"เรื่องธุรกิจของเราเป็นอย่างไรบ้าง!"เมื่อเห็นเซียวปิงหยวนเดินหลบไปเทียนฉินก็หันกลับมาถามเฉาจิ้งหงอย่างใคร่รู้ทันที
"สุดยอดไปเลยศิษย์น้องเทียน! คราวนี้เราสองคนได้คะแนนมาเป็นกอบเป็นกำเลย!"เฉาจิ้งหงเอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น
"แล้วที่ว่าเป็นกอบเป็นกำนั้นมันเท่าไหร่กันแน่!"เทียนฉินเอ่ยถามออกมาเสียงเรียบ
"ตอนนี้พวกเราได้มาสามหมื่นกว่าคะแนนแล้ว ถ้าเจ้ายังชนะอย่างต่อเนื่องแบบนี้ต่อไป พวกเราจะมีคะแนนให้ใช้ไปอีกนานแน่นอน!"เฉาจิ้งหงเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี
"ท่านมั่นใจได้เลยว่าเลือกคนไม่ผิดแน่นอน!"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"แต่ข้าว่าพวกเราหักเก็บไว้คนละหนึ่งหมื่นคะแนนก่อนดีมั้ย?"เฉาจิ้งหงเอ่ยถามออกมาอย่างลังเล
"นี่ท่านคงไม่คิดว่าข้าจะพ่ายแพ้หรอกนะ"
เทียนฉินเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงข่มขู่
พลันสีหน้าของเฉาจิ้งหงก็เปลี่ยนเป็นซีดขาว
"ไม่ใช่อย่างนั้น เจ้าอย่าเพิ่งเข้าใจผิดไป!"
เฉาจิ้งหงรีบกล่าวออกมาอย่างร้อนลน
"แล้วท่านหมายความว่าอย่างไรกันแน่!"
เทียนฉินเอ่ยถามอีกครั้ง
"เฮ่อ!เอาเป็นว่าข้าไม่เคยเอ่ยอะไรออกไปก็แล้วกัน!"เฉาจิ้งหงเอ่ยออกมาอย่างจนใจ ทำท่าทางเหมือนอยากจะร้องให้
เทียนฉินมองไปที่เฉาจิ้งหงพร้อมกับส่ายหัวอย่างเอือมระอา
"ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนแล้วกัน!"เทียนฉินเอ่ยลาเฉาจิ้งหงก่อนเดินไปทางเซียวปิงหยวนโดยไม่รอฟังคำตอบ
"นี่เจ้าไปยุ่งเกี่ยวกับเฉาจิ้งหงได้อย่างไร?"ทันทีที่เทียนฉินเดินมาถึงเซียวปิงหยวนก็เอ่ยปากถามอย่างสงสัย
"ไม่มีอะไรมากหรอก ข้าแค่ให้เขาลงพนันให้ข้าเท่านั้นเอง!"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างยิ้มๆ
"นี่เจ้าชอบเล่นพนันด้วยรึ?"เซียวปิงหยวนเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย
"ข้าจำเป็นต้องใช้คะแนนเพื่อแลกกับของบางอย่างในหอกิจกรรม!"เทียนฉินบอกเล่าความจริงอย่างไม่ปิดบัง ว่าเขาอยากได้เคล็ดวิชาบางอย่างไปให้ตาเฒ่าหม่าฝึกฝน
"เจ้าก็อย่าไปหมกมุ่นกับมันมากก็แล้วกัน"เมื่อเซียวปิงหยวนเข้าใจแล้วก็เอ่ยบอกออกมาด้วยความหวังดี
จากนั้นทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดคุยกันอีก ต่างก็นั่งลงเพื่อฟื้นฟูพลังที่เสียไป โดยไม่ได้สนใจการประลองที่เหลืออยู่อีกเลย
ด้านบนเวทีอีกครู่หนึ่งก็พึ่งจบลง เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่ใช้กระบี่สองมือเอาชนะคู่ต่อสู้ไปได้ในที่สุด
การประลองดำเนินเรื่อยมาจนมาถึงคู่สุดท้าย ก็เรียกเสียงฮือฮาได้อีกครั้ง เพราะผู้เข้าแข่งขันเป็นผู้หญิงที่ไม่ใช่ใครอื่นเลยนอกจากเฟยลี่
"ไม่คิดเลยว่าข้าจะมีโอกาสได้เปรียบเทียบฝีมือกับแม่นางเฟยลี่"ชายหนุ่มที่เป็นคู่ต่อสู้เอ่ยยิ้มมุมปากออกมาอย่างเจ้าเล่ห์
"ข้าก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาเจอกับเจ้า!"เฟยลี่เอ่ยออกมาเสียงเรียบ ที่จริงแล้วทั้งสองเคยรู้จักกันมาก่อน แต่ก็ไม่ใช่เป็นเหตุการณ์ที่ดีนัก
เมื่อสิ้นเสียงประกาศของอาวุโส เฟยลี่ก็เร่งพลังปราณออกมาจากกระบี่ทันที เปลวเพลิงสีแดงลุกโชนขึ้นมาก่อตัวเป็นกลุ่มก้อนลูกใหญ่ ก่อนหมุนวนเข้าใส่ชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว
"พายุเพลิงผลาญฟ้า"
ชายหนุ่มคนนั้นยิ้มเยาะอยู่ในใจ พลันฟาดกระบี่เข้าใส่ก้อนพายุลูกนั้นอย่างไม่เกรงกลัว แสงกระบี่ผสานเปลวเพลิงพุ่งออกมาเป็นเส้นสายห้าสายก่อนทะลวงเข้าใส่พายุเพลิงลูกนั้นทันที
ตู้ม!
พายุเพลิงที่กำลังหมุนอยู่คลายตัวลงอย่างรวดเร็ว หลงเหลือแค่เพียงเปลวเพลิงที่กระจัดกระจายอยู่เล็กน้อยแค่นั้น
เฟยลี่ขยับถอยหลังมาหลายก้าวจ้องมองชายคนนั้นอย่างไม่วางตา กระบี่ในมือยังคงถูกเปลวเพลิงสีแดงห้อมล้อมอยู่อย่างไม่ลดละ ชายคนนั้นยิ้มที่มุมปากคล้ายกับเย้ยหยัน ก่อนจะทะยานตัวเข้าหาทันที
เส้นแสงเปลวเพลิงห้าสายปรากฏขึ้นที่กระบี่ของชายคนนั้นอีกครั้งก่อนพุ่งไปทางเฟยลี่ เฟยลี่ที่เห็นดังนั้นก็ขับเคลื่อนพลังปราณสร้างพายุเพลิงขึ้นมาต้านรับอีกครั้ง
การต่อสู้ของทั้งสองดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง หากอยู่ในระยะไกลจะแทบมองไม่เห็นทั้งสองคนเลย เนื่องจากเปลวเพลิงที่ทั้งสองใช้ต่อสู้กันนั้นได้ลุกไหม้อยู่ตลอดเวลา
ตู้ม!
เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในกลุ่มเพลิงบนเวทีประลองมีร่างนึงได้ล่วงตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง
เพียงไม่นานเมื่อเปลวเพลิงได้มอดดับลง ก็ปรากฏร่างหนึ่งนอนคุดคู้อยู่กลางลานประลอง เสียงบริเวณรอบเวทีได้เงียบลงอีกครั้ง สายตาผู้คนโดยรอบต่างพากันจดจ้องไปที่ร่างที่นอนอยู่ตรงนั้น
แต่ชั่วพริบตาที่มองเห็นร่างนั้นได้ชัด หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก็เหินตัวลงมาพาร่างที่นอนอยู่หายลับไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่อาวุโสคุมกฎจะได้สติแล้วจึงประกาศรายชื่อผู้ชนะออกมา
"นางแพ้หรือนี่?"
เทียนฉินลืมตาขึ้นมาหลังได้ยินเสียงประกาศของอาวุโสฝ่ายคุมกฎ หลังจากนั้นเมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน เทียนฉินกับเซียวปิงหยวนก็พากันกลับที่พักกันทันที
แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านพักเทียนฉินก็พบกับความผันผวนของพลังปราณที่เกิดขึ้นโดยรอบอย่างรุนแรง
"หืม! หรือว่าตาเฒ่ามาจะบรรลุระดับหลอมรวมขั้นกลางแล้ว!"เทียนฉินเอ่ยออกมาพร้อมกับรีบเข้าไปในบ้านพักทันที
เมื่อเข้ามาด้านในความผันผวนของพลังปราณนั้นกลับมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เทียนฉินมั่นใจได้เลยว่าครั้งนี้ตาเฒ่าหม่าได้บรรลุระดับหลอมรวมขั้นกลางแล้วแน่นอน
เทียนฉินไม่ได้รบกวนอะไรตาเฒ่าหม่า เดินกลับเข้าไปในห้องแล้วนั่งฝึกฝนพลังปราณไปอย่างเงียบๆ
รุ่งเช้าวันต่อมาเขากลับไม่พบเห็นตาเฒ่าหม่าแล้ว เทียนฉินจึงเดินไปหาเซียวปิงหยวนเพื่อเดินไปสนามประลองด้วยกัน โดยคิดว่าพอกลับมาจากการประลองค่อบสอบถามกันดูอีกครั้ง
เมื่อมาถึงได้ไม่นาน อาวุโสเหลียงก็ได้ออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นเพื่อให้ทุกคนเงียบเสียง
บรรยากาศวันนี้แตกต่างจากรอบที่ผ่านมามาก บนอัฒจันทร์ใกล้กับเวทีต่างถูกแบ่งกั้นไว้สำหรับอาวุโสในนิกายเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ก็มีหลายคนนักที่ได้มานั่งรอกันอยู่ก่อนแล้ว รวมถึงอาจารย์ของเทียนฉินเองด้วย
เมื่อทุกคนเงียบลงอาวุโสเหลียงก็ก้าวออกมาด้านหน้า พร้อมกับตะโกนออกมาอย่างเสียงดัง
"ต่อไปข้าจะประกาศกฎการประลองในรอบนี้ให้ทุกคนได้รู้ การประลองนี้นั้นจะใช้เวทีประลองสามเวที รอบแลกจะเป็นการสุ่มคู่ต่อสู้เพื่อจะคัดออกให้เหลือแค่สามคน และสุดท้ายทั้งสามคนที่เหลือจะหมุนเวียนมาเจอกันแล้วจึงเอาจำนวนครั้งในการชนะมาจัดอันดับ"
"แต่ถ้าหากมีคนที่ได้รับชัยชนะเท่ากัน ก็จะให้ทั้งสองคนมาต่อสู้กันเพื่อจะได้อยู่อันดับที่สูงกว่า"
"ตอนนี้ขอให้ทั้งหกคนมารออยู่ด้านหน้า อาวุโสแผนกคุมกฎจะเป็นผู้ทำการจับฉลากสุ่มเลือกพวกเจ้าเอง
เนื่องจากใช้การต่อสู้แบบคัดออกเหลือแค่สามคน จึงทำให้พวกเขารู้สึกกดดันมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะครั้งนี้จะเป็นการตัดสินครั้งสุดท้ายแล้วนั่นเอง ถ้าพวกเขาไม่ชนะก็คงต้องรอไปประลองจัดอันดับในระดับที่ต่ำกว่าลงมาเพื่อแย่งอันดับกันต่อไป
เพียงไม่นานนักอาวุโสแผนกคุมกฎก็ได้ทำการสุ่มรายชื่อเป็นที่เรียบร้อย ทุกคนถูกเรียกให้เข้ามารับหมายเลขใหม่ที่ใช้แทนหมายเลขเดิมทันที ซึ่งหมายเลขใหม่นี้จะมีเพียงแค่เลขหนึ่งถึงเลขหกเท่านั้น
จากนั้นอาวุโสแผนกคุมกฎก็ประกาศกติกาการประลองใหม่อีกครั้ง คือหมายเลขหนึ่งถึงสามจะประจำเวทีทั้งสามตามลำดับ ส่วนหมายเลขที่สี่ถึงหกก็จะกลับไปไล่ตามตำแหน่งหมายเลขหนึ่งเหมือนเดิม
ซึ่งก็หมายความว่าหมายเลขสี่จะเจอกับหมายเลขหนึ่ง หมายเลขที่สองจะพบกับหมายเลขที่ห้า และหมายเลขที่สามจะพนกับหมายเลขที่หก
หมายเลขหนึ่ง โค่วยั่วถู
หมายเลขสอง เจียวโพ่ย
หมายเลขสาม เซียวปิงหยวน
หมายเลขสี่ เทียนฉิน
หมายเลขห้า ซางฟู่กง
หมายเลขหก ชิงต้าเหนียว
"เมื่อพวกเจ้าได้รับหมายเลขกันแล้ว จงเข้าประจำเวทีตามที่ข้าบอกได้เลย!"
ทุกคนต่างเดินกันเข้าประจำที่กันอย่างไม่พูดไม่จา เทียนฉินหันมาสบตากับเซียวปิงหยวนอย่างเป็นกังวล เพราะในรอบแรกนี้ศิษย์พี่เซียวของเขากลับได้มาพบกับคู่ปรับเก่าตั้งแต่ครั้งแรกเสียได้
เมื่อเดินมาถึงเวทีที่หนึ่งเทียนฉินก็ได้พบกับคู่ต่อสู้ของเขาแล้ว เป็นชายร่างท้วมที่เขาเคยเห็นก่อนหน้านั้นเอง
"ข้าโค่วยั่วถูยินดีที่ได้รู้จักศิษย์น้องเทียน!"โค่วยั่วถูแนะนำตนเองก่อนด้วยรอยยิ้ม
"ศิษย์น้องเทียนฉินคารวะศิษย์พี่โค่ว!"เมื่อมีมารยาทมาเทียนฉินก็แนะนำตัวกลับไปด้วยความสุภาพ
"หวังว่าศิษย์น้องเทียนจะออมมือให้ศิษย์พี่คนนี้บ้าง"โค่วยั่วถูยังเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มเช่นเคย
"ข้าก็หวังว่าศิษย์พี่โค่วจะออมมือให้ศิษย์น้องคนนี้ด้วยเหมือนกัน"เทียนฉินตอบกลับไปอีกครั้งอย่างนุ่มนวล
"เอาล่ะ! เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว!"
"เริ่มประลองได้!!"
อาวุโสแผนกคุมกฎสามเข้ามาประจำบนเวทีก่อนกล่าวเริ่มการการประลองออกมาอย่างเสียงดัง
จบตอนที่ 67