เมืองเวนดาเมื่อหนึ่งปีก่อน
ณ ชานเมือง มีครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ ครอบครัวนี้ประกอบไปด้วย อาร์เดล อเล็กเซียและเอเดน ทั้งสามเป็พี่น้องกัน
ในตอนนี้พวกเขากำลังเตรียมความพร้อมเพื่อไปร่วมงานวันส่งท้ายปี
"พี่อาร์เดล แต่งตัวเสร็จแล้วยัง เดี๋ยวงานก็เลิกกันพอดี รีบหน่อย" เอเดนได้ะโออกมาจากหน้าประตูบ้าน
"รู้แล้วน่า อย่ารีบนักสิ ฉันเพิ่งเลิกงานขอเวลาเตรียมตัวแป๊บนึง"
"รีบๆ หน่อย พี่อเล็กเซียนั่งรออยู่ในรถนานแล้ว เดี๋ยวก็โดนบ่นอีกหรอก"
"เสร็จแล้วๆ อ้อเอเดน ช่วยเดินไปบอกอเล็กเซียให้ขับรถแทนฉันหน่อย วันนี้เหนื่อยมาก ฉันอยากพักสายตา"
"ผมขับให้เอาไหม"
"ตลกแล้ว นายต้องทำใบขับขี่ก่อน ช่วยหน่อยนะเดี๋ยวฉันตามไป"
(แล้วทำไมพี่ไม่เดินไปบอกเอง) เอเดนแค่คิดออกมาแต่ก็ไม่กล้าขัด
ระหว่างที่เอเดนกำลังเดินไปที่รถก็ได้มีเหตุการณ์ฝนดาวตกเกิดขึ้น
จากนั้นไม่นานก็มีแสงสีส้มขนาดใหญ่เกิดขึ้นที่ปลายขอบฟ้าทางเดียวกับเมืองเวนดา พวกเขาทั้งสามที่เห็นเช่นนั้นต่างก็ประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อตั้งสติได้ อาร์เดลได้พาน้องๆ กลับเข้ามาภายในตัวบ้าน ก่อนจะให้อเล็กเซียและเอเดนเช็กข่าวสารจากอินเทอร์เน็ตว่ามันเกิดอะไร ส่วนตัวเขาจะไปเอาวิทยุสื่อสารมา เนื่องจากอาร์เดลทำงานเป็เ้าหน้าที่ดับเพลิงเขาจึงมีวิทยุส่วนตัวสำหรับติดต่อถึงศูนย์ใหญ่ภายในเมือง
อาร์เดลได้ติดต่อกลับไป เขาได้ทราบถึงเหตุการณ์คร่าวๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หัวหน้าของเขาบอกกับอาร์เดลว่า อาจจะมีเหตุก่อการร้าย ทำให้เกิดเพลิงไหม้ไปทั่วทั้งเมือง
หัวหน้าจึงเรียกอาร์เดลให้กลับมา เพื่อช่วยเหลือชาวเมือง
เมื่อได้รับคำสั่งเขาจึงเดินมาบอกน้องของเขาทั้งสอง
"ฉันต้องเข้าไปในเมือง ตอนนี้พวกเขา้าเ้าหน้าที่ทุกคน"
อเล็กเซียและเอเดนพวกเขาไม่สามารถค้นหาข้อมูลอะไรได้เลย เนื่องจากสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่สามารถใช้การได้ เอเดนกังวลว่าจะเกิดเื่ไม่ดีขึ้นกับพี่ชาย เขาจึงได้เอ่ย
"พี่อย่าเพิ่งไป ตอนนี้เราไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย มันเสี่ยงเกินไป"
"ไม่ได้หรอก มันเป็หน้าที่"
"งั้นผมขอไปด้วย"
เมื่อเอเดนเอ่ยขึ้นมา อเล็กเซียเธอจึงขอตามไปด้วย
"ไม่ มันอันตราย" อาร์เดลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
"พี่ ถ้าอยู่ที่นี่พี่คิดว่ามันจะปลอดภัยกว่าอย่างนั้นเหรอ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วอีกอย่างบ้านของเราไม่ได้อยู่ไกลจากตัวเมืองเท่าไหร่ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น พวกเราจะทำยังไง"
ตัวของอาร์เดลถึงแม้ว่าจะเป็ห่วงและไม่อยากให้น้องของเขาไปด้วยสักแค่ไหน แต่ก็ถูกเอเดนเซ้าซี้จนต้องเปลี่ยนใจ เขาก็เลยตัดสินใจพาน้องๆ ไปด้วย อย่างน้อยๆ ถ้าอยู่ใกล้กันเขาก็น่าจะปกป้องทั้งสองได้ จากนั้นพวกเขาก็ออกเดินทางทันที
ระหว่างที่พวกเขากำลังเดินทางก็ได้พบเจอกับผู้คนมากมายที่พากันอพยพออกมาจากเมือง จำนวนผู้อพยพมีมากซะจนไม่สามารถใช้รถเพื่อเดินทางต่อได้ อาร์เดลจึงเปลี่ยนแผนพาน้องๆ เดินเท้าเข้าสู่เมือง
ระหว่างทาง อเล็กเซียเห็นผู้คนจำนวนมากได้รับาเ็ ตัวเธอทำงานเป็พยาบาลจึงไม่อาจนิ่งเฉย อเล็กเซียได้บอกกับอาร์เดลว่าเธอจะอยู่ที่นี่คอยช่วยเหลือผู้คน และให้ทั้งสองเข้าไปช่วยผู้คนภายในเมือง ทำให้พวกเขาต้องมุ่งหน้าไปเพียงแค่สองคน
เมื่อทั้งสองไปถึง เมืองเวนดาแทบจะล่มสลายไปแล้ว เมืองแห่งนี้ ณ ตอนนั้นมีประชากรอาศัยอยู่เกือบหนึ่งแสนคน แต่ภาพตรงหน้าของพวกเขาก็คือเมืองทั้งเมืองที่พังทลาย ผู้คนนับพันเสียชีวิตอยู่ตามริมทาง อีกทั้งทางที่พวกเขาต้องเดิน แทบไม่มีที่ๆ จะให้พวกเขาย่างก้าวต่อไปได้อีก เพราะซากศพที่อยู่ตรงหน้ารวมถึงเศษซากของสิ่งก่อสร้างต่างๆ ได้ขวางทางพวกเขาเอาไว้
อาร์เดลคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่น่าจะเป็ฝีมือของผู้ก่อการร้าย สิ่งที่เห็นมันรุนแรงเหมือนเพิ่งเกิดภัยพิบัติ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถึงจะเป็แบบนั้นพวกเขาก็ยังพยายามจะเข้าไป เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต
ทั้งสองเดินไปตามทางอย่างมีความหวังว่าจะเจอผู้คนที่้าความช่วยเหลือ พวกเขาเดินเข้าไปอย่างยากลำบาก และเพราะความพยายามนั่น ทำให้พวกเขาได้เจอกับผู้รอดชีวิตกลุ่มหนึ่งที่กำลังวิ่งหนีจากอะไรบางอย่างอยู่ เอเดนที่เห็นกำลังจะตามคนพวกนั้นไป แต่อาร์เดลก็ได้ห้ามเขาเอาไว้ ทันใดนั้นเองทั้งสองก็ได้พบเจอกับสิ่งมีชีวิตที่เหมือนกับอสูรร้ายไล่ตามกลุ่มผู้รอดชีวิตมา
อาร์เดลและเอเดนได้เห็นสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวนี้ จึงไม่กล้าขยับตัว อย่าว่าแต่จะเข้าไปช่วยเลย แม้กระทั่งการระงับความกลัวของตน ยังแทบทำไม่ได้ โดยเฉพาะเอเดน เขาหวาดกลัวกับสิ่งที่ได้พบเจออย่างมาก
ด้วยความกลัว ทำให้เขาเกือบจะส่งเสียงร้องออกมา แต่อาร์เดลก็เข้าไปปิดปากเขาเอาไว้ได้ทัน ทั้งสองหลบอยู่หลังซากปรักหักพัง และทำได้แค่มองดูอสูรร้ายที่กำลังสังหารผู้คนต่อหน้าต่อตา
อาร์เดลโอบกอดเอเดนที่กำลังอยู่ในอาการหวาดกลัวและให้กำลังใจเขา
"พวกเราต้องรอดออกไป พี่สัญญา"
เอเดนที่กำลังช็อกไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เมื่ออาการหวาดกลัวของเขาดีขึ้น อาร์เดลก็รีบพาน้องของเขาออกไป เขาอาศัยซากประหลักหักพังเป็เกราะกำบังและย้ายจุดไปเรื่อยๆ แต่ในระหว่างทางที่พวกเขากำลังเดินอยู่นั้น เอเดนก็ดันก้าวพลาดจนทำให้เกิดเสียงดัง มันทำให้อสูรตนนั้นพุ่งตรงมาหาพวกเขาทันทีโดยไม่สนใจสิ่งกีดขวาง เสียงของอสูรร้ายที่ได้ชนทุกสิ่งทุกอย่างบ่งบอกถึงทิศทางของมัน อาร์เดลรู้แบบนั้นเขาจึงตั้งใจจะถ่วงเวลาให้เอเดนหนี
"เดี๋ยวฉันล่อมันไว้เอง รีบไปซะ"
"แต่พี่"
"รีบหนีไป เดี๋ยวฉันจะไปเจอกับแกแน่นอน วิ่ง!!"
เอเดนวิ่งออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก แต่เขาก้าวออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ได้พบเจอกับอสูรอีกตนยืนขวางทางเขาเอาไว้ อสูรทั้งสองค่อยๆ เดินเข้ามา ทำให้ทั้งสองคนต้องค่อยๆ ก้าวถอยหลัง พวกเขาถอยไปเรื่อยๆ จนหลังของทั้งสองติดกับซากปรักหักพัง
ในวินาทีนั้นอสูรทั้งสองตนได้เงื้อมือเพื่อจะสังหารพวกเขา อาร์เดลไม่มีทางเลือกอื่นเขาจึงผลักเอเดนออกไปเพื่อไม่ให้โดนการโจมตี
.....
[อ่อนแอจริงๆ พวกมนุษย์]
สิ้นเสียงคำพูด ทันใดนั้นออร่าอันมหาศาลก็ได้ปกคลุมรอบตัวของอาร์เดล และเมื่อออร่าจางหายไป ก็ปรากฏร่างของอาร์เดลที่กลายเป็อสูร จังหวะนั้นเป็่ที่อสูรทั้งสองฟาดมือลงมาพอดี เขาจึงใช้มือรับการโจมตีของอสูรคลั่ง ทันทีที่โดนตัว แขนของอสูรก็สลายในทันที ไม่ทันที่พวกมันจะได้ทำอะไร เพียงแค่อึดใจอาร์เดลก็อ้อมไปอยู่ด้านหลังของพวกมัน จากนั้นก็ใช้ฝ่ามือแตะไปที่หลังของพวกมันทั้งสอง เพียงแค่นั้นร่างของพวกมันก็ได้สลายหายไปกลายเป็แค่ฝุ่นผง ราวกับพวกมันไม่เคยมีตัวตนมาก่อน
เมื่อจัดการได้แล้วอสูรอาร์เดลก็ได้ยืนอยู่ตรงหน้าของเอเดน
"พี่ ใช่พี่จริงๆ ใช่ไหม"
เมื่อจบคำพูดของเอเดน ร่างอสูรของอาร์เดลก็ค่อยๆ คลายออก
"นายไม่เป็ไรใช่หรือเปล่าเอเดน" หลังจากพูดจบเขาก็ล้มลง เอเดนจึงรีบเข้าไปช่วยพยุงเขาขึ้นมา
"พี่รู้ไหมว่าพี่น่ากลัวมากเลย ว่าแต่พี่ทำได้ยังไง"
"ฮ่าๆ ไม่รู้สิ แต่ฉันคงเสียภาพลักษณ์พี่ชายที่แสนดีไปหมดแล้วสินะ"
เอเดนเขาจึงได้เอ่ยออกมาเบาๆ
"ภาพลักษณ์อะไรนั่นมีซะที่ไหนกันเล่า"
"ได้ยินนะเ้าน้องนี่ แต่จะยังไงก็เถอะเรารีบออกไปจากตรงนี้กันดีกว่า ไม่รู้ว่ายังมีพวกมันเหลืออยู่อีกหรือเปล่า"
เมื่อเป็เช่นนั้นทั้งสองก็ได้รีบพากันออกมาจากเมือง
ในระหว่างเดินกลับอาร์เดลก็ได้เอ่ยกับเอเดน
"เอเดน อย่าบอกเื่นี้กับอเล็กเซียเด็ดขาดนะ ฉันไม่อยากให้เธอต้องเป็ห่วง"
"ครับๆ รับทราบแล้ว"
ในที่สุดทั้งสามก็ได้กลับมาเจอหน้ากันอีกครั้ง เมื่อได้เจอกันเอเดนก็เอ่ยขึ้นทันที
"พี่อเล็กเซียรู้หรือเปล่าเมื่อกี้พี่อาร์เดลกลายเป็สัตว์ประหลาดด้วยแหละ"
" !!! "
"พี่อาร์เดลเขาช่วยเมืองของพวกเราเอาไว้ พี่เขาเป็ฮีโร่"
เอเดนพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่แสนภาคภูมิใจ