จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

เล่มที่ 5 ตอนที่ 142 ใครจะไปคิด?

        หลัวชิงเยว่เหลือบมองที่ฉินอวี่นางไม่ค่อยแปลกใจกับท่าทางแปลกใจของฉินอวี่คนส่วนใหญ่เมื่อเข้าสู่แดนเทียนโหมวชั้นในเป็นครั้งแรกล้วนแต่ตกใจเช่นเดียวกับฉินอวี่หลังจากไตร่ตรองอยู่นาน หลัวชิงเยว่ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมและสีหน้าที่ดูเคารพ “นั่นไม่ใช่จอมอสูรโหมวเซี่ยนแต่เป็นศิษย์เพียงคนเดียวของจอมอสูร เขามีนามว่าซวีอู๋!เมืองเทียนโหมวชั้นในแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยปรมาจารย์ซวีอู๋”

        “ปรมาจารย์ซวีอู๋! กลยุทธ์มรรคาสูญ” ฉินอวี่พึมพำใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง ไม่มีใครรู้ว่าความตกใจที่อยู่ในใจของฉินอวี่นั้นมีมากกว่าความตกใจที่เผยออกมาบนใบหน้าหลายเท่าเรียกว่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง!

        “ปรมาจารย์ซวีอู๋ เป็นเจ้าไปได้อย่างไรกัน? เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?หรือว่า เจ้ากับหวังชิงหันหลังให้กันและกัน? หรือว่าที่หวังชิงต้องควบคุมหยาจื้อสิบสามฝ่ายเอาไว้ ก็เพื่อจะสะกดเจ้า?”

        “เกิดเรื่องอะไรขึ้นในช่วงที่ผ่านมากันแน่?”

        มโนจิตของฉินอวี่ปกคลุมไปทั้งใบหน้าของรูปแกะสลักหินในใจของเขาเป็นไปด้วยความซับซ้อนมากมาย แม้ว่าหากเปรียบกับในอดีตโครงร่างของใบหน้าของปรมาจารย์ซวีอู๋จะมีอายุมากขึ้น ผ่านความผันผวนของกาลเวลา แต่ดวงตาที่สดใสของเขาเหมือนกำลังบ่งบอกทุกอย่างกับฉินอวี่

        ปรมาจารย์ซวีอู๋ก็คือคนเดียวกันกับหนึ่งในกลุ่มเด็กที่โตมากับเขาในอดีต นั่นก็คือ ชิงซวี!

        ฉินอวี่นึกไม่ถึงเลยว่าชิงซวีจะอยู่ในเมืองต้าโหมวเทียนและยิ่งนึกไม่ถึงเลยว่าชิงซวีจะเป็นศิษย์ของจอมอสูรโหมวเซี่ยนสิ่งนี้ทำให้ฉินอวี่สับสนอย่างยิ่ง แม้ว่าในอดีตชิงซวีจะมีนิสัยเลือดเย็นมีความเงียบขรึม แต่เขาและหวังชิงก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาตลอดและด้วยความรู้สึกลึกๆ จึงไม่น่าจะหันหลังให้กันได้เช่นนี้

        แต่ในตอนนี้...ชิงซวีได้กลายเป็นศิษย์ของจอมอสูรโหมวเซี่ยนและหวังชิงก็ได้ก่อตั้งสำนักยุทธ์ว่านจ้ง แต่กลับควบคุมกรรมของหยาจื้อสิบสามฝ่ายอีกทั้งยังคุกคามหยาจื้อสิบสามฝ่ายเพื่อสะกดจอมอสูรโหมวเซี่ยน

        ฉินอวี่ไม่เชื่อเลยหวังชิงไม่รู้ว่าชิงซวีอยู่ในต้าโหมวเทียน ยิ่งไปกว่านั้นหากหวังชิงไม่ควบคุมกรรมของหยาจื้อสิบสามฝ่ายหยาจื้อสิบสามฝ่ายก็คงต้องยอมจำนนไปนานแล้ว ในท้ายที่สุดอย่างไรก็ไม่อาจกักขังพวกเขาไว้ตรงนั้นได้ตลอดกาล แต่ด้วยสาเหตุจากหวังชิงพวกเขาจึงต้องอยู่ที่นั่นมาตลอดเพื่อสะกดปรามจอมอสูรโหมวเซี่ยน

        เมื่อเป็นเช่นนี้โหมวเซี่ยนจึงถูกขัง ชิงซวีจึงถูกกักไว้ที่นี่ตลอดกาลเช่นกัน จนกระทั่งเขาตายลง

        เป็นไปได้หรือไม่ว่า...ที่หวังชิงทำมาทุกอย่าง ก็เพื่อกักขังชิงซวี?

        “หลี่โหย่วฉาย? หลี่โหย่วฉาย?” หลัวชิงเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อยและส่งเสียงเรียกอยู่หลายครั้ง แต่ดูเหมือนฉินอวี่ยังอยู่ในอาการตกตะลึงจนทำให้หลัวชิงเยว่ประหลาดใจ

        “ชิงซวี... ตายแล้วหรือ?” ฉินอวี่พึมพำในใจเต็มไปด้วยความว้าวุ่นอย่างมากเด็กที่โตมาด้วยกันทั้งสองคนต่างได้เป็นใหญ่เป็นโต แต่ฉินอวี่กลับนึกไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะหันหลังให้แก่กันได้เช่นนี้ยิ่งไปกว่านั้น หากหวังชิงทำการสะกดชิงซวีไว้จริง เช่นนั้นแล้วเสี่ยเอ๋อและโจวเสวี่ยฉิงก็จะต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยแน่นอน ไม่เช่นนั้นลำพังเพียงหวังชิง ก็คงยากที่จะรวบรวมผลกรรมของหยาจื้อสิบสามฝ่ายได้

        เป็นไปได้หรือไม่ว่า...แม้แต่เสี่ยเอ๋อก็ยังต้องการปราบและสะกดชิงซวี? ในอดีตช่วงที่ผ่านมาชิงซวีทำเรื่องอะไรให้ไม่พอใจกันแน่?

        “หลี่โหย่วฉาย!” หลัวชิงเยว่พูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาด

        ฉินอวี่ได้สติขึ้นมาเขารีบระงับความสงสัยและความคิดซับซ้อนในใจเอาไว้ และพูดอย่างตกตะลึง “ชิงเยว่หวังปรมาจารย์อู๋ซวีเป็นผู้สร้างเมืองเทียนโหมวชั้นในขึ้นมาจริงหรือ? แล้วปรมาจารย์ซวีอู๋ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?”

        “ร่างของอสูรเซียนก็คือสิ่งที่ปรมาจารย์ซวีอู๋ในอดีตได้รับมาจากความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุดจากนั้นปรมาจารย์ซวีอู๋ก็บุกรุกเข้ามายังแดนต้าโหมวเทียนและมอบตัวเป็นศิษย์ของจอมอสูรโหมวเซี่ยน จนกลายมาเป็นศิษย์ต่างยุคของโหมวเซี่ยน!และเมื่อปรมาจารย์ซวีอู๋ต้องการช่วยจอมอสูรโหมวเซี่ยนเขาจึงเข้ามายังส่วนลึกของเหวลึกอย่างไม่หวั่นอันตราย แต่ปรมาจารย์ซวีอู๋กลับทำไม่สำเร็จและถูกฝังอยู่ใต้ส่วนลึกของเหวลึกแห่งนี้” หลัวชิงเยว่พูดด้วยเสียงแผ่วเบาดวงตาเผยให้เห็นความเคารพอย่างเปิดเผย

        ตายแล้วหรือ? ชิงซวีตายแล้วหรือ? ตายเพราะต้องการช่วยจอมอสูรโหมวเซี่ยน?

        เป็นไปได้อย่างไร?

        ตามที่หลัวชิงเยว่กล่าวมาพละกำลังของชิงซวีจะต้องอยู่ในระดับสูงมากพอสมควรแล้วจึงจะฝากตัวเป็นศิษย์ของจอมอสูรโหมวเซี่ยนหรือว่า... เขาฝากตัวเป็นศิษย์จอมอสูรโหมวเซียนก็เพื่อให้มีปัจจัยเซียนเพื่อเข้าสู่ขั้นเขตแดนเซียน?

        หรืออาจพูดได้ว่าหวังชิงบีบให้ชิงซวีมายังแดนต้าโหมวเทียนชิงซวีจึงยอมฝากตัวเป็นศิษย์จอมอสูรโหมวเซี่ยน?

        แต่ไม่ว่าเรื่องจะเป็นเช่นไรแต่ก็ดูเหมือนจะไม่สมเหตุสมผล

        ชิงซวีและหวังชิงต่างเติบโตมากับฉินอวี่เขาจึงรู้จักทั้งสองคนดีเป็นพิเศษ ชิงซวีมีนิสัยที่นิ่งขรึมและเย็นชาส่วนหวังชิงนั้นเป็นคนเรียบง่าย และตรงไปตรงมา ถกเถียงไม่เก่งชอบโต้แย้งแต่จิตใจดี และไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับชิงซวีสักเท่าไรแม้ว่าฉินอวี่จะไม่รู้ว่าหลังจากที่ตนเองตายไปในอดีต เกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้างแต่เขาก็ไม่เชื่อว่าจะเกิดเรื่องบาดหมางขึ้นระหว่างหวังชิงและชิงซวี!

        แต่หากไม่เป็นเช่นนี้ทำไมหวังชิงจะต้องช่วงชิงผลกรรมของหยาจื้อสิบสามฝ่ายไปด้วยล่ะทั้งยังบีบบังคับให้พวกเขาต้องร่วมปราบจอมอสูรโหมวเซี่ยน? แล้วทำไมชิงซวีจะต้องถึงกับยอมสละชีวิตเพื่อจอมอสูรโหมวเซี่ยนด้วย?จะเป็นเพราะต้องการปัจจัยเซียนเพื่อเข้าสู่ขั้นเซียนจริงหรือ?

        ฉินอวี่สับสนอย่างมากยิ่งคิดก็ยิ่งวุ่นวายแต่เขาก็รู้สึกได้อย่างคลุมเครือว่าเรื่องราวนี้ไม่น่าจะเป็นอย่างที่เขาคิดและน่าจะมีอะไรบางอย่างอยู่ในนั้น

        “ไปกันเถอะ” หลัวชิงเยว่มองดูฉินอวี่อย่างประหลาดใจนางรู้สึกได้ว่าฉินอวี่มีบางอย่างผิดปกติไป แต่ก็ไม่อาจจะบอกได้อย่างชัดเจน

        ฉินอวี่ละความคิดทั้งหมดเอาไว้ก่อนจะทำใจให้สงบ และค่อยๆ พยักหน้า

        “พวกเขาสองคนน่าจะอยู่ที่เชิงเขา และเจ้าก็มีสถานะเป็นอสูรอารักขาของข้าเจ้าจึงสามารถเขาไปฝึกฝนตรงเชิงเขาได้” หลัวชิงเยว่กล่าวอย่างเฉยเมย

        ฉินอวี่พยักหน้าก่อนหันศีรษะกลับไปมองหวังจงและหลิวเจ๋อ พลางพูดขึ้น“ความเร็วในการฝึกฝนในเมืองเทียนโหมวชั้นในเร็วกว่าเมืองชั้นนอกมากหวังว่าพวกเจ้าจะตั้งใจฝึกฝน ที่นี่จะไม่มีใครรบกวนพวกเจ้านี่เป็นของบางส่วนที่ข้าเก็บไว้ หวังจงเจ้าเก็บเอาไว้ ถึงเวลาก็แบ่งให้หลิวเจ๋อด้วยจริงสิ ชิงเยว่หวัง พอจะมอบทรัพยากรฝึกฝนให้กับพวกเขาบ้างได้หรือไม่?”

        ใบหน้าที่มีบาดแผลของหลัวชิงเยว่กระตุกขึ้นทันทีและพูดอย่างเย็นชา“ได้ พวกเจ้านำป้ายคำสั่งนี้ไปรายงานตรงเชิงเขาเถอะจะมีคนจัดการเรื่องที่พักให้พวกเจ้า ไปกันเถอะ หลี่โหย่วฉาย”พูดจบหลัวชิงเยว่ก็ก้าวเท้าจากออกไป

        หลังจากอธิบายกันเรียบร้อยแล้วฉินอวี่ก็บอกลาหวังจงและหลิวเจ๋อ ก่อนจะตามหลัวชิงเยว่ไปทันที

        “ที่นี่คือเมืองเทียนโหมวชั้นในจริงหรือ? ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่?”เมื่อเห็นว่าหลัวชิงเยว่และฉินอวี่ค่อยๆ จากไปแล้วหลิวเจ๋อก็ตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้นอย่างควบคุมไม่ได้ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน

        แม้ว่าหวังจงจะตื่นเต้นมากเช่นกันแต่เขาก็พยายามระงับไว้อย่างจริงจัง และมองดูฉินอวี่จากออกไป หวังจงก็พูดขึ้นเบาๆ“หลิวเจ๋อ พวกเราจะต้องตั้งใจฝึกฝนกันแล้วล่ะ อย่าให้พี่หลี่ต้องผิดหวังข้าหวังว่าสักวันหนึ่ง เมื่อพี่หลี่ต้องการพวกเราพวกเราก็จะสามารถช่วยเหลือพี่หลี่ได้!” พูดจบหวังจงก็หยิบวงแหวนมิติที่ฉินอวี่มอบให้ขึ้นมา และใช้มโนจิตส่องดูภายในและเมื่อมองเห็นกลวิชาเต๋าจำนวนสองเล่ม หวังจงก็ใจเต้นแรงขึ้นมาทันที

        ฉินอวี่พูดเลี่ยงๆไปตลอดทาง เพื่อหวังจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับชิงซวี

        “ชิงเยว่หวัง เหวลึกนั่นคือที่ใดกันแน่? เผ่าประหลาดนั่นแข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวหรือ?ไม่เพียงแต่จะปราบปรามจอมอสูรโหมวเซี่ยนได้แต่ยังสังหารปรมาจารย์ซวีอู๋ด้วย เช่นนั้นพวกเราไม่เท่ากับถูกขังอยู่ในแดนต้าโหมวเทียนไปตลอดกาลหรือ?”

        “แม้ว่าปรมาจารย์ซวีอู๋จะตายไปแล้วแต่เขาก็ยังเหลือแดนสมบัติเอาไว้ในเมืองเทียนโหมวชั้นใน ขอเพียงมีเวลาให้พวกเรามากพอพวกเราก็จะสามารถหลุดพ้นจากพันธนาการนี้ได้ เจ้ามีความต้องการอะไรอื่นอีกหรือไม่?บอกมาเถอะ อีกไม่กี่วันข้าต้องไปเก็บตัวฝึกบำเพ็ญ”หลัวชิงเยว่กล่าวอย่างเฉยเมย ราวกับว่าไม่อยากพูดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

        “ชิงเยว่หวัง ข้าต้องการจะอยู่ฝึกฝนที่นี่สักระยะหนึ่งเพื่อเข้าร่วมทดสอบอสูรอารักขา พูดตามตรงการทดสอบของผู้เฒ่าร้องไห้คือการให้ข้าต้องสำเร็จเป็นหนึ่งในสามสิบหกขุนพลสวรรค์ภายในเวลาสามปี”ฉินอวี่กล่าวอย่างจริงใจ ฉินอวี่พอจะคาดเดาจุดประสงค์ของหลัวชิงเยว่ได้ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไร

        หลัวชิงเยว่เยาะเย้ยอยู่ในใจการทดสอบของผู้เฒ่าร้องไห้? คือการให้เจ้าเป็นสามสิบหกขุนพลสวรรค์?หลังชิงเยว่ไม่อาจเปิดเผยอะไรได้มาก เพียงแต่เมื่อฉินอวี่พูดขึ้นมาตามตรงว่าคิดจะเป็นสามสิบหกขุนพลสวรรค์ทำให้นางงุนงงอย่างมาก

        “หรือว่าต้องการเข้าร่วมสามสิบหกขุนพลสวรรค์ เพื่อให้ได้สิ่งวิเศษ?”หลัวชิงเยว่สงสัยอยู่ในใจ และพูดออกไป“เจ้ายังไม่มีสิทธิ์เป็นหนึ่งในสามสิบหกขุนพลสวรรค์ หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือหากเจ้าจะเข้าทดสอบสามสิบหกขุนพลสวรรค์จะต้องเป็นหนึ่งในเจ็ดสิบสองอสูรธรณีเสียก่อน”

        ฉินอวี่นึกไม่ถึงเลยว่าเมื่อตนเองพูดความจริงหลัวชิงเย่วจะไม่เชื่อเขา และเมื่อได้ยินคำพูดของหลัวชิงเยว่ ฉินอวี่ก็แอบถอนหายใจและพูดว่า “จะเป็นหนึ่งในเจ็ดสิบสองอสูรธรณีได้อย่างไร? ในเมื่อข้ามีเวลาเพียงสามปีเท่านั้น?”

        “หากในการประลอง สามารถเอาชนะอสูรธรณีได้สักคนหนึ่งก็มีสิทธิ์เข้าแทนที่เขาคนนั้น!”

        ดวงตาของฉินอวี่เปล่งประกายจ้าและพูดขึ้นอีกครั้ง “เช่นนั้นหากข้าเอาชนะสามสิบหกขุนพลสวรรค์ได้ข้าจะได้แทนที่เขาใช่หรือไม่?”

คล้ายกับเรื่องจุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】 ที่คุณอ่าน