ด้านหนึ่งกระบี่แทงทะลุลำตัวอีกคนถูกกระบี่บินแทงจากทุกทิศทางทำให้โชกไปด้วยเลือด ทั้งสองกระเด็นออกไปฉางเฟิงรู้สึกได้ทันทีว่าพลังโกลาหลกำลังทำลายความมั่นคงภายในร่างจึงรีบใช้พลังทั้งหมดในการยับยั้งปราโกลาหลส่วนซีรั่วหยานนางใช้พลังทั้งหมดดันกระบี่ทั้ง9 เล่มออกไป
แต่สีหน้าของนางกลับยังเหมือนเดิมไม่ได้แสดงความเจ็บปวดออกมาเลยฉางเฟิงที่เห็นดังนั้นก็อดที่จะนับถือไม่ได้ ถ้าเป็นคนปกติจะสงบแบบนั้นได้อย่างไร เพราะอาการบาดเจ็บที่นางได้รับไม่ใช่น้อยๆ
“นี่เจ้าคิดจะสังหารสามีของเจ้าเลยงั้นเหรอ”ฉางเฟิงลุกขึ้นพร้อมกับใช้พลังแห่งชีวิตที่อยู่ในเนตรแห่งชีวิตฟื้นฟูตนเองอย่างช้าๆ
“นี่คิดจะถ่วงเวลาด้วยคำล้อเล่นแบบนี้งั้นเหรอข้าไม่ขำหรอกนะ” ซีรั่วหยานเผยสีหน้าเย็นชาทันที
“ใครว่าข้าล้อเล่นตัวเจ้าในยุคนี้ต่างหากที่เป็นภรรยาของข้า” ฉางเฟิงยิ้ม
“ถ้ายังไม่หยุดพูดเรื่องไร้สาระอีกข้าจะสังหารเจ้าซะ”ซีรั่วหยานเผยจิตสังหารออกมา
“ถ้างั้นเรามาพนันกันใหมละถ้าข้าพูดความจริงเจ้าต้องยอมแพ้ไป ถ้าข้าโกหกข้าจะยอมแพ้เอง” ฉางเฟิงกล่าว
“น่าสนใจข้าอยากจะดูนักว่าเจ้าจะเล่นใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรอีก” ซีรั่วหยานตอบตกลง
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะเปิดเผยดวงจิตของข้าและแสดงความทรงจำของตัวเองออกมา”ฉางเฟิงเปิดดวงจิตของตนเองออกความทรงจำส่วนหนึ่งปรากฎออกมาซีรั่วหยานใช้พลังจิตของนางเข้าไปสำรวจทันที
ไม่นานร่างของนางก็สั่นสะท้านนางมองมายังฉางเฟิงด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
“เป็นอย่างไร”ฉางเฟิงยิ้ม
“แบบนี้นี่เองข้าพอเข้าใจแล้วร่างนี้ของเจ้าไม่ใช่ร่างที่แท้จริงแต่เป็นร่างแยกที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฝึกฝนกายาเซียนมารแต่ร่างจริงของเจ้า...” ซีรั่วหยานแสดงสีหน้าเจ็บปวดทันที
“ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องช่วยข้าได้แน่ข้าแค่ต้องอดทนอีกสักหน่อยเท่านั้น” ฉางเฟิงยิ้ม
“นั่นสินะขอแค่ข้าฟื้นพลังกลับมาระดับพระเจ้าได้ข้าก็น่าจะช่วยขจัดคำสาปออกไปได้หรือถ้าผู้ร่ายแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิดอย่างน้อยก็สามารถหนึกคำสาปเอาไว้ได้”ซีรั่วหยานกล่าว
“เอาละตามสัญญาข้าชนะ”ฉางเฟิงยิ้ม
“เจ้ามันเจ้าเล่ห์ด้วยพลังของเจ้าตอนนี้บวกกับอาการบาดเจ็บทำให้เจ้าใช้แผนนี้หลอกล่อข้า” ซีรั่วหยานแสดงสีหน้าไม่พอใจ
“บอกตามตรงให้ใช้ร่างกายนี้ต่อสู้กับเจ้ามันเกินกำลังไปหน่อยแต่ถ้าเป็นร่างหลักของข้าละก็ ข้าไม่แพ้แน่” ฉางเฟิงเผยสีหน้าเด็ดเดี่ยว
“สมแล้วที่เป็นสามีของข้าเอาละรางวัลของชั้นที่ 100 มีจำนวนมากมายมันรวมถึงของรางวัลทั้ง 100 ชั้นรวมกันอีกด้วยแน่นอนมันมีทักษะหรือมรดกมากมายของตัวตนระดับพระเจ้าในอดีตอยู่ด้วย” ซีรั่วหยานร่างกายกลับมาเป็นเหมือนเดิมบาดแผลทั้งหมดหายไปนางโบกมือของรางวัลนับร้อยก็ปรากฎอยู่ตรงหน้าให้ฉางเฟิงเลือก
ฉางเฟิงยืนเลือกค่อนข้างนานจนสุดท้ายฉางเฟิงก็หันไปเห็นเตาสามขาอันหนึ่งเตาสามขาอันนี้มีรูปร่างที่แปลกบวกกับมันมีกลิ่นอายโกลาหลที่หนาแน่นแผ่ออกมา
“นี่คือ..”
“ข้าคิดแล้วว่าเจ้าจะต้องสนใจสิ่งนี้คือหนึ่งในสมบัติที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของเผ่าภูตโกลาหลซึ่งเป็นบรรพบุรุษคนแรกของเผ่าภูติของพวกเราซึ่งของตกทอดนั้นได้หลงเหลือมาถึงยุคสมัยนี้สองชิ้นชิ้นแรกคือกระจกโกลาหลมีพลังในการสะท้อนการโจมตีทุกประเภทออกไปซึ่งมันอยู่กับร่างหลักของข้า”ซีรั่วหยานกล่าว
“ส่วนอีกอันคือเตาหลอมโกลาหลอันนี้ความสามารถของมันไม่ได้มีพลังโจมตีหรือป้องกันอะไร มันแค่ช่วยในการบ่มเพาะเท่านั้นเพราะมันสามารถเปลี่ยนพลังของทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นปราณโกลาหลได้” ซีรั่วหยานกล่าว
“แบบนั้นมันล้ำค่ามากเลยไม่ใช่เหรอ”ฉางเฟิงตกใจ
“เพราะกฎของบรรพบุรุษทำให้สามารถเลือกอาวุธบรรพบุรุษได้แค่ชิ้นเดียวเท่านั้นแล้วข้าก็เลือกกระจกโกลาหลส่วนเตาหลอมโกลาหลข้าเลยนำมันมาเป็นรางวัลของคนที่ผ่านชั้นที่ 100 ได้แน่นอนหากไม่ใช่เผ่าภูติโกลาหลก็อย่าหวังว่าจะใช้มันได้” ซีรั่วหยานกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นข้าเลือกมัน”ฉางเฟิงกล่าว
“ก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหละถ้าเจ้าไม่เลือกมันเจ้าจะต้องเสียใจแน่”ซีรั่วหยานยิ้ม
ฉางเฟิงยื่นมือออกไปสัมผัสกับเตาหลอมด้วยสีหน้าพึงพิอใจแต่ในตอนนั้นเองซีรั่วหยานก็ใช้กระบี่ของนางกรีดฝ่ามือของฉางเฟิงทำให้โลหิตไหลลงบนเตาหลอมโกลาหล
“เจ้าทำอะไรเนี่ย”ฉางเฟิงตกใจ
“ข้าแค่สงสัยว่ามันจะได้ผลหรือเปล่าแม้กายเนื้อนี้ของเจ้าจะเป็นของมนุษย์แต่วิญญาณของเจ้ากลับเป็นของเผ่าภูติแท้โกลาหลเหมือนเดิมดังนั้นข้าอยากจะรู้ว่าเตาหลอมโกลาหลมันจะยอมรับเจ้าหรือไม่”ซีรั่วหยานกล่าว
“วิ้ง!!!!!!!!”
พริบตาเตาหลอมโกลาหลก็ดูดซับโลหิตของฉางเฟิงเข้าไปและพุ่งเข้าสู่ร่างของฉางเฟิงฉางเฟิงตกใจและเริ่มสำรวจร่างกายและพริบตานั้นเองเตาหลอมโกลาหลก็ทำการปลดปล่อยปราณโกลาหลไปทั่วร่างของฉางเฟิง
“อ๊ากกกก” ฉางเฟิงรู้สึกเจ็บปวดอย่างมากและพลังในร่างเริ่มปั่นป่วนอย่างรุนแรง
“นี่เจ้าถึงขนาดจะเปลี่ยนร่างกายเขาเลยงั้นเหรอหยุดเดี๋ยวนี้”ซีรั่วหยานลงมือทำการผนึกพลังของเตาหลอมโกลาหลเอาไว้ได้
“เกือบไปแล้ว”ฉางเฟิงหอบหายใจอย่าหนัก
“ดูเหมือนมันจะอันตรายมากเมื่อร่างกายนี้ของเจ้ายังเป็นของเผ่ามนุษย์ทางที่ดีเจ้าควรจะนำเตาหลอมโกลาหลไปไว้ที่ร่างหลักของเจ้าให้เร็วที่สุดจะดีกว่า”ซีรั่วหยานกล่าว
“ข้าเองก็คิดแบบนั้นเอาละถึงเวลาบอกลากันแล้วการต่อสู้กับเจ้าข้าสนุกมากเลย” ฉางเฟิงยิ้ม
“ก่อนเจ้าไปข้าขอกอดเจ้าได้หรือไม่”ซีรั่วหยานกล่าว
ฉางเฟิงไม่ได้ตอบแต่ดึงนางเข้ามาสวมกอดทันทีแม้นี่จะเป็นเพียงจิตสำนึกที่อยู่ในหอคอยแห่งการทดสอบแต่นางก็ยังโหยหาความอบอุ่นของคนรักอยู่หลังจากกอดอยู่นานในที่สุดซีรั่วหยานก็ยอดปล่อยฉางเฟิงออกไป
เมื่อฉางเฟิงออกมาจากหอคอยแห่งการทดสอบเงาร่างหนึ่งก็ปราตรงหน้าฉางเฟิงและคุกเข่าลง
“เรียนท่านราชันตอนนี้สถานการณ์ของแนวหน้าเปลี่ยนไปแล้วโลกกระบี่ได้พ่ายแพ้แล้วส่วนผู้ที่เหลือรอดกำลังคิดจะหลบหนีมาทางเรา”
“ดูเหมือนได้เวลาคิดบัญชีแล้วสินะไปกันเถอะ” ฉางเฟิงกล่าว
ขณะที๋ฉางเฟิงออกไปนางของเซียนมารก็กระจายออกไปทั่วทวีปชางหลางไม่สิทั่วทวีปเซียนและอาณาจักรสวรรค์เพราะเซียนมารกลับสามารถผ่านการทดสอบทั้งหมด100 ชั้นกลายเป็นตำนานที่ยังมีชีวิตได้ ต้องบอกก่อนว่าตั้งแต่มีหอคอยแห่งการทดสอบมายังไม่เคยมีใครผ่านชั้นที่100 ได้เลยเพราะซีรั่วหยานคือตัวตนที่ไม่มีใครสามารถเอาชนะได้หากต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่ง