ห้องโถงใหญ่คราคร่ำไปด้วยผู้คนแต่งตัวสีสันฉูดฉาด ดูมีมนต์เสน่ห์แต่ละคนที่ได้พบโหมวหย่วนซานต่างกล่าวยินดีและอวยพรให้โหมวหย่วนซานพยักหน้ารับอย่างยิ้มแย้ม
‘โหมวซืออี๋’เดินตามหลังโหมวหย่วนซานด้วยสีหน้าเ็าสวี่ตงที่อยู่ใกล้กับเธอมากกลับรู้สึกห่างไกลจากเธอเหลือเกิน แต่สวี่ตงได้ห่อหุ้มหัวใจตัวเองไว้อย่างแ่าแล้วเขาไม่เพ้อถึงภาพฝันใดๆ กับโหมวซืออี๋อีก ถึงขนาดไม่อยากเข้าใกล้เธออีกเลยด้วยซ้ำเพื่อนร่วมชั้นที่สวยราวกับนางฟ้านาง์คนนี้ไม่ใช่คนที่เขาจะเอื้อมถึงไม่จำเป็ต้องพูดอะไรทั้งนั้น จะเป็การทำตัวเองขายหน้าเสียเปล่าๆ
“คุณลุงครับ เข้าไปพักในห้องก่อนเถอะครับทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว!”
ชายหนุ่มในชุดสูทลำลองสีขาวจากแบรนด์อาร์มานีเข้ามาต้อนรับโหมวหย่วนซานพร้อมรอยยิ้มอายุเขาประมาณยี่สิบแปดถึงยี่สิบเก้าปี หน้าตาจัดว่าค่อนข้างหล่อเหลาและดูภูมิฐานเขาหันมาทักทายหลงชิวเซิงต่อ “สวัสดีครับคุณอาหลง!”
หลงชิวเซิงพยักหน้า ก่อนจะกล่าวอย่างอารมณ์ดี “เดี๋ยวนี้พี่กวนถังเฟื่องฟูนัก!”
ชายคนนั้นหัวเราะ ‘ฮ่าๆ’ “คุณอาหลงล้อผมเล่นแล้ว เทียบกับคุณอา ผมก็แค่ขี้ประติ๋ว!”
แม้จะพูดเช่นนั้นซึ่งฟังดู ‘ถ่อมตัว’ แต่สวี่ตงยังมองออก บนหน้าชายหนุ่มคนนี้เต็มไปด้วยความพึงพอใจกระทั่งหลงชิวเซิงยังพูดเช่นนี้ท่ามกลางฝูงชน เห็นได้ชัดว่าเขาสุขใจมาก
หลังจากนั้นชายคนนั้นก็หันไปมองโหมวซืออี๋แล้วถามอย่างอารมณ์ดี “ซือฉิง วันนี้เป็วันเกิดครบรอบเจ็ดสิบห้าปีของปู่เธอจะทำหน้าแบบนี้ไปทำไม อย่าเอานิสัยตอนทำงานมาใช้ที่บ้านสิคนอื่นเขากลัวตำรวจใหญ่อย่างเธอหมดแล้ว แต่ฉัน โหมวกวนถัง ไม่กลัว ฮ่าๆ …”
ประโยคนี้เป็การหยอกเย้าอย่างชัดเจน
แต่สวี่ตงกลับตกตะลึงขึ้นมาอีก ‘ซือฉิง?’ หรือว่าเธอจะไม่ใช่โหมวซืออี๋
แม้ ‘ซือฉิง’ จะทำหน้าเ็าอยู่ตลอดเวลาแต่พออยู่ต่อหน้าชายคนนี้กลับไม่อาจทำต่อไปได้ เธอยิ้มขื่นก่อนจะเปิดปากในที่สุด “คุณอาเล็ก!”
โหมวกวนถังหัวเราะก่อนจะลดเสียงลงพร้อมขยับเข้าใกล้โหมวซือฉิง “ซือฉิง ไม่ว่าเธอจะมีความคิดเห็นอะไร แต่วันนี้เป็วันเกิดปู่เธอยังไงก็ให้ผ่านวันนี้ไปก่อนค่อยว่ากัน!”
โหมวซือฉิงขยับปากไม่มีเสียง แต่สีหน้ากลับอ่อนลงเป็นัยว่ายินยอมแล้ว
“ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ซือฉิงเธออยู่เป็เพื่อนปู่ดีๆ ล่ะ อีกเดี๋ยวแเื่จะเยอะขึ้นพอแขกผู้ใหญ่พวกนั้นมาถึงแล้ว ต่อให้มีพ่อเธออยู่แต่ปู่เธอก็ต้องออกมารับคำอวยพรด้วยนะ…“
โหมวกวนถังพร่ำบ่นอีกพักหนึ่งถึงจากไป สวี่ตงมองตามโหมวหย่วนซานกับหลงชิวเซิงเดินเข้าห้องไปเขากับหนิวเซี่ยงตงเดินตามเข้าไปด้วย แต่ในหัวรู้สึกสับสนมึนงงไปหมด!
หรือที่ผู้หญิงคนนี้บอกว่าไม่รู้จักเขาก็เพราะเธอไม่ใช่โหมวซืออี๋!
ในเมื่อเธอไม่ใช่โหมวซืออี๋ ‘ความน้อยเนื้อต่ำใจ’ทั้งหมดที่มีก่อนหน้าพลันมลายหายไป เธอไม่ใช่โหมวซืออี๋แน่นอนว่าเธอก็ต้องไม่รู้จักเขาจริงๆ
สวี่ตงพลันฉุกคิดก่อนหน้านี้ตอนที่เห็นเธอแวบแรกก็รู้สึกเหมือนว่าเธอดู ‘เป็ผู้ใหญ่’ มากตอนนี้มาลองพิจารณาอีกครั้งถึงพบว่าเธอไม่ได้ดูเป็ผู้ใหญ่ แต่จริงๆแล้วอายุมากกว่าโหมวซืออี๋หลายปีทีเดียว อีกอย่างเมื่อสังเกตดีๆใบหน้าของทั้งสองคนยังมีส่วนที่ต่างกันนิดหน่อยเพียงแต่รูปลักษณ์ภายนอกของคนทั้งสองเหมือนกันเกินไป!
แน่นอนว่าสมองของสวี่ตงย่อมคิดได้ผู้หญิงที่ชื่อโหมวซือฉิงคนนี้กับโหมวซืออี๋ต้องเป็ญาติสนิทกันมากแน่นอนถ้าไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ ก็ต้องเป็ลูกพี่ลูกน้องกัน แต่หน้าตาเหมือนกันขนาดนี้เป็ไปได้มากว่าจะเป็พี่น้องท้องเดียวกัน!
อีกอย่างเธอก็แซ่ ‘โหมว’ ชื่อตรงกลางยังใช้ ‘ซือ’ เหมือนกันอีกอิงตามวัฒนธรรมชาวจีนของคนที่แซ่เดียวกันรุ่นเดียวกันน่าจะเป็ความสัมพันธ์แบบพี่น้องกันมากกว่า
แล้วเมื่อกี้ยังได้ยิน ‘โหมวกวนถัง‘ ที่โหมวซือฉิงเรียกว่าคุณอาเล็กคนนั้นพูดว่าโหมวซือฉิงเป็ ‘ตำรวจ’ แต่โหมวซืออี๋ยังเป็นักเรียนมัธยมปลายอยู่เลยทั้งสองต้องไม่ใช่คนเดียวกันแน่นอน จะผิดก็ผิดที่เขาซึ่งแวบแรกก็คิดว่าเธอคือโหมวซืออี๋
โหมวหย่วนซานและหลงชิวเซิงกำลังนั่งคุยกันบนโซฟาภายในห้องอย่างออกรสเงยหน้ามาเห็นสวี่ตงที่ยืนอยู่ด้านข้าง โหมวหย่วนซานถึงนึกขึ้นได้เขาติดตามอยู่ด้านหลังหลงชิวเซิงตลอดเวลาดูจากอายุของเขาน่าจะเป็รุ่นหลานของหลงชิวเซิง แต่ลูกหลานของหลงชิวเซิงน่ะมีคนไหนที่เขาไม่รู้จักบ้าง
อีกอย่างเ้าเด็กคนนี้แต่งตัวโทรมมากถ้าเป็ลูกหลานของเ้าสามจะกล้าแต่งตัวแบบนี้มางานฉลองวันเกิดโหมวหย่วนซานหรือ
“คนนี้คือ?”โหมวหย่วนซานเดาไม่ออกจริงๆแต่ในเมื่อหลงชิวเซิงให้ตามเข้ามาในห้องด้วยก็ต้องมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดาๆ แน่เขาจึงเอ่ยปากถามเสียงจริงจัง
“เอ้อ…ลืมไปเลย!” หลงชิวเซิงได้สติก่อนจะดึงสวี่ตงให้มานั่งข้างๆ แล้วแนะนำอย่างอารมณ์ดี ”พี่รองขอแนะนำเด็กอัจฉริยะให้รู้จัก เพื่อนต่างวัยของผมเอง สวี่ตง!”
“สวัสดีครับท่านโหมว!”สวี่ตงลุกขึ้นทักทายอย่างนอบน้อม “ผมขอให้ท่านโหมวมีโชคลาภดุจทะเลบูรพาอายุยืนยาวดั่งเขาทักษิณครับ!”
ทันทีที่กล่าวอวยพร สวี่ตงพลันกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อยวันเกิดโหมวหย่วนซานแต่เขากลับมามือเปล่า นี่เป็พฤติกรรมที่ ‘ไม่เคารพ’ โหมวหย่วนซานเอามากๆ !
ทว่าหลงชิวเซิงกลับหยิบกล่องผ้าเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ขนาดกล่องใหญ่กว่ากล่องใส่เครื่องประดับตามร้านเพียงเล็กน้อย
“พี่รอง สวี่ตงนำหินเืไก่มาให้เป็ของขวัญ ผมดูแล้วถึงหินเืไก่จะเล็ก แต่เนื้อััยอดเยี่ยมมาก เป็สมบัติหายากถือเสียว่าเป็ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ฮ่าๆ …”
สวี่ตงใ เขาฝากของขวัญไว้กับหลงชิวเซิงั้แ่เมื่อไรแต่ในชั่วพริบตาเขาก็เข้าใจ หลงชิวเซิงกำลังออกหน้าแทนเขาแค่เอาของของตัวเองมอบให้เป็ของขวัญ
หลงชิวเซิงบอกว่าสิ่งนี้ ‘โอเค’ นั่นย่อมไม่ใช่คำลวง และโหมวหย่วนซานก็ไม่เปิดของขวัญดูต่อหน้ารับมาแล้วก็ยัดใส่มือโหมวซือฉิง ก่อนจะพูดว่า “ยัยหนูเอาไปเก็บไว้ในห้องของขวัญให้เรียบร้อยล่ะ!”
งานเลี้ยงวันเกิดก็เหมือนงานเลี้ยงตามเทศกาล แขกจะให้ ‘อั่งเปา’ เป็ของขวัญซึ่งแน่นอนว่าเ้าของงานไม่สามารถเปิดดูต่อหน้าได้ว่าแขกให้มาเท่าไรถ้าจะดูก็ต้องแอบดู
แม้ว่าโหมวหย่วนซานจะรู้สึกว่าสวี่ตงดู ‘พิเศษ’ แต่ก็ไม่ได้จริงจังมากนักถึงอย่างไรเ้าเด็กนี่ก็อายุยังน้อย หลงชิวเซิงจะชื่นชมอย่างไรเขาก็ไม่ได้ใส่ใจ
หนิวเซี่ยงตงยืนยิ้มกริ่มอยู่ด้านข้าง ไม่เอ่ยแทรกสักคำเพียงระบายรอยยิ้มบนหน้า
โหมวซือฉิงนำกล่องของขวัญชิ้นน้อยที่หลงชิวเซิงให้ไปยังห้องของขวัญโดยไม่พูดไม่จาตอนออกไปยังปรายตามองสวี่ตงทีหนึ่ง
กับสวี่ตงคนนี้เธอไม่ได้มีความประทับใจอะไรส่วนตัวถ้าจะมีก็มีเพียงการพูดคุยสั้นๆ ก่อนหน้านี้แต่เธอรับรู้ความสัมพันธ์ของหลงชิวเซิงกับปู่ของเธอเป็อย่างดีคนที่ทำให้หลงชิวเซิงให้ความสำคัญได้ต้องไม่ธรรมดาระดับหนึ่งแต่ดูยังไงก็เด็กเกินไปหน่อย!
ผ่านไปไม่นานก็มีเสียงเคาะประตู ตามมาด้วยโหมวกวนถังที่ผลักประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม“คุณลุง คุณอาสามหลงพี่ใหญ่กับพวกเถ้าแก่ใหญ่ของเมืองมากันแล้วทั้งสองท่านไปทักทายกันที่ห้องโถงสักหน่อยเถอะครับ!”
ถึงแม้สวี่ตงจะไม่ใช่คนในแวดวงนี้ แต่เขาก็เคยได้ยินมาบ้าง ‘เถ้าแก่ใหญ่ของเมือง’ ไม่ได้หมายถึงพวกเถ้าแก่นักธุรกิจในเมืองแต่หมายถึงพวกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับแนวหน้าประจำเมืองเวลาอื่นนอกจากเวลาทำงานราชการ พวกเขาจะชอบให้คนเรียกพวกเขาว่า ‘เถ้าแก่’ ไม่ใช่เรียกตามยศเช่น ‘ท่านรัฐมนตรี’ หรือ ‘ท่านเลขาฯ’
“เ้าสาม ไปกัน ออกไปเข้าสังคม!” โหมวหย่วนซานยิ้มเชิญหลงชิวเซิงออกไปเดินพลางกล่าวว่า “ฉันรู้ว่าเ้าสามไม่ชอบงานออกหน้าเข้าสังคมพวกนี้แต่ชีวิตคนเราอยู่ในสังคมไม่อาจไม่ก้มหัว แกกับฉันน่ะยังเมินเฉยได้แต่กวนจิ่งไม่สานสัมพันธ์กับพวกเขาไม่ได้ แกเป็อาสามของกวนจิ่งก็ยังต้องไว้หน้าและยังต้องช่วยสนับสนุนเขานะ!”
หลงชิวเซิงตอบอย่างอารมณ์ดี “รู้อยู่แล้วว่าพี่ต้องเอาคำพูดพวกนี้มารั้งผมช่างเถอะ ก็ถือว่าไปกินดื่มฉลองกับพี่ไม่เห็นแก่หน้าพี่ก็เห็นแก่กวนจิ่งที่เคารพอาสามคนนี้มาั้แ่ยังเล็กแล้วกัน!”
ภายในห้องโถงใหญ่ขณะนี้มีผู้คนแออัดยิ่งกว่าเดิมทันทีที่โหมวหย่วนซานและหลงชิวเซิงออกมาก็ถูก ‘ห้อมล้อม’ ทันที เวลานี้สวี่ตงก็ไม่ได้ตามติดอยู่ด้านหลังหลงชิวเซิงแล้วกลุ่มคนที่อยู่ข้างนอกล้วนแต่เป็ ‘คนดัง’ รวมถึงโหมวกวนจิ่งด้วย สวี่ตงมักจะเห็นในข่าวตามโทรทัศน์ของเมือง
ต่อจากนั้นก็เป็ขั้นตอนการอวยพรเอย มอบของขวัญเอย สรรเสริญเยินยอเอยสวี่ตงหันกลับไปมอง ไม่รู้ว่าหนิวเซี่ยงตงหายไปไหนแล้ว ผู้คนแออัดท้องก็ร้องโครกคราก แต่เสียงผู้คนเซ็งแซ่ขนาดนี้ไม่ต้องกังวลเลยว่าใครจะได้ยิน
ภายในห้องโถงมีบริกรของโรงแรมอยู่หลายคนอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดที่ควรมีก็มีละลานตาสวี่ตงเดินไปหยิบจานมาตักอาหารด้วยตัวเอง สำหรับเขาแล้วไม่มีอะไรที่ชอบหรือไม่ชอบของพวกนี้เป็อาหารอันโอชะแทบทุกอย่างเทียบกับเศษอาหารที่เขากินตอนอยู่บ้านสามีป้าแล้วต่างกันลิบลับเลย
กินอาหารแสนอร่อยจานเล็กจนเกลี้ยงแล้วสวี่ตงยังอยากกินต่อขณะที่กำลังจะลุกไปตักเพิ่ม เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นชายวัยกลางคนสาวเท้าเข้ามาหาก็ใอย่างห้ามไม่อยู่!
ไม่ใช่เพราะรู้จักชายคนนี้ สวี่ตงไม่รู้จักเขาหรอกไม่คุ้นหน้าเลยสักนิด แต่ที่ทำให้เขาใก็เพราะตัวชายวัยกลางคนคนนี้แผ่ ‘ออร่าสมบัติ’ สีน้ำเงินต่างหาก!
เขาไม่ได้แปลกใจกับออร่าสมบัติ แต่มันเหมือนกับออร่าสมบัติของ ‘เสื้อหยกไหมทอง’ ที่เคยอยู่บนตัวหลงชิวเซิงก่อนที่จะถอดพับบรรจุไว้ในกล่องไม้หวงฮวาหลีและมอบให้โหมวหย่วนซานตัวนั้น!
สวี่ตงมองเห็นอย่างชัดเจน ออร่าสีน้ำเงินนี้ ทั้งสีทั้งความเข้มเหมือนกับเสื้อหยกไหมทองแทบทุกประการเขาถึงได้ประหลาดใจ เห็นๆ กันอยู่ว่าเสื้อหยกไหมทองตัวนั้นถูกมอบให้โหมวหย่วนซานและให้โหมวซือฉิงนำไปเก็บที่ห้องของขวัญแล้วแล้วออร่าสมบัติมาปรากฏบนร่างชายแปลกหน้าคนนี้ได้อย่างไรกัน
ท่ามกลางความตกตะลึงของสวี่ตงชายแปลกหน้าคนนั้นก็เดินผ่านหน้าเขาไปและตรงไปยังห้องน้ำ
ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในหัวสวี่ตงคือ ‘ขโมย’ทว่าชายแปลกหน้าคนนี้ตรงไปที่ห้องน้ำ ไม่ใช่ประตูทางออกเขาจึงไม่รีบร้อนเปิดเผยตัว
ไปเรียกเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก่อนหรือจะบอกหลงชิวเซิงกับโหมวหย่วนซานก่อนดี
สวี่ตงขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง จ้องไปทางห้องน้ำครั้งแล้วครั้งเล่าที่นั่นไม่มีทางออก เขาจึงไม่กังวลว่าชายแปลกหน้าจะหลบหนีไปจากห้องน้ำ
ทว่าภายในสองนาที ชายแปลกหน้าคนนั้นก็ออกมาแต่สวี่ตงกลับยิ่งประหลาดใจเข้าไปอีกเพราะบนตัวชายแปลกหน้าไม่มีออร่าสมบัติสีน้ำเงินแล้ว!
เขาซ่อนเสื้อหยกไหมทองไว้ในห้องน้ำงั้นเหรอ
ทว่าข้อสันนิษฐานนี้ก็ถูกสวี่ตงปัดตกทันที ชายแปลกหน้าแอบแทรกตัวปะปนเข้าไปกับแขกในงานมีอีกหลายคนเดินออกมาจากห้องน้ำ หนึ่งในนั้นแผ่ออร่าสมบัติสีน้ำเงินออกมาจากตัวไม่ต้องสงสัยเลย เสื้อหยกไหมทองถูกสวมอีกครั้ง และคนคนนั้นเป็คนที่สวี่ตงรู้จักเสียด้วยที่ทำเอาเขาไม่อยากจะเชื่อเข้าไปอีกก็คือคนที่ร่างกายปกคลุมด้วยออร่าสมบัติสีน้ำเงินคนนั้นกับกลายเป็…โหมวกวนถัง!