Decoy Protagonist

    ตอนที่หกสิบ Unfunny

    ตอนที่หกสิบ Unfunny

    มีคำกล่าวว่าเรื่องตลกนั้นเป็นเรื่องตลกจนกว่ามันจะไม่ตลก

    การมองเห็นคนอื่นโดนแป้งตกใส่ศีรษะตัวขาวไปทั้งตัวในรายการตลกการเห็นคนอื่นต้องเจ็บตัวจากการโดนวัวกระทิงขวิดการเห็นคนอื่นเตะขอบเตียงจนนิ้วเจ็บฯลฯ

    ทุกอย่างเป็นเรื่องตลกจนกว่ามันจะไม่ตลกเมื่อมาเกิดขึ้นกับตัวของเราเอง

    มุกเดียวกับจักรวาล Warhammer ที่พวกออร์คนั้นพูดด้วยสำเนียงแปลกๆชอบการต่อสู้ทำเรื่องบ้าบอต่างๆกับมนุษย์นรั้นมันตลก

    แต่พอมามองในมุมมองของมนุษย์นั้นมันคือเรื่องสยองขวัญ

    คนในนครจักรกลก็เช่นกันพวกเขามีตัวตนแค่เป็นเรื่องตลกของคนที่มีพลังเหนือกว่าเท่านั้น

    “กระสุนกลายเป็นหมากฝรั่ง”

    เสียงกล่าวอย่างหวาดกลัวของคนในนครจักรกลที่แม้จะไม่มีอะไรทาน

    กระสุนหลายหมื่นนัดก็ยังรักษาเอาไว้เพราะมันเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการได้ด้วย

    เพราะทางเทคนิค

    กระสุนนั้นมันใช้แล้วหมดไปทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อเอ๊ยกระสุนเฟ้อได้ยาก

    ว่ากระสุนจะมีค่าในระดับหนึ่งเสมอทำให้สามารถทำการแลกเปลี่ยนกันได้ในนครจักรกลของโลกที่ล่มสลายด้วยซอมบี้นี้

    เมื่อคนที่เห็นกระสุนที่ตนเองใช้เลือดเนื้อและลูกตาแลกมา..ความหมายตรงตามตัวอักษณไม่ใช่คำเปรียบเปรยเพราะตลาดค้าอวัยวะมนุษย์เป็นที่นิยมอย่างมาก

    โดยเฉพาะอวัยวะของผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อคือของที่มีราคา

    มันคือระบบที่แต่ละคนที่เผชิญหน้ากับความยากลำบากสร้างขึ้นมาเพื่อรอดชีวิตไปให้ได้

    แต่ระบบที่สร้างมาด้วยเลือดเนื้อและอวัยวะในร่างกายนั้นโดนทำให้กลับกลายเป็นเรื่องตลกต่อนห้าคนที่มีพลังเหนือกว่า

    อย่างที่เรามักจะสงสัยว่าทำไมซูเปอร์แมนไม่ช่วยแก้ปัญหาคนร้ายโรคจิตในก็อธแทมนั่นล่ะ

    ว่าหากเราเผลอเอาคนที่สเกลพลังสูงกว่าไปต่อสู้กับคนที่พลังต่ำกว่าผลลัพธ์มันก็จะกลายเป็นเช่นนี้ล่ะ

    เมืองจักรกลกลายเป็นคนลูกกวาดสีชมพูงดงามดูขัดกับภาพความเวิ้งว้างภายนอกที่เต็มไปด้วยทะเลทรายยซอมบี้และคนขี่มอเตอร์ไซค์ใส่เสื้อหนังทำผมทรงโมฮอว์กอย่างที่สุด

    เมืองที่กลายเป็นนครจักรกลกลายเป้ฯเมืองของDisnxxxx ไปในเวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมง

    และนั่นทำให้เขาค้นพบหรือยืนยันสิ่งที่ยินยันมาตลอดอีกครั้งหนี่ง

    ทั้งจากเนื้อเรื่องและคำพูดของผู้เขียน

    พลังจะเพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อเจอกับความขัดแย้ง

    มุกเดียวกับผู้ใช้สแตxx ที่พลังจะชักนำให้แต่ละคนนั้นต่อสู้กันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

    และตอนนี้พลังของผมก็ใช้มาในการครอบครองนครจักรสร้างปราสาทสีชมพู และต่อสู้กับพวกเหล่าซอมบี้ไปได้ในเวลาเดียวกัน

    “อะ แฮ่ม ประกาศ ประกาศ ตอนนี้นครแห่งนี้ตกอยู่ในการปกครองของผมขอให้ทุกคนทำตัวไปตามปรกติ ..ประกาศมีแค่นี้ล่ะ”

    ผมไม่ใช่ผู้นำเผด็จการหรืออะไรขนาดนั้น

    และไม่ใช่คนใจแข็งพอที่จะไล่คนให้ออกไปผจญภัยกับซอมบี้ข้างนอกเมืองอย่างโหดร้ายแม้พวกเขาจะเกะกะผมก็ตาม

    ผมมองในเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแค่เรื่องขำขำหรือแค่น่ารำคาญไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

    แต่สำหรับคนที่อยู่ในเมืองนั้นกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง

    เพราะแม้นครจักรกลจะสร้างภาพว่าคือนครที่โหดร้ายมีแต่ผู้แข็งแกร่งที่รอดผู้อ่อนแอกลายเป็นเหยื่อเสียชีวิตหรือแค่อวัยวะในตลาดขายอวัยวะ

    แต่ทั้งหมดทั้งปวงก็แบบที่โจ๊กเกอร์ว่าไว้เกี่ยวกับสังคม

    เราทนความโหดร้ายได้ขอเพียงเราคาดการณ์กับมันได้แต่เราทนไม่ได้กับสิ่งที่เราคาดการณ์ไม่ได้

    แม้จะเป็นเมืองที่โหดร้ายเหม็นกลิ่นน้ำมันและมีเสียงเดินเครื่องจักรที่มนุษย์ปัจจุบันไม่เข้าใจตลอดเวลา

    แต่การคงอยู่ของเมืองที่โหดร้ายนี้สร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตต่อผู้คน

    ว่ามันคือเมืองที่เข้มแข็ง มั่นคงสัญลักษณ์ของการอยู่รอดในดินแดนที่โหดร้ายนี้

    สำหรับพวกคนที่อยู่ในเมืองการโดนเปลี่ยนเมืองเป็นแดนลูกกวาดและหมากฝรั่งนี้ไม่ใช่เรื่องตลกแม้แต่น้อย