้ใบใหญ่ ไล่ตามซูเยว่หยิ่งไป
ศัตรูที่ใช้งานได้คือสหายร่วมรบที่ดีที่สุด
เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ
ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g
***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***