บทที่ 11
ครุยุทธ์ลึกลับ
ปราณอุทานเบิกตาโต เมื่อได้ฟังจนจบ “โหยยย...มีถึง 100 ขั้น แล้วท่านลุงเคยพบระดับพรหมยุทธ์ไหมครับ?”
“ระดับพรหมยุทธ์ยังไม่เคยมีใครไปถึง ว่ากันว่านั่นเป็ระดับที่เข้าใกล้พระเ้ามากที่สุดอุปสรรคและการใช้พลังฌานต้องถอดจิตได้เลยทีเดียว ระดับพรหมยุทธ์มีเพียงตำนานเท่านั้นในมหาพิภพอาเชียยังไม่มีใครััระดับพรหมยุทธ์”
“แล้วท่านลุงอยู่ขั้นไหนหรือครับ?”
เด็กน้อยยิงคำถามที่ไม่เคยถามท่านลุงมานานเขาเองก็อยากรู้ เพราะท่านลุงให้ความกระจ่างแก่เขาในเื่ฌานยุทธ์มาตลอดแสดงว่าท่านลุงเองก็ต้องหนึ่งในนักฌานยุทธ์
ท่านลุงนิ่งเงียบครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มแล้วหัวเราะเบาๆ ตอบเด็กน้อย “ข้าอยู่ในแวดวงฌานยุทธ์นี่แหละเห็นนักฌานยุทธ์มามากมาย ล้มหายตายจากกันไปก็เยอะ ดังนั้น สิ่งที่ข้าเล่าให้ฟังเป็เื่พื้นๆ เท่านั้นเอง ข้ามิได้เก่งกาจอะไรหรอก!”
ท่านลุงตอบไม่ตรงคำถามแต่ก็ไม่ได้ทำให้ปราณคาดคั้นเพราะเขาก็เดาเอาว่าท่านลุงต้องมีเหตุผล
‘ท่านลุงก็คงมีเหตุผลของท่าน คงเหมาะที่ข้าก็มีเหตุผลที่จะไม่บอกคนในหมู่บ้านว่าข้าได้ตำแหน่งยุวาจารย์เพราะบอกไป คงไม่มีประโยชน์ ถึงข้ารู้ตอนนี้ก็คงไม่มีผลอะไรกับข้า’
“ฝีมือของเ้าตอนนี้ เด็กธรรมดาต่อให้โตกว่าเ้าก็ไม่มีใครทำอะไรเ้าได้ แต่เมื่อเ้าเข้าเรียนที่มหรรณพาลัย เ้าจะเจอนักฌานยุทธ์มากหน้าหลายตาและอาจจะต้องต่อสู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง ดังนั้นเมื่อเ้าได้เข้ามาอยู่ในโลกฌานยุทธ์อย่างเต็มตัวแล้วสิ่งที่เ้าจะต้องรักษาไว้คือศักดิ์ศรีและความแข็งแกร่ง”
ท่านลุงมองปราณอย่างเอ็นดูแล้วสอนต่อ“อย่าลืมว่าเ้าไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้แต่เ้าก็มิใช่ผู้ชนะเสมอไปบางครั้งการแพ้เพื่อรักษามิตรภาพ ย่อมเป็สิ่งที่ดีกว่าชนะแล้วสร้างศัตรูหากเลี่ยงได้จงใช้ความอดทนที่มีสูงกว่าคนอื่น นำทางให้เ้าไปสู่ระดับพรหมยุทธ์ให้ได้ข้าเชื่อว่าอัจฉริยะอย่างเ้าจะสามารถบรรลุระดับพรหมยุทธ์ได้...เตรียมฝึกอาณาปานาสติมานั่งตรงนี้...แล้วถอดรองเท้าเสียด้วย”
ท่านลุงชี้ให้ปราณมานั่งบนหญ้าเขียวขจีถัดออกไปจากจุดที่ต่อสู้เล็กน้อยเด็กน้อยยิ้มด้วยพลังใจที่เต็มเปี่ยม ขยับมาพื้นหญ้าด้านข้างเด็กชายถอดรองเท้าออกตามท่านลุงว่า
“วันนี้ข้าจะปรับระดับขั้นการฝึกสมาธิให้เ้านั่งขาขวาทับขาซ้าย จากนั้นก็จับเท้าซ้ายขึ้นมาทับขาขวาฝ่าเท้าทั้งสองข้างจะหงายขึ้นมา เรียกการนั่งแบบนี่ว่า นั่งขัดสมาธิเพชรท่านั่งนี้สามารถสร้างความสมดุลของร่างกายได้มากกว่าการนั่งแบบขวาทับซ้ายลองดูสิเป็ยังไง?”
เด็กน้อยลองนั่งดู ด้วยความลำบากพอสมควรเพราะขาทั้งสองข้างมาขัดกันแน่นพอดีจากนั้นเขาก็ค่อยๆ ขยับร่างกายยืดลำตัวขึ้น หลับตาลงช้าๆ มือขวาวางทับมือซ้าย
“ส่วนมือของเ้านั้นมือขวาวางทับมือซ้ายนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างยกขึ้นมาชนกันให้ความรู้สึกว่ากระดูกปลายนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างชนกันพอดี...”
“จากนั้นเ้าหลับตาและนึกถึงหลักกายานุปัสสนา ๔ฝึกนั่งท่านี้ไปเรื่อยๆ เ้าจะรู้ว่าการการไหลเวียนพลังฌานของเ้าจะดูขึ้นกว่าก่อนมีความลื่นไหล ปลอดโปร่งกว่าเดิมบวกกับการที่พลังฌานยุทธ์ของเราเข้าสู่ขั้นลหุยุทธ์ก็จะยิ่งทำให้การหมุนเวียนพลังลมปราณในร่างกายของเ้าดีขึ้นเช่นกันใครที่ยังมีความยืดหยุ่นร่างกายไม่มากพอการนั่งขัดสมาธิเพชรจะเป็การบั่นทอนพลังฌานและสมาธิแต่ถ้ามีพลังที่นิ่งแล้ว การฝึกนั่งท่านี้จะยิ่งทวีความก้าวหน้า”
ปราณเริ่มซึมซับกับระบบการหายใจการนั่งขัดสมาธิเพชร ทำให้ร่างกายของเขาสมดุลดีขึ้นเขารู้สึกถึงพลังภายในที่หมุนเวียนลื่นไหลแรงขึ้น นิ้วหัวแม่มือที่ชนกันไว้ยิ่งเป็เสมือนสะพานเชื่อมระหว่างพลังของร่างกายซีกซ้ายและซีกขวาเขาไม่เคยรู้สึกถึงพลังลมปราณที่หมุนเวียนผ่านเส้นประธานทั้งสิบแบบนี้มาก่อน ‘เป็ท่านั่งที่ปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างแท้จริงถ้าวันแรกท่านลุงสอนข้าให้นั่งท่านี้เลย ข้าคงจะอึดอัดและทนไม่ไหวแน่ๆ’
**********
จวนท่านเ้าเมืองบ้านพักของสมุหเสนาแก่นนคร ร่างท้วมใหญ่ เดินวนไปมาด้วยความหงุดหงิด “หนอยแน่!เ้าเด็กปราณ เป็ยุวาจารย์แล้วยังไง? มันก็ยังเป็เด็กอยู่นั่นแหละมันจะมาเก่งกาจฉลาดรู้ดีกว่าผู้ใหญ่ได้ยังไง?”
แม้แก่นนครจะโดนพลังหมัดของปราณเข้าไปเต็มๆก็ยังไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น อีกทั้งความอวดดีในยศถาของตัวเองยิ่งสร้างความโกรธแค้นจนฝังลึก“ข้าเป็ถึงาุโสอง มันเป็แค่ไอ้เด็กชาวบ้านธรรมดาๆยังริอ่านจะมาสั่งสอนลูกๆ ของพวกเรา ข้ายอมไม่ได้”
แม่นายรัตนาภรณ์ภริยาสุดสวยของท่านผู้าุโสอง ส่ายหัวและอึดอัดไปด้วย “ท่านพี่ยอมไม่ได้...แล้วยังไง?ท่านก็เห็นแล้วว่าท่านเ้าเมืองให้ท้ายเ้าเด็กปราณนั่น!แม้กระทั่งลูกของตัวเอง ยังไม่สนใจที่จะช่วย ซ้ำยังไม่เอาความกับมันอีกข้าเห็นแล้วโมโหแทน”
แม่นายเป็คำเรียกขานเพื่อให้เกียรติภริยาของบรรดาอำมาตย์และเสนาทั้งหลายและจะได้ตำแหน่งยศเดียวกันกับสามีเมื่อฝ่ายชายเลื่อนตำแหน่งภริยาก็จะเลื่อนโดยอัตโนมัติแต่ก็ยังใช้คำนำหน้าว่าแม่นาย
“แล้วท่านพี่จะทำอย่างไรต่อไปพรุ่งนี้เ้าปราณก็ต้องมาสอนลูกของเราแล้วนะ!”
“ข้าจะไม่ให้ลูกของเราไปเรียนกับไอ้เด็กสามัญชนยากจนคนนั้นอย่างเด็ดขาด...หึหึหึ...คืนนี้ก็ให้คนไปกำจัดมันเสียก่อนจะรุ่งเช้า เท่านี้ก็จบเื่ยุวาจารย์อะไรนั่นก็จะได้เป็แค่เื่เล่าในตำนานต่อไป ฮ่าๆๆๆๆ”
**********
กลางดึกค่อนคืนผู้คนต่างเข้าบ้านชายชุดดำสวมผ้าคลุมหน้าสองคนะโลัดเลาะตามต้นไม้ใหญ่
“กะอีแค่เด็กตัวเล็กๆท่านผู้าุโถึงกับต้องให้พวกเราลงมือ เื่ตลกชัดๆ ฮ่าๆๆๆๆ”
“นั่นสิ มันจะเก่งกาจอะไรหนักหนาแค่เด็ก 6 ขวบ”
“เฮ้ย!เราก็รู้ว่าเ้าเด็กคนนี้ได้ตำแหน่งยุวาจารย์จากท่านเ้าเมืองแสดงว่ามันก็ต้องมีฝีมือพอสมควรล่ะ”
“แต่ข้าไม่เชื่อหรอกเด็กมันจะมาเก่งกว่าผู้ใหญ่ได้ยังไงล่ะ?”
“ท่านสั่งให้มาจัดการฆ่าไอ้เ้าเด็กนี่ก็จัดการเสียเถอะ”
ทั้งคู่มาหยุดอยู่ชายป่า เกือบๆจะถึงบ้านของปราณ แสงไฟสลัวบริเวณทางเดิน ให้แสงสว่างเพียงน้อยนิด บรรยากาศแบบนี้วังเวงชอบกล มีแต่เสียงลมและใบไม้ร่วงหล่น!
ชายทั้งคู่ะโสูงประมาณ 4 เมตร ลอยตัวข้ามถนนไปอีกฝั่งหยุดตรงพุ่มไม้ภายในบ้านมีเพียงแสงไฟสลัวเพียงดวงเดียวเปิดให้แสงสว่าง
“หลังนี้ไม่ผิดแน่นอน”
“แล้วจะรอช้าทำไมรีบๆ ซะ จะได้จบ”
“โครม....ม”
ชายคนหนึ่งถีบประตูจนหลุดออกจากบานพับ จนกระเด็นเข้าไปภายในบ้านอีกคนก็รีบวิ่งตามเข้าไปทันที บ้านขนาดกลาง บริเวณนี้เป็โถงกว้างมีโต๊ะอาหารวางอยู่ตรงกลางพร้อมเก้าอี้ 4 ตัวทั้งคู่พุ่งตรงเข้าไปยังห้องสุดท้ายที่ปิดประตูอยู่ แววตาเป็ประกาย
“โครม...ม...ม”
ประตูถูกแรงกระแทก กระเด็นออกอย่างแรงร่างเล็กๆ ภายในห้องงัวเงียทั้งขี้ตา เมื่อเห็นชายลึกลับบุกเข้ามาก็ตื่นทันที
“เ้าหนูมาให้จับตัวซะดีๆหรือเ้าอยากจะตายอยู่ที่นี่”
“พวกเ้าเป็ใคร? ข้าไม่เคยสร้างศัตรู”
“ข้าไม่รู้ว่าเ้าเคยทำอะไรแต่หน้าที่ข้าสองคนคือการส่งตัวเ้าไปลงนรกซะ”
มีดโค้งด้ามยาวถูกชักขึ้นมาจากเอวของชายทั้งสองยืนปิดทางออก มีดกวัดแกว่งไปมาดูหน้าหวาดเสียว เด็กน้อยเหงื่อแตกแต่ไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัว ปราณหายใจเข้าลึกๆเพื่อรวบรวมสติและความกล้าปลดปล่อยพลังฌานยุทธ์ในทันใด
วงแหวนสีม่วงปรากฏขึ้นส่องสว่างทั่วห้องแล้วหมุนวนรอบๆ ตัว ปราณกำหมัดแน่นออร่าสีขาวแผ่ปกคลุมรอบตัว
“อุ๊วะ...เด็กตัวแค่นี้ขั้นลหุยุทธ์แล้วหรือเนี่ย?สงสัยงานนี้ท่าทางจะเป็เื่จริง พวกเรายิ่งปล่อยไว้ไม่ได้”
จากนั้นชายทั้งคู่ก็เปิดพลังฌานยุทธ์บ้างปรากฎวงแหวนสีม่วงและสีน้ำเงินหมุนวนบ้าง
“ครุยุทธ์งั้นหรือ?”
“ฮ่าๆๆๆ ใช่แล้วไอ้หนูไม่น่าเชื่อว่านี่เป็งานแรกที่ข้าสองคนต้องเปิดพลังฌานยุทธ์แต่เมื่อเปิดออกมาแล้ว เ้าก็ต้องตาย”
มีดด้ามโค้งตวัดเข้าหาปราณอย่างรวดเร็วโชคดีที่ตัวเล็ก จึงสามารถหลบคมมีดได้อย่างฉับไว อีกคนไม่รอช้ารีบฟันมีดด้ามโค้งของตัวเองทันที...
หมัดซ้ายเปี่ยมด้วยพลังออร่าทรงกลมสว่างไสวถูกซัดเข้าท้องของชายคนแรกอย่างรุนแรงจนเซถลา ปราณใช้จังหวะนี้ปล่อยหมัดขวาที่มีออร่าทรงกลมเข้าปลายคางชายคนที่สองจนลอยละลิ่วหัวกระแทกเพดานบ้านที่สูงประมาณ3 เมตร
เด็กน้อยพุ่งออกจากห้องนอนอย่างว่องไว แล้วโจนทะยานออกจากบ้าน...ชายลึกลับทั้งสองที่เพิ่งเสียหลักรีบตามมาอย่างรวดเร็ว
ปราณมาหยุดยืนกลางถนนหน้าบ้านของตัวเอง‘ถึงเราจะหนี ท่าทางมันสองคนก็ไม่ปล่อยเราแน่ ถ้าอย่างนั้นก็สู้กันตรงนี้แหละเราอาจจะสู้ไม่ได้ อย่างน้อยๆ ก็อยู่ในที่โล่ง’
ชายทั้งคู่ตามลงมายังถนนด้วยท่าทางเตรียมพร้อม กระชับมีดโค้งในมือพลังฌานยุทธ์ยังคงปรากฏ เช่นเดียวปราณ
“เก่งดีนี่เ้าหนู อายุแค่นี่เป็ถึงขั้นลหุยุทธ์ แต่ยังไงซะเ้าก็สู้เราสองคนที่อยู่ขั้นครุยุทธ์ไม่ได้หรอกฮ่าๆๆๆ”
ปราณไม่รอให้พูดต่อพุ่งร่างเข้าหาอย่างทั้งคู่อย่างรวดเร็ว ด้วยความที่เป็เด็กตัวเล็กกว่าทำให้การหลบของเขาเป็ต่อ แม้เบื้องหน้าจะเป็ขั้นครุยุทธ์ถึงสองคนก็ไม่ได้สร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้นในจิตใจของเด็กน้อยเลย
ภาพการปล่อยพลังหมัดเมื่อตอนเย็นผุดขึ้นมาเขาพยายามรวบรวมพลังลมปราณให้เกิดการเคลื่อนไหวในแบบเดิม หายใจเข้าลึกๆได้ผล...มือทั้งสองข้างปรากฏออร่าพลังทรงกลม ปราณประสานฝ่ามือเข้าหากันจนขนาดลูกกลมนั้นใหญ่ขึ้นจนใหญ่กว่าลำตัวของเขา
“ย๊ากกกกก”
“ตู้มมมมมมม”
“เฮ้ย!!!!....โอ้ยยยย”
ออร่าพุ่งออกจากการประสานฝ่ามือเข้าหาชายทั้งคู่แบบไม่ทันตั้งตัวจนร้องลั่นร่างกระเด็นไปไกลปราณรีบพุ่งไปยังร่างของชายที่อยู่ใกล้สุดรวบรวมพลังมาที่ขาซ้ายแล้วเตะเข้าชายโครงอย่างแรงจนร่างนั้นกระเด็นออกไปอีก
ชายอีกคนค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นในขณะที่ตอนนี้ปราณเริ่มจะหอบ เขาพยายามรวบรวมพลังอีกครั้งแต่ตอนนี้รู้สึกว่าการไหลเวียนพลังฌานในร่างกายเริ่มช้าลง
‘อย่านะ! พลังฌานของข้า อย่าเพิ่งหมดตอนนี้’ เด็กน้อยทุ่มเทพลังอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนสิ่งนี้มันไม่ใช่การฝึก แต่มันคือความเป็ความตาย ถ้าแพ้คือตายอย่างแน่นอน...
“ร้ายนักนะเ้าเด็กนี่กล้าทำให้พวกข้าาเ็ได้ พวกข้าจะรีบปิดบัญชีซะทุกอย่างจะได้จบๆ กันไป” ชายคนที่โดนอัดไปก่อนค่อยๆ ประคองร่างมาสมทบกับพวก
“ปิดบัญชีได้แล้ว....มีดโค้งพายุคู่!”
ชายทั้งสองยืนหันหลังชนกันอย่างมั่นคงทั้งคู่จับมีดโค้งด้วยมือทั้งสองข้างแล้วชูขึ้นฟ้าพร้อมๆ กัน ใบมีดสะท้อนกับไฟแสดงให้เห็นความคมเงาอย่างชัดเจน ออร่าปรากฏขึ้นห่อหุ้มร่างทั้งคู่แล้วเลื่อนไปสู่มีดโค้ง
จากนั้นทั้งคู่คลายมือออกจากมีดเปลี่ยนเป็กางฝ่ามือควบคุมออร่านั้นไว้ มีดโค้งสองด้าม ค่อยๆ เชื่อมด้ามจับเข้าด้วยกันเป็มีดโค้งสองด้าน
ทั้งสองเหวี่ยงฝ่ามือไปด้านหน้ามีดวงเดือนหมุนวนพุ่งไปหาเด็กน้อยอย่างรวดเร็ว...