(จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย

    ตอนที่ 33 ความตกตะลึงของตงหยู

            หลังจากที่นำหินปราณเซียนระดับต่ำทั้งสิบก้อน วางเรียงกันเป็นวงรอบตัว


            เทียนจุนก็ค่อยๆสูดลมหายใจเข้าลึก ร่างกายของเขาสงบนิ่งราวกับสายน้ำกลางหุบเขา มือทั้งสองพนมเข้าหากัน ดั่งพระอรหันต์ที่กำลังเข้าสู่สมาธิ ก่อนที่เขาจะหลับตาลง ใบหน้าสงบเงียบและแน่วแน่


            “โอม...”


            เสียงบทสวดพุทธองค์ดังก้องขึ้นภายในจิตสำนึก


            คำสวดแต่ละคำก้องกังวานเป็นจังหวะ ก่อให้เกิดคลื่นพลังบางอย่างที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งร่างกาย


            ขณะเดียวกัน เขาก็เริ่มโคจรคัมภีร์อรหันต์พุทธะมหาเจ้าธรรมจักรนิพพาน


            ทันทีที่คัมภีร์เริ่มโคจร ปราณเซียนแห่งพุทธะภายในร่างกายของเขาก็เริ่มตอบสนอง


            “วูมมมม!”


            แสงสีทองอ่อนๆพลันเปล่งประกายออกมาจากร่างของเขา ลอยอ้อยอิ่งราวกับอักษรแห่งสวรรค์ที่จารึกอยู่ในวัฏจักรของพุทธะ คลื่นปราณเซียนอันสงบสุข ค่อยๆแผ่กระจายออกจากร่างของเขา ขยายออกไปยังอาณาเขตโดยรอบ


            ไม่นานนัก ปราณเซียนที่อยู่ในบรรยากาศ รวมถึงพลังเซียนที่กักเก็บอยู่ในหินปราณเซียนระดับต่ำทั้งสิบก้อนก็เริ่มตอบสนอง


            “ฟู่วววว!”


            พลังเหล่านั้นถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างของเขา พวกมันไหลเข้าสู่เส้นชีพจรและตันเถียนอย่างต่อเนื่อง ราวกับกระแสน้ำที่โอบล้อมแม่น้ำสายใหญ่


            เทียนจุนสามารถสัมผัสได้ถึง พลังอันบริสุทธิ์ที่กำลังหล่อเลี้ยงร่างกายของเขา


            ทุกเส้นชีพจร ทุกส่วนของตันเถียน—กำลังถูกขัดเกลาโดยพลังแห่งพุทธะ!


            ในเวลาเดียวกันที่อีกมุมหนึ่งของอาณาเขต


            ตงหยูกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในห้องของตนเอง ฝ่ามือทั้งสองวางอยู่บนเข่า พลางโคจรลมหายใจเพื่อบ่มเพาะพลังเซียน


            แสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านหน้าต่าง ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูสงบและลึกลับ


            “หืม?”


            แต่แล้วดวงตาของเขาพลันเปิดขึ้นมาอย่างฉับพลัน สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ


            “เกิดอะไรขึ้น?”


            “ดูเหมือนปราณเซียนในอาณาเขตกำลังหลั่งไหลไปยังบางสิ่ง..”


            ตงหยูขมวดคิ้ว เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติในอาณาเขตของบ้านพัก กระแสพลังเซียนที่เคยล่องลอยไปตามธรรมชาติ บัดนี้กลับพุ่งไหลไปรวมกันเป็นกระแสสายหนึ่ง และมันกำลังเคลื่อนที่ไปยังจุดศูนย์กลางบางแห่ง


            “นี่เป็นพลังของใครกัน?”


            ความสงสัยทำให้ชายหนุ่มต้องลุกขึ้นยืน ก่อนจะก้าวเดินตามสัมผัสของพลังเซียน


            ไม่นานนัก เขาก็มาหยุดอยู่หน้าห้องพักของเทียนจุน


            กระแสพลังที่รุนแรงและสงบสุข หลั่งไหลออกมาจากภายในห้อง ทำให้ตงหยูอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ


            “เป็นฝีมือของเขาเองเรอะเนี่ย?”


            ตงหยูจ้องไปที่ประตูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ


            “ชายหนุ่มผู้นี้ เขากำลังดูดซับปราณเซียนของอาณาเขตนี้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”


            “ไม่ธรรมดา!”


            ตัวของเขาได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก แววตาของเขาฉายประกายสับสน


            ก่อนหน้านี้ พวกเขาเพียงแค่คิดว่าเทียนจุนเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่ง แต่ตอนนี้ พลังของเขาอาจจะอยู่เหนือกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก


            ในเวลานั้น ตงหยูเริ่มอยากรู้อยากเห็น แม้ในใจจะรู้ดีว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง


            แต่ความอยากรู้อยากเห็นก็เอาชนะทุกสิ่งไปเสียแล้ว


            “อึก? ขอโทษนะท่านเทียนจุน!”


            เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พลางหันมองซ้ายขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนั้น


            ก่อนจะค่อยๆลอบผลักบานประตูออกอย่างเงียบเชียบ เสียงลั่นเบาๆของไม้ดังขึ้นเพียงแผ่วเบา


            ขณะที่ช่องว่างเล็กๆของประตูค่อยๆเปิดออก เผยให้เห็นภาพปรากฏการณ์ที่น่าอัศจรรย์ ภายในห้อง


            “พระเจ้าช่วย!!”


            สิ่งที่ตงหยูกำลังเห็น ทำให้ชายหนุ่มถึงกับต้องกลั้นหายใจไว้โดยไม่รู้ตัว


            เสียงบทสวดพุทธองค์ดังก้องออกมาจากปากของเทียนจุน เสียงนั้นไม่ดังมากนัก ทว่ามันแฝงไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์อันน่าเกรงขาม ทำให้ทุกถ้อยคำที่เปล่งออกมา ดูเหมือนจะสะท้อนก้องไปในห้วงจิตสำนึกของผู้ที่ได้ยิน


            แสงที่ทั่วร่างของเทียนจุน ก็เปล่งแสงสีทองอันเจิดจ้า


            แสงสีทองแห่งปราณเซียนที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มนั้นสว่างไสว วูบวาบไปทั่วทั้งห้อง ราวกับว่าพระพุทธองค์มาสถิตร่าง


            “ปะ.. ปราณเซียนแห่งพุทธะ!?”


            “เขาฝึกฝนวิชาสายพุทธะเรอะเนี่ย?!”


            ดวงตาของตงหยูเบิกกว้างและตื่นตระหนก เพราะเขาไม่คิดเลยว่าผู้บำเพ็ญเพียรที่ไม่โกนหัว จะเลือกเดินในเส้นทางสายนี้


            “น่าเหลือเชื่อ!!”


            ไม่ใช่แค่ร่างกายของเทียนจุนที่เปล่งแสง แต่ปราณเซียนที่อยู่รอบตัวเขา ทั้งพลังเซียนจากอากาศ ทั้งพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากหินปราณเซียน กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างไม่รู้จบ


            ในเวลานั้น สายตาของตงหยูพลันจับจ้องไปยังหินปราณเซียนระดับต่ำทั้งสิบก้อน


            “อะ.. อะไรกัน!?”


            ตงหยูกำลังเห็นกับตาว่าขนาดของหินปราณเซียนเหล่านั้นกำลังค่อยๆลดลง ราวกับว่าพวกมันกำลังถูกสูบพลังออกไปจนหมดสิ้น


            เทียนจุนผู้นี้กำลังดูดซับปราณเซียนรอบตัวในปริมาณที่มหาศาลและรวดเร็วมาก


            “ประสิทธิภาพในการดูดกลืนพลังเซียนระดับนี้


            “มันเป็นไปได้อย่างไรกัน!?”


            ชายหนุ่มได้แต่อ้าปากค้าง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตกตะลึง


            เพราะเขาเองก็เป็นผู้ฝึกตน และผ่านการฝึกฝนจากสำนักมาแล้ว และรู้ดีว่าผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ ไม่สามารถดูดซับพลังเซียนได้เร็วขนาดนี้ ต่อให้เป็นอัจฉริยะของสำนัก หรือผู้ที่มีพรสวรรค์เหนือคนธรรมดา พวกเขาก็ยังต้องใช้เวลาในการโคจรปราณ และค่อยๆซึมซับพลังอย่างช้าๆ


            แต่สิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้ามันเกินกว่าปรากฏการณ์


            “นี่มันเหนือกว่าขอบเขตของอัจฉริยะไปแล้ว!”


            “เขามีกายศักดิ์สิทธิ์? ใช่แล้ว เขาจะต้องเป็นบุตรแห่งโชคชะตาแน่ๆ!!”


            ตงหยูยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อเย็นที่ผุดขึ้นบนหน้าผากของตนเอง ดวงตาของเขาสั่นไหว


            เขามั่นใจว่าตัวเองไม่ได้มองผิดไป


            “สัตว์ประหลาดชัดๆ!”


            ความสามารถในการดูดกลืนปราณระดับนี้ แม้แต่ในสำนักที่เขาเคยฝึกตนก็ไม่เคยเห็นใครที่สามารถทำได้เช่นนี้มาก่อน เหล่าผู้ฝึกตนระดับสูงในสำนัก ยังต้องใช้เวลาสักพัก กว่าจะสามารถดูดซับพลังเซียนจากหินปราณเซียนให้หมดไปเพียงหนึ่งก้อน


            “เขากำลังดูดซับพลังจากหินปราณเซียนสิบก้อนพร้อมกัน!”


            “และกำจัดพวกมันจนเหือดแห้งไปอย่างรวดเร็ว!”


            “นี่มันไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์ธรรมดาควรทำได้”


            ตงหยูเข้าใจดีว่า บางครั้งฟ้าสวรรค์ก็ประทานศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดให้แก่บางคน


            คนเช่นนั้นมักถูกเรียกว่า "บุตรแห่งโชคชะตา" พวกเขาเป็นบุคคลที่เกิดมาพร้อมกับโชคชะตาที่โดดเด่นเหนือผู้อื่น


            มีโอกาสก้าวข้ามขีดจำกัดของสามัญชน และไต่เต้าสู่จุดสูงสุดของเส้นทางการบำเพ็ญเพียร


            และในตอนนี้ ตงหยูมั่นใจเป็นอย่างมาก เขาครุ่นคิดด้วยความจริงจัง


            “ชายที่ชื่อว่าเทียนจุนคนนี้จะต้องเป็นบุตรแห่งโชคชะตาอย่างแน่นอน!”


            เขากลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง ร่างกายของเขายืนนิ่งอยู่หน้าประตู ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว


            ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดความรู้สึกเคารพและหวาดหวั่นไปพร้อมกัน


            “หากข้าได้เป็นสหายกับชายผู้นี้.. ข้าอาจได้เห็นเส้นทางแห่งความเป็นเซียนที่แท้จริง!”


            ตงหยูสูดลมหายใจเข้าลึก ในใจรู้สึกปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขากำลังตระหนักถึงบางสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง


            “ข้าต้องบอกกับท่านพ่อ.. ให้ท่านรู้ว่าห้ามเป็นศัตรูกับคนผู้นี้เป็นอันขาด!!”


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย ที่คุณอ่าน