บทที่ 1 ตัวหลัก
เื่นี้เป็นิยายรักจีนโบราณ เกิดใหม่ย้อนยุค นางเอกเก่ง ทันคน มีฉากโรแมนติกให้จิกหมอน ตลกไม่เครียด!! มีดราม่าปนเล็กน้อย เพื่ออรรถรสตามสไตล์หวงตี้คนงามค่า
แนะนำตัวละคร
-จ้าวจีเหอ-
คุณหนูสกุลจ้าว เรียบร้อยอ่อนโยน สงวนกิริยา ชั่วชีวิตนี้เพียง้าความผาสุกเรียบง่าย ไหนเลยจะคิดแก่งแย่งชิงดี แต่เพื่อสนองความโลภของบิดา ถูกบังคับแต่งเข้าจวนสกุลถัง เป็ถึงฮูหยินเอก แต่นางช่างเปล่าเปลี่ยวใจยิ่งนัก มิหนำซ้ำยังถูกเมียรองรังแกสารพัดวิธี ชาตินี้ยังไม่ทันได้สมปรารถนา ก็ต้องมาสิ้นใจตายเสียก่อน
-ถังม่อเหยียน-
รับตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มเสื้อแพรอย่างลับๆ มีหน้าที่ตรวจสอบขุนนางชั่ว รับใช้ฮ่องเต้วิปลาส นั่นเป็หนึ่งในสาเหตุที่คุณหนูน้อยใหญ่หลายสกุลเข้าออกจวนถังไม่เคยขาด จากคุณชายเ็าไร้ใจ ต้องแสร้งเป็หนุ่มเ้าสำราญมากคารม แต่กับเมียเอกที่แต่งเข้าจวนอย่างเปิดเผย ไม่แม้แต่จะชายตามอง เพียงเพราะหลงเชื่อข่าวลือว่าจีเหอรูปโฉมประหลาด
ทว่าเกิดใหม่หนนี้นิสัยใจคอสับเปลี่ยน ยากนักที่เขาจะเฉยเมยกับนางได้เช่นเดิม
"นี่เป็หนทางเดียวที่ส่งผลดีกับนางที่สุด เป็เมียข้าต้องอดทน มิใช่ร้องขอแต่ความรัก "
"บุรุษเช่นข้าย่อมมีวิธีปกป้องนางเป็ของตัวเอง ไม่จำเป็ต้องให้ใครสาระแนชี้แนะ !!"
-หลิวม่านกู่-
ดาราสาวดาวรุ่งแห่งวงการบันเทิงจีน ที่ขึ้นแท่นความนิยมทะลวงปรอท ชนิดที่ว่าตีบทแตกกระจุย แต่เธอดันไม่ใช่นางเอกในจอตามที่ใฝ่ฝัน บทนางร้ายตัวแสบแสนซนเหมาะกับเธอที่สุด ความเป็ตัวเองทำให้ม่านกู่โดดเด่น ยัยหนูพราวเสน่ห์ดันรับงานผิดประเภท พลาดท่านำไปสู่การฆาตกรรม ที่แม้แต่เพื่อนสนิทยังมีส่วนสมรู้ร่วมคิด
**นางเอกเกิดใหม่ในจวนถัง เป็จ้าวจีเหอ
**ฮูหยินเอกที่ถูกรังแก กลายเป็ตัวร้ายทันคน
**ตามสนองคืนเมียรองเหมือนกรรมติดจรวด
"ส่วนสามีงั้นเหรอ... ท่านเสร็จข้าแน่ อะฮิ อะฮิ"
เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ปี 2020
เวลาหนึ่งทุ่มเศษๆ
โซฟาสุดหรูยุบยวบ ชายร่างท้วมเอนตัวลงนั่ง ขัดคู่ขาเกยกันอย่างสบายใจ เพียงกวักมือเรียก ก็มีคนพร้อมยื่นบุหรี่มวนใหญ่ให้สูบ
"สวัสดีค่ะ วันนี้รายการของเราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับเธอคนนี้ ที่ได้ฉายาว่า สาวน้อยมหัศจรรย์หลิวม่านกู่"นักข่าวสาวกำลังสัมภาษณ์นักแสดงดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการบันเทิงจีน
"ก็อย่างที่พูดไว้กับทุกรายการเลยค่ะ รับบทนางเอกมาสิบปี ไม่เป็ที่ยอมรับ แต่พอรับบทนางร้าย หลิวม่านกู่ ชื่อนี้กลับเป็ที่รู้จักของทุกคน ฉันคงเหมาะกับบทบาทนี้มั้งคะ ฮ่าๆ " เด็กสาวหัวเราะสดใส ตอบคำถามแบบมีจริต
"เหอะ หึ... "
รายการวาไรตี้ยังฉายไม่จบ เขาจงใจกดปุ่มสีแดงปิดทีวีจอใหญ่ให้เงียบเชียบ เอียงหลังหัวส่ายไปมา พร้อมแสยะยิ้มมุมปาก กวักมือเรียกหนุ่มชุดดำ กระซิบบางอย่างข้างหู
กรี้ง กรี้งงง
เสียงโทรศัพท์มือดังขึ้นกลางดึก
"สวัสดีค่ะ ฟ่านยี้ ผู้จัดการส่วนตัวของหลิวม่านกู่ค่ะ ไม่ทราบว่าฉันกำลังเรียนสายอยู่กับใครคะ "
ฟ่านยี้ผู้จัดการส่วนตัว ที่อดีตเคยเป็เพื่อนสนิทม่านกู่
"ผมเป็ใครไม่สำคัญ รู้แค่ว่า... คืนพรุ่งนี้... ผม้ากินข้าวกับคุณหลิวม่านกู่ สองต่อสอง "
เสียงจากปลายสายบอกความ้าั้แ่แรก
"ขอโทษด้วยนะคะ หลิวม่านกู่เป็นักแสดง ไม่ได้รับงานประเภทนี้เลยค่ะ"
ฟ่านยี้คอยคัดกรองงานให้เธอตลอด กระทั่ง....
"เพื่อให้ได้กินข้าวกับนักแสดงที่ชอบ ผมยอมจ่ายสุดตัว หวังว่าคุณจะเข้าใจ"
"ทานอาหารหนึ่งมื้อ แลกกับ 9 แสนหยวน ค่าเสียเวลานี้คงไม่น้อยเกินไปสำหรับพวกคุณ"
แค่ลองฟังตัวเลข ฟ่านยี้ก็จินตนาการไปไกล
"ได้ค่ะ... " ทันทีที่ตอบตกลง เสียงปลายสายถูกตัดไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
"แย่ละ แล้วฉันจะพูดยังไงดีล่ะเนี่ย ให้ม่านกู่ยอมไป ก็ฉันรับปากเขาไปแล้วนี่นะ"
เพราะความโลภแท้ๆ จึงรับปากบุคคลปริศนา ทั้งที่รู้ดีแก่ใจ ว่าการรับงานประเภทนี้มันเสี่ยงแค่ไหน
ม่านกู่พอกหน้าทำสวยตามประสา เดินออกจากห้องซาวหน้า เปิดตู้เย็นงุ่นง่านหยิบเบียร์เย็นๆหนึ่งกระป๋อง
"อ่าว ยังไม่กลับอีกหรอ " เธอตกอกใชะงักตากลมโต เมื่อเห็นฟ่านยี้ยังนั่งอยู่ที่เดิม
ยัยตัวแสบ รีบซ่อนกระป๋องเบียร์ไว้ข้างหลัง แต่จะมาซ่อนตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วล่ะ
"ม่านกู่... ฉันเพิ่งรับงานใหม่ให้เธอน่ะ งานนี้เป็งานด่วนซะด้วยสิ ฉันเห็นว่าคืนพรุ่งนี้เธอว่างพอดีก็เลยตอบตกลงไป "
ฟ่านยี้พูดด้วยสีหน้าเป็กังวล
"ก็แค่รับงานเพิ่มหนึ่งงาน ทำไมต้องซีเรียสขนาดนั้นด้วย "
"เอาล่ะๆ เลิกทำหน้างอได้แล้ว ฉันว่าเธอทำงานหนักเกินไปนะฟ่านยี้ "
เพื่อนคนนี้แสนดีที่หนึ่ง ม่านกู่เดินไปยีหัวปลอบใจเธอหนึ่งครั้งแบบไม่คิดเล็กคิดน้อย
"งั้นวันนี้ ปล่อยผี ดื่มเบียร์ด้วยกันหนึ่งคืนก็แล้วกัน" ม่านกู่เดินกลับไปหอบเบียร์หลายกระป๋องวางต่อหน้าเพื่อนสาว
ถึงแม้ว่าคำพูดพวกนี้จะทำให้เขารู้สึกละอายใจนิดหน่อย แต่เพื่อยอดเงินจำนวนมาก ฟ่านยี้ก็คงต้องเห็นมิตรภาพเป็เื่รอง
"หลิวม่านกู่... มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอกนะ "
"ที่ฉันเครียด เพราะฉันไม่รู้จะเริ่มพูดยังไงดี ในเมื่องานนี้มันไม่ใช่งานแสดงที่เธอถนัด "
"แต่เป็งานเอนเตอร์เทน "
"ห่ะ อะไรนะฟ่านยี้ !! เธอจะบ้าเหรอ ฉันเคยบอกแล้วว่าไม่รับงานแบบนี้"
ม่านกู่ใมาก ไม่คิดว่าเพื่อนจะผิดคำพูด จากที่ร่าเริงเธอก็กอด-อกนั่งจ้องหน้าเพื่อนสาวนิ่ง ไม่พูดไม่จา ยกเบียร์กระดกดื่มแบบรัวๆ
"ม่านกู่ฟังฉันอธิบายก่อน งานนี้ไม่ใช่งานเปลืองตัวอะไร ก็แค่ไปนั่งกินข้าวเป็เพื่อนลูกค้าเท่านั้น เสร็จงานก็กลับ"
"แค่ไม่กี่ชั่วโมง ได้ค่าตอบแทน 5 แสนหยวนเชียวนะ " ฟ่านยี้ปลิ้นปล้อนเริ่มต้นด้วยการโกหก มีเพื่อนแบบนี้เหมือนเลี้ยงงูพิษ ทั้งที่รับงานมาเรทราคา 9 แสนหยวน กลับบอกม่านกู่แค่นั้น
"ฟ่านยี้ นี่เธอเห็นเงินสำคัญกว่ามิตรภาพหลายสิบปีของเราเหรอ "
"เธอไม่เป็ห่วงฉันเลยหรอ ว่าฉันจะต้องเจออะไรแปลกๆหรือเปล่า"
"เธอลองคิดดูนะว่า เขายอมจ่ายหนักขนาดนั้น มันแค่กินข้าวอย่างเดียวหรอ "
"มีสมองก็คิดให้มันเยอะๆหน่อย "
"ตอนนี้ฉันดังแล้ว ไม่ใช่นักแสดงโนเนมเหมือนเมื่อก่อน "
"คนในวงการอยากร่วมงานกับฉันทั้งนั้น เราไม่เห็นต้องง้องานอะไรทำนองนี้เลย พอเข้าใจที่ฉันพูดไหม?"
เธอสั่งสอนเพื่อนแบบไม่เกรงใจ ตะคอกเสียงดังตอกหน้า
"ม่านกู่ ข้อเท็จจริงนี้ไม่ใช่ว่าฉันไม่ศึกษานะ แม่ของลูกค้าอายุ 80 ปี ป่วยหนักเป็โรคมะเร็ง "
"หมอบอกว่าเขาอยู่ได้ไม่เกิน 1 เดือน "
"่สุดท้ายของชีวิต ลูกชายของเธออยากทำให้แม่มีความสุขที่สุด เลยยอมทุ่มเงินมากขนาดนี้จ่ายให้เธอยังไงล่ะ"
ฟ่านยี้ตัดสินใจกุเื่มาพูดไม่พอ ยังคุกเข่าคำนับเพื่อนหลายครั้ง จนม่านกู่รู้สึกผิด ยอมปล่อยเลยตามเลย ไม่ถามถึงเื่นี้อีก
"ช่างเถอะฟ่านยี้ ฉันคงคิดมากเกินไป บางที... ฉันอาจจะลองเปิดใจ รับงานนี้ดูสักครั้ง"
ม่านกู่ประคองเพื่อนขึ้นมานั่งบนโซฟายกซดเบียร์ด้วยกัน จนเมาแอ๋หลับไป...