ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 67 เฟยลี่พ่ายแพ้

    "เรื่องธุรกิจของเราเป็นอย่างไรบ้าง!"เมื่อเห็นเซียวปิงหยวนเดินหลบไปเทียนฉินก็หันกลับมาถามเฉาจิ้งหงอย่างใคร่รู้ทันที


    "สุดยอดไปเลยศิษย์น้องเทียน! คราวนี้เราสองคนได้คะแนนมาเป็นกอบเป็นกำเลย!"เฉาจิ้งหงเอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น


    "แล้วที่ว่าเป็นกอบเป็นกำนั้นมันเท่าไหร่กันแน่!"เทียนฉินเอ่ยถามออกมาเสียงเรียบ


    "ตอนนี้พวกเราได้มาสามหมื่นกว่าคะแนนแล้ว ถ้าเจ้ายังชนะอย่างต่อเนื่องแบบนี้ต่อไป พวกเราจะมีคะแนนให้ใช้ไปอีกนานแน่นอน!"เฉาจิ้งหงเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี


    "ท่านมั่นใจได้เลยว่าเลือกคนไม่ผิดแน่นอน!"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


    "แต่ข้าว่าพวกเราหักเก็บไว้คนละหนึ่งหมื่นคะแนนก่อนดีมั้ย?"เฉาจิ้งหงเอ่ยถามออกมาอย่างลังเล


    "นี่ท่านคงไม่คิดว่าข้าจะพ่ายแพ้หรอกนะ"

    เทียนฉินเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงข่มขู่


    พลันสีหน้าของเฉาจิ้งหงก็เปลี่ยนเป็นซีดขาว


    "ไม่ใช่อย่างนั้น เจ้าอย่าเพิ่งเข้าใจผิดไป!"

    เฉาจิ้งหงรีบกล่าวออกมาอย่างร้อนลน


    "แล้วท่านหมายความว่าอย่างไรกันแน่!"

    เทียนฉินเอ่ยถามอีกครั้ง


    "เฮ่อ!เอาเป็นว่าข้าไม่เคยเอ่ยอะไรออกไปก็แล้วกัน!"เฉาจิ้งหงเอ่ยออกมาอย่างจนใจ ทำท่าทางเหมือนอยากจะร้องให้


    เทียนฉินมองไปที่เฉาจิ้งหงพร้อมกับส่ายหัวอย่างเอือมระอา


    "ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนแล้วกัน!"เทียนฉินเอ่ยลาเฉาจิ้งหงก่อนเดินไปทางเซียวปิงหยวนโดยไม่รอฟังคำตอบ


    "นี่เจ้าไปยุ่งเกี่ยวกับเฉาจิ้งหงได้อย่างไร?"ทันทีที่เทียนฉินเดินมาถึงเซียวปิงหยวนก็เอ่ยปากถามอย่างสงสัย


    "ไม่มีอะไรมากหรอก ข้าแค่ให้เขาลงพนันให้ข้าเท่านั้นเอง!"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างยิ้มๆ


    "นี่เจ้าชอบเล่นพนันด้วยรึ?"เซียวปิงหยวนเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย


    "ข้าจำเป็นต้องใช้คะแนนเพื่อแลกกับของบางอย่างในหอกิจกรรม!"เทียนฉินบอกเล่าความจริงอย่างไม่ปิดบัง ว่าเขาอยากได้เคล็ดวิชาบางอย่างไปให้ตาเฒ่าหม่าฝึกฝน


    "เจ้าก็อย่าไปหมกมุ่นกับมันมากก็แล้วกัน"เมื่อเซียวปิงหยวนเข้าใจแล้วก็เอ่ยบอกออกมาด้วยความหวังดี


    จากนั้นทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดคุยกันอีก ต่างก็นั่งลงเพื่อฟื้นฟูพลังที่เสียไป โดยไม่ได้สนใจการประลองที่เหลืออยู่อีกเลย


    ด้านบนเวทีอีกครู่หนึ่งก็พึ่งจบลง เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่ใช้กระบี่สองมือเอาชนะคู่ต่อสู้ไปได้ในที่สุด


    การประลองดำเนินเรื่อยมาจนมาถึงคู่สุดท้าย ก็เรียกเสียงฮือฮาได้อีกครั้ง เพราะผู้เข้าแข่งขันเป็นผู้หญิงที่ไม่ใช่ใครอื่นเลยนอกจากเฟยลี่


    "ไม่คิดเลยว่าข้าจะมีโอกาสได้เปรียบเทียบฝีมือกับแม่นางเฟยลี่"ชายหนุ่มที่เป็นคู่ต่อสู้เอ่ยยิ้มมุมปากออกมาอย่างเจ้าเล่ห์


    "ข้าก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาเจอกับเจ้า!"เฟยลี่เอ่ยออกมาเสียงเรียบ ที่จริงแล้วทั้งสองเคยรู้จักกันมาก่อน แต่ก็ไม่ใช่เป็นเหตุการณ์ที่ดีนัก


    เมื่อสิ้นเสียงประกาศของอาวุโส เฟยลี่ก็เร่งพลังปราณออกมาจากกระบี่ทันที เปลวเพลิงสีแดงลุกโชนขึ้นมาก่อตัวเป็นกลุ่มก้อนลูกใหญ่ ก่อนหมุนวนเข้าใส่ชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว


    "พายุเพลิงผลาญฟ้า"


    ชายหนุ่มคนนั้นยิ้มเยาะอยู่ในใจ พลันฟาดกระบี่เข้าใส่ก้อนพายุลูกนั้นอย่างไม่เกรงกลัว แสงกระบี่ผสานเปลวเพลิงพุ่งออกมาเป็นเส้นสายห้าสายก่อนทะลวงเข้าใส่พายุเพลิงลูกนั้นทันที


    ตู้ม!


    พายุเพลิงที่กำลังหมุนอยู่คลายตัวลงอย่างรวดเร็ว หลงเหลือแค่เพียงเปลวเพลิงที่กระจัดกระจายอยู่เล็กน้อยแค่นั้น


    เฟยลี่ขยับถอยหลังมาหลายก้าวจ้องมองชายคนนั้นอย่างไม่วางตา กระบี่ในมือยังคงถูกเปลวเพลิงสีแดงห้อมล้อมอยู่อย่างไม่ลดละ ชายคนนั้นยิ้มที่มุมปากคล้ายกับเย้ยหยัน ก่อนจะทะยานตัวเข้าหาทันที


    เส้นแสงเปลวเพลิงห้าสายปรากฏขึ้นที่กระบี่ของชายคนนั้นอีกครั้งก่อนพุ่งไปทางเฟยลี่ เฟยลี่ที่เห็นดังนั้นก็ขับเคลื่อนพลังปราณสร้างพายุเพลิงขึ้นมาต้านรับอีกครั้ง


    การต่อสู้ของทั้งสองดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง หากอยู่ในระยะไกลจะแทบมองไม่เห็นทั้งสองคนเลย เนื่องจากเปลวเพลิงที่ทั้งสองใช้ต่อสู้กันนั้นได้ลุกไหม้อยู่ตลอดเวลา


    ตู้ม!


    เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในกลุ่มเพลิงบนเวทีประลองมีร่างนึงได้ล่วงตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง


    เพียงไม่นานเมื่อเปลวเพลิงได้มอดดับลง ก็ปรากฏร่างหนึ่งนอนคุดคู้อยู่กลางลานประลอง เสียงบริเวณรอบเวทีได้เงียบลงอีกครั้ง สายตาผู้คนโดยรอบต่างพากันจดจ้องไปที่ร่างที่นอนอยู่ตรงนั้น


    แต่ชั่วพริบตาที่มองเห็นร่างนั้นได้ชัด หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก็เหินตัวลงมาพาร่างที่นอนอยู่หายลับไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่อาวุโสคุมกฎจะได้สติแล้วจึงประกาศรายชื่อผู้ชนะออกมา


    "นางแพ้หรือนี่?"


    เทียนฉินลืมตาขึ้นมาหลังได้ยินเสียงประกาศของอาวุโสฝ่ายคุมกฎ หลังจากนั้นเมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน เทียนฉินกับเซียวปิงหยวนก็พากันกลับที่พักกันทันที


    แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านพักเทียนฉินก็พบกับความผันผวนของพลังปราณที่เกิดขึ้นโดยรอบอย่างรุนแรง


    "หืม! หรือว่าตาเฒ่ามาจะบรรลุระดับหลอมรวมขั้นกลางแล้ว!"เทียนฉินเอ่ยออกมาพร้อมกับรีบเข้าไปในบ้านพักทันที


    เมื่อเข้ามาด้านในความผันผวนของพลังปราณนั้นกลับมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เทียนฉินมั่นใจได้เลยว่าครั้งนี้ตาเฒ่าหม่าได้บรรลุระดับหลอมรวมขั้นกลางแล้วแน่นอน


    เทียนฉินไม่ได้รบกวนอะไรตาเฒ่าหม่า เดินกลับเข้าไปในห้องแล้วนั่งฝึกฝนพลังปราณไปอย่างเงียบๆ


    รุ่งเช้าวันต่อมาเขากลับไม่พบเห็นตาเฒ่าหม่าแล้ว เทียนฉินจึงเดินไปหาเซียวปิงหยวนเพื่อเดินไปสนามประลองด้วยกัน โดยคิดว่าพอกลับมาจากการประลองค่อบสอบถามกันดูอีกครั้ง


    เมื่อมาถึงได้ไม่นาน อาวุโสเหลียงก็ได้ออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นเพื่อให้ทุกคนเงียบเสียง


    บรรยากาศวันนี้แตกต่างจากรอบที่ผ่านมามาก บนอัฒจันทร์ใกล้กับเวทีต่างถูกแบ่งกั้นไว้สำหรับอาวุโสในนิกายเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ก็มีหลายคนนักที่ได้มานั่งรอกันอยู่ก่อนแล้ว รวมถึงอาจารย์ของเทียนฉินเองด้วย


    เมื่อทุกคนเงียบลงอาวุโสเหลียงก็ก้าวออกมาด้านหน้า พร้อมกับตะโกนออกมาอย่างเสียงดัง


    "ต่อไปข้าจะประกาศกฎการประลองในรอบนี้ให้ทุกคนได้รู้ การประลองนี้นั้นจะใช้เวทีประลองสามเวที รอบแลกจะเป็นการสุ่มคู่ต่อสู้เพื่อจะคัดออกให้เหลือแค่สามคน และสุดท้ายทั้งสามคนที่เหลือจะหมุนเวียนมาเจอกันแล้วจึงเอาจำนวนครั้งในการชนะมาจัดอันดับ"


    "แต่ถ้าหากมีคนที่ได้รับชัยชนะเท่ากัน ก็จะให้ทั้งสองคนมาต่อสู้กันเพื่อจะได้อยู่อันดับที่สูงกว่า"


    "ตอนนี้ขอให้ทั้งหกคนมารออยู่ด้านหน้า อาวุโสแผนกคุมกฎจะเป็นผู้ทำการจับฉลากสุ่มเลือกพวกเจ้าเอง


     เนื่องจากใช้การต่อสู้แบบคัดออกเหลือแค่สามคน จึงทำให้พวกเขารู้สึกกดดันมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะครั้งนี้จะเป็นการตัดสินครั้งสุดท้ายแล้วนั่นเอง ถ้าพวกเขาไม่ชนะก็คงต้องรอไปประลองจัดอันดับในระดับที่ต่ำกว่าลงมาเพื่อแย่งอันดับกันต่อไป


    เพียงไม่นานนักอาวุโสแผนกคุมกฎก็ได้ทำการสุ่มรายชื่อเป็นที่เรียบร้อย ทุกคนถูกเรียกให้เข้ามารับหมายเลขใหม่ที่ใช้แทนหมายเลขเดิมทันที ซึ่งหมายเลขใหม่นี้จะมีเพียงแค่เลขหนึ่งถึงเลขหกเท่านั้น


    จากนั้นอาวุโสแผนกคุมกฎก็ประกาศกติกาการประลองใหม่อีกครั้ง คือหมายเลขหนึ่งถึงสามจะประจำเวทีทั้งสามตามลำดับ ส่วนหมายเลขที่สี่ถึงหกก็จะกลับไปไล่ตามตำแหน่งหมายเลขหนึ่งเหมือนเดิม


    ซึ่งก็หมายความว่าหมายเลขสี่จะเจอกับหมายเลขหนึ่ง หมายเลขที่สองจะพบกับหมายเลขที่ห้า และหมายเลขที่สามจะพนกับหมายเลขที่หก


    หมายเลขหนึ่ง โค่วยั่วถู


    หมายเลขสอง เจียวโพ่ย


    หมายเลขสาม เซียวปิงหยวน


    หมายเลขสี่ เทียนฉิน


    หมายเลขห้า ซางฟู่กง


    หมายเลขหก ชิงต้าเหนียว


    "เมื่อพวกเจ้าได้รับหมายเลขกันแล้ว จงเข้าประจำเวทีตามที่ข้าบอกได้เลย!"


    ทุกคนต่างเดินกันเข้าประจำที่กันอย่างไม่พูดไม่จา เทียนฉินหันมาสบตากับเซียวปิงหยวนอย่างเป็นกังวล เพราะในรอบแรกนี้ศิษย์พี่เซียวของเขากลับได้มาพบกับคู่ปรับเก่าตั้งแต่ครั้งแรกเสียได้


    เมื่อเดินมาถึงเวทีที่หนึ่งเทียนฉินก็ได้พบกับคู่ต่อสู้ของเขาแล้ว เป็นชายร่างท้วมที่เขาเคยเห็นก่อนหน้านั้นเอง


    "ข้าโค่วยั่วถูยินดีที่ได้รู้จักศิษย์น้องเทียน!"โค่วยั่วถูแนะนำตนเองก่อนด้วยรอยยิ้ม


    "ศิษย์น้องเทียนฉินคารวะศิษย์พี่โค่ว!"เมื่อมีมารยาทมาเทียนฉินก็แนะนำตัวกลับไปด้วยความสุภาพ


    "หวังว่าศิษย์น้องเทียนจะออมมือให้ศิษย์พี่คนนี้บ้าง"โค่วยั่วถูยังเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มเช่นเคย


    "ข้าก็หวังว่าศิษย์พี่โค่วจะออมมือให้ศิษย์น้องคนนี้ด้วยเหมือนกัน"เทียนฉินตอบกลับไปอีกครั้งอย่างนุ่มนวล


    "เอาล่ะ! เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว!"


    "เริ่มประลองได้!!"


    อาวุโสแผนกคุมกฎสามเข้ามาประจำบนเวทีก่อนกล่าวเริ่มการการประลองออกมาอย่างเสียงดัง



    จบตอนที่ 67

    คล้ายกับเรื่องระบบฝึกเทพ god training system ที่คุณอ่าน