ตืดดดดดดดด ตึดดดดดดดดดด เสียงปุ่มกดโหวตของศาลเทพสวรรค์ก๊อตทาเลน ดังไม่หยุด
ฉินเทียนนั่งนิ่งเอามือกุมขนับนวดศีรษะไปมาเป็นระยะๆ พร้อมจ้องมองเวที ตอนนี้ร่างกายของมันฉินเทียนนั้นได้ทอดชุดเดรสบัดซบนั้นออกจากร่างกายตัวมันแล้ว ฉินเทียนตัวมันทำใจไม่ได้จริงๆ มันเลือกเอาชุดเดรสนั้นมาพันปิดเจ้าโลกส่วนน่าละอายของมันดีกว่าจะต้องสวมชุดเดรสวิงวับของสตรีเพศที่แลดูอุจาดเกินบรรยายที่เซียนซุนเสกขึ้นมา
นอกจากนั้นสิ่งที่ทำให้ฉินเทียนปวดหัวที่สุดในตอนนี้ก็คือการกดโหวตของเซียนซุน ที่เวลาในห้วงมิตินี้ผ่านไปหลายวันแล้ว หากแต่มันกลับหาอาจารย์ให้กับสองเด็กน้อยได้เพียงคนเดียว ซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ
.
.
.
"ฉินเทียนเหตุใดเจ้าถึงมิเลือกอาจารย์ให้ศิษย์ตัวน้อยของเจ้าเสียที นิก็ผ่านไป 1221 คนแล้วนะ ยังมิมีคนถูกใจเจ้าอีกรึ ฉินเทียนเจ้าต้องรู้นะ หากไม่มีโหวตของเจ้า ตัวข้าจะสู่สตรีสองนางนั้นได้อย่างไร" เซียนซุนพูดพลางก็มองจ้องไปยังสองสตรีงดงาม นางทั้งสองก็คือบาทจาริกาผู้งดงามที่ฉินเทียนใช้แต้มบุญซื้อมานั้นเอง
พวกนางทั้งสองกดค้านโหวตพร้อมกันไป 1220 ครั้งแล้ว หากแต่ฉินเทียนก็หาได้แปลกใจ นั่นเพราะเหล่าจิตวิญญาณที่เซียนซุนเลือกมานั้น เป็นดวงวิญญาณนางสตรีที่แสนเย้ายวนทุกผู้นาม สองบาทจาริกาผู้งดงามจึงกดโหวตค้านกันแบบไม่ต้องคิด นอกจากนั้นพวกนางยังแสดงสีหน้าแง่งอนอีกด้วย
ส่วนที่เซียนซุนกำลังบ่นตัวมันฉินเทียนหาได้สนใจ ในใจมันตอนนี้คิดเพียง หากเอ็งจะเอาสตรีสาวสวยมาเป็นอาจารย์ให้เด็กน้อย ทำไมเอ็งมอบปุ่มโหวตให้สองสตรีบาทจาริกาผู้งดงามวะไอ้เซียนซุน หากแต่ฉินเทียนหาได้พูดออกไปไม่ นอกจากนั้นมันก็ไม่สนเซียนซุนจะอ่านความคิดมัน ตอนนี้ตัวมันหาได้สนใจเซียนซุนไม่ เพราะแม้แต่ตัวมันเองก็เริ่มเบื่อที่จะทำแบบนี้แล้ว
จะให้มันดูอะไรเยอะแยะขอเป็นอ่านข้อมูลแล้วเลือกๆ ให้มันจบๆ ไปไม่ได้หรือ
หากแต่ในขณะที่ฉินเทียนกำลังคิดแบบนี้ ไม่ช้าเวทีก็มีไฟลุกท่วม กลิ่นอายแห่งความตายปรากฏ และไม่ช้าความหอมหวนรัญจวนแบบแปลกประหลาดช่างแรงกล้านัก ในม่านหมอกจากกลุ่มควันจากโลกันตร์นรก ตราสัญลักษณ์วิญญาณที่แสนแปลกประหลาดทอแสงเปล่งประกายงดงามเกินบรรยาย ตัวฉินเทียนที่กำลังเอามือนวดขมับถึงกับจำต้องจับจ้องมองมันอย่างไม่วางตา
เซียนซุนและบาทจาริกาผู้งดงามทั้งสองก็เช่นกัน
เมื่อไอหมอกควันแห่งนรกภูมิเริ่มหายไป ฉินเทียนก็ค่อยๆ มองเห็นหนึ่งบุรุษผู้มีใบหน้างดงามคล้ายทั้งบุรุษและสตรีในเวลาเดียว ด้านหลังของบุรุษผู้นี้มีหางสีขาวสลวยของจิ้งจอกโบกสะบัดไปมาเจ็ดหาง นัยน์ตาของมันผู้นี้เป็นสีม่วงลึกล้ำสุดหยั่ง เมื่อม่านหมอกหายไปจนหมดสิ้น ฉินเทียนก็ได้มองเห็นตราสัญลักษณ์วิญญาณที่มันพึงเคยเห็นครั้งแรก มันเป็นรูปจิ้งจอกม้วนขดตัวพร้อมแสดงจำนวนหางอันมากมาย ตราสัญลักษณ์วิญญาณนั้นส่องแสงงดงามสีสันประดุจเพชรอัญมณีล้ำค่า ด้านล่างนั้นมีหนึ่งจุดแต้ม
เมื่อเซียนซุนได้เห็นมันผู้นี้ คำพูดหนึ่งของเซียนซุนก็ทำให้ตัวฉินเทียนต้องหยุดคิด
"หุหุ มิคิดว่าจะมหาเทวะปรมัตถ์มาในครั้งนี้ด้วย"
บุรุษจิ้งจอกแย้มยิ้มก่อนจะโค้งกายเล็กน้อยแนะนำตัวเอง "หลี่เจียอี้ผู้ต่ำต้อยขอคารวะนายท่านทั้งสอง" แม้หลี่เจียอี้จะพูดเช่นนี้ หากแต่สำหรับฉินเทียนแล้วนั้นสายตาของหลี่เจียอี้ผู้นี้หาได้มีความยำเกรงใดๆ ในตัวมันและเซียนซุนไม่ ในใจของฉินเทียนนั้นกลับรู้สึกว่าเจ้าหลี่เจียอี้ผู้นี้ในใต้ฟ้ามหาจักรวาลนี้เกรงว่าตัวมันจะหาเกรงกลัวผู้ใดไม่ "ข้าหลี่เจียอี้อดีตมหาเทวะปรมัตถ์ชั้นต่ำหนึ่งชั้นฟ้าขอรับ อดีตบาปกรรมที่กระทำก็หาได้มีสิ่งใดยิ่งใหญ่ไม่ หากแต่มหาเทวะปรมัตถ์ที่ต่ำต้อยกว่าข้ากลับตกตายเพราะข้าไปไม่น้อย ราชันย์สวรรค์ก็น่าจะเกินพันชีวิต ทวยเทวะชาวสวรรค์ข้าหลี่เจียอี้จดจำมิได้แล้ว ส่วนเหล่าสรรพชีวิตอื่นใดที่ตกตายเพราะหลี่เจียอี้ผู้นี้ หลี่เจียอี้ผู้นี้จนใจจำมิได้จริงๆ ขอรับ"
เซียนซุนหัวเราะครู่หนึ่งก่อนพูดจาราวกำลังประจานความชั่วของหลี่เจียอี้ "164,447 ล้านกว่าชีวิตคือตัวเลขของผู้ดับสูญและเป็นบาปติดกายเจ้าหลี่เจียอี้ นอกจากนั้นทัณฑ์ฟ้าที่สังหารเพื่อนและบิดาตัวเองก็ยังมิต้องกล่าวถึง บาปกรรมของเจ้ามิธรรมดาเลย หุหุ เอาเถอะ เอาเถอะ แต่ถึงอย่างนั้นอย่างไรวันนี้ก็ถือว่าเป็นวันดีและโอกาสของเจ้าแล้ว หากน้องชายของข้าฉินเทียนนิยมชมชอบเจ้า บาปกรรมชำระดวงจิตในนรกภูมิของเจ้า เกรงว่าจะได้ลดหย่อนลงบ้าง มาตรว่าทำความดีแก้ไขบาปครั้งเก่า หากแต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าแล้ว"
หลี่เจียอี้ได้ยินเช่นนี้ก็โค้งคารวะให้เซียนซุนก่อนจะมองมาที่ฉินเทียน นัยน์ตาของมันแฝงความลึกล้ำ พร้อมจิตตานุภาพอันน่าหวาดกลัว
หากแต่จิตตานุภาพนี้สำหรับฉินเทียนตัวมันก็รู้สึกเพียงไอเย็นวูบวาบเท่านั้น
มิคิดเลยว่า แม้แต่ตอนนี้หลี่เจียอี้ยังมีเวลามาคิดทดสอบผู้อื่น
ฉินเทียนมองตัวมันด้วยความสนใจ พร้อมทำทีท่าราวกับไม่สนใจในจิตสังหารที่ส่งมาเมื่อครู่
"เจ้าลองแนะนำตัวเจ้ามาหน่อยสิ หากมีเหตุน่าสนใจตัวข้าก็พร้อมใช้สอยเจ้า ข้าอยากรู้ประวัติคร่าวๆ ของเจ้า พร้อมสาเหตุที่เจ้าตาย" ฉินเทียนกล่าวราวกับว่ามันไม่เกรงกลัวในหลี่เจียอี้ที่เซียนซุนบอกกล่าวว่ามันเป็นมหาเทวะปรมัตถ์แม้แต่น้อย
ส่วนมหาเทวะปรมัตถ์คืออะไรยามนี้ฉินเทียนไม่ใคร่จะสนใจมันนัก มันค่อยไปถามเซียนซุนทีหลังเอาก็ได้
หลี่เจียอี้คารวะโค้งกายหนึ่งที ก่อนจะแย้มยิ้มพร้อมเงยหน้าครุ่นคิดเรื่องเก่าก่อน ตัวมันมีความรู้สึกคล้ายกับว่าบางสิ่งบางอย่างคล้ายๆ กำลังค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของมัน มันจึงจำต้องพยายามนึก เพราะในนรกภูมินั้นมันจะแผดเผาดวงวิญญาณทั้งหลายให้มอดไหม้และทุกข์ทนตามบาปกรรมที่กระทำสร้าง นอกจากเพื่อความทุกข์ทรมาณของเหล่าคนบาปแล้ว หากแต่หน้าที่หนึ่งของไฟนรกก็คือ... ลบเลือนซึ่งความทรงจำ... และเพราะแบบนี้หลี่เจียอี้ตัวมันจึงคล้ายต้องใช้ความพยายามไม่น้อยเลยเพื่อนึงถึงบางสิ่งอย่าง
และในที่สุดมันก็พอจำได้ "ข้าหลี่เจียอี้คือหนึ่งในบรรพชนของเผ่าจิ้งจอกสวรรค์ เหล่ามหาเทวะทั้งหลายเรียกขานข้าว่า [บัญญัติเจ็ดหางแห่งความตาย] ข้าใช้ชีวิตอย่างสุขสันต์ทำทุกสิ่งอย่างเพื่อแสวงหาเพียงหนึ่งเดียว ราชินีแห่งหมู่มวลจิ้งจอกสวรรค์ผู้ถือครองสายเลือดอันยิ่งใหญ่ของพวกเราชาวจิ้งจอกสวรรค์ และ ณ มหาจันทราแดงในวันหนึ่ง ณ ที่แท่นบูชาแสงจันทร์มหาปุโรหิตของพวกเราจิ้งจอกสวรรค์ก็ได้รับการพยากรณ์อันยิ่งใหญ่จากห้วงจักรวาล นั่นคือการถือกำเนิดขององค์ราชินีจิ้งจอกสวรรค์ที่จะนำความยิ่งใหญ่กลับสู่เผ่าพันธุ์ของพวกเรา หากแต่การถือกำเนิดของนางนั้น กับเกี่ยวข้องกับมหาเทวะปรมัตถ์ผู้ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่ง"
"ซึ่งได้รับครอบครองหินดวงจันทร์ลึกลับอันแปลกประหลาด เมื่อพวกเราล่วงรู้ พวกเราจึงปรารถนาครอบครองมัน หากแต่สิ่งหนึ่งที่พวกเราก็รู้ดี ว่าลำพังแค่พวกเราไม่อาจจะเอาชนะมหาเทวะปรมัตถ์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ครองตราสัญลักษณ์วิญญาณมหาเทวะปรมัตถ์ห้าชั้นฟ้าได้"
"หากแต่ในเวลานั้นหมู่มารและอสูรมืดก็ปรารถนาจะทำการบางสิ่งซึ่งดูคล้ายพวกเราจะมีประสงค์คล้ายกัน พวกมันผ่ามหาจักรวาลเชื่อมกับแดนมารมืด จนมหาจักรวาลเกิดภัยอันยิ่งใหญ่ขึ้น ไอมารทมิฬนั้นกำลังแผ่ขยายทำลายทุกสรรพชีวิต มหาเทวะปรมัตถ์ผู้ยิ่งใหญ่ผู้นั้นได้ล่วงรู้ ตัวมันจึงได้เสียสละตัวเอง สร้างค่ายกลพร้อมใช้ฤทธาสยบห้วงมิติและทำลายไอมารทั้งหลายสิ้นด้วยตัวผู้เดียว หากแต่ในเวลานั้น พวกเราที่ซ่อนอยู่ไม่ไกล ก็ร่วมกันผนึกกำลังและสังหารมัน"
เมื่อหลี่เจียอี้พูดมาถึงตรงนี้ฉินเทียนคล้ายนึกอะไรออก มันจึงเอามือปิดปากตัวมัน พร้อมคิดในใจด้วยความตกตะลึงไม่น้อย 'นี่มันคงจะไม่ใช่... อย่างที่เราคิดนะ' ไม่ช้าฉินเทียนก็ตั้งใจฟังต่อ
"หากแต่แม้พวกรวมจะร่วมมือกันผนึกกำลังสังหารมัน หากแต่มันก็หนีรอดไปได้ นอกจากนั้นพวกเราส่วนหนึ่งแม้แต่ตัวข้าก็บาดเจ็บไม่น้อย หากแต่สิ่งหนึ่งที่ข้ารับรู้ก็คือ ในตอนนั้นข้าส่งจิตไปตรวจสอบมหาเทวะปรมัตถ์ผู้นั้นสำเร็จ ข้ามิพบสิ่งที่ข้าค้นหาแม้แต่น้อย ดังนั้นข้าจึงปรารถนาจะถอนตัว หากแต่ในเวลานั้นสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น 8 มาร 7 อสูร มี 7 ใน 15 คนได้หักหลังข้าในภายหลัง ข้าไม่รู้แน่ชัดว่ามันเป็นใครกัน
หากแต่เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากข้าสืบรู้ที่อยู่ของหินดวงจันทร์อันลึกลับ หิวดวงจันทร์อันแปลกประหลาดนั้นที่พวกเราตามหาได้อยู่กับศิษย์ของมหาเทวะปรมัตถ์ผู้นั้นแล้ว และเหล่าผู้ที่ทรยศข้าก็ปรารถนามัน พวกมันบอกแก่ข้าในตอนลงมือสังหารข้าว่าโลหิตแห่งราชินีจิ้งจอกสวรรค์ของพวกเราคือสิ่งที่พวกมันต้องการ ประตูแห่งผนึกที่กักขังมหาพญามารจำต้องใช้โลหิตของนางและอีก 17 สายเลือดสูงส่งในการเปิดผนึก เพื่อมหาพญามารจะได้คืนกลับสู่มหาจักรวาลนี้อีกครั้ง"
ฉินเทียนเมื่อมาถึงตรงนี้ตัวมันคล้ายเป็นคนบ้าใบ้ไปอีกครั้ง แม้เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับมันโดยตรง หากแต่ไม่รู้ทำไม ตัวมันช่างคุ้นเคยกับเนื้อเรื่องนัก ฉินเทียนจำต้องกลืนน้ำลายอึกหนึ่งก่อนที่จะถามบางสิ่งบางอย่างต่อหลี่เจียอี้
"หลี่เจียอี้ข้ามีคำถามจะถามเจ้า ชื่อของมหาเทวะปรมัตถ์นั้นคืออะไร"
หลี่เจียอี้ส่ายหน้าไปมาพร้อมบอกว่ามันไม่รู้ชื่อแท้จริงของมหาเทวะผู้นั้น หากแต่เหล่าชาวสวรรค์ต่างเรียกมหาเทวะผู้นั้นว่า [ท่านปู่สวรรค์] ฉินเทียนได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับ คล้ายกับว่ามันพอใจและรู้สึกสบายใจนักกับคำตอบของหลี่เจียอี้ หากแต่ในไม่ช้าเมื่อหลี่เจียอี้ได้พูดถึงศิษย์ของท่านปู่สวรรค์ร่างของฉินเทียนก็ถึงกับสั่นสะท้าน แผ่นหลังแนบไปยังเก้าอี้นั่งของตัวมันในทันที
"พญาราชสีห์หมิงเทียนซึ่งเป็นศิษย์ของท่านปู่สวรรค์ได้เก็บซ่อนหินดวงจันทร์อันลึกลับเอาไว้ พร้อมนำมันไปหลบซ่อน ข้ารู้เพียงเท่านี้ก่อนที่ข้าจะถูกสังหาร"
.
.
.
ยามนี้ตัวฉินเทียนแม้มีปากแต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรอีกแล้ว
ไม่ช้าเซียนซุนจึงจำต้องเป็นผู้สอบถามหลี่เจียอี้แทน พร้อมให้มันได้แสดงความสามารถ ซึ่งมันก็สมกับเป็นมหาเทวะปรมัตถ์ผู้ยิ่งใหญ่ อำนาจและวิชาของมันช่างสะเทือนฟ้าดินยิ่งนัก จักรวาลราวกับกำลังแหลกสลายเมื่อมันสำแดงฤทธา ตัวมันหลี่เจียอี้ถึงกับบอกว่าในมหาเทวะปรมัตถ์มันไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด แม้ผู้อื่นจะมีระดับชั้นฟ้าเหนือกว่ามัน แม้แต่ปู่สวรรค์ หากสู้กับมันตัวต่อตัวมันก็ไม่เกรงกลัวแม้ท่านปู่สวรรค์จะเป็นถึงมหาเทวะปรมัตถ์ห้าชั้นฟ้าก็ตาม
[หมายเหตุในระดับเทวะ จุดแต้มกลางหน้าผากจะไม่ถูกเรียกว่า "จุดแต้ม" หากแต่เรียกว่า "ชั้นฟ้า" แทน]
ฉินเทียนยามนี้คล้ายกับนัยน์ตาเหม่อลอยมิได้สนใจความสามารถของหลี่เจียอี้เลย
หากแต่สุดท้ายเซียนซุนก็ถามตัวมัน
"ฉินเทียนเจ้าว่าหลี่เจียอี้เหมาะสมกับเป็นอาจารย์ของเจ้าสตรีตัวน้อยของเจ้าไหม"
ฉินเทียนคิดครู่หนึ่งก่อนพยักหน้ารับ เพราะตัวมันยามนี้ไม่ว่าคิดอย่างไรหลี่เจียอี้ก็นับว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับลูกศิษย์ตัวน้อยของมันยิ่งนัก
หากแต่ในไม่ช้าเมื่อมันได้ยินเซียนซุนพูดต่อมันก็คล้ายจะหน้ามืดในทันที
"ฉินเทียนเมื่อเจ้าจะรับท่านอาจารย์หลี่เจียอี้ การอัญเชิญดวงวิญญาณท่านกลับสู่โลกแห่งความจริง พร้อมสร้างร่างภาชนะระดับตราสัญลักษณ์วิญญาณโลหิต ค่าใช้จ่ายก็เพียง 5,000 ล้านแต้มบุญเท่านั้นเอง"
ฉินเทียนขยับตาไปมาคล้ายจะเป็นลม ท่านอาจารย์อีกคนมันจ่ายแต้มบุญไปก่อนหน้านี้เพียง 500 ล้านแต้มบุญ ทั้งๆ ที่เป็นถึงระดับราชันย์สวรรค์ เหตุใดพอมาเป็นท่านอาจารย์หลี่เจียอี้ท่านนี้มันจึงแพงนัก
หากแต่ไม่ช้าฉินเทียนก็ได้รับคำตอบจากเซียนซุน
"ฉินเทียนก็นี่มันมหาเทวะปรมัตถ์ไง คิกคิก"
.
.
.
ไม่ช้าเซียนซุนก็จับมือฉินเทียนก่อนจะทุบลงไปที่ปุ่มสีทอง และในไม่ช้าพลุไฟจำนวนมากก็ถูกจุด ผู้คนที่เป็นเพียงร่างจำแลงอันว่างเปล่าก็โห่ร้องเสียงดัง
หากแต่ร่างของฉินเทียนกลับอ่อนล้ายามนี้ยิ่งมันรู้สึกว่าตัวมันคล้ายจะกลับไปเป็นคนยากจนในเร็วๆ นี้แล้ว เหตุไฉนแต้มบุญที่ใช้มันจึงได้มากมายถึงเพียงนี้นะ
มันพึงรู้สึกว่า ตัวมันได้กินดีอยู่ดีเพียงมื้อเดียวกับกลุ่มเด็กน้อยวัยเยาว์เท่านั้น
หลังจากแสดงความมั่งคั่งกดซื้อสิ่งต่างๆ โดยไม่คิดไปมากมาย ยามนี้แต้มบุญมันเหลือเพียงหลักพันล้านแต้มบุญแล้วเท่านั้น