ค่ำคืนอันเงียบสงัดในโรงพยาบาลเอกชนย่านใจกลางกรุงเทพฯถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟสีขาวนวลจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่ส่องสว่างอยู่เหนือทางเดินยาวหน้าห้องผ่าตัดฉุกเฉินทุกอย่างดูสะอาดเรียบร้อยและมีระเบียบ เสียงเครื่องปรับอากาศพ่นลมเย็นเอื่อย ๆผสมกับเสียงฝีเท้าของบุรุษพยาบาลและพนักงานที่เดินไปมาเป็นระยะ เสียงสนทนาเบา ๆดังลอดออกมาจากห้องเวรเปลและห้องเวชระเบียนมอบความรู้สึกปลอดภัยแต่ก็แฝงไว้ด้วยความตึงเครียด
หน้าห้องผ่าตัดที่ปิดสนิทด้วยประตูกระจกฝ้ามีกลุ่มญาติของผู้ป่วยอีกสองสามครอบครัวนั่งรออยู่เงียบ ๆ บ้างก็พูดคุยกันเสียงเบาบ้างก็จ้องมองนาฬิกาผนังด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแต่สายตาส่วนหนึ่งกลับแอบเหลือบมองไปยังหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่มุมหนึ่งของโซฟายาวใกล้ประตูห้องผ่าตัด
กชกรนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นสปอร์ตบราสีดำแนบเนื้อที่โอบกระชับรูปทรงอวบอิ่มและเลกกิ้งสีน้ำเงินเข้มที่แนบแน่นไปกับสะโพกกลมกลึงและเรียวขาได้รูปถึงแม้จะสวมเสื้อคลุมของสามีห่มทับไว้หลวม ๆ เพื่อปิดบังท่อนบนแต่ก็ไม่ได้ช่วยลดทอนความเย้ายวนของเธอได้มากนัก เนื้อผ้าที่บางเบาและการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็เผยให้เห็นส่วนเว้าโค้งของร่างกายอยู่ดีความเซ็กซี่ในชุดออกกำลังกายก็ยังคงฉายชัดอยู่เสมอ
เธอเอนศีรษะพิงลงบนไหล่ของผู้เป็นสามีซึ่งนั่งเคียงข้างใบหน้าของเธอดูเหนื่อยล้า ดวงตาที่เคยคมเข้มบัดนี้ปิดสนิทขนตายาวสั่นระริกอย่างแผ่วเบาราวกับเด็กสาวที่เผลอหลับด้วยความอ่อนแรงมือข้างหนึ่งของเธอวางอยู่บนหน้าขาตัวเองส่วนอีกข้างถูกกุมไว้อย่างอบอุ่นโดยฝ่ามือของสามีที่นั่งนิ่งอย่างอดทน สีหน้าของสามีดูเคร่งเครียดเล็กน้อยแต่ก็ยังคงแฝงไปด้วยความอ่อนโยน เขาใช้มืออีกข้างลูบไหล่ภรรยาเบา ๆเพื่อให้เธออุ่นขึ้นภายใต้เสื้อคลุม
เสื้อสปอร์ตบราสีดำที่แนบสนิทไปกับหน้าอกอวบอิ่มยังคงตึงแน่นส่วนโค้งของเนินอกดันสาบเสื้อคลุมขึ้นจนชายผ้าบางเบาไม่อาจปิดบังได้ทั้งหมดเส้นผมที่สยายบนบ่าไหล่พลิ้วไหวเบา ๆยิ่งขับให้ใบหน้าเรียวหวานของเธอในยามหลับตาดูชวนหลงใหลยิ่งขึ้น
เลกกิ้งสีน้ำเงินเข้มที่แนบไปกับสะโพกกลมกลึงยังคงตึงเป๊ะไปตามแนวสะโพกและต้นขาผ้ารัดแน่นจนเผยให้เห็นรูปทรงของเรือนร่างที่ทั้งเฟิร์มและเย้ายวน ยิ่งในท่าที่ภรรยานั่งไขว่ห้างเล็กน้อยแบบไม่รู้ตัวยิ่งดึงดูดสายตาของใครบางคนที่เดินผ่านไปมาโดยไม่อาจละสายตาได้เลย
บุรุษพยาบาลหนุ่มที่กำลังเข็นรถเวรเปลผ่านหน้าห้องผ่าตัดเงยหน้าขึ้นมองผ่าน ๆ แต่ดวงตากลับชะงักกับภาพหญิงสาวงามสง่าที่นั่งพิงสามีอยู่เงียบๆ ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนจากเฉยชากลายเป็นสนใจทันทีแววตาที่เคยแน่วแน่เปลี่ยนเป็นลอบมอง แวววาวด้วยความปรารถนาอันแอบแฝง
เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นเมื่อมองเห็นรอยโค้งของสะโพกที่แนบแน่นไปกับเลกกิ้งและเนินอกที่ขยับเล็กน้อยตามจังหวะลมหายใจของเธอ ร่างกายของกชกรที่เปล่งประกายแม้ในยามไร้สติสัมปชัญญะในการยั่วยวนยิ่งทำให้เธอดูน่าปรารถนาอย่างห้ามไม่ได้
เขาพยายามจะละสายตาแต่ก็แอบเหลือบมองอีกครั้งก่อนเข็นรถผ่านไป ชายในชุดยูนิฟอร์มสีขาวอีกสองคนที่เดินสวนกันมากับแฟ้มเวชระเบียนในมือก็เหลียวตามอย่างแผ่วเบาสีหน้าแสดงออกถึงความตื่นตะลึงและความกระหายที่แม้จะฝืนปิดบังแต่แววตากลับฟ้องความคิดได้ชัดเจน
“เมียของลุงคนนั้น...หุ่นโคตรน่าเย็ดเลยมึงว่าไหม...”
“เออดิ สงสัยเป็นเด็กเสี่ยล่ะมั้ง ยังดูสาวอยู่เลย”
พวกเขาพึมพำซุบซิบกันขณะเดินผ่าน
แต่คนเป็นสามีที่นั่งอยู่ข้างๆ กลับไม่ทันสังเกตถึงสายตาเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อยเขายังคงจดจ่ออยู่กับนาฬิกาผนังและเสียงในหัวที่รบกวนอย่างต่อเนื่องภาวนาในใจให้ลูกชายปลอดภัยจากห้องผ่าตัดที่เงียบงันมาเป็นชั่วโมงแล้ว
มือของเขากุมมือภรรยาไว้แน่นขึ้นเล็กน้อยขณะที่เสียงฝีเท้าของพยาบาลเวรที่เดินห่างออกไปเบาเรื่อย ๆ จางหายไปในทางเดินทิ้งไว้เพียงกลิ่นกายอ่อน ๆ ของภรรยาที่ยังอบอวลอยู่ในอากาศและเงาของเรือนร่างอันน่าปรารถนาที่ใครผ่านมาก็ยากจะหักห้ามสายตาได้
แม้จะนั่งนิ่งไม่พูดอะไรแต่ลึกในดวงตาของชายวัยหกสิบกว่านั้นมีความกังวลอันลึกซึ้ง เขาไม่เคยเห็นลูกชายของตนเจ็บตัวถึงขั้นต้องเข้าห้องผ่าตัดมาก่อนและถึงแม้แพทย์จะบอกว่าอาการไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่การที่ภรรยาโทรหาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือระหว่างที่เขายังอยู่ในห้องทำงานก็ทำให้ไม่ลังเลที่จะรีบขับรถมาถึงโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ถามอะไรมาก
สายตาของคนเป็นพ่อกวาดมองไปยังรอบข้างก่อนจะย้อนกลับมามองใบหน้าของภรรยาที่กำลังหลับพิงบ่าตัวเองอยู่เงียบ ๆเขารู้สึกได้ถึงอุณหภูมิของร่างกายเธอที่สูงกว่าปกติ อาจจะเป็นเพราะความเครียดหรืออารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ภายใน
แม้กชกรจะอยู่ในท่าทางที่ดูอ่อนล้าและเผลอหลับพิงไหล่สามีอยู่เงียบๆ บนโซฟาหน้าห้องผ่าตัด แต่เรือนร่างของเธอกลับยังคงปล่อยกลิ่นอายของความเย้ายวนออกมาอย่างเงียบงันโดยเฉพาะในยามที่ไม่มีการป้องกันตัวหรือท่าทีอันขึงขังอย่างที่เธอมักใช้ปิดบังตัวตนที่แท้จริงเอาไว้
ฟีโรโมนเพศที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ผิวเนื้อของหญิงสาววัยสี่สิบผู้ผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากพอกลับค่อย ๆ กระจายออกมาโดยไม่รู้ตัว ราวกับหมอกบางจาง ๆที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศรอบตัวเธอ แม้จะไม่มีใครพูดออกมาแต่ผู้ชายทุกคนที่เดินผ่านก็ล้วนรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่ไม่อาจอธิบายได้
มันไม่ใช่เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกที่งดงามหรือสัดส่วนที่แนบแน่นเร้าอารมณ์ในชุดออกกำลังกายแนบเนื้อ หากแต่เป็นความเป็น ‘ผู้หญิงเต็มตัว’ ที่พร้อมผสมพันธุ์ในทุกความหมาย กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยออกจากเส้นผม ผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนแสงไฟกลางทางเดินและท่วงท่าการหายใจเข้าออกอย่างแผ่วเบาล้วนกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวผู้ชายให้ตื่นตัว
ในขณะที่กชกรหลับตาเอนพิงสามีอยู่นั้นลมหายใจอุ่น ๆ ของเธอขยับแผ่วอยู่ที่ซอกคอของสามีความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยเช่นการขยับต้นขา หรือเสียงสูดลมหายใจเบา ๆขณะเปลี่ยนท่าล้วนทำให้เส้นสายของร่างกายใต้เลกกิ้งรัดรูปยิ่งโดดเด่นขึ้นอย่างน่าหลงใหล
กลิ่นกายที่อบอวลอยู่ในบรรยากาศนั้นไม่ได้เร้าอารมณ์ในแบบโจ่งแจ้ง แต่มันชวนให้หลงใหลแบบเนิบช้า ซึมลึกจนบางคนที่เดินผ่านถึงกับต้องเบือนหน้าหนีเพราะรู้ดีว่าหากจ้องต่อไปจะยิ่งยากจะหักห้ามใจ
ผู้ชายที่มีเมียแล้วบางคนถึงกับรู้สึกถึงความอันตรายเพราะมันเป็นกลิ่นของผู้หญิงที่ ‘พร้อม’เกินไป พร้อมที่จะถูกยัดควย พร้อมที่จะโดนกดลงกับพื้นพร้อมให้ปลดปล่อยความเป็นชายใส่ร่างกายจนเปียกปอนเต็มร่องรู
เธอไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยกลิ่นนั้นออกมาไม่ได้มีท่าทียั่วยวนอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่ความอ่อนล้า เหนื่อยอ่อน หมดแรงและการที่เพิ่งถูกลูกชายกระแทกเย็ดจนน้ำควยล้นหีออกมาไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้...มันคือสิ่งที่เรือนร่างของเธอยังหลงเหลือไว้ ราวกับร่างกายกำลังประกาศกับโลกว่า
‘ฉันเพิ่งโดนลูกชายตัวเองเย็ดมา... และหีฉันยังเปิดปากอ้าพลั่งพร้อมสำหรับการสมสู่ ยัดควยกลับเข้าไปได้ทุกเมื่อ’
ฟีโรโมนเพศที่ปล่อยออกมาจากรูขุมขนของกชกรในยามเผลอหลับนั้นไม่ต่างอะไรกับสัญญาณลับทางธรรมชาติที่กระตุ้นตัวผู้ให้หื่นกระหาย อยากเข้ามาครอบครองร่างเธอให้ได้สักครั้งในชีวิต...แม้จะเป็นแค่สายตาที่ลอบมอง หรือจินตนาการที่ไม่อาจเอื้อมถึง
ระหว่างที่ชายอื่นกำลังมองผู้เป็นภรรยาอย่างสนใจผู้เป็นสามีขยับมือขึ้นจับปอยผมของภรรยาที่ปรกอยู่ข้างแก้มลูบมันอย่างแผ่วเบาเหมือนต้องการปลอบโยน ท่ามกลางความเงียบที่อบอวลอยู่รอบตัวนั้นทุกอิริยาบถของคนทั้งคู่ดูราวกับฉากในภาพยนตร์ที่ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างช้า ๆ ไม่มีคำพูดไม่มีน้ำตา มีเพียงความห่วงใยที่ไหลเวียนเงียบ ๆอยู่ระหว่างสองสามีภรรยาที่เฝ้ารอผลการผ่าตัดลูกชายสุดที่รักของตนอย่างใจจดใจจ่อ
ฉันลืมตาขึ้นทันทีเมื่อเสียงประตูห้องผ่าตัดเปิดออกอย่างแผ่วเบาท่ามกลางแสงไฟนวลที่ส่องสะท้อนกับพื้นกระเบื้องเงาวับฉันผงะเล็กน้อยด้วยแรงสะดุ้งภายใน แต่ยังคงเอนหัวพิงไหล่สามีอยู่เช่นเดิมดวงตาของฉันเหลือบไปยังบานประตูที่เปิดแง้มออก เห็นร่างของคุณหมอในชุดกราวน์เดินออกมาช้าๆ ด้วยท่าทีสุภาพ นิ่งขรึม ทว่าเต็มไปด้วยความมั่นใจที่น่าเชื่อถือ
ร่างกายของฉันยังอ่อนแรงเกินจะขยับตัวทันทีอาจเพราะผลพวงจากความอ่อนเพลียทั้งกายและใจ... และเพราะ...ฉันเพิ่งถูกลูกชายตัวเองใช้งานร่างกายอย่างหนักหน่วงมาตลอดทั้งวี่วัน
ฉันจำได้ว่าตั้งแต่ช่วงบ่ายเราเริ่มกันที่เตียงในห้องพักของรีสอร์ท ร่างกายของลูกชายร้อนผ่าวแขนแกร่งบดเบียดเข้ากับเอวฉัน ลิ้นของลูกไล้ชิมทุกตารางนิ้วของเรือนร่างไม่เว้นแม้แต่ร่องใต้แคมหีหรือปลายหัวนม ลูกคร่อมฉันจากด้านหลังขยุ้มสะโพกแน่นแล้วซอยกระหน่ำจากมุมที่ทำให้ฉันครวญครางจนเสียงหลุดรั่ว
แม้ว่าหลังจากนั้นฉันจะบอกลูกว่าอยากเข้าห้องน้ำฉันก็ถูกอุ้มขึ้นวางพาดบนโถส้วมเย็น ๆ แล้วปล่อยให้ฉันฉี่ต่อหน้าเขาทันทีที่ฉี่จนสุด ควยของลูกก็เสียบเข้ามาใหม่อย่างรวดเร็วจนสติแทบหลุด คำพูดหยาบ ๆที่เขากระซิบข้างหูยังดังก้องในหัว
‘เวลาฉี่หีแม่ปลิ้นงดงามจริง ๆ… แถมตอนนี้ หีแม่ยังตอดควยเนไม่หยุดวันนี้เนจะเย็ดแม่ให้หีบานเลยดีไหมครับ...ซี๊ดดด แม่จ๋า... แม่...อ่าห์ๆๆๆๆ’
น้ำว่าวของลูกอัดฉีดแตกใส่ฉันไม่รู้กี่ครั้งราดไปทั่วทั้งร่องอก โหนกเนิน ใบหน้า และร่องหีจนล้นทะลักเหนียวหนึบกลิ่นเฉพาะตัวของน้ำควยลูกชายยังติดปลายจมูกฉันอยู่จนถึงตอนนี้แม้จะพยายามล้างทำความสะอาดแล้วก็ตาม
คงเป็นเพราะอย่างนั้นฉันจึงผลอยหลับไปโดยไม่รู้ตัว...เหมือนร่างกายจะขอเวลาพักจากการถูกเร้าอารมณ์เกินขีดจำกัดมาตลอดทั้งวัน ลูกแทบไม่ปล่อยให้ร่างกายฉันได้พักผ่อน
“ญาติคนไข้ครับ”
เสียงของหมอดึงฉันให้รู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งฉันขยับตัวเล็กน้อย ลุกหลังตรงขึ้นพลางดึงสาบเสื้อคลุมสามีที่ห่มอยู่บนไหล่ให้กระชับขึ้นเล็กน้อย
หมอหยุดยืนตรงหน้าเราทั้งคู่พลางส่งยิ้มอ่อนโยนให้
"ผลการผ่าตัดเรียบร้อยดีครับ ไม่มีภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันและเราใช้เวลาไม่นานอย่างที่ประเมินไว้"
หมอเปิดแฟ้มในมือพร้อมชี้ประกอบให้เราสองคนฟัง
"บริเวณที่ได้รับบาดเจ็บคือด้านในของท่อนแขนซ้าย ซึ่งเป็นจุดที่มีทั้งเส้นเลือดหลักและเส้นประสาทสำคัญอยู่พอดี"
ฉันกับสามีเงียบกริบรับฟังอย่างตั้งใจ
"เส้นเลือดที่เสียหายมีชื่อว่า เรเดียลอาร์เทอรี หรือ Radialartery เป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ไปเลี้ยงมือโดยตรงครับ"
หมออธิบาย พร้อมใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ บนภาพโครงสร้างแขนในแผ่นแฟ้มประกอบ
"โดนแทงลึกเข้าไปจนมีเลือดออกพอสมควรแต่ยังอยู่ในจุดที่พอจะเย็บซ่อมได้เราใช้ไหมพิเศษในการเย็บซ่อมเส้นเลือดให้กลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติ"
สามีฉันขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนถามเสียงต่ำอย่างระมัดระวัง
"แล้วจะมีปัญหาเรื่องเลือดไปเลี้ยงมือหรือเปล่าครับ? กลัวว่ามือจะชา หรือกล้ามเนื้อจะอ่อนแรงถาวรอะไรแบบนี้"
หมอพยักหน้าเบาๆ ก่อนตอบอย่างจริงใจ
"ในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก คนไข้อาจมีอาการชาหรือปลายมือเย็นบ้างครับเพราะระบบยังไม่สมบูรณ์ดี แต่ถ้าไม่มีลิ่มเลือดอุดตันเพิ่มเติมหรือไม่มีภาวะแทรกซ้อนหลังผ่า ก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น"
เขาพลิกหน้ากระดาษอีกแผ่นแล้วชี้ภาพที่แสดงเส้นประสาทของแขน
"อีกส่วนหนึ่งที่โดนคือเส้นประสาทที่ชื่อว่า มีเดียนเนิร์ฟ หรือ Mediannerve เป็นเส้นที่ควบคุมความรู้สึกบริเวณนิ้วโป้ง นิ้วชี้และครึ่งหนึ่งของฝ่ามือครับ"
ฉันกำมือแน่นขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวเมื่อได้ยินถึงคำว่า ‘เส้นประสาท’
หมอยิ้มบาง ๆอย่างพยายามปลอบใจ
"เราเย็บต่อเส้นประสาทได้ทันและพันหุ้มด้วยแผ่นชีวะสังเคราะห์เพื่อช่วยการฟื้นฟูครับซึ่งต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว แต่จากประสบการณ์ ถ้าอายุน้อย ร่างกายแข็งแรงและทำกายภาพต่อเนื่อง ก็มีโอกาสฟื้นกลับมาได้มากกว่า 90% เลยครับ"
สามียังถามต่อด้วยเสียงเคร่งเครียด
"ระยะยาวจะกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันไหมครับเช่น จับปากกา พิมพ์งาน หรือยกของหนัก"
หมอพยักหน้าช้าๆ
"ในช่วงแรกๆ การเคลื่อนไหวนิ้วจะไม่คล่องครับ โดยเฉพาะการกำแน่น หรือแยกนิ้วโป้ง–ชี้แต่อย่างที่บอก ถ้าทำกายภาพตามแพทย์แนะนำ จะฟื้นกลับมาได้ใกล้เคียงปกติมากแต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3–6 เดือน"
ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากหัวใจทั้งห่วงและโล่งในเวลาเดียวกัน
"ตอนนี้คนไข้กำลังพักฟื้นอยู่ในห้องสังเกตอาการหลังผ่าตัดครับหากไม่มีอะไรผิดปกติอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เราจะย้ายขึ้นไปยังห้องพักพิเศษที่ชั้น 9 จากนั้นญาติสามารถเข้าเยี่ยมได้ตามปกติครับ"
ฉันพยักหน้าช้าๆ ส่วนสามีกล่าวขอบคุณหมอทันทีด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
หมอยิ้มอย่างสุภาพก่อนจะเดินกลับเข้าไปทางด้านในฉันมองตามเขาไปเงียบ ๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับสามี แล้วเอนตัวลงนั่งอีกครั้ง…แม้จะดูเหมือนสงบจากภายนอก แต่ภายในใจฉันยังเต็มไปด้วยความสั่นไหวภาพของลูกที่ถูกคนร้ายเสียบมีดปักลงที่แขนยังคงติดตา
ฉันนั่งลงบนโซฟาหน้าห้องพักของญาติผู้ป่วยอีกครั้งหลังจากหมอเดินจากไปร่างกายยังรู้สึกอ่อนล้าอย่างบอกไม่ถูก สายตาฉันทอดมองพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาดของโรงพยาบาลโดยไม่ได้จ้องอะไรเป็นพิเศษความเงียบที่ปกคลุมอยู่นั้นทำให้ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังหึ่งเบาๆ อยู่เหนือศีรษะ
สามีนั่งลงข้างๆ ฉันเงียบ ๆ เหมือนกับกำลังชั่งใจจะพูดบางอย่าง ท่าทีเขานิ่ง สงบแต่แฝงด้วยความแน่วแน่ เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นหลังจากเงียบกันไปครู่หนึ่ง
“คืนนี้ตุ๊กกลับไปพักผ่อนที่บ้านเถอะ เดี๋ยวพ่ออยู่เฝ้าลูกเอง แม่เหนื่อยวิ่งวุ่นติดต่องานมาทั้งวันแล้ว”
ฉันหันขวับมามองสามีแล้วรีบตอบไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามฝืนให้ดูเข้มแข็ง
“ไม่เป็นไรค่ะตุ๊กอยู่เฝ้าเองได้ อีกอย่าง คุณเองยังมีต้นฉบับที่ต้องรีบส่งให้ทันกำหนดด้วยไม่ใช่เหรอ”
เขาส่ายหน้าช้าๆ พร้อมวางมืออุ่นลงบนต้นขาของฉันแล้วลูบอย่างปลอบโยนแผ่วเบาไปมาให้ฉันอุ่นใจ
“แม่ไม่ต้องห่วงงานของพ่อหรอกพรุ่งนี้พ่อยกเลิกนัดกับบรรณาธิการไปแล้ว งานมันเลื่อนได้ แต่สุขภาพของแม่นี่สิรอไม่ได้หรอกนะ”
ฉันขยับตัวเล็กน้อยรับรู้ถึงสัมผัสจากมือของเขาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ไม่ใช่ความเร่าร้อนแต่เป็นความอบอุ่นที่ลึกซึ้งและอ่อนโยนอย่างแท้จริง น้ำเสียงฉันแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว
“ตุ๊กไม่เป็นไรจริงๆ ...รู้ตัวเองดีว่ายังไหว คุณก็รู้ว่าตุ๊กเข้มแข็งมากแค่ไหน”
“เราแต่งงานกันมาเกือบยี่สิบปี ทำไมพ่อจะไม่รู้ว่าแม่เป็นคนยังไง—”
เสียงของสามีคมขึ้นเล็กน้อยกว่าทุกครั้งดวงตาคู่เดิมที่เคยดูอ่อนโยน ตอนนี้เต็มไปด้วยความห่วงใยที่หนักแน่น
“แต่แม่ลองดูตัวเองตอนนี้สิทั้งวันต้องวิ่งวุ่นไปมา แล้วยังต้องมาเจอเรื่องเครียด ๆ ในตอนค่ำอีก... ต่อให้เข็มแข็งมากแค่ไหนพ่อก็ยังรู้ว่าแม่เหนื่อยมากนะ พ่อเห็นแล้วไม่สบายใจเลย”
ฉันหลุบตาลงมองมือของเขาที่กุมมือฉันไว้แน่นคำพูดของเขาสะท้อนเข้าไปในใจอย่างเงียบเชียบ เริ่มรู้สึกผิดที่ตัวเองหลอกสามีว่าวันนี้จะไปติดต่อหาทำเลที่ตั้งขยายสาขาเพิ่มทว่าความจริงแล้วกลับไปนอนอ้าหีให้ลูกชายกระหน่ำเย็ดไม่ยั้งอยู่บนเตียงตลอดทั้งวี่วันจนร่างกายแสดงความเหนื่อยล้าให้เขาเห็นแถมยังไม่สามารถปกป้องลูกชายของตัวเองได้อีก
“แต่ตุ๊ก... เป็นห่วงลูก...”
ฉันเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาหากวันนี้ฉันใจแข็งมากพอไม่สนใจอาการออดอ้อนเร้าโลมและยอมตามใจลูกเพื่อไปเปิดห้องนอนเล่นชู้กันเหตุการณ์วันนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น
หัวใจของฉันยังคงเต้นแรงอย่างผิดปกติแม้เหตุการณ์ที่ลูกชายถูกโจรทำร้ายจะผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่ภาพของลูกที่ทรุดตัวลงพื้นเลือดที่ทะลักออกจากแขนของเขา และดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวนั้นกลับยังคงติดอยู่ในความทรงจำของฉันไม่จางหาย
ฉันรู้สึกได้ถึงความกลัวที่ไม่เคยประสบมาก่อนในชีวิตความกลัวที่ลึกซึ้งและเย็นยะเยือกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบหัวใจฉันไว้แน่นจนหายใจแทบไม่ออกนาทีนั้นฉันรู้สึกไร้พลังเหลือเกินแม้ว่าร่างกายจะเคลื่อนไหวตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างรวดเร็วในการต่อสู้กับคนร้ายแต่จิตใจกลับวุ่นวายและสับสนอย่างหนัก
ฉันโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าและความรู้สึกผิดนี้ยิ่งกัดกินจิตใจเมื่อเห็นสายตาของสามีที่ห่วงใยและดูแลฉันอย่างอ่อนโยนโดยไม่รู้เลยว่าฉันปิดบังอะไรไว้
แม้หมอจะบอกว่าลูกปลอดภัยและการผ่าตัดเป็นไปด้วยดี แต่ลึก ๆ ในใจฉันยังคงหวาดกลัวความรู้สึกนี้ทำให้ฉันกลายเป็นแม่ที่ระแวงและอ่อนไหวมากกว่าเดิมหลายเท่า
“พ่อรู้ แต่ตอนนี้ลูกปลอดภัยแล้ว หมอก็บอกชัดเจนว่าคืนนี้ลูกจะหลับพักผ่อนยาวไม่มีอะไรน่ากังวล เชื่อพ่อนะ... พ่ออยู่ดูแลลูกได้...”
สามีกระชับมือฉันแน่นขึ้นพร้อมน้ำเสียงที่อบอุ่นขึ้นกว่าเดิม
“พ่ออยากให้แม่ได้พักจริงๆ อย่าดื้อกับพ่อสิ... แม่เสียสละเพื่อครอบครัวมามากพอแล้วนะ”
ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขาดวงตาของชายผู้สูงวัยกว่าฉันถึงยี่สิบกว่าปีคู่นั้นเต็มไปด้วยความจริงจังและความรักในแบบฉบับที่ฉันแทบไม่เคยเห็นเลยตลอดชีวิตคู่ที่ผ่านมา
“ตุ๊ก... ฝากคุณด้วยนะคะ”
ฉันตอบอย่างแผ่วเบาในที่สุดความอ่อนล้าปรากฏชัดเจนในน้ำเสียง
สามีของฉันยิ้มบางๆ อย่างอบอุ่น ก่อนขยับโน้มตัวเข้ามา จุมพิตลงบนหน้าผากฉันอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยนมือใหญ่อุ่น ๆ ของเขายังคงกุมมือฉันแน่นราวกับกำลังให้สัญญาเงียบ ๆว่าเขาจะอยู่ตรงนี้เพื่อฉันเสมอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม