ออสกับลูกหมูมองหน้ากันแล้วรีบเดินเข้าไปให้ห้องเรียนอย่างรวดเร็วโดยมีสาวๆเดินตามหลังเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้น”ลูกหมูถามเพื่อนที่อยู่ในห้องเรียน
ตอนนี้นิดกำลังจ้องไปที่ตุลหรือตุลาด้วยสีหน้าที่เดือดดาลโดยมียักษ์ยืนขวางอยู่เพราะกลัวจะมีเรื่องกัน
“ไอ้ตุลมันไม่ได้ลงอะไรเลยในงานกีฬา ทีนี้มันมีเดินพาเหรดยัยนิดเลยจะให้มันลง แค่ใส่ชุดมาสคอตสัตว์แล้วไปเดินประกอบท่าทางนิดหน่อยประมานชั่วโมงเดียวเอง แต่มันไม่ยอมลงเพราะนิดพยายามหว่านล้อมมันก็บอกว่าไม่คำเดียวแล้วใส่หูฟังทำเป็นไม่ได้ยินเฉยเลย นิดเลยปรี๊ดแตกอะ”เพื่อนที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกตอบ
ตอนนี้เพื่อนๆในกลุ่มก็เดินเข้าไปช่วยกันดึงนิดออกมาก่อนเพื่อจะได้ถามเรื่องราว
“เช้านี้ฉันไปคุยกับสโมสรนักศึกษา เขาต้องการคนเดินพาเหรดเพิ่มสาขาละคน มีดาวคณะที่อยู่สาขาธุรกิจออนไลน์ถือป้ายแล้วก็ตัวแทนสาขาอื่นๆไปใส่ชุดมาสคอตรูปสัตว์เดินตาม หมอนี่เป็นคนเดียวเลยที่ยังไม่ได้ลงชื่อทำอะไรสักอย่างฉันเลยคิดว่าจะให้หมอนี่ทำ แต่แม่งก็โคตรทำตัวกวนประสาทเลย"นิดอธิบายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ยังไงๆกิจกรรมนี้ก็เป็นกิจกรรมบังคับถ้าไม่ทำก็เรียนไม่จบแล้วงานนี้ก็ง่ายที่สุดแล้วด้วย
“แล้วแบบนี้มันจะเรียนจบหรอ”ปลายถาม ทุกคนในกลุ่มเองก็สนใจเหมือนกัน แต่นิดก็ส่ายหน้า
“ผมพอได้ยินมาครับ”คมเอ่ยขึ้นเมื่อนิดไม่มีคำตอบ
“พวกที่ไม่ผ่านกิจกรรมแบบนี้ตอนปี1 สุดท้ายแล้วจะไปลงร่วมกับน้องๆครับแต่จะไม่สามารถเข้าแข่งอะไรได้ลงได้แค่งานสนับสนุนและพวกน้องๆเองก็ไม่กล้าไม่ส่งชื่อด้วยส่วนใหญ่ที่ไม่ลงตอนปี1ก็จะไปแตะๆงานแล้วก็ผ่านแบบสบายๆ”คมอธิบาย
โอ้โห มักง่ายแล้วก็เห็นแก่ตัวสุดๆ
“แย่กว่านั้นก็มีปี4บางคนไม่ผ่านกิจกรรมคณะก็จะช่วยจัดอบรมความรู้อะไรสักอย่างแล้วก็เรียนจบไปทั้งๆแบบนั้น”คมเสริมต่อทำให้เพื่อนๆในกลุ่มแล้วก็ลูกหมูที่เดินเข้ามาฟังหันไปมองทางตุลเป็นทางเดียว
“โหสบายไปเปล่าแบบนี้ต่อๆไปเกิดมันเอาไปบอกต่อรุ่นน้องไม่แย่หรอ”
หลายๆคนเองก็คิดตรงกันไม่ใช่ทุกรุ่นจะยอมทำกิจกรรมกันเยอะเท่าปีนี้ ต้องบอกว่ารุ่นนี้ค่อนข้างโชคดีด้วยซ้ำเพราะปกติเด็กครอสที่เรียนเก่งมักจะมีอยู่เยอะที่ไม่ยอมร่วมกิจกรรมแต่ปีนี้มีคนไม่ให้ความร่วมมืออยู่น้อยมาก
จริงๆที่มันเป็นปัญหาต้องมาหาคนเพิ่มก็เพราะพวกรุ่นพี่ที่ดูแลพาเหรดพึ่งจะมาอยากได้คนใส่มาสคอตเพิ่มนี่แหละถ้าบอกตั้งแต่แรกๆแค่หาคนๆเดียวคงไม่ได้ยากขนาดนั้น
แต่ก็นะงานพวกนี้มันปรับกันได้ตลอดแหละ ก่อนหน้านี้อยู่ดีๆพี่นาน่ายังอยากได้คนขี่ม้ามาเปิดการแสดงเฉยเลยเพราะงั้นจะไปโทษรุ่นพี่อย่างเดียวก็ไม่ได้
“ถ้ามันไม่เดินก็ต้องหาคนอื่นสาขาอื่นเขาก็มีตัวแทนกันหมดก่อนอื่นต้องตัดคนที่เป็นหลีดกับแสตนออกก่อนเลยเพราะพวกนั้นต้องอยู่ประจำที่ในวันเปิดงาน”นิดพูดพลางหันไม่มองตุลด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่เธอต้องแก้ปัญหาก่อน
“งั้นก็คงต้องเป็นพวกที่ลงสนับสนุนหลีดแสตนแล้วแหละ เพราะพวกที่แข่งกีฬาไม่น่าเหมาะ"ออสพูดกับนิด ก่อนจะหันไปมองตาลกับมีมี่
“อะไร…ฉันลงสนับสนุนหลีดไปแล้ว”พอเห็นออสหันมามองตาลก็รีบพูดดักไว้ก่อนอย่างรวดเร็วทำเอาออสคิ้วกระตุก
…แล้วไอ้ที่ลงชื่อไปเนี่ยได้ไปทำซะที่ไหน โผล่มาแค่วันเดียวแถมยังแค่มาถ่ายรูปโพสเหมือนจะทำงานแล้วก็หายหัวเลย
“เฮ้เพื่อน”ขณะนั้นเองลูกหมูก็ตัดสินใจเดินเข้าไปคุยกับตุลอีกครั้งอย่างเป็นกันเองโดยหวังว่าจะพอคุยกับอีกฝ่ายได้
….เงียบ ไม่ตอบเลยแม้แต่น้อย แถมยังทำเหมือนไม่ได้ยินอีก ปฏิกริยาของตุลทำเอาลูกหมูยิ้มแห้งๆ
ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีคนไร้มารยาทได้ขนาดนี้
“เดี๋ยวฟ้าลองเข้าไปคุยดีๆดูนะ”ฟ้าที่ดูจะอ่อนโยนที่สุดเอ่ย ทุกคนในห้องต่างก็ลงชื่อไปหมดแล้วว่าใครจะทำอะไรเพราะงั้นเธอไม่อยากให้นิดต้องไปนั่งขอร้องคนที่เขาทำหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว
“นี่ตุล ทำไมไม่อยากเดินหละแค่ประมานชั่วโมงเดียวเองแล้วก็ผ่านกิจกรรมนี้ไปเลย”ฟ้าพยายามหว่านล้อมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“ไม่”เสียงตอบห้วนๆอย่างเย็นชาดังออกมาทำให้รู้ว่าถึงจะใส่หูฟังแต่ไอ้นี่มันก็ได้ยิน
"แต่มันจะมีปัญหาเรื่องกิจกรรมนะ ฟ้าว่าทำให้มันผ่านไปดีกว่ามั้ย"
“พอเถอะ มันน่ารำคาญฉันสมัครมาเรียนไม่ได้มาทำกิจกรรม”
“แต่มหาวิทยาลัยเขาก็มีข้อกำหนดเรื่องการทำกิจกรรมนี่ เพราะงั้นก็ถือว่าสมัครมาทำกิจกรรมด้วยตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่รึไง”นิดที่ตอนนี้ยืนอยู่กับพวกออสแทรกขึ้นด้วยความหงุดหงิด
พอถึงตรงนี้ฟ้าก็เงียบไปเนื่องจากตุลหันหน้ากลับไปแล้ว ถึงแม้ว่าตุลจะไม่ได้พูดกับฟ้าเสียงแข็งเหมือนคนอื่นแต่ฟ้าก็ไม่สามารถทำให้เขายอมให้ความร่วมมืออยู่ดี
ฟ้าได้แต่หันมาส่ายหน้าเหมือนจะบอกว่าไม่มีประโยชน์
“เหอะ นี่ออสขอแรงหน่อย”นิดหันมาพูดกับออสทำให้เขารู้สึกระแวงยังไงก็ไม่รู้
“เอ่อ..ว่าไง”
“ทำให้มหาวิทยาลัยไม่ช่วยไอ้พวกนี้ทีดิ ในเมื่อกำหนดมาแล้วว่าไม่ทำกิจกรรมเรียนไม่จบก็ต้องไม่จบจริงๆไม่ใช่พอถึงเวลาก็ช่วย”นิดบอกกับออสด้วยสีหน้าเคืองๆ
อ่อ นึกว่าจะให้เขาลงไปเดินเสียอีกเพราะเอาจริงๆถึงเขาจะให้ที่ซ้อมกับพวกหลีดแต่เขาก็แทบจะไม่ได้ลงมือทำอะไรเหมือนกัน
แต่ก็นะเขาเองก็ไม่ค่อยชอบแบบนี้เหมือนกัน สิ่งที่ตุลทำมันน่ารังเกียจ ถ้าไม่ทำเพราะมีเหตุผลอะไรก็มานั่งคุยกันแต่นี่กลับเมินไม่สนอะไรเลย คิดว่ามาเรียนไม่ได้มาทำกิจกรรมแบบนี้มันไม่ถูก เพราะกิจกรรมมันก็เป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยกำหนดขึ้นมาเหมือนกัน จะมาเอาเปรียบคนอื่นแล้วหาเรื่องเอาชื่อไปใส่รวมกับรุ่นน้องหรือว่ารอมหาวิทยาลัยปล่อยผ่านตอนใกล้จบมันเอาเปรียบคนอื่น
“อ่าก็ได้แหละมั้งเดี๋ยวลองคุยให้ดู”ออสตอบ
“แต่มันจะดีหรอนิด แค่ไม่ทำกิจกรรมจะเอาให้เรียนไม่จบเลย”เพื่อนๆบางคนทัก
“ดีสิ ก็มหาวิทยาลัยกำหนดมาแล้ว อีกอย่างคนแบบนี้เรียนจบออกไปก็ทำงานไม่รอดหรอก”
“ไร้สาระ ถ้าฉันทำงานเก่งบริษัทไหนมันจะกล้าไล่ฉันออกถ้าไม่ได้มีปัญหาเรื่องงาน จะมาอ้างทำแบบนี้มีประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคตหละสิเหมือนพวกรุ่นพี่ตอนรับน้อง เหอะทุเรศ”ตุลที่ฟังอยู่แทรกด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด เขาไม่เชื่อว่าถ้าเขาเรียนดีมหาวิทยาลัยจะไม่ให้เขาจบ
นิดได้ยินก็ตัวสั่นด้วยความโกรธ เอาเธอไปเปรียบกับพวกรุ่นพี่พวกนั้นเนี่ยนะ
“โอ๊ย กะอีแค่หาคนเดินพาเหรดเพิ่มคนเดียวจะไปยากอะไร”อยู่ตาลก็แทรกขึ้นมา
“เอามานี่”เธอเดินเข้ามาดึงเอกสารที่ใช้ลงชื่อจากนิดไป
หลังจากนั้นก็หยิบปากกามาเขียนท่ามกลางความตะลึงของเพื่อนๆ แม้แต่ตุลที่กำลังแกล้งทำเป็นไม่สนใจก็ยังต้องหันมามอง
พอเสร็จแล้วเธอก็ส่งกลับมาให้นิดแล้วก็เดินเชิดๆกลับไปด้วยสีหน้ารำคาญ
พอนิดมองมาที่เอกสารก็ต้องกุมขมับ ชื่อที่ยัยนั่นเขียนไม่ใช่ชื่อตัวเองแต่เป็นชื่อของมีมี่