Fallen paradise

    #31 อาณาจักรภูลิอัน/โอเปอเรชั่นภูเขาทมิฬ

    ณ ยานรบหลักของอาณาจักรภูลิอัน ราชาริชาร์ดทรงมองดูหน้าจอที่แสดงผลการรบทั้งสามด้านแต่ดูเหมือนพระองค์จะทรงสนใจด้านปีกซ้ายมากที่สุดเมื่อเห็นกองกำลังของตัวเองกำลังเคลื่อนที่เข้าประชิดกำแพงพระองค์ได้สั่งการสแกนพื้นที่บริเวณป่าและสั่งให้กองทหารที่ทำการแทรกซึมพื้นที่อยู่รายงานอย่างละเอี่ยดและแล้วสิ่งที่พระองค์ทรงคาดการณ์ไว้ก็ปรากฏ

    “เอาสนามรบปีกซ้ายขึ้นจอใหญ่”

    “ซูมกล้องและส่งโดรนสอดแนมที่อยู่ใกล้เคียงไปทางป่าประมาณ 3 กิโลเมตร”

    “ถอยกองทหารสอดแนมกลับมาภายใน 2 นาที”

    “ใช่ ติดต่อแม่ทัพใหญ่ซีซ่า”

    “ข้าแต่พระองค์ ซีซ่าพูดสายพะยะค่ะ”

    “ยืดระยะการขึ้นป้อมเอาไว้และเตรียมป้องกันปีกซ้ายขบวนแห่นางแมวใกล้มาถึงแล้ว”

    “พะยะค่ะ”

    “เลิกกัน”

    “ให้ยานบินทิ้งระเบิดออกตัวได้และต้องถึงเป้าหมายภายใน 10 นาทีและสั่งฝูงบินขับไล่ไทป์ไฟเตอร์ฝูงบินที่หนึ่งออกไปในทันที”

    “พะยะค่ะ”  เมื่อราชาริชาร์ดให้คำสั่งแก่เจ้าหน้าที่ในกองบัญชาการเสร็จพระองค์ทรงนั่งลงบนโซฟาพลางหัวเราะในใจเบาๆ

     

    ณ สนามรบเอซึ่งตอนนี้กำลังเร่งฝีเท้าเพื่อเข้าไปใกล้กำแพงป้อมปราการ เมื่อพวกเขาเคลื่อนที่ใกล้ถึงป้อมปราการอยู่ๆก็มีคำสั่งหยุดก่อนที่กองร้อยนักเวทย์ของอาณาจักรจะสร้างบันไดน้ำแข็งขึ้นมาหลังจากนั้นกองทหารโล่ก็เดินขึ้นบันไดน้ำแข็งไปอย่างเป็นระเบียบแต่เอก็สังเกตุได้ว่าทหารโล่เริ่มมาเตรียมพร้อมด้านข้างกองร้อยที่สามที่เอประจำอยู่อย่างผิดสังเกตุทันใดนั้นเองเอ เขาก็ได้สังเกตุเห็นว่ามีเสียงของแตรศึกดังกึกก้องจากป่าด้านข้างและหลังจากเสียงแตรศึกดับลงก็มีเสียงฝีเท้าของอะไรบางอย่างดังก้องป่าหลังจากนั้นไม่นานเอก็ได้เห็นเหล่าไรเดอร์ที่ขี่วาร์คปรากฏตัวขึ้นสำหรับเอจำนวนของไรเดอร์นั้นนับไม่ถ้วน และที่โดดเด่นก็เห็นจะเป็นไรเดอร์ตัวเขียวที่ตัวสูงใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไปซึ่งขี่วาร์คสีม่วงตัวใหญ่แลดูเหมือนตัวของวาร์คนั้นจะปล่อยกระแสไฟฟ้าสีม่วงรอบๆมันด้วย จากการที่เอเห็นเหล่าไรเดอร์มากมายออกมาจากป่าทำให้เขาสั่นสะท้านแต่ด้วยอะไรบางอย่างเอก็เหมือนจะสงบลงอย่างน่าประหลาดเขาหันไปมองเรกิสที่ตอนนี้สั่งให้กองร้อยของเธอถอยเพื่อเปิดทางให้แก่กองทหารโล่ขึ้นมาป้องกัน

    “เตรียมพร้อม” เสียงของแม่ทัพใหญ่ซีซ่าดังขึ้นและทันใดนั้นกำแพงเวทย์มนต์ได้เปลี่ยนจากทรงกลมค่อยๆเลื่อนขึ้นมาเป็นกำแพงที่ปิดกันป้อมปราการในขณะที่เปิดโล่เวทย์ออกก็มีเสียงไจโรคอปเตอร์บินเข้ามาในขณะที่มันกำลังใกล้เขามาเอก็กำลังเงิบกับการโจมตีทั้งทางบกและทางอาการทันใดนั้นเองยานบินขนาดเล็กก็เข้ามายิงสะกัดกั้นไจโรคอปเตอร์และหลังจากนั้นก็มีเสียงระเบิดต่างๆดังมั่วกันไปหมดซึ่งเอก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไดนักเนื่องจากกองทัพของเหล่าไรเดอร์ได้มาถึงแล้วเสียงดังระหว่างโล่ ดาบ ฟันและเนื้อดังสนั่นหลังจากที่ชนกันเมื่อมีการตายและเจ็บปรากฏเอก็เห็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขามึน นั้นก็คือไอ้ทหารโล่ที่อยู่ด้านหน้ามันอัพเลเวลได้ เลเวลมันเด็งต่อหน้าของเอจาก 200 ไป 201 แต่เขาก็มันได้เพียงนิดเดียวเท่านั้นเพราะไรเดอร์บางส่วนได้ผ่านกองทหารโล่มาได้แล้วเมื่อเข้าระยะยิงของเอเขาก็จัดการยิงดาบไฟไปยังศัตรูอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและแล้วก็มีไรเดอร์ที่ตกจากวาร์คกระเด็นมาทางที่เออยู่เขาก้มตัวหลบแล้วมองไปยังไรเดอร์ตัวเขียวตัวนั้นเมื่อเขาเห็นว่ามันยังตั้งหลักไม่ได้เขาก็สาวท้าวเข้าไปแกร่งพลังเสริมธาตุไปเข้าไปในดาบแล้วจ่วงแทงสุดแรงเกิดเข้าไปที่คอหอยของไอ้ตัวเขียว ไอ้ตัวนั้นมองเออย่างมุ่งร้ายแล้วต่อยเอเข้าไปที่ท้องทำให้เอกระเด็นออกมาหมอบที่พื้นตอนนี้สายตาของเอพลางมัวการมองเห็นของเขากลายเป็นสีแดงและเหมือนเขาจะใกล้กับปากทางยมโลกเขามองไปยังก็อบลินที่ตีเขามันค่อยๆถอดดาบออกจากคอของมันตาสีแดงที่มุงร้ายจ้องมาที่เขา มันก้าวย่างเข้ามาหาเขาแต่ทันใดนั้นเองดาบยักสีฟ้าก็ผ่าตัวของก็อบลินจนขาดครึ่งกระเด็นออกไป

    “ไม่ดีเลยนะเจ้าตัวเขียว เจ้าจะฆ่าลูกน้องของข้าไม่ได้นะ” ว่าเสร็จเรกิสก็หันหน้าไปหาเอ

    “เอเจ้านอนอยู่ตรงนั้นนั้นแหละ มองดูความแข็งแกร่งของข้าให้ดีละ” ว่าเสร็จเธอก็หันไปด้านสนามรบจากนั้นเรกิสเธอก็กระโดดออกไปฟันไจโรคอปเตอร์กลางอากาศแล้วพุ่งตัวเข้ากลางดงศัตรูจากนั้นเธอก็ฟาดดาบอย่างรวดเร็วความเร็วนั้นรวดเร็วมากกว่าเสียงทำให้การฟาดดาบแต่ละครั้งของเธอจะเกิดคลื่นกระแทกเป่าศัตรูที่อยู่รอบตัวกระเด็นออกไป  ละอองเลือดโปรยไปตามสายลม

    ‘อาาา สมแล้วที่ได้ฉายาสายลมสีชาด’ เอได้คิดในใจ