ตอนที่ 55
The King Without a Heart
ครืนนนนนนนนนนนนนนนน!!!
ทันทีที่จางฟานนั่งลงบนบัลลังก์แห่ง Abyss โลกทั้งใบก็สั่นสะเทือนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การทำลายล้าง
มันคือ—
“การสงบลง”
รอยแยกสีดำทั่วโลกเริ่มปิดตัวทีละแห่ง ดวงตาสีแดงที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าค่อยๆ ดับลงราวดวงดาวที่หมดแสง
ทะเลที่คลุ้มคลั่งเริ่มสงบ
พื้นดินหยุดสั่น
แม้แต่ Abyss Creature ทั่วโลก—
ก็เริ่มสลายกลายเป็นเถ้าดำ
ติ๊ง!
[Global Abyss Stabilized]
[The Throne has accepted its King]
[World Survival Rate :
92%]
เสียงร้องไห้แห่งความดีใจดังขึ้นจากหลายประเทศ ผู้คนที่กำลังหนีตายทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง
โลก—
รอดแล้ว
แต่บนท้องฟ้าเหนือกรุงเทพฯ—
จางฟานยังคงนั่งอยู่บนบัลลังก์สีดำ
เงียบงัน
ดวงตาสีทองเย็นเยียบมองลงมายังโลกเบื้องล่างโดยไร้อารมณ์
โซ่แห่ง Abyss นับไม่ถ้วนพันรอบร่างของเขา เชื่อมต่อไปยังมิติและโลกอีกนับไม่ถ้วน
และทุกวินาที—
พวกมันกำลังดึง “ความเป็นมนุษย์” ออกจากตัวเขา
ติ๊ง!
[Emotion synchronization :
67%]
[Humanity remaining :
21%]
หลินเสวี่ยมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่แทบแตกสลาย
“…จางฟาน…”
เธอพยายามวิ่งเข้าไปหา
แต่ทันทีที่เข้าใกล้บัลลังก์—
แรงกดดันมหาศาลก็ผลักเธอกระเด็นทันที
ฟ้าวววววว!!!
หลัวเทียนรีบคว้าตัวเธอไว้
“อย่าเข้าไป!”
แม้แต่เขาเองยังหน้าซีด
เพราะตอนนี้—
จางฟานไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับมนุษย์อีกแล้ว
โม๋เฉินเงยหน้ามองบัลลังก์เงียบๆ
ดวงตาของเขาสั่นเล็กน้อยเป็นครั้งแรก
“…นี่คือราคาสินะ”
เซเรน่าก้มหน้าลงช้าๆ
ในฐานะ Eden Watchers—
เธอรู้ดีว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น
ราชันแห่ง Abyss จะไม่มีวันแก่
ไม่มีวันตาย
และไม่มีวันเป็นอิสระ
เขาจะต้องนั่งอยู่ตรงนั้น—
ชั่วนิรันดร์
ทันใดนั้น—
ดวงตาสีทองของจางฟานก็ขยับ
เขามองลงมายังทุกคนเบื้องล่าง
ก่อนเสียงเย็นเฉียบจะดังขึ้น
“…ภัยคุกคามของโลกนี้ถูกกำจัดแล้ว”
ทุกคนชะงัก
เสียงนั้น—
ยังเป็นเสียงของจางฟาน
แต่ไม่มีความรู้สึกเหลืออยู่เลย
เหมือนเครื่องจักรที่กำลังรายงานผลลัพธ์
หลินเสวี่ยกัดฟันแน่น น้ำตาไหลไม่หยุด
“…นายจำฉันได้ไหม”
ความเงียบปกคลุมชั่วขณะ
ดวงตาสีทองของราชันแห่ง Abyss จ้องเธอนิ่ง
ก่อนตอบเรียบๆ
“…หลินเสวี่ย”
“อัตราความสำคัญ :
สูง”
หัวใจของหญิงสาวแตกสลายทันที
เพราะแม้เขาจะยังจำชื่อเธอได้—
แต่มันไม่ใช่ “ความรู้สึก”
จางฟานไม่ได้เรียกเธอเหมือนคนรัก
แต่เหมือนกำลังอ่านข้อมูลจากระบบ
ติ๊ง!
[Emotion suppression :
81%]
[The King is stabilizing]
เสียงกระซิบจาก Abyss ดังขึ้นรอบบัลลังก์
“ราชัน…”
“ผู้พิทักษ์…”
“โซ่ตรวนแห่งโลก…”
ทันใดนั้น—
ภาพบางอย่างก็ไหลเข้าสู่หัวของจางฟาน
โลกอีกนับไม่ถ้วน
สงคราม
Abyss
Overseer ตัวอื่น
ใช่—
Overseer ที่เขาฆ่า…
ไม่ใช่ตัวเดียว
ยังมี “พวกมัน” อยู่อีกมากมายในจักรวาล
ติ๊ง!
[External Abyss activity detected]
[Unknown Overseers :
Active]
ดวงตาสีทองของจางฟานสั่นเล็กน้อย
และเป็นครั้งแรกหลังขึ้นบัลลังก์—
เขารู้สึก “โกรธ”
โลกนี้เพิ่งรอดมาได้
แต่สงครามที่แท้จริง—
อาจเพิ่งเริ่มต้น
ทันใดนั้น—
เสียงของชายดวงตาสีทองคนก่อนก็ดังขึ้นแผ่วเบา ราวกับเศษความทรงจำสุดท้าย
“…ตอนนี้เจ้าเข้าใจแล้วสินะ”
“…ทำไมข้าถึงเหนื่อย”
จางฟานหลับตาช้าๆ
และในวินาทีนั้น—
เขาก็สัมผัสได้ถึง “ความโดดเดี่ยว”
ความเงียบอันไร้ที่สิ้นสุด
เวลาอันยาวนานที่ไม่มีใครเข้าใจ
บัลลังก์นี้—
คือคุกจริงๆ
ด้านล่าง—
โม๋เฉินค่อยๆ หันหลัง
“ไปกันเถอะ”
หลัวเทียนชะงัก
“หา?”
Necromancer หนุ่มเงยหน้ามองราชันบนท้องฟ้าเป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนตอบเสียงต่ำ
“…เขาไม่ใช่จางฟานคนเดิมแล้ว”
หลินเสวี่ยส่ายหน้าแรงๆ
“ไม่จริง…”
“เขายังอยู่…”
เธอมองขึ้นไปบนบัลลังก์อีกครั้ง
และในวินาทีนั้น—
ดวงตาสีทองของจางฟานก็สั่นไหวเล็กน้อย
เพียงเสี้ยววินาที
ก่อนเสียงเบาแทบไม่ได้ยินจะดังลงมา
“…หนีไปใช้ชีวิตซะ”
หลินเสวี่ยเบิกตากว้างทันที
นั่น—
คือเสียงของจางฟานจริงๆ
แต่ก่อนเธอจะพูดอะไรต่อ—
เงาดำมหาศาลก็ปกคลุมร่างของเขาอีกครั้ง
บัลลังก์เริ่มลอยสูงขึ้น
สูงขึ้นเรื่อยๆ
จนเหมือนกำลังออกห่างจากโลก
ติ๊ง!
[The King is entering eternal synchronization]
[Connection to humanity decreasing…]
โม๋เฉินกำหมัดแน่นเงียบๆ
ส่วนเซเรน่า—
คุกเข่าลงช้าๆ
“…ขอให้ท่าน…”
“…ไม่ลืมโลกใบนี้”
ไม่มีคำตอบกลับมา
เพราะตอนนี้—
ราชันแห่ง Abyss
กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของความมืดชั่วนิรันดร์