เทพปกรณัมแห่งแดนเหนือ ภาค กำเนิดมารอเวจี

    ตอนที่ 88 ความตายของกงลั่ว



     

    "ฆาตกรเฒ่าอู่หยวน" ลูคัสพึมพำ

     

    ที่แท้ชายชราผู้นี้เป็นพวกคลั่งไคล้การสังหารผู้คนนี่เอง

     

    "เจ้าหนุ่มหากยอมมอบเคล็ดวิชาค่ายกลดาบนั้นมา...บางทีข้าอาจจะพิจารณาไว้ชีวิต"ชายชรามองมาที่ลูคัสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโลภ

     

    เขาอยากจะได้ทักษะค่ายกลดาบหมื่นบุปผา

     

    "ศิษย์พี่หมิงท่านพร้อมหรือยัง" ลูคัสส่งกระแสจิตถาม

     

    "ใกล้แล้ว" หมิงเยี่ยที่นั่งหลับตาอยู่ตอบกลับ

     

    ชายชราเริ่มเดินวนไปรอบๆเขาคิดจะสังหารหมิงเยี่ยก่อนเพื่อตัดปัญหา

     

    "ฮ่า" เด็กหนุ่มตัดสินใจพุ่งตัวเข้าปะทะ เพลงเตะสะบั้นเมฆาถูกใช้ออกเป็นท่าแรก

     

       เมื่ออีกฝ่ายพยายามปัดป้องลูคัสก็เริ่มใช้ดรรชนีทองคำกระหน่ำแทงเข้าใส่ไม่ยั้งกระบวนท่าหมัดต่างๆ เริ่มถูกงัดออกมา ทุกการโจมตีเน้นหนักไปที่จุดตายของคู่ต่อสู้ แต่ทั้งหมดที่ทำก็เพียงแค่จะถ่วงเวลาเท่านั้น

    "อาณาจักรพลังที่สี่กับห้ามีความห่างชั้นกันจริงๆ"เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเอง

     

       ในที่สุดหมิงเยี่ยก็ลุกขึ้นหญิงสาวเริ่มต้นด้วยการวาดดาบออกไปอย่างรวดเร็วทำให้เกล็ดน้ำแข็งฟุ้งกระจายไปในอากาศ อู่หยวนเริ่มมีสีหน้าจริงจังเพราะหมิงเยี่ยแม้จะบาดเจ็บแต่ก็มีระดับการบ่มเพาะเทียบเท่ากับตน

     

    "ศิษยพี่ผมขอลองอะไรหน่อย" ลูคัสเริ่มส่งกระแสจิต

     

       กล่าวจบดาบเล่มสีทองถูกนำออกมาร่ายรำก่อนจะเกิดมวลคลื่นดอกไม้กระจายตัวออกไปผสานเข้ากับวิชาของหมิงเยี่ย อู่หยวนที่กำลังรับมือกับเกล็ดน้ำแข็งเมื่อพบกับมวลกลีบดอกไม้หลากสีผสมเข้ามาทำให้รับมือได้ยากขึ้นไปอีก

     

       สีหน้าของชายชราเริ่มตึงเครียด หากต้องรับมือกับ"ค่ายกลประสาน" สองทักษะอยู่แบบนี้ ในที่สุดพลังปราณเขาจะหมดลงและอาจพลาดท่าได้อู่หยวนจึงกลั้นใจทุ่มพลังการโจมตีทั้งหมดเข้าใส่หญิงสาวที่เป็นตัวปัญหาหลัก

     

    "กระบี่วิปลาส" เงากระบี่สีเทาที่มีใบหน้าผู้คนร่ำไห้พุ่งตรงเข้าใส่หมิงเยี่ย

     

       สายตาของหญิงสาวสว่างวาบก่อนจะตวัดดาบเพื่อต้านรับเงากระบี่นี้ เมื่ออู่หยวนเห็นว่าอีกฝ่ายรับกระบี่ได้อย่างเต็มกลืนตนก็ใช้กระบี่วิปลาสอีกครั้ง

     

       ไม่นานหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บหนักอยู่แล้ว เมื่อถูกโจมตีจากกระบี่ที่รุนแรงถึงสองครั้งซ้อนร่างกายก็ทนรับเอาไว้ไม่ไหวกระอักเลือดล้มฟุบไป

     

    "ฮ่า ฮ่า เจ้าหนุ่มหากรีบคุกเข่าโขกศีรษะเรียกข้าว่าท่านปู่แต่โดยดีเจ้าอาจจะได้ตายสบาย"ชายชราที่ฟาดฟันอยู่ในหมู่มวลกลีบดอกไม้พูดออกมาอย่างย่ามใจ อู่หยวนเชื่อสนิทว่าอีกไม่นานเด็กหนุ่มจะต้องร้องขอชีวิตและมอบวิชาทั้งหมดที่มีให้แต่ตนโดยดี

       ลูคัสทำทีเป็นย่อตัวลงทำให้อีกฝ่ายยืนยิ้มจนตาหยีเขานึกว่าเด็กหนุ่มกำลังจะคุกเข่าโขกศีรษะอ้อนวอนตน

     

    "รับไปท่านปู่..."สิ้นคำมีแสงสีดำสลัวพุ่งเข้าใส่ร่างของชายชราอย่างรวดเร็ว "ทักษะเทพสังหาร"

     

    แม้อู่หยวนจะไหวตัวทันแต่การโจมตีทีเผลอครั้งนี้ทำให้มือข้อมือขวาของเขามีโลหิตไหลนอง

     

    "จะเจ้าเด็กเปรตตายเสียเถอะ"เขารู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมากที่มีเด็กรุ่นราวคราวเหลนมาปั่นหัวเช่นนี้

     

    "หยุด" ลูคัสแผดเสียง เขาเก็บดาบเข้าภายในตราราชสีห์ทองคำก่อนจะเริ่มสงบยืนนิ่ง

     

       เสียงตะโกนนี้ทำให้ชายชราชะงักไปเมื่อประเมินว่าร่างในชุดดำไม่มีลูกเล่นอะไรแล้วตนจึงเตรียมรีดไถทรัพย์แล้วค่อยสังหารอีกฝ่ายช้าๆ

     

    รอยยิ้มเผยขึ้นที่มุมปากเด็กหนุ่ม"ท่านจ้าวตำหนักในเมื่อมาแล้วจะไม่แสดงฝีมือหน่อยเหรอ"ลูคัสพูดเอ่ยขึ้นลอยๆ

     

    "เฮ้อ เจ้านี่มัน..."ร่างใหญ่โตในชุดขาวที่มีตราประทับหงส์ฟ้าดิ่งตัวลงมาราวกับดาวหาง

     

    เมื่อพบว่าม่านพลังเวทที่กั้นไว้สลายตัวไปบุคคลภายนอกลานประลองจึงเริ่มส่งเสียงฮือฮา

     

    ตอนนี้ร่างใหญ่ในชุดขาวกำลังยืนประจันหน้ากับลูคัส

     

    "ข้อหาต่างๆ ข้าจัดการให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว" ฟ้าลั่นกล่าวสั้นๆ

     

    "เจ้ายักษ์ไม่เห็นหรือว่าเด็กผู้นั้นเป็นเหยื่อของข้า"อู่หยวนกล่าวอย่างขุ่นเคือง เขานึกว่าฟ้าลั่นจะมาแย่งผลงานของตนไป

     

       ประโยคนี้ทำให้ชายร่างยักษ์ขมวดคิ้วเขาหันหน้ากลับมาสบตากับผู้พูด อู่หยวนเมื่อได้เห็นใบหน้าเต็มๆ ของอีกฝ่ายก็ถึงกับเข่าทรุด

     

       อู่หยวนเป็นชายชราอยู่มานานหลายร้อยปี อีกทั้งตนยังเคยบังเอิญพบเห็นการลงมือของฟ้าลั่นที่ต่อสู้กับเหล่าศิษย์และอาวุโสของสำนักชั้นสองครั้งนั้นด้วยตัวคนเดียวเขาไม่มีวันลืมรอยบากที่ใบหน้านั่นเป็นอันขาด

     

    "ขุนเข่าไร้น้ำใจ..."อู่หยวนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา

     

    ตู้มมม!มีเสียงระเบิดดังลั่นทำให้ลานประลองหินที่แข็งแกร่งยุบตัวลงไป

     

    เมื่อม่านฝุ่นกระจายตัวออกพบร่างกายที่แหลกเหลว

     

       การโจมตีนี้รวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะมองได้ทันแต่ลูคัสที่เปิดตาซ้ายไว้เห็นมันอย่างชัดเจน เด็กหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายเพราะมันคือการเตะธรรมดาเท่านั้นเองเพียงการเตะส่งๆ จากระดับราชันยุทธขั้นสูงก็ทำให้ผู้ฝึกตนอาณาจักรพลังที่ 5 กลายเป็นเศษเนื้อได้ภายในพริบตา

     

    "เขาคือฟ้าลั่น เทพอดิศวร"

     

    เกิดเสียงฮือฮาขึ้นรอบลานประลอง

     

    "ขุนเข่าไร้น้ำใจผู้อหังการ ตำนานที่ยังมีชีวิต"

     

    ฟ้าลั่นหันกลับมาอย่างเชื่องช้าก่อนเปรยสายตาไปยังร่างหญิงสาวในชุดดำที่นอนหมดสติอยู่

     

    "พวกเราไปกันเถอะ" ขณะที่ชายร่างใหญ่กำลังจะคว้าแขนเด็กหนุ่ม

     

    "ท่านจ้าวตำหนักจะไม่พาตัวศิษย์พี่หมิงไปด้วยเหรอครับ"ลูคัสหันมาถามด้วยความสงสัย

     

    ฟ้าลั่นทำสีหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะคว้าแขนทั้งสองแล้วเหินร่างทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสีแดงฉานเบื้องบน

     

       ไม่กี่ชั่วโมงพวกเขาก็มาถึงตำหนักบนยอดเขาเซี่ยนที่แห่งนี้ลูคัสเคยมาเหยียบครั้งหนึ่งแล้วมันเป็นตอนที่หลินฉีเคยพามาเพื่อรับคำสั่งปฏิบัติภารกิจครั้งแรกระหว่างเดินตามหลังอีกฝ่ายลูคัสก็ครุ่นคิดหากจ้าวตำหนักรู้ว่าจะสามารถจัดการข้อหาเหล่านี้ได้ทำไมไม่ขัดขวางเรื่องที่ส่งตัวเขาไปยอดเขายมโลกตั้งแต่แรก

     

    "รับนี่ไป"เสียงนี้ทำให้ลูคัสตื่นจากภวังค์ก่อนจะรับวัตถุที่ฟ้าลั่นโยนให้

     

    "เจ้าอยู่บนนี้ก่อนสักครึ่งวันแล้วค่อยกลับไปใช้ชีวิตปกติ"ฟ้าลั่นกล่าว

     

       ก่อนจะจากไปฟ้าลั่นเล่าให้ฟังว่าหมิงเยี่ยเดิมทีเป็นศิษย์แนวหน้าอันดับหนึ่งแต่เนื่องจากผิดกฎทำศิษย์ร่วมสำนักพิการจึงถูกสั่งให้สำนึกตนที่ยอดเขายมโลกเป็นระยะเวลาสามเดือน

       เมื่อได้ฟังลูคัสก็พยักหน้าอย่างเข้าใจนี่คงเป็นสาเหตุที่เธอตัดสินใจเข้าร่วมประลองศึกชิงประกาศิตเพื่อที่จะได้ออกจากยอดเขายมโลกไวขึ้น

     

       เขานำเม็ดยาสีเงินที่ฟ้าลั่นให้เอาไว้มาหมุนดูก่อนจะนำเม็ดยาใส่ปากหญิงสาวแล้วนั่งขัดสมาธิรอ จากการต่อสู้หลายครั้งที่ผ่านมาลูคัสก็มาถึงคอขวดของระดับพลังแล้วเพียงอีกนิดเดียวก็จะสามารถทะลวงขั้นย่อยขึ้นเป็นขุนพลขั้นแปดได้อย่างไม่ติดขัด

     

    "แค่กๆ" หมิงเยี่ยเริ่มรู้สึกตัว

     

    "ศิษย์พี่หมิงท่านฟื้นแล้ว"

     

    "พวกเราอยู่ที่ไหนกัน อู่หยวนล่ะ" หญิงสาวเริ่มยันกายขึ้น

     

    "จ้าวตำหนักฟ้าลั่นเป็นผู้พาเราออกมาจากยอดเขายมโลก..." เด็กหนุ่มตอบ

     

    จากนั้นลูคัสก็อธิบายให้หมิงเยี่ยฟังตั้งแต่ต้นจนจบว่าตอนที่หญิงสาวสลบไปนั้นเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง

     

    "ครั้งนี้ถือว่าข้าหมิงเยี่ยเป็นหนี้เจ้า..." หลังจากคุยกันสักพักหมิงเยี่ยก็ขอตัวจากไป

     

       ลูคัสเมื่อทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายจบก็เดินกลับไปยังทิศทางของเรือนดาราอย่างสบายใจระหว่างเดินทางมาก็ได้พบข่าวลือหนาหูเรื่องที่ตนถูกใส่ร้ายในข้อหาสังหารศิษย์ร่วมสำนักกลับกลายเป็นเขาต่อสู้เพื่อป้องกันตัวเองจึงทำให้ศิษย์ผู้นั้นตกตายแทน

     

     

       ในที่สุดเด็กหนุ่มก็มาถึงเรือนดาราหมายเลขสิบสี่เมื่อมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นเตียวฉานอีกเช่นเคย แต่กลับพบจดหมายสีแดงฉบับหนึ่งวางอยู่บริเวณเตียงนอนลูคัสจึงเปิดอ่านเพราะคิดว่าเป็นข้อความที่เตียวฉานทิ้งเอาไว้

     

    "มัจจุราชสีขาวชีวิตพี่ใหญ่เจ้าอยู่ในกำมือข้า คืนนี้นำดาบมาแลกคน ป่าไผ่หลังสำนัก..."

     

       เมื่อได้เห็นเนื้อความในจดหมายใบหน้าลูคัสถึงกับบิดเบี้ยวเบื้องต้นเขาต้องไปตรวจสอบก่อนว่ากงลั่วหายตัวไปจริงหรือไม่ ทั้งวันเด็กหนุ่มก็ตระเวนไปทุกที่จนได้เบาะแสสุดท้ายจากอาตู้ว่า ตั้งแต่แทยอนเสียชีวิตกงลั่วก็เอาแต่ดื่มหนักตลอดเวลาโดยล่าสุดอาตู้และพี่ใหญ่ของเขายังดื่มเหล้าด้วยกันอยู่เมื่อวานจากนั้นก็ไม่พบกงลั่วอีกเลย

     

    "เอ้อแต่ล่าสุดตอนที่เขาเมาหนักชอบพูดเพ้อเจ้อว่าเจ้าคือมัจจุราชสีขาว"อาตู้กล่าว

     

       เด็กหนุ่มไม่รอช้าเตรียมนำนี้ไปหารือกับจ้าวตำหนักฟ้าลั่นก่อนเป็นอันดับแรกแต่เมื่อพบหลินฉีก็ได้ทราบว่าฟ้าลั่นมีธุระด่วนต้องออกไปจัดการเรื่องบางอย่างที่นอกสำนักลูคัสจึงตัดสินใจว่าคืนนี้จะไปตามนัดด้วยตัวคนเดียวเพราะความปลอดภัยของกงลั่วสำคัญที่สุด

     

    ครั้นเมื่อถึงเวลากลางดึกพระจันทร์ลอยเด่นเหนือศีรษะ

     

       ร่างในชุดดำในเครื่องแบบศิษย์แนวหน้าของสำนักอู๋เซี่ยนก้าวไปในป่าไผ่อย่างไม่รีบร้อนคราวนี้เขาไม่จำเป็นต้องปิดบังตัวตนเพราะหากกงลั่วอยู่ในมืออีกฝ่ายจริงก็แปลว่าสถานะที่แท้จริงได้ถูกเปิดโปงแล้ว

     

    ณลานกว้างกลางป่า

     

    แปะแปะ แปะ "คิดไม่ถึงจริงๆ ว่ามัจจุราชสีขาวจะกล้ามาตามนัด"

     

    มีเสียงปรบมือดังขึ้นก่อนที่ชายในชุดเขียวจะก้าวออกมา"จู้เหมินกวง"

     

       สายตาลูคัสสว่างวาบ ตอนถูกไล่ล่าในป่าเซียนก็เป็นเพราะศิษย์คนตรงหน้าวันนี้กงลั่วถูกจับตัวก็ยังเป็นเพราะฝีมือคนผู้นี้อีก

     

    "ศิษย์พี่จู้ท่านกำลังพูดเรื่องอะไร ผมแค่มาเดินเล่นเท่านั้น"ลูคัสพูดออกไปพร้อมทำสีหน้าฉงน เขาอยากจะลองเชิงอีกฝ่ายดูก่อน

     

       เมื่อใช้สัมผัสไร้ลักษณ์ตรวจสอบดูก็รู้สึกโล่งใจสถานที่แห่งนี้มีเพียงผู้ฝึกตนในระดับอาณาจักรพลังที่4 หลายสิบคนซุ่มตัวอยู่เท่านั้น

     

    "ฮ่าฮ่า ไม่ต้องเล่นละครแล้ว อาตู้ออกมา"เมื่อจู้เหมินกวงพูดจบชายที่มีฟันหน้าคล้ายกระต่ายก็กล่าวออกมาด้วยอาการสั่นเทาปากพึมพำว่า “ขอโทษ” อย่างไร้เสียง

     

    "ไหนล่ะคน"ลูคัสพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมตอนนี้ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีกแล้วเขามีเป้าหมายเดียวสังหารผู้คนเหล่านี้ให้สิ้นแล้วพากงลั่วออกไปจากสำนักแห่งนี้

     

    "จิ๊จิ๊ หากอยากเห็นคนก็ต้องขอดูดาบก่อน"ชายในชุดเขียวเริ่มกระดิกนิ้ว

     

    คล้ายลมกระโชกดาบเล่มใหญ่สีดำสนิทกำลังวนตัวอยู่ข้างกายลูคัส

     

       สายตาจู้เหมินกวงวาวโรจน์นี่นับเป็นโชคใหญ่หล่นทับอย่างแท้จริงเมื่อสองวันก่อนตนที่กำลังฝึกตนอยู่ ได้ยินข่าวครึกโครมว่ามีผู้ทำผิดกฎร้ายแรงสังหารศิษย์ร่วมสำนักขณะที่กำลังไปดื่มกินกับหมู่สหายในเรือนอาหาร กลับได้ยินกงลั่วที่กำลังเมาเพ้อว่า มัจจุราชสีขาวเป็นผู้ลงมือสังหารศิษย์หญิงผู้นั้นเข้าพอดีตนจึงจับตัวไปเค้นถามเอาความจริง
    แต่ไม่ว่าจะทรมานอีกฝ่ายมากเพียงไรเขาก็ไม่ยอมคายอะไรออกมาเลยหนำซ้ำกงลั่วกลับใจเด็ดชักอาวุธเชือดคอตัวเองจนตกตายไป

     

       แม้จะมีข้อมูลมาน้อยมากแต่ด้วยพฤติกรรมของกงลั่วก็ทำให้จู้เหมินกวงสามารถเชื่อมโยงสถานะมัจจุราชสีขาวไปถึงลูคัสได้ไม่ยาก ในที่สุดเมื่ออีกฝ่ายกลับมาจากยอดเขายมโลกเขาจึงเริ่มดำเนินการตามแผนโดยการขู่บังคับให้อาตู้ไปส่งจดหมายและเตรียมการตอบคำถามเอาไว้

     

       เป็นเพราะจู้เหมินกวงได้ยินกิตติศัพท์ของดาบมารมาไม่น้อยจึงบังเกิดความโลภอาวุธที่มีความคิดเป็นของตัวเอง หากได้ครอบครองก็ราวกับมีกำลังรบที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นของดีแบบนี้ใครเล่าจะไม่อยากมีในครอบครอง

     

    "นี่คือดาบมารที่ท่านอยากได้ แล้วคนอยู่ที่ใด"ลูคัสที่เห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบจึงตะโกนออกมา

     

    "เจ้าคิดว่าไงล่ะ" จู้เหมินกวงตอบกลับด้วยคำถาม

     

    "กงลั่วตายแล้วจู้เหมินกวงฆ่าเขา"อาตู้ที่สั่นกลัวเมื่อครู่ตะโกนออกมาสุดเสียง

     

       สีหน้าของลูคัสที่เรียบเฉยบิดเบี้ยวไปมาเดิมทีสัมผัสไร้ลักษณ์ก็ไม่พบพลังปราณของผู้ที่เป็นพี่ใหญ่แต่เขาก็ตั้งข้อสันนิษฐานเพียงว่า กงลั่วอาจจะถูกนำตัวไปซ่อนไว้ที่อื่นเท่านั้น

     

       สิ้นคำที่อาตู้ตะโกนออกมาจู้เหมินกวงก็โยนบางสิ่งมาทางเด็กหนุ่ม ตุบ ตุบเป็นวัตถุรูปร่างเป็นทรงกลมกลิ้งมาอยู่แทบเท้าของลูคัส

     

    "พี่ใหญ่..."เด็กหนุ่มพึมพำ


    คล้ายกับเรื่องเทพปกรณัมแห่งแดนเหนือ ภาค กำเนิดมารอเวจี ที่คุณอ่าน

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247