เมื่อเกวียนวัวเข้าสู่เมืองหนานจิงเฟิ่งเทียนจึงปลุกน้องๆตื่นเพื่อแวะซื้อขนมขึ้นชื่อของเมืองเพื่อนำไปฝากสมาชิกในไร่ตระกูลหวัง เด็กๆก็เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างหลังจากเสียขวัญกับเหตุการณ์ระทึกก่อนหน้านั้น หลังจากแวะซื้อของฝาก ทั้งหมดจึงเดินทางกลับไร่โดยครั้งนี้เฟิ่งเทียนได้ให้เสี่ยวเป่าเปิดระบบรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางจนถึงไร่ตระกูลหวังแต่ก็ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงใดๆเกิดขึ้นอีก
ยามเซิน(15.00น.-14.59น.) เสี่ยวหนิวเสี่ยวหน่ายเดินลากเกวียนที่เต็มไปด้วยสิ่งของมุ่งเข้าสู่หมู่บ้านป่าหมอก เฟิ่งเทียนและน้องๆเปิดผ้าม่านหน้าต่างขึ้นทั้งสองข้าง เด็กแฝดต่างพากันเกาะหน้าต่างแล้วโบกมือทักทายชาวบ้านที่ทำการเกษตรอยู่แถวๆนั้น พวกเขาดีใจที่ได้เดินทางกลับบ้านด้วยความปลอดภัย เมื่อกลับไปถึงไร่พวกเขาจะไปเล่าความเก่งกาจของพี่ใหญ่กับผู้คุ้มกันทั้งสองในการปราบโจรป่าให้กับพี่จางหู่ พี่จางซื่อ รวมถึงครอบครัวของเสี่ยวเฉิงฟัง
“ยินดีต้อนรับนายท่านขอรับ” อี้ิผู้เป็พ่อบ้านกับบรรดาคนงานในไร่ต่างเข้ามาทักทายเฟิ่งเทียนกับน้องๆรวมถึงเข้ามาช่วยขนสิ่งของที่เฟิ่งเทียนนำกลับมา
“อืม….ที่ไร่ไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่ท่านลุงอี้”
“ด้านพืชผักไม่มีปัญหาขอรับพวกมันเจริญเติบโตได้ดีทั้งไรทิศตะวันออกและทิศตะวันตกขอรับ แต่ว่า…จางหู่กับจางซื่อดูจะมีปัญหากับเ้าเทาขอรับ”
“เ้าเทามีปัญหาอะไรหล่ะ?” เฟิ่งเทียนถามด้วยความสงสัย
“เ้าเทามันไม่ยอมดื่มน้ำกับกินผักที่จางหู่กับจางซื่อนำไปป้อนให้ขอรับ…นี่ก็สามวันแล้วที่มันประท้วงแทบจะไม่ยอมกินอะไรเลยขอรับ ตอนนี้มันได้แต่นอนหมดแรงอยู่ในคอกขอรับ” พ่อบ้านอี้รีบชี้แจงให้กับนายของตน
“อืม..เดี๋ยวข้าจะไปดูเ้าเทาอีกที เดี๋ยวพวกเ้าขนสิ่งของทั้งหมดแล้วนำไปกองรวมกันไว้ที่โรงอาหาร หลังจากข้าไปดูเ้าเทา ข้าจะพาน้องๆไปอาบน้ำแล้วค่อยไปแยกสิ่งของที่โรงอาหาร ส่วนพี่ฉางไห่ พี่ฉางเหอหลังจากท่านนำวัวไปเก็บไว้ในคอก วันนี้ข้าอนุญาตให้พวกท่านพักได้”
“ขอรับนายท่าน”
“น้องรอง น้องเล็ก เราไปดูเ้าเทากันดีกว่า มันคงจะน้อยใจที่ไม่ได้ไปเที่ยวกับพวกเรา”
“ขอรับพี่ใหญ่/ขอรับพี่ใหญ่”
สามพี่น้องเดินมาที่คอกของเ้าเทา ก็พบกับจางหู่และจางซื่อกำลังทำความสะอาดคอกวัวและคอกลา ส่วนเ้าเทานั้นนอนนิ่งในกองฟางพร้อมกับคิดในใจว่า…เมื่อไหร่เ้านายน้อยของมันจะกลับมาซักที มันคิดถึงน้ำดื่มหอมๆกับผักหวานๆจะแย่อยู่แล้ว เพราะเ้าเด็กสองคนนี่ไปตักน้ำจากลำธารกับผักรสชาติจืดชืดในโรงอาหารใหญ่มาให้มัน มันแทบจะกินไม่ลงเลยจริงๆ…พรืด!
“ไงเ้าเทา ได้ข่าวว่าเ้าไม่ยอมกินอาหารอย่างนั้นหรือ?”
เฟิ่งเทียนทักทายสัตว์เลี้ยงของตน เมื่อเ้าเทาได้ยินเสียงของนายมัน มันรีบลืมตาลุกขึ้นเซไปมาเพราะไม่มีแรง มันรีบเดินมาที่รางน้ำดื่มพร้อมใช้เท้าหน้าเตะไปที่รางน้ำพร้อมกับส่ายหัว แล้วมันก็เอาเท้าหน้าไปเขี่ยกองผักกาดที่เริ่มเหี่ยวเฉาที่อยู่ด้านข้างพร้อมกับส่ายหัวถอนหายใจดังพรืด!
“อืม….อย่างนี้นี่เอง เ้านี่ชักจะเคยตัวแล้วนะ เ้ารู้หรือไม่ฮึเ้าเทา? จางหู่จางซื่อพวกเ้าไปเปลี่ยนน้ำใหม่ให้กับเ้าเทา ส่วนน้องรองกับน้องเล็กพวกเ้าไปตัดผักกาดในโรงเรือนสักสามหัวมาให้เ้าเทาหน่อยได้หรือไม่” เขาพอจะรู้สาเหตุแล้วหล่ะ เ้าเทาคงจะติดใจรสชาติของน้ำผสมน้ำทิพย์วารี์กับผักปราณิญญา แต่เมื่อพวกเขาเดินทางไปท่องเที่ยวหลายวัน จางหู่กับจางซื่อก็ไม่สามารถเข้าไปในบ้านได้จึงไม่ได้นำผักจากในโรงเรือนให้มันกิน
“ขอรับนายท่าน”
“ขอรับพี่ใหญ่”
เฟิ่งหลงกับเฟิ่งจินรีบวิ่งไปในบ้านพากันไปตัดผักกาดหัวโตตามที่พี่ใหญ่สั่งไว้ เมื่อทั้งสองถือผักกาดออกมาก็พบกับครอบครัวของเสี่ยวเฉิงที่กำลังวิ่งคาบลูกของมันมาจากลำธารหลังบ้าน เสี่ยวตงกับเสี่ยวตันตัวเปียกซก สงสัยจะแอบไปเล่นซนมาแน่ๆ
“อ้าวเสี่ยวตงกับเสี่ยวกัน พวกเ้าตัวเปียกมาเลย สงสัยจะไปเล่นน้ำที่ลำธารมาใช่หรือไม่” สองแฝดทักทายสัตว์เลี้ยงทั้งสี่ตัว ลูกหมาป่าทั้งสองเมื่อหลุดจากพ่อแม่ของมันได้ต่างก็วิ่งเข้ามาคลอเคลียเ้านายน้อยของพวกมัน
“ฮ่าๆ คิดถึงพวกข้าใช่ไหมหล่ะ พวกข้าก็คิดถึงพวกเ้าเหมือนกัน ป่ะ..พวกเราเอาผักไปให้เ้าเทากันเถอะ ตอนนี้มันคงจะหิวแย่แล้ว”
เมื่อน้องๆนำผักกาดขาวหัวใหญ่มาให้เ้าเทา เพิ่งเทียนก็หยดน้ำทิพย์วารี์ 1 หยดลงในรางน้ำดื่มของเ้าเทา ทันทีที่น้ำมีกลิ่นหอมหวานกับผักปราณิญญาหัวใหญ่ที่เ้านายน้อยทั้งสองนำมายื่นให้ เ้าเทาก็มีดวงตาเปล่งประกายก้มเลียน้ำพร้อมกับส่ายหัวเคี้ยวผักกาดขาวอย่างเอร็ดอร่อย
“เอาหล่ะหมดปัญหาของเ้าเทา น้องรองน้องเล็กพวกเ้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเดี๋ยวค่อยออกมาเล่นกับครอบครัวของเสี่ยวเฉิง”
“ขอรับพี่ใหญ่ / ขอรับพี่ใหญ่”
เด็กแฝดรีบวิ่งเข้าบ้านพวกเขาคิดถึงน้ำอุ่นๆจากท่อไม้ไผ่กับถังอาบน้ำขนาดใหญ่ของที่บ้าน ถึงแม้ว่าที่จวนของพี่ชายไห่หยานจะใหญ่โตแต่ห้องอาบน้ำก็ไม่สะดวกสบายเหมือนกับที่บ้านของพวกเขา หากเฟิ่งเทียนรู้ความคิดนี้ของน้องๆก็คงต้องหัวเราะพร้อมกับบอกว่า..น้องรองน้องเล็กห้องน้ำบ้านไหนก็ไม่สามารถเทียบเท่ากับห้องน้ำอัพเกรดยุค 2021 ของพี่ใหญ่ได้หร๊อก!! ^^
หลังจากสามพี่น้องจัดการตนเองเสร็จ พวกเขาก็พากันเดินมาที่โรงอาหารของไร่ เหล่าคนงานต่างแยกประเภทของสิ่งของไว้แล้ว ต้นกล้าผักและผลไม้นำไปเรียงไว้ด้านข้าง อาหารแห้ง ขนม อุปกรณ์ในครัวและสิ่งของที่พวกเขาไม่รู้จักก็วางอยู่บนโต๊ะ นี่เป็แค่ส่วนน้อยที่เขานำออกมาใส่ไว้ในเกวียนก่อนที่จะเดินทางเข้าหมู่บ้านป่าหมอก เพราะของสำคัญอีกมากอยู่ในช่องมิติ เฟิ่งเทียนเดินไปที่โต๊ะว่างอีก 1 ตัวแล้วนำสิ่งของจากในช่องมิติออกมา อาหารทะเลตากแห้ง รวมถึงอาหารทะเลสดๆที่เฟิ่งเทียนไปกว้านซื้อมาก่อนเดินทางกลับก็ปรากฏออกมา เหล่าคนงานที่มารวมตัวกันต่างตื่นตาที่เ้านายของพวกมันมีอุปกรณ์มิติ รวมถึงตื่นตากับกองมะพร้าวขนาดย่อม นี่แค่ของบางส่วนเท่านั้นเฟิ่งเทียนไม่ได้นำออกมาทั้งหมด เพราะเก็บรักษาไว้ในระบบย่อมยืดอายุและรักษารสชาติความสดใหม่ดีกว่านำออกมาไว้ภายนอก
เย็นนี้เฟิ่งเทียนและแม่ครัวของไร่ได้ทำข้าวผัดทะเลรวมมิตร ต้มจืดปลาหมึกยัดไส้ กุ้งเผากับน้ำจิ้มสามรส และเมนูพิเศษของน้องๆเป็ไข่เจียวหอยนางรม ที่ขาดไม่ได้ทุกคนในไร่ได้รับการแจกจ่ายมะพร้าวที่เฉาะเปลือกพร้อมดื่ม เหล่าบรรดาคนงานต่างชื่นชอบในรสชาติที่แปลกใหม่ พวกเขาตื้นตันใจมากเพราะอาหารทะเลนั้นมีราคาแพงแต่นายท่านของพวกเขาช่างใจกว้างกับทาสเช่นพวกเขา เมื่อทานอาหารเย็นเสร็จเฟิ่งเทียนกับน้องๆก็แจกจ่ายขนมที่ซื้อมาจากเมืองหนานจิงให้กับทาสทุกคน หลังจากนั้นทุกคนจึงแยกย้ายพักผ่อน ใครมีหน้าที่ก็ทำไปใครหมดหน้าที่ก็อาบน้ำพักผ่อนได้ตามใจชอบเพื่อเก็บแรงในการทำงานในวันพรุ่งนี้
เฟิ่งเทียนกับน้องๆเดินกลับบ้าน น้องๆทั้งสองคนพากันไปล้างหน้าบ้วนปาก เฟิ่งเทียนเลือกหนังสือนิทานภาพสีสันสวยงามจากคลังหนังสือให้กับน้องๆเพื่อนำไปอ่านในห้องนอนคนละเล่ม หลังจากนั้นเขาจึงเดินเข้าห้องครัวเพราะก่อนหน้าที่จะไปโรงอาหารเขาได้ตุ๋นไก่สามตัวในน้ำปราณิญญาไว้ในหม้อด้วยไฟอ่อนทิ้งไว้ เมื่อกลับมาไก่ที่ตุ๋นไว้ก็เนื้อนิ่มพอดีเฟิ่งเทียนจึงนำมาคลุกข้าวให้กับครอบครัวหมาป่า
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจเฟิ่งเทียนจึงเข้ามาในห้องนอน น้องๆทั้งสองคนก็หลับไปแล้วเพราะความเหนื่อยอ่อนจากการเดินทาง เฟิ่งเทียนจัดผ้าห่มให้กับน้องๆเอาหล่ะตอนนี้ถึงเวลาเปิดกล่องสุ่มหลังจากทำภารกิจซื้อทาสฉางไห่ฉางเหอสำเร็จ
“เสี่ยวเป่า เปิดระบบกล่องสุ่ม” เฟิ่งเทียนตื่นเต้น ครั้งนี้เขาจะได้อะไรดีๆมาอีกบ้าง
[เนื่องจากโฮสต์ทำภารกิจซื้อทาส และภารกิจฉุกเฉินได้สำเร็จ โฮสต์สามารถเปิดกล่องสุ่มได้ 2 ครั้ง]
“โอ้ดีจริงๆ เปิดระบบกล่องสุ่มเลยเสี่ยวเป่า” ในภาพความคิดของเฟิ่งเทียนกล่องสุ่มสีสันสดใส สลับแสงสียิ่งกว่าไฟดิสโก้ก็ปรากฏออกมาจากอากาศ เฟิ่งเทียนตัดสินใจยื่นมือกดกล่องสุ่มรับรางวัล แสงเจิดจ้าปรากฏจนเฟิ่งเทียนต้องหลับตาหลบแสงจ้านั้น ภาพที่ปรากฏออกมานั้นเป็ขวดโอสถใบเล็กกลิ่นหอมฟุ้งลอยออกมาจากกล่องสุ่ม
[ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับโอสถวิเศษเปิดพลังปราณ จำนวน 3 เม็ด : โอสถหนึ่งเม็ดสามารถเปิดพลังปราณได้ 1 ครั้งต่อ 1 คน]
“โอ้! ได้ของดีมาอีกแล้ว" หากเขาเปิดพลังปราณเขาก็สามารถเก็บโอสถที่เหลือไว้ให้กับน้องๆได้
"เสี่ยวเป่าเริ่มกล่องสุ่มครั้งที่สองได้เลย!” เฟิ่งเทียนถูมือด้วยความตื่นเต้น เปิดครั้งแรกก็ได้ของดีแล้วครั้งนี้จะได้อะไร เฟิ่งเทียนตัดสินใจกดหยุดกล่องสุ่มอีกครั้ง
[ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับตำราคัมภีร์วิเศษ : เคล็ดวิชาซ่อนเงาพยัคฆ์คำราม ]
“โอ้! ได้ของดีอีกแล้ว ไหนขอดูหน่อยสิว่าเป็ยังไง"
คัมภีร์วิเศษเคล็ดวิชาซ่อนเงาพยัคฆ์คำรามปรากฏขึ้นกลางอากาศ เฟิ่งเทียนเอื้อมมือหยิบหนังสือคัมภีร์สีทอง หน้าปกหนังสือมีรูปใบหน้าเสือดำที่มีดวงตาสีเหลืองทองและกรงเล็บที่กางทั้งสองข้างประดับอยู่ เฟิ่งเทียนพยายามเปิดคัมภีร์วิเศษแต่ทว่าทำอย่างไรก็เปิดไม่ออก ในขณะเดียวกันมีดสั้นเหล็กดำพยัคฆ์ทมิฬที่อยู่ในช่องเก็บของของระบบก็มีปฏิกิริยาตอบสนองกับคัมภีร์วิเศษเล่มนี้
“เสี่ยวเป่า ทำไมข้าเปิดหนังสือเล่มนี้ไม่ได้หล่ะ” เฟิ่งเทียนถามเสี่ยวเป่าด้วยความสงสัย
[วิธีการใช้ตำราคัมภีร์วิเศษ : เคล็ดวิชาซ่อนเงาพยัคฆ์คำราม : โฮสต์ต้องทำการเปิดผนึกตำราวิเศษโดยการหยดเืลงไปในดวงตาของพยัคฆ์ทั้งสองข้าง โดยมีข้อแม้ว่าโฮสต์จะต้องใช้มีดสั้นเหล็กดำพยัคฆ์ทมิฬกรีดาแเท่านั้นจึงจะสามารถเปิดผนึกตำราคัมภีร์วิเศษได้]
“เหมือนกับว่าของทั้งสองสิ่งมันเกิดมาคู่กันอย่างนั้นแหละ เรามาลองดูกันเถอะเสี่ยวเป่า”
เฟิ่งเทียนนำมีดสั้นเหล็กดำพยัคฆ์ทมิฬออกมาจากช่องเก็บของของระบบ มีดสั้นเฮยหู่ที่หลังจากการเปิดผนึกสนิมที่เคยเกาะอยู่รอบตัวมันก็ได้จางหายไป บัดนี้มันกลับเปล่งแสงวูบวาบสะท้อนแสงสีทองออกมารอบตัวของมัน เหมือนกับว่ามันดีใจที่ได้พบเจอกับคัมภีร์วิเศษเล่มนี้ เฟิ่งเทียนตัดสินใจใช้ปลายมีดที่แหลมคมกรีดลงไปที่นิ้วมือจนเกิดาแแล้วหยดเืลงในดวงตาพยัคฆ์ทั้งสองข้างในหน้าปกคัมภีร์วิเศษ ทันใดนั้นแสงสว่างสีทองของคัมภีร์วิเศษก็เปล่งแสงสีทองเจิดจ้าออกมาจนเฟิ่งเทียนต้องหลับตาหลบแสงจ้านั้น มีดสั้นเหล็กดำพยัคฆ์ทมิฬไม่รอช้ามันรีบลอยตัวเข้าปะทะแสงสีทองนั้น ทันใดนั้นเสียงคำรามของพยัคฆ์ก็ดังก้องไปทั้งหมู่บ้านป่าหมอกปลุกให้ผู้คนตื่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว เมื่อแสงจางหายไปเฟิ่งเทียนจึงลืมตาขึ้นมากลับพบกับลูกแมวสีดำที่มีดวงตาสีอำพันนั่งอยู่บนโต๊ะน้ำชาในห้องนอน
“อ้าว! คัมภีร์วิเศษกับมีดสั้นเหล็กดำพยัคฆ์ทมิฬหายไปไหน ทำไมเหลือแค่ลูกแมวดำแบบนี้หล่ะ?” เฟิ่งเทียนอดที่จะสับสนไม่ได้ของดีทั้งสองอย่างของเขาหายไปไหน ทำไมเหลือแค่ลูกแมวตัวเล็กแบบนี้เนี่ย?
[ข้าเฮยหู่เองขอรับนายท่าน] ลูกแมวดำดวงตาสีอำพันเปล่งเสียงออกมาสะท้อนในจิตใจของเฟิ่งเทียน
“เฮยหู่? เ้าคือมีดสั้นเหล็กดำพยัคฆ์ทมิฬอย่างนั้นหรือ แล้วคัมภีร์วิเศษหล่ะหายไปไหน?”
[เดิมทีข้าคือสัตว์อสูรระดับเซียนแต่ถูกสะกดิญญาไว้ในมีดสั้นเล่มนั้น ส่วนคัมภีร์วิเศษเป็มิติย่อยของข้าที่ได้สูญหายไปหลังจากที่ข้าถูกสะกดิญญา บัดนี้ข้าตามหาอีกส่วนของข้าเจอแล้วข้าจึงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ]
“แล้วทำไมตอนนี้เ้ากลายเป็ลูกแมวดำแบบนี้ได้หล่ะทั้งๆที่เมื่อครู่เ้าคำรามออกมาเป็เสียงพยัคฆ์มิใช่หรือ?”
[เนื่องจากข้าเริ่มกลับมามีชีวิต และระดับของนายท่านในการฝึกเคล็ดวิชาซ่อนเงาพยัคฆ์คำราม ยังไม่ได้เริ่มต้น หากนายท่านฝึกเคล็ดวิชาซ่อนเงาพยัคฆ์คำรามสมบูรณ์ ร่างกายของข้าก็จะพัฒนาเป็พยัคฆ์ทมิฬอีกครั้ง]
“แล้วข้าต้องฝึกเคล็ดวิชาอย่างไร ในเมื่อตอนนี้คัมภีร์เคล็ดวิชาได้รวมกับตัวเ้าไปแล้ว”
[เมื่อนายท่านเปิดพลังปราณสำเร็จ ข้าจะพานายท่านเข้าไปฝึกฝนเคล็ดวิชาซ่อนเงาพยัคฆ์คำราม ในมิติของข้า ซึ่งในมิตินั้นสามารถกำหนดระยะเวลาในการฝึกฝนในมิติได้]
“ถ้าเช่นนั้นอันดับแรกข้าคงต้องเปิดพลังปราณก่อนสินะถึงจะฝึกเคล็ดวิชาของเ้าได้ แต่ว่าข้าคงต้องไปขอคำแนะนำจากพี่ฉางไห่ พี่ฉางเหอในการเปิดพลังปราณเสียก่อนแล้วเราค่อยมาฝึกเคล็ดวิชาในมิติของเ้าอีกที แล้วเ้าหล่ะจะอยู่ด้านนอกกับข้าหรือจะเข้าไปอยู่ในมิติของเ้า”
[ข้าถูกขังไว้ในมีดสั้นมาหลายสิบปี ข้ายังอยากที่จะใช้ชีวิตอยู่ข้างนอก แต่เมื่อไหร่ก็ตามข้า้ากลับเข้ามิติข้าก็สามารถกลับเข้าไปได้ ดังนั้นข้าจึงขอรบกวนนายท่านช่วยดูแลข้าด้วย]
“สรุปเ้าจะเป็ลูกแมวดำติดตามข้าอีกตัวสินะ ได้สิแต่ว่าพรุ่งนี้เ้าคงต้องไปทำความรู้จักกับสัตว์เลี้ยงภายในบ้านของข้าทุกตัวด้วยหล่ะพวกมันจะได้ไม่ใ”
[ขอรับนายท่าน]
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้าน แล้วหลังจากนี้ข้าขอฝากตัวด้วยนะเฮยหู่^^”
[ข้าเองก็ขอฝากตัวเช่นกันขอรับนายท่าน]
******************************