ต้องบอกว่าคนที่นอนหลับสนิทที่สุดในคืนนั้นนอกจากเนี่ยฝานแล้ว แอนนาและพี่ชายต่างก็กระสับกระส่ายทั้งคืน ตื่นขึ้นมาอีกวันจะสังเกตเห็นได้ว่าใบหน้าของพวกเขาใต้ตามีรอยคล้ำอยู่
อาหารเช้าถูกวางอยู่บนโต๊ะ ซุปเนยถั่ว มันฝรั่งบด ขนมปังและนมอุ่นจากแพะ
“นี่คืออาหารที่ดีที่สุดในทรานซิลวาเนีย ในฤดูหนาวนี้อาหารค่อนข้างหายาก ดังนั้นหวังว่าคุณจะรับได้นะ” เป็นแอนนาที่บอกเขา
“ไม่เป็นไร อาหารที่นี่ดูน่ากินมาก การเดินทางมาในดินแดนแสนห่างไกล ต่างจากยุคสมัยที่ผมอยู่ถือว่าเปิดหูเปิดตาเหมือนกัน”
คำพูดของเนี่ยฝานไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับแอนนา เพราะจากถ้อยคำของเขา เนี่ยฝานมาจากจีนซึ่งอยู่ห่างไกลจากโพ้นทะเลอีกฟากหนึ่ง
ในระหว่างที่นั่งกินอาหารเช้าเป็นเวลแคลที่กล่าวขึ้นว่า “พี่ได้เฝ้ามนุษย์หมาป่าทั้งคืน และยังมีโอกาสได้พูดคุยกับเขา ปรากฎว่าเหมือนกับที่เนี่ยฝานพูดไม่มีผิด ผู้ชายคนนี้เป็นแค่คนธรรมดา เขาจะเสียสติและกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าหลังจากเห็นพระจันทร์เต็มดวง ดังนั้นเมื่อเวลาปกติ เขาก็ไม่ต่างจากเรา”
“พี่กำลังจะบอกอะไร?” ในฐานะน้องสาวแอนนาคุ้นเคยกับวิธีพูดของพี่ชาย
เวลแคลยักไหล่ “พี่คิดว่าจะปล่อยเขาออกไป แน่นอนว่าไม่สามารถปล่อยออกไปข้างนอกปราสาทได้ ถึงเขาจะไม่อันตรายในตอนนี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอุบัติเหตุหากเห็นพระจันทร์ตอนกลางคืน”
“ถ้าพี่ว่าอย่างนั้นล่ะก็ไม่มีปัญหา แต่ฉันแนะนำให้ขังเขาไว้ก่อนจะดีกว่า”
เวลแคลเห็นด้วยกับน้องสาว หลังจากมื้อเช้าเสร็จเขาจึงนำอาหารส่วนหนึ่งออกไปให้อเล็กซี่ซึ่งกำลังถูกจองจำอยู่ในส่วนลึกของปราสาทเก่าวาเลเลีย
“ออกไปเดินเล่นไหม แม้ว่าที่นี่จะห่างไกลจากเมืองใหญ่ แต่ยังมีสถานที่หลายแห่งที่สวยงาม คุณน่าจะชอบ” แอนนาเอ่ยคำชวน ผมของเธอเป็นสีดำสนิท รอยยิ้มค่อนข้างเย็นชา อยู่ในชุดขุนนางแบบเก่า แต่กลับช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้หญิงสาวเป็นอย่างมาก
“ไปสิ” เนี่ยฝานไม่ได้ปฏิเสธ เมื่อวานนี้รีบกลับเข้าไปในปราสาทเขาจึงไม่มีโอกาสได้เห็นเมืองนี้ชัดๆ
......
หิมะข้างนอกหยุดตกแล้ว หลายครอบครัวออกจากบ้านเพื่อไปทำงาน
แอนนาเดินข้างๆ เนี่ยฝาน การปรากฎตัวของเขาทำให้ใครหลายคนมองเนี่ยฝานแปลกๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่ใส่ ผิวขาวซีด ตาสีฟ้า ไม่ว่าจะมองยังไงก็ไม่ใช่คนสามัญเช่นพวกเขา ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าเข้าไปทักทาย
“คนที่นี่ดูจะกลัวผมนะ” เนี่ยฝานกล่าวขณะเดินข้างหญิงสาว
“เป็นเรื่องปกติ เราไม่ได้เจอคนต่างถิ่นนานนับปีแล้ว โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวลือว่า...” แอนนายังพูดไม่ทันจบก็พบกับเสียงหัวเราะชวนขนหัวลุกบนท้องฟ้า
เป็นแวมไพร์สาวสามคนที่กำลังบินไปรอบๆ มาพร้อมกับคู่ปีกขนาดใหญ่สีขาว
เนี่ยฝานสังเกตพวกหล่อนด้วยความสนใจ นี่คือหนึ่งในจุดหมายของการเดินทางที่เขาสนใจนำกลับไปค้นคว้า เมื่อหล่อนมาถึงจึงเป็นเรื่องปรกติที่เขาจะยิ้มรับ
“นั่นเจ้าสาวของแดร็กคูล่า มันจะออกมาฆ่าเพื่อความสนุก โดยแต่ละเดือนจะออกมาอย่างน้อยสองครั้ง เราเสียคนไปให้กับมันหลายสิบชีวิตแล้ว รวมถึงพ่อแม่ของฉัน!” สำหรับแอนนาแวมไพร์ไม่ใช่คน ดังนั้นเธอจึงเรียกว่า ‘มัน’
“โหแอนนา ปากร้ายจังนะ มาพูดกับพวกเราแบบนี้ได้ยังไง” หนึ่งในแวมไพร์ปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าแอนนาในเสี้ยวลมหายใจ นางเอกสาวโต้ตอบด้วยการชักดาบอัศวินที่อยู่ข้างเอวออกมาเฉือนแนวนอน แต่ต้องวืดเพราะฝ่ายนั้นหลบได้ ก่อนจะใช้แขนโจมตี แอนนาตัวปลิวไปไกล แต่ด้วยความที่เป็นนางเอกเนี่ยฝานรู้ว่าเธอต้องรอด
“ดูเหมือนว่าเราจะมาช้าเกินไป”
เนี่ยฝานหันไปมองต้นเสียง เห็นสุภาพบุรุษในชุดหนังเดินเข้ามากับนักบวชคนหนึ่ง โดยไม่ต้องเดาตัวตนของพวกเขา นี่คือแวนนักล่าปีศาจ และนักบวชฝึกหัดมาคัส
“ขอพระเจ้าจงคุ้มครอง อาเมน” มาคัสเริ่มท่องบทสวดตามพระคำภีร์
แวมไพร์สาวแสดงรอยยิ้มโหดเหี้ยม ร่างสีขาวที่บินอยู่บนท้องฟ้าเริ่มโจมตีมาคัส แต่แวนได้หยิบหน้าไม้มาในจังหวะหน้าสิวหน้าขวาน ขึ้นลำแล้วเล็งแวมไพร์ทั้งสองทันที
ร่างของพวกเธอถูกยิงจนพรุน บางส่วนตกลงไปในหลังคาบ้าน บางส่วนยังบินอยู่บนท้องฟ้า ตามด้วยเสียงหัวเราะและหยิบลูกดอกออกมาจากร่างกายหน้าตาเฉย จากนั้นบาดแผลจึงถูกรักษาด้วยความเร็วเพียงไม่กี่วินาที
เนี่ยฝานรู้ว่าการโจมตีนั้นฆ่าเวโรน่า เอลีร่าหรือมาริซก้าไม่ได้หรอก สิ่งที่เขาทำตอนนี้คือช่วยให้แอนนาลุกขึ้นมาหลังจากที่ถูกแวมไพร์ซัดไปไกล
“ขอบใจนะ ว่าแต่นั่นใคร ใช่เพื่อนของคุณหรือเปล่า”
“ไม่ใช่ เขาเป็นนักล่าปีศาจชื่อว่าแวน เป็นตัวแทนของศาสนจักร” เนี่ยฝานไม่รังเกียจที่จะบอกข้อมูลนี้
แอนนาเลิกคิ้วด้วยความสงสัย แม้ว่าเธอจะไม่ได้ออกไปข้างนอก แต่ใช่ว่าจะไม่เคยได้ยินชื่อนักล่าปีศาจคนนี้
“เขาดูแข็งแกร่ง แต่แวมไพร์พวกนั้นเร็วกว่า อันตรายกว่า หากคุณไม่เข้าไปช่วยล่ะก็ เขาอาจจะถูกฆ่าก็ได้” แอนนาเตือนเนี่ยฝาน
ชายหนุ่มกรอกตาแล้วมองนักล่าปีศาจที่กำลังถูกแวมไพร์หิ้วปีกแล้วโยนลงมา ในฐานะคนที่รู้โครงเรื่องหลัก ขอบอกได้เลยว่าแวนไม่ใช่คนธรรมดา แต่เขาคือแกเบรียล เทวทูตตกสวรรค์ที่กลายเป็นเครื่องมือของศาสนจักรด้วยยาลบความจำ
“ไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะฆ่าหนึ่งในนั้นเอง” เนี่ยฝานยอมรับว่าชอบเจ้าสาวแวมไพร์ทั้งสามคน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะเอาทั้งหมด อย่างน้อยคนหนึ่งต้องตาย และนั่นคือเวโรน่า แวมไพร์ผมสีดำที่กำลังบินโฉบลงมาตรงนี้
“โอ้วแอนนาที่รัก ทำไมถึงได้ยืนอยู่กับชายคนนี้ล่ะ ฉันสังเกตตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วนะ เป็นไปได้ไหมที่เขาคือคนรักของเธอ” โวโรน่ายิ้มหวาน การสนทนาระหว่างทั้งสองราวกับเพื่อนรัก แต่หากมองให้ละเอียดจะเห็นได้ว่านี่คือคำพูดคุกคามที่มีต่อแอนนา
“ใช่ผมคือคนรักของเธอ และต้องขอโทษด้วยนะเวโรน่า หลังจากนี้ผมคงต้องขอให้เธอตายซะ” เนี่ยฝานยอมรับหน้าด้านๆ ทำให้แอนนาโกรธ
“อะไรนะ จะฆ่าฉันอย่างนั้นเหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า น่าสนใจนี่ ในรอบร้อยปีที่ผ่านมาไม่เคยมีใครพูดกับฉันแบบนี้นานแล้ว ตอนแรกตั้งใจว่าจะค่อยๆ ทรมาน ดื่มเลือดแกอย่างช้าๆ ต่อหน้าแอนนา แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว จะฆ่าแกซะทันทีที่นี่!” เวโรน่าเปลี่ยนร่างเป็นแวมไพร์สีขาวซีด ปีกของเธอโบกสะบัดกลางท้องฟ้าแล้วพุ่งเข้ามาหาเนี่ยฝานด้วยความเร็วสูง
เนี่ยฝานผลักแอนนาออกไปแล้วหยิบดาบของตัวเองออกมาจากเป้ใบใหญ่ นี่คือดาบเงินที่เขาสั่งให้เรดควีนทำ ไว้ต่อกรกับมนุษย์หมาป่าและแวมไพร์เป็นการเฉพาะ
เวโรน่าเห็นดาบแต่ไม่คิดหลบ สำหรับเธอความแข็งแกร่งของมนุษย์นั้นมีข้อจำกัด เทียบไม่ได้กับแวมไพร์
ทว่าฉากต่อมากลับทำให้เวโรน่าตกใจกลัว ดาบเงินเฉือนเข้าไปที่ปีกข้างหนึ่งของเธอ ทำให้ไม่สามารถบินกลับขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ รู้สึกตัวอีกทีพลังบางอย่างก็เหนี่ยวรั้งดึงเธอลงมาจากฟ้า จากนั้นภายใต้สายตาคู่สีม่วงไพ่เงินได้สร้างบาดแผลให้กับแขนและขา รวมถึงปีกอีกข้างหนึ่งที่ถูกตัดขาดด้วยดาบเงิน
เวโรน่ากรีดร้องแทบขาดใจ เป็นผลให้เอรีล่าและมาริซก้าที่กำลังยั่วยวนแวนอยู่หันความสนใจมาที่เนี่ยฝาน เมื่อเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นพวกเธอจึงไม่สามารถอยู่นิ่งๆ ได้อีกต่อไป
“ฆ่าเธอซะ” เนี่ยฝานยื่นดาบเงินให้แอนนา เธอเป็นคนที่เสียพ่อแม่ไปเพราะแวมไพร์พวกนี้ ดังนั้นการระบายความโกรธอย่างหนึ่งที่ดีที่สุดก็คือฆ่าหนึ่งในเจ้าสาวแวมไพร์
แอนนารับดาบเงินจากมือเนี่ยฝาน
เวโรน่าที่ตกอยู่ในสภาพสิ้นหวังไม่สามารถหลบหนีได้ มองเห็นดาบเงินฟันเข้าที่ศีรษะของเธอ ก่อนที่ร่างนั้นจะแน่นิ่งสนิท
“ไม่!” มาริซก้าโฉบกรงเล็บที่เท้าลงมา คว้าเอาร่างไร้ศรีษะของเวโรน่าบินขึ้นบนท้องฟ้า
เนี่ยฝานไม่ได้ไล่ตามพวกหล่อน สำหรับเขาแล้วการกำจัดแดร็กคูล่าไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก่อนหน้านั้นจำเป็นต้องสร้างความประทับใจให้แอนนาเสียก่อน
“พวกนายไม่เป็นไรนะ” แวนนักล่าปีศาจวิ่งเข้ามาถามพร้อมกับหน้าไม้ในมือ ก่อนสายตาจะมองศีรษะบนพื้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ
“ไม่เป็นไร พวกเราสบายดี” เนี่ยฝานกล่าวก่อนจะรับดาบคืนมาจากแอนนา “เฮ้ที่รัก แวมไพร์ตายแล้ว เธอไม่ยินดีหรอ”
“ฉันยินดีที่ได้ฆ่ามัน แต่อย่างใดก็ดี คำว่าที่รักจากปากคุณมันช่างเน่าเหม็น แต่...ขอบคุณนะ” นั่นคือคำพูดจากใจจริงของแอนนา หากไม่ใช่เพราะเนี่ยฝานวันนี้เธอคงไม่สามารถฆ่าแวมไพร์ที่ก่อกวนชาวเมืองได้นานนับร้อยปี
...........
เวลแคลอยู่ในปราสาทเก่าจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเขารู้ตัวก็พบว่าข้างนอกมีงานเลี้ยงแล้ว พอถามน้องสาวจึงได้เรื่องว่าแวมไพร์ถูกฆ่าตาย และคนที่ฆ่ามันก็คือเนี่ยฝานและแอนนา
“ยอดเยี่ยมมากแอนนา หลังจากที่เราฆ่าแดร็กคูล่า ตระกูลวาเลเลียของเราก็จะได้รับการปลดปล่อยให้ขึ้นสวรรค์” เวลแคนกล่าวกับน้องสาวด้วยรอยยิ้ม
“อื้ม พี่เองก็ควรไปร่วมงานเลี้ยง อยู่แต่ในห้องนั้นกับอเล็กซี่นานเข้ามันไม่ดีรู้ไหม”
“เข้าใจแล้วน่า”