เวลาผ่านไปสองชั่วโมง ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายกว่าๆ เอวิน่าในตอนนี้ฝึกฝนร่างกายตัวเองเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เอวิน่านั่งมองดูนาฬิกา ธีโอดอร์บอกกับเธอว่าเขาจะรีบกลับมาและพาเธอไปเที่ยว เอวิน่านั่งรออย่างตั้งใจ ทว่ารอนานแค่ไหนธีโอดอร์ก็ยังไม่กลับมา
“ทำไมยังไม่กลับมานะ ธีโอ…”
ใจหนึ่งเอวิน่าก็ดีใจที่ธีโอดอร์เติบโตและมีคนรักเป็นของตัวเอง แต่อีกใจหนึ่งของเอวิน่าก็รู้สึกเศร้าและเหงาขึ้นมา เธอรู้ว่าธีโอดอร์ไม่มีวันทิ้งเธอแน่ๆ แต่แค่คิดว่าจะมีใครคนอื่นที่สำคัญสำหรับธีโอดอร์แล้ว มันก็ทำให้เธอรู้สึกเจ็บที่หน้าอกขึ้นมา
“เราคิดอะไรของเราอยู่ ธีโอควรมีชีวิตเป็นของตัวเอง เราเองก็เหมือนกัน”
เอวิน่านั่งลงไปยังบนโซฟา นึกถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เธอเห็นภาพธีโอดอร์แต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งและเธออยู่ในงานแต่งงานนั้น เธอเป็นครอบครัวคนเดียวที่ธีโอดอร์มีอยู่ และธีโอดอร์ก็เป็นครอบครัวคนเดียวของเธอเหมือนกัน
เธอเห็นเขาถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้คนมากมายที่สำคัญในชีวิตของเขา แต่ทว่าเมื่อมองไปรอบตัวเธอ เธอนั้นกลับรู้สึกโดดเดี่ยวไม่มีใคร
เธอได้แต่ยิ้มออกมา จะเหงาและโดดเดี่ยวก็ไม่เป็นไร ขอแค่ธีโอดอร์มีความสุขก็เกินพอแล้ว
เอวิน่าในขณะที่กำลังคิดอะไรของเธออยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงรถมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านของเธอ
“หืม ใครกันมาจอดรถหน้าบ้าน...ถัดออกไปหน่อยก็มีรานจอดรถนิ”
เธอด้วยความสงสัยลุกจากโซฟาและเดินไปยังหน้าต่าง เธอมองออกไปนอกบ้านพบว่ามีรถหรูมากๆมาจอดอยู่หน้าบ้านของเธอ
“นี่มันลีมูซีน?”
เอวิน่าถึงจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องรถมากเท่าไหร่นัก ทว่าลีมูซีนเป็นรถที่จำได้ง่าย แค่เห็นว่ามันเป็นรถคันยาวเท่านั้นมันก็คือลีมูซีน และในขณะที่เธอกำลังสงสัยอยู่ว่ารถหรูขนาดนี้มาจอดอยู่แถวนี้เพราะอะไร
เธอก็เห็นประตูรถเปิดออก คนที่ออกมาจากรถนั้นเป็นคนที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี
“ธีโอ!”
ธีโอดอร์ออกมาจากในรถลีมูซีนพร้อมกับยูริและเซลีน ในมือของเซลีนนั้นถือกล่องอะไรบางอย่างอยู่ เธอนั้นยกมันออกมาจากรถด้วยความระมัดระวังที่สุด คนรถต้องการจะช่วยเธอยก ทว่าเธอนั้นปฏิเสธ เธอปฏิบัติต่อกล่องนั้นราวกับมันเป็นสมบัติล้ำค่ามากที่สุด
ธีโอดอร์พาทั้งสองคนเข้าไปในบ้านของเขา ยูริและเซลีนไม่ได้มีปฏิกริยาอะไรเลยเมื่อเห็นบ้านเล็กๆของธีโอดอร์ ทั้งสองรู้สึกสนใจมากกว่า ทั้งคู่ไม่เคยมาละแวกนี้มาก่อน
ที่นี่เป็นเขตพื้นที่สำหรับคนที่มีฐานะค่อนข้างยากจนมาอาศัยอยู่ แถวๆนี้บ้านของธีโอดอร์ถือว่าเป็นบ้านที่ค่อนข้างดีกว่าบ้านอื่นๆ เนื่องจากมันมีสองชั้น
ธีโอดอร์ใช้กุญแจเปิดประตูก่อนที่จะพูดขึ้นมาเสียงดัง
“เอวิน่าผมกลับมาแล้ว”
เอวิน่าเดินมาหาธีโอดอร์ที่หน้าประตู เธอมองไปที่สองคนที่เดินมากับธีโอดอร์ เซลีนด้วยความที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดเธอทำการแนะนำตัวเองในทันทีพร้อมกับชูมือไปข้างหน้า
“สวัสดียามบ่าย ฉันมีชื่อว่าเซลีนเป็นแม่ของยูริ คุณคือเอวิน่าที่ธีโอพูดถึงใช่ไหม”
เอวิน่าพยักหน้าก่อนที่จะจับมือเซลีน ทันทีที่เธอจับมือของเซลีนเธอถึงกับต้องดึงมือกลับ เธอมองไปที่กล่องที่เซลีนถือมาด้วย เธอรู้สึกประหลาดใจเธอรีบมองไปที่ธีโอดอร์ก่อนที่เขาจะยิ้มออกมา
“ไม่ต้องห่วงเอวิน่า คุณเซลีนเป็นพวกเดียวกับเรา ยูริเองก็เหมือนกัน”
“ธีโอหมายความว่าพวกเขาเองก็เป็นพวกกลายพันธุ์”
เซลีนได้ยินแบบนั้นเธอก็ได้แต่หัวเราะออกมา
“พวกกลายพันธุ์ จะเรียกแบบนั้นก็ไม่ผิดเท่าไหร่นัก พวกเราชอบที่จะถูกเรียกว่าผู้มีพลังพิเศษหรือไม่ก็ผู้ใช้ออร่ามากกว่า ว่าแต่ว่าเธอเองก็เป็นผู้ที่มีพลังพิเศษเหมือนกัน”
ธีโอดอร์มองไปที่เซลีน ก่อนที่จะมองไปที่เอวิน่า ก่อนหน้านี้เซลีนอธิบายให้เขาเข้าใจถึงความแตกต่างของผู้ใช้ออร่าและผู้ที่มีพลังพิเศษ
ธีโอดอร์ถือว่าเป็นผู้ที่ใช้พลังออร่าแทนที่จะเป็นผู้ใช้พลังพิเศษ เนื่องจากพลังทั้งหมดของเขาออกมาจากร่างกายโดยตรง เอวิน่าก็ควรจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่ทว่า เซลีนบอกกับเขาว่าเธอมีพลังพิเศษนั่นหมายความว่าเอวิน่าเป็นทั้งผู้ใช้พลังพิเศษและออร่า
เห็นสีหน้าที่แปลกใจของธีโอดอร์และเอวิน่า เซลีนยิ้มก่อนที่จะพูดขึ้น
“เรื่องนี้พวกเราไว้ค่อยคุยกันทีหลังดีกว่า พวกเรามีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นในตอนนี้”
ธีโอดอร์ได้แต่พยักหน้าก่อนที่จะมองไปที่กล่องไม้ที่ลอยอยู่ ธีโอดอร์ได้แต่กลืนน้ำลาย เขาไม่คิดว่าเขาจะสามารถทำมันได้สำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้นมันเกินความคาดหมายของเขามาก เขาได้สกิลใหม่มา สกิลที่ไม่ได้อยู่ในรางวัลที่เขาควรจะได้รับ
ก็อดอีทเตอร์...สกิลสำหรับเชฟระดับกูร์เมต์ ผู้ที่ถือครองสกิลก็อดอีทเตอร์ จะสามารถกินได้ทุกสิ่งโดยที่ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย สกิลจะช่วยซึมซับอีเธอร์ที่อยู่ในอาหารและเปลี่ยนเป็นออร่าและพลังชีวิต