เทียนใช้อัดฝ่ามือยูไลเข้าใส่คนทั้งสิบอีกชุด ไม่สนใจว่าใครจะตกใจแค่ไหน จนทั้งสิบคนแม้มีพลังยุทธ์ระดับจักรพรรดิ แต่พอโดนฝ่ามืออัดเข้าไปไม่รู้กี่ร้อยกี่พัน
ก็สร้างความมึนงง พอสมควร เทียนซัดเข็มพิษยาชาเข้าใส่คนทั้งสิบไปอีกคนละ ไม่ต่ำกว่าคนละ 10 เข็มแล้วยิงดัชนีจี้จุดไปอีกคนละอีก 18 จุด ปล่อยเวทย์เหมันต์แช่แข็งคนทั้ง 10 เอาไว้เหลือแต่หัวโผล่ออกมา แล้วใช้ค่ายกลกรงขัง ทั้งหมดอีกสามกรง แล้วใช้เวทย์วงแหวนใส่เข้าไปอีก สามวง เทียนคิดว่าต่อให้มีพลังสูงแค่ไหน ก็คงหนีออกมาไม่ได้แน่
เทียนเห็นโคมวิเศษลอยไปลอยมา อย่างงงๆ เทียนใช้ฝ่ามือตัดสายสัมพันธ์กับองค์ชายหลิวเซียง เทียนเก็บโคมวิเศษเอาไว้ องค์ชายหลิวเซียงกระอักเลือดออกมาทันที จากนั้นเจ้าสำนักทั้งสิบและทุกๆ คนที่อยู่ในงานนี้ ก็กลับมามีพลังเหมือนปกติ อวี้หลันจำหน้าเทียนได้ เพราะเคยเห็นเทียนยืนอยู่ในป่าแสนปี คนเดียวแล้วไล่ทำร้ายคนทั้งหกจักรวรรดิ จนออกจากป่าแสนปีมาจนหมด จึงรีบกระซิบบอกกับอาจารย์ตัวเองทันที
“ ขอบใจพ่อหนุ่มมาก ที่ได้ช่วยพวกเราเอาไว้ในครั้งนี้” เจ้าสำนักเทพวิสุทธิ์รีบเอ่ยขอบคุณเทียน
“ ไม่เป็นขอรับ คนพวกนี้บังอาจกล้าทำร้ายพี่น้องแก๊งค์พยัคฆ์ม่านกู่ของข้า” เทียนดึงทั้งห้าคนเข้ามาใกล้ ๆ และถ่ายพลังเทพบริสุทธิ์ใส่คนทั้งห้าคน จนหายเป็นปกติแล้วมายืนข้างหลังเทียน เป็นแผง
“ พยัคฆ์ม่านกู่ ข้าไม่เคยได้ยิน” เจ้าสำนักเทพวิสุทธิ์สงสัย
“ พวกเราเพิ่งจะตั้งได้ไม่นาน” เทียนเอ่ยเบา ๆ
“ แล้วพ่อหนุ่มชื่ออะไร เกี่ยวอะไรกับสำนักม่านกู่หรือ” เจ้าสำนักท่านอื่น ๆก็เริ่มถามบ้าง
“ ข้าชื่อ ตี้เทียน เป็นศิษย์สายนอกของสำนักม่านกู่” เทียนบอกทุกๆ คน
“ อะไรกัน ฝีมือเจ้าระดับนี้ ทำไมเป็นแค่ศิษย์สายนอก” เจ้าสำนักคนอื่น ๆ เริ่มสนใจในตัวของเทียน
“ พอดีเพิ่งเข้าสำนักได้ไม่นาน” เทียนเอ่ยแบบไม่เต็มเสียง
“ ถ้าเจ้าอยากไปอยู่สำนักจงเฉิง ข้าจะให้เจ้าเป็นศิษย์สืบทอดเลย” เจ้าสำนักจงเฉิงรีบเอ่ยก่อนเลย แต่ว่าก็มีเจ้าสำนัก หนันเฉิง ซีเฉิง เป่ยเฉิง ก็เข้ามาพูดแบบเดียวกัน แต่เจ้าสำนักเทพวิสุทธ์ไม่กล้าเอ่ยแบบนั้น เพราะที่สำนักรับแต่สตรีเท่านั้น
“ ตี้เทียน หากเจ้ามีเวลาก็ไม่เยี่ยมเยียน สำนักเทพวิสุทธิ์ของข้าได้” เจ้าสำนักเอ่ยจบ อวี้หลันก็เดินเข้ามาหา
“ ขอบคุณ คุณชายตี้เทียน” อวี้หลันก้มคำนับขอบคุณเทียนเป็นพิธี
เทียนได้แต่ยิ้ม แล้วหันมามอง คนทั้งสิบที่เริ่มฟื้นคืนสติ
“ พวกเจ้าทั้งสิบมาก่อกวนต่อหน้า ข้าพี่ใหญ่แก๊งพยัคฆ์ม่านกู่ เจ้ารู้ไหมว่าต้องชดเชยให้พวกเราอย่างไร”
“ นี่เจ้าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ” องค์ชายหลิวเซียง เพิ่งจะเปล่งเสียงให้ได้ยินครั้งแรก เทียนยื่นมือเคาะไปที่หัวหนึ่งที เสียงดัง โป๊ก
“ ถามเรื่องหนึ่ง ตอบอีกเรื่อง นี่เจ้าฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องใช่ไหม “ เทียนเดินดูแต่ละคนแล้วต่างทำสีหน้าบิดเบี้ยว กัดฟัน
แต่ทำอะไรเทียนไม่ได้ เพราะถูกยาชา และจี้สกัดจุด ทั้งยึดเกาะด้วยน้ำแข็ง และอยู่ในกรงขังค่ายกล และกรงขังเวทย์ หมดปัญญาดิ้นรน
“ เจ้าต้องการเท่าไร บอกมาได้เลย” องครักษ์ที่พูดเก่งอยู่คนเดียวเอ่ยถามแทนทุกๆคน
“ พวกเจ้าจ่ายค่าไถ่มาคนละ 500 ล้านเหรียญ เจ้าองค์ชายนี่ ต้อง หนึ่งพันล้านเหรียญ แล้วค่อยกลับไปได้” เทียนเอ่ยจบฝูงชนต้องร้องฮือกันเป็นแถว ไม่คิดว่าเทียนจะเรียกค่าชดเชย มากขนาดนี้
“ นี้เจ้าคิดจะปล้นข้าหรือยังไง” องค์ชายหลิวตะโกนออกมาอย่างไม่พอใจ
เทียนตบเข้าที่หัวไปอีก 1 ทีดัง ป้าบ
เทียนนำดาบสวรรค์ออกมา แล้วกวัดแกว่งไปมา
“ ข้าไม่ได้ล้อพวกเจ้าเล่น พวกเจ้ามันคิดว่ายิ่งใหญ่ มีพลังเหนือกว่าคนอื่น อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่พอถูกคนอื่นกระทำบ้าง ทำเป็นไม่พอใจ ข้าถามอีกครั้ง จะจ่ายไหม”
เทียนทำท่าจะฟันคอองค์ชายคนแรก องค์ชายร้องลั่นออกมาทันที
“ ยอมแล้ว ๆ” ในที่สุดทุกคนก็ยอมจ่าย พวกเขาในคนบนเรือติดต่อทางนกพิราบสื่อสาร ในที่สุดก็มีเรือเหาะมาพร้อมกับทหารอีกเกือบห้าร้อยคน พอมาเห็นสภาพคนทั้งสิบ คนที่ถือเงินมาถึงกับตกใจ ไม่คิดว่าเมืองเล็ก ๆ แบบนี้จะมีใครสามารถขู่เอาเงิน กับ องค์ชายหลิวเซียงได้ พอส่งมอบเงินให้เทียนเสร็จ เทียนใช้มือพัดทีเดียว ทุกคนก็กลับมาเป็นอิสระเหมือนเดิม
“ ตี้เทียน คืนโคมวิเศษของข้ามาด้วย” องค์ชายหลิวเซียงยังหน้าด้านขอคืนอีก
“ อีกสามปี หากเจ้าทำตัวดี ข้าจะคืนให้เอง” เทียนตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
แต่องค์ชายหลิวเซียงกับพวกแค้นใจยิ่งนัก ไม่กล้าทำอะไรเวลานี้ กลัวว่าเทียนจะเรียกโคมวิเศษมาทำร้ายพวกตน ทำให้ทั้งหมดจากไปอย่างโกรธแค้น เทียนโยนเงินทั้งหมดไปให้ลูกน้องทั้งห้าคน
“ เอาเงินพวกนี้ไป สร้างโรงทาน 9 แห่ง” เทียนสั่งลูกน้องทั้งห้าคน
" ทั้งหมดเลยหรือขอรับ" เจ้าหนึ่งตกใจที่เทียนจะสร้างโรงทานทั้งหมด
" อืม"
" สร้างโรงทานแล้ว เงินที่เหลือ ทำอะไรต่อดีขอรับ” เจ้ารองถามต่อ
“ นำเงินที่เหลือไปซื้อที่ดินเอาไว้ แล้วค่อยสร้างที่พักให้คนยากไร้ต่อไป” เทียนบอกไปตามที่คิดเอาไว้อยู่แล้ว จากนั้นเทียนกลับสำนักแล้ว เล่าเรื่องนี้ให้อาจารย์เจ้าสำนักฟังก่อน
“ จักรวรรดิเมฆคราม มีอาณาเขตใหญ่กว่าครึ่งของทวีปเมฆคราม ชื่อทวีปเลยตั้งตามจักรวรรดิเมฆคราม จักรวรรดิของเราเทียบไม่ได้มันต่างกันจริง ๆ แต่ว่าชื่อเสียงของแท่นอัญเชิญอัสนีของเจ้า มันทำให้จักรวรรดิเมฆคราม ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม กับจักรวรรดิเจิ้งหนัน เพราะ เวลานี้เราได้เป็นพันธมิตรกับจักรวรรดิคิงส์หยางแล้ว เรื่องเกิดสงคราม ไม่ต้องห่วง จักรพรรดิเมฆคราม เป็นคนดีมีศีลธรรม ไม่อยากเชื่อว่าจะมีโอรสอย่างองค์ชายหลิวเซียงได้ โคมวิเศษเป็นของสำคัญของบรรพบุรุษพวกมันคงไม่ยอมง่ายๆ แน่ แต่ถ้าพวกมันข่มขู่ผ่านจักรวรรดิเจิ้งหนัน เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าคงต้องคืนพวกมันไป” เจ้าสำนักม่านกู่ แนะนำ ส่วนเรื่องตี้เทียนเจ้าสำนักบอกก็มอบป้ายศิษย์หลักให้อีกอัน คนจะได้ไม่สงสัย ส่วนคนที่รู้เรื่อง ก็มีแค่อาจารย์กับศิษย์อีกสองคนเท่านั้น เทียนกลับไปที่ห้องพัก แล้วนำโคมวิเศษออกมาศึกษาทันที
เทียนใช้ ดวงเนตรสวรรค์ วิเคราะห์ วัตถุดิบ แล้ว คุณวิเศษของมันว่ามีอะไรบ้าง ทำไมแสงที่ส่องออกมาจาก โคมวิเศษ ที่มีรูปร่างคล้ายดอกบัวนี้ ถึงได้มีพลังทำให้คนหยุดนิ่ง หมดแรงได้อย่างง่ายดาย
โดยเฉพาะไส้โคมไฟวิเศษ หากได้กินเข้าไปจะทำให้มีอายุยืนเป็นหมื่นปี แต่น่าเสียดายเวลานี้ไส้โคมวิเศษสั้นแค่นิดเดียวไม่สามารถเอามากินได้ เทียนก็เก็บรายละเอียดของพลังจากโคมวิเศษได้ทั้งหมดแล้ว จากนั้นเทียนเด็ดโคมดอกบัวออกมา 1 กลีบ แล้วทำการสร้างดอกบัวใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งดอก โดยใช้พลังสร้างสรรค์ของนิรันดร์ที่สี่ ในที่สุดก็ทำการเลียนแบบได้ขึ้นมาอีก 1 ดอกเป็นโคมสีทอง ต่างต้นฉบับที่เป็นสีขาว และ อัพเกรดให้กลายเป็นอาวุธทำลาย โดยนอกจากจะใช้สะกดวิญญาณให้ทุกคนอ่อนแรง แล้ว กลีบดอกบัวยังเป็นอาวุธสังหารได้อีกด้วย เสียดาย ไส้โคมวิเศษเทียนไม่สามารถทำให้มันยาวขึ้นมาได้อีก
จึงได้แต่ใช้เป็นอาวุธวิญญาณได้อย่างเดียว เทียนรีบเดินทางไปสำนักเทพวิสุทธิ์ทันที เพื่อที่จะมอบ โคมไฟเอาไว้ให้ อวี้หลันไว้ป้องกันภัย จากพวกขององค์ชายหลิวเซียงในอนาคต พอเทียนไปถึงสำนักเทพวิสุทธิ์ เทียนก็ขอพบกับอวี้หลันทันที ศิษย์ที่เฝ้าประตู้จำเทียนในรูปลักษณ์ของตี้เทียนได้ จึงแจ้งไปที่อวี้หลันทันที เทียนใช้หน้าตาของตี้เทียน เพื่อมาพบอวี้หลัน เพราะคิดว่าถ้าหากนำโคมวิเศษมาให้ในนามหลี่เทียน กลัวว่าอวี้หลันจะสงสัยได้ อวี้หลันมากับ บ่าวรับใช้สองคนยืนอยู่ด้านข้าง
“ ไม่ทราบว่า คุณชายตี้เทียนมีธุระอะไรกับข้าหรือ?” อวี้หลันสงสัย
“ ข้า นำโคมวิเศษมาให้ หากมีใครมารังแก แม่นางจะได้ใช้ป้องกันตัวได้”เทียนรีบเอ่ย
“ ของวิเศษมีค่าเช่นนี้ อวี้หลัน รับไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ” อวี้หลันปฏิเสธไม่ยอมรับ
“ ที่ข้านำมาให้ เพราะคนๆ หนึ่งฝากให้ข้ามา และให้บอกว่า มันเป็นอาวุธวิญญาณที่เขาสร้างขึ้นเลียนแบบ ไม่ใช่โคมวิเศษของจริง”
“ ใครกัน”
“ ซูเทียน เขาเป็นสหายของข้า” เทียนรีบอ้างชื่อซูเทียน ทำให้อวี้หลันรีบรับไปทันที เทียนบอกวิธีใช้ อวี้หลันขอบคุณเทียนที่นำมาของวิเศษมาให้ และถามถึงหลี่เทียนทำไมไม่มา
“ เขาต้องไปรักษาคนป่วย “ เทียนพูดสั้นๆ แล้วขอตัวกลับทันที
อาจารย์เหมยซานเข้ามาหา อวี้หลันทันที
“ ดูเจ้าหนุ่มนี่ก็ไม่เลวน่ะอวี้หลัน ได้ของวิเศษมาก็นำมาให้เจ้าทันที” อาจารย์เหมยซานกล่าวแล้วยิ้ม
“ พี่เทียนเป็นคนสร้างขึ้นมา ไม่ใช่ของจริง เป็นของเลียนแบบ เขาเป็นสหายกัน พี่เทียนให้เอามาให้” อวี้หลันรีบบอกด้วยท่าทางเอียงอาย
“ จริงหรือ ซูเทียนเป็นคนสร้าง เจ้าเด็กนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ ดูถ้าเขาจะเป็นห่วงเจ้าเป็นพิเศษนะ” อาจารย์เหมยซานมองดูโคมวิเศษสีทอง แล้วอดทึ่งไม่ได้ที่เทียนสามารถสร้างได้ขนาดนี้ ส่วนอวี้หลันก็ได้แต่สัมผัสที่โคมวิเศษ อย่างทะนุถนอม
เทียนกลับมาสำนักม่านกู่ ก็ถูกอาจารย์เจ้าสำนักเรียกเข้าไปหาอย่างเร่งด่วน พอเข้าไปถึง เจ้าสำนักก็อยู่กับ องค์จักรพรรดิเจิ้งหนัน
“ อาเทียน ข้าบอกจักรพรรดิไปแล้วเรื่องตี้เทียน เจ้าไม่ต้องปิดบังหรอก” เจ้าสำนักบอกออกมา เทียนกลายร่างกลับเป็นเด็กชายวัย 10 ขวบเหมือนเดิม จักรพรรดิเห็นแล้วยังอึ้งไปพัก แต่ว่านึกขึ้นมาได้ว่ามีเรื่องสำคัญมาปรึกษา
“ ข้าได้รับสาสน์จากจักรวรรดิเมฆคราม ว่าต้องการให้เจ้าคืนโคมวิเศษให้กับองค์ชายหลิวเซียง ภายในสามวัน มิเช่นนั้น พวกเขาจะโจมตีจักรวรรดิเจิ้งหนันของเรา”
“ อาเทียน เรื่องนี้มันเกี่ยวพันกับคนจำนวนมาก ข้าแนะนำให้เจ้าคืนให้พวกเขาไปเถอะ” อาจารย์เจ้าสำนักแนะนำ
“ พวกเขาบอกว่า โคมวิเศษมันของสำคัญของบรรพบุรุษ ไม่ว่าจะเสียคนเท่าไร
พวกเขาก็ไม่สนใจต้องนำโคมวิเศษกลับคืนมาให้ได้” จักรพรรดิ เอ่ยอธิบายแต่ก็ต้องแล้วแต่เทียนจะตัดสินใจ
“ ได้ข้าจะทำที่ท่านอาจารย์บอก อีกสามวันข้าจะคืนโคมวิเศษให้” เทียนบอกไปแบบนั้น เพราะไม่อยากให้คนบริสุทธิ์ ต้องมาเดือดร้อนด้วย เทียนขอลากลับไปที่พัก พอถึงที่พักเทียนก็นำ โคมวิเศษออกมา แล้วก็เด็ด กลีบออกมา หนึ่งกลีบ
แล้วทำการลอกเลียนแบบ ด้วยพลังนิรันดร์ที่ ที่สี่ และ ที่ห้า ทำให้เกิดโคมวิเศษสีขาวเพื่มขึ้นมา เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน เทียนเก็บของแท้เอาไว้ แล้วเตรียมเอาของลอกเลียนแบบคืนกลับไป
พอครบสามวันมีกองทัพขนาดย่อมกว่า พันคนมากันบนเรือ มังกร ขนอาวุธมาเต็มอัตราศึก ยืนรออยู่ที่หน้าสำนักม่านกู่ มีชายหนุ่มวัย 30 ปี สวมชุดเกราะสีทองยืนอยู่ด้านหน้า มีองค์ชายหลิวเซียงยืนอย่างสงบด้านข้าง ส่วนด้านหลังล้วนมีแต่ยอดยุทธ์ระดับจักรรพรรดิ์นับร้อยคน ยืนอยู่ โดยมีอาจารย์เจ้าสำนัก กับ จักพรรดิเจิ้งหนัน ยืนเจรจากันอยู่ พอเทียนมาถึง ก็ถูกเรียกเข้าไปหา โดยจักรรพรรดิเจิ้งหนันรีบเอ่ยก่อนทันที
“ ตี้เทียน นี่คือ องค์ชายหลิวอี้ รัชทายาทแห่งจักรวรรดิเมฆคราม”
“ องค์รัชทายาท” เทียนทักทายตามธรรมเนียม จากนั้นก็เอา โคมวิเศษของที่ทำเลียนแบบขึ้นมามอบ คืนไป องค์ชายหลิวเซียง รีบเข้าไปสัมผัสแล้วพยักหน้าให้กับองค์รัชทายาท เหมือนบอกว่านี่คือของจริง
“ ข้าต้องขออภัยทุกท่านในเรื่องที่น้องชายของข้า ทำเรื่องไม่เหมาะสม แต่โคมวิเศษ เป็นของสำคัญของบรรพบุรุษ ข้าเองก็จำเป็นต้องนำกลับคืนให้ได้ และที่ข้ามาในวันนี้ ก็เพื่อที่จะแจ้ง ให้ท่านจักรพรรดิเจิ้งหนัน และท่านเจ้าสำนักม่านกู่ว่าบัดนี้ มหันตภัยจากสัตว์อสูรได้กลับมาเยือนพวกเราชาวมนุษย์กันอีกแล้ว
ช่วงปีที่ผ่านมา ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ชายแดนเหนือนอกกำแพง ถูกพวกสัตว์อสูร จับกินเป็นจำนวนมาก ที่อยู่ใกล้ก็ย้ายหนีเข้ามาในกำแพงเมืองเป็นจำนวนมาก ในช่วงนี้ พวกมันผุดขึ้นจากรอยแยกของแผ่นดินกัน มากขึ้นทุกวัน หากเป็นเช่นนี้อีกไม่นาน พวกมันคงกลืนกินพวกเราชาวมนุษย์จนหมดทวีปเมฆครามของเราจนหมดแน่” องค์ชายหลิวอี้เล่ามาตอนนี้ก็หยุดเล่า แต่ได้ใช้หยก ส่งภาพออกมาให้ทุกคนได้เห็น ในภาพมีสัตว์ร้ายหลายพันตัว กำลังกัดกินร่างมนุษย์ พวกมันมี รูปร่างคล้ายตะกวดยักษ์ลำตัวมีเกล็ดคล้ายเกราะสีเงิน ขนาดใหญ่กว่ามนุษย์ สี่เท่า พวกมันผุดขึ้นมาจากดิน พอกินมนุษย์เสร็จก็มุดหายลงไปในดิน ทุกคนที่ได้แต่มองล้วนตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ อีกเจ็ดวัน พวกเราจะออกนอกกำแพงทำการล่าพวกมัน มียอดยุทธ์หลายจักรวรรดิเข้าร่วมกับเราในครั้งนี้ พวกเราหวังจะเจอผู้กล้าหาญจากจักรวรรดิเจิ้งหนันที่ชายแดนเหนือ” จากนั้นองค์ชายหลิวอี้ โยนเหรียญตรามาให้เทียน1อัน
เขียนตัวหนังสือ ’ ขุนพลล่าอสูร ’ เอาไว้ แล้วกล่าวออกมาว่า
“ ข้าหวังว่าจะเจอเจ้าที่ ชายแดนเหนือ เพื่อร่วมล่า อสูรนรกเหล่านี้ด้วยกัน...”